เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 35 คนมักมาก เห็นแก่ตัว

            ธเนศอยู่ค้างบนเกาะเอริคกับสุดาทิพย์ไม่นานก็รีบแจ้นกลับกรุงเทพฯด้วยความคิดถึงม่ายสาวแสนสวยผู้ร่ำรวยอย่างคุณนายนฤมล

            สำหรับผู้ชายอะไรที่ได้มาง่าย มันมักจะไร้ค่า ส่วนอะไรที่กว่าจะได้มาต้องเหนื่อยยากแสนเข็ญ มันช่างเร้าใจชวนให้หลงใหลยิ่งนัก

            เหมือนกับความแตกต่างระหว่างสุดาทิพย์กับคุณนายนฤมลสุดาทิพย์มีดีก็แค่ความสาวความสดอย่างดีก็แค่เอาไว้ใช้ปลดเปลื้องอารมณ์ผู้ชายอย่างเขาเท่านั้นจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้นคงไม่ได้  แล้วต่อไป เมื่อถึงเวลาที่เขาเบื่อความสาวความสดก็ใช้รั้งตัวเขาเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป

            คนระดับเขามันต้องคุณนายนฤมลเท่านั้นจึงจะคู่ควร และเหมาะสม

    เขาเฝ้ารอและครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะได้เจ้าหล่อนมาครอบครองจนเมื่อความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวธเนศจึงรีบบึ่งรถไปหาคุณนายคนสวยยังบ้านของหล่อนทันที

            ธเนศได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคนรับใช้ในบ้านของคุณนายนฤมลเนื่องจากทุกคนรู้ดีว่า ‘แขกประจำ’ คนนี้สำคัญแค่ไหน

            ธเนศเดินเข้าไปหาคุณนายคนสวยที่นั่งทอดอาลัยอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ในห้องรับแขกหนุ่มใหญ่ขัดใจนิดหน่อยก็ตรงที่ผู้หญิงตรงหน้าช่วงนี้ไม่เสริมสวยให้ตัวเองเอาซะเลยปล่อยตัวให้กาลเวลาและความเศร้าโศกเสียใจรุกรานจนใบหน้าเริ่มหมอง ไม่สดใสเหมือนเก่า  มองแล้วไม่สบอารมณ์  และไม่สบายตา

            “สวัสดีค่ะ”

            “ครับ สวัสดีครับ”  ธเนศรีบปั้นยิ้มยกมือรับไหว้นฤมล

            “เชิญนั่งค่ะ”  นฤมลผายมือเชื้อเชิญแล้วหันไปสั่งคนรับใช้ที่นั่งพับเพียบใกล้ ๆ  ว่า

            “น้อย ไปหาเครื่องดื่มมาทีไป๊”

            “ค่ะ”

            พอร่างของสาวใช้ลับหายไป ธเนศก็ฉีกยิ้มแล้วเริ่มบทสนทนาก่อนเลยว่า

            “ผมจะมาบอกความคืบหน้าเรื่องการตามหาหนูน้ำใสนะครับ”

            “เหรอคะ  ได้ความว่าอย่างไรบ้างคะ โธ่  น้ำใสลูกแม่”  คุณนายคนสวยน้ำตาร่วงเผาะอีกครั้งเมื่อมีคนพูดถึงน้ำใส      สาวใหญ่ดีใจยิ้มทั้งน้ำตา  ใจเต้น รอฟังสิ่งที่คุณธเนศจะพูด

            “คือ ผมพอจะรู้เลา ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ คุณนายจำวันที่คุณนายได้รับแฟกซ์จากคนลึกลับนั้นได้มั๊ยครับ”

            “จำได้ค่ะ จำได้”   นฤมลละล่ำละลักตอบ

            “คือผมได้ข้อมูลถึงที่มาของแฟกซ์นั้นแล้วนะครับ ว่ามันถูกแฟกซ์มาจากที่ไหน”

            “แล้วได้ความว่าอย่างไรบ้างคะ” นฤมลปาดน้ำตาทิ้งความปลื้มปีติที่พอจะมีเค้าลางว่าอาจจะมีโอกาสเจอลูกสาวทำให้ความทุกข์ใจลดน้อยลง

            “ก็เรื่องนี้แหละครับที่ผมกลุ้มใจ  คือผม”  ธเนศทำท่าอึกอัก  แสร้งทำหน้าไม่สบายใจ

            “มีเรื่องอะไรหรือคะ  มีอะไรที่ดิฉันพอจะช่วยได้  บอกได้เลยนะคะหรือว่าคุณธเนศต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตามเรื่องน้ำใสดิฉันยินดีรับผิดชอบทุกบาททุกสตางค์  บอกมาได้เลยค่ะ  ไม่ต้องเกรงใจ”

            “โอ อย่าเข้าใจผิดครับ ไม่ใช่เรื่องนั้น  เรื่องเงินนะเล็กน้อยมากสำหรับผม  ต่อให้ต้องใช้จ่ายมากกว่านี้ ถ้าทำเพื่อคุณ  ผมเต็มใจครับ”

            “ถ้างั้น  มีอะไรลำบากใจหรือเปล่าคะ”

            “ก็ นิดหน่อยครับ”

            “บอกดิฉันได้มั๊ยคะ”

            “ครับ แต่ผมเกรงว่า คุณจะ คิดมาก”

            “ไม่เป็นไรค่ะ  บอกมาเถอะ   ดิฉันรับฟังได้”

            “คือ มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนะครับ ตำแหน่งท่านใหญ่โตและตัวท่านก็มีอิทธิพล คือหมายความว่ามีบารมีมากนะครับ   ท่านกับผมสนิทกัน เราสนิทกันเหมือนเป็นพี่น้องแท้ ๆ กันก็ไม่ปานพอผมไปเล่าเรื่องราวของคุณกับหนูน้ำใสให้ท่านฟัง     แล้วขอร้องท่านเรื่องขอข้อมูลเรื่องแฟกซ์  ท่านก็จัดการให้ผมทันทีเลยครับ”  ธเนศหยุดพูด  กลืนน้ำลายลงคอ  ก่อนพูดต่อไปว่า

            “ท่านก็ถามผมเรื่องคุณด้วยครับ ว่าผมกับคุณเอ่อ สนิทกันมากน้อยแค่ไหน ผมเองก็ปากกับใจตรงกัน ผมบอกท่านไปว่าผมรู้สึกพิเศษกับคุณ” ธเนศหยุดพูดอีกครั้ง คราวนี้เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วลอบมองคนตรงหน้าเมื่อเห็นสีหน้าคุณนายคนสวยดูอิลักอิเหลื่อ  เขาจึงรีบพูดแก้ตัวไปในทันทีว่า

            “อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ที่ผมบอกท่านไปแบบนั้น คือผมพูดจากใจจริงนะครับ”

            “ค่ะ ดิฉันเข้าใจ”  นฤมลยอมรับว่าที่เขาพูดเป็นความจริง แต่หล่อนนึกไม่ถึงว่าเขาจะพูดเรื่องแบบนี้กับคนอื่น

            “แล้วทีนี้” ธเนศเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อว่า

            “ท่านก็ว่า  ท่านยินดีจะช่วยเรื่องหนูน้ำใสเต็มที่ ขอเพียงให้ผมสมหวังและมีความสุข”

            “คุณธเนศคะ  ดิฉันไม่ ไม่เข้าใจค่ะ” นฤมลแสร้งไม่เข้าใจความนัยที่คุณธเนศพูด

            “คือความจริงผมก็ไม่ได้ไปขอร้องอะไรท่านเรื่องคุณนะครับ แต่ท่านเสนอขึ้นมา  ผมเองก็จนใจ”

            นฤมลคิดตามที่เขาพูด หล่อนพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างบ้างแล้ว นี่หมายความว่าถ้าหากหล่อนยอมตกลงปลงใจกับเขา เขาก็จะบอกผู้ใหญ่ท่านนั้นให้ช่วยสืบหาน้ำใสให้

            “ดิฉันพอจะเข้าใจแล้วค่ะ แต่ดิฉันขอเวลาคิดบ้างได้มั๊ยค่ะ เรื่องแบบนี้มันสำคัญมากแล้วตอนนี้แค่เรื่องน้ำใสเรื่องเดียว  ดิฉันก็แทบแย่แล้ว”  นฤมลหาทางบ่ายเบี่ยง

            “ผมขอโทษถ้าทำให้คุณลำบากใจ  ผมเองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรคุณนะครับ แค่เล่าให้ฟัง   คุณไม่จำเป็นต้องทำตามที่ท่านเสนอมาก็ได้ครับ ความจริง  ลำพังตัวผม  ถ้าจะให้ช่วยตามหาน้ำใส   ยังไงผมก็ต้องพยายามตามหาให้เจอให้ได้  ถึงแม้จะต้องใช้เวลานานสักหน่อย  แต่ถ้าเป็นท่าน  ผมรับรองได้เลย  เรื่องแค่นี้มันปอกกล้วยเข้าปาก    เผลอๆ น้ำใสอาจจะได้กลับบ้านมาวันนี้พรุ่งนี้  ก็อย่างที่เล่าให้ฟังท่านรักผมเหมือนน้องชายแท้ ๆ ถ้าหากผมสมหวังมีความสุขท่านก็จะช่วยเต็มที่เรื่องหนูน้ำใส”   ธเนศหยุดพูด หยั่งเชิงดูท่าทีของคุณนายคนสวย  เมื่อเห็นหล่อนนิ่งเงียบ เขาจึงรู้ทันทีว่าตัวเองเป็นต่อ  จึงรีบพูดขึ้นว่า “ผมต้องขอโทษอีกครับนะครับ ถ้าทำให้คุณลำบากใจ”

            “ดิฉันเข้าใจค่ะ” นฤมลพูดเสียงเรียบ  หล่อนคิดตามคำพูดของเขาตลอดเขามีทางเลือกให้หล่อนสองทาง   ทางเลือกที่มีน้ำใสเป็นเดิมพัน

            “ดิฉันขอคิดดูก่อนนะคะ”

            “ครับ  แล้วผมจะรอคำตอบนะครับหวังว่าคุณคงจะเข้าใจและเห็นในความหวังดีที่ผมมีให้นะครับ”

            “ค่ะ”

            “เอ่อ”  ธเนศยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา แล้วทำหน้าเครียดก่อนบอกนฤมลไปว่า

            “บังเอิญผมมีประชุมสำคัญในอีกสองชั่วโมงข้างหน้าขอถือโอกาสลากลับเลยแล้วกัน  สวัสดีครับ”

            “ค่ะ  สวัสดีค่ะ”

            ธเนศเดินออกไปด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องใจ โดยที่คุณนายนฤมลไม่ทันได้เห็น

    ลับร่างหนุ่มใหญ่นฤมลเอนหลังพิงโซฟา  หล่อนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจนี่หล่อนจะต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้เขาช่วยลูกสาวตัวเองหรือเนี่ย คิดแล้วมันน่าทุเรศสิ้นดี

    หล่อนชักไม่แน่ใจแล้วว่าคุณธเนศจะเป็นคนดีและจริงใจอย่างที่หล่อนเคยคิด แต่ถ้ามันหมดหนทางจริง ๆ  หล่อนคงต้องยอม

            อีกอย่าง ภคกรก็เงียบหายไป  จะหวังอะไรกับชายหนุ่ม ไม่ใช่ว่าหล่อนไม่เชื่อใจภคกรแต่หล่อนไม่มั่นใจมากกว่าว่าภคกรจะสามารถตามหาน้ำใสเจอ   ขนาดคิดกันถึงขั้นจ้างนักสืบออกตามหา  เรื่องยังเงียบ

            “เฮ้อ”  นฤมลกลัดกลุ้มปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นนวดคลึงเบา ๆ ไปที่ขมับทั้งสองข้าง เมื่อทุกอย่างตึงเครียด     และทนไม่ไหว  หล่อนจึงก้มหน้าลง  ใช้สองมือปิดหน้าสะอื้นไห้

    +++++++++++++++++++

            น้ำใสนอนเป็นไข้มาสองวันเต็มๆ เอริคเวียนเข้าออกคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

    จนเช้าวันที่สามอาการหญิงสาวดีขึ้นเอริคนั่งอยู่ข้างเตียงที่หล่อนนอน น้ำใสรู้สึกตัวลืมตา คนแรกที่หญิงสาวเห็นคือเอริค

            ใบหน้าคมเข้มเคร่งเครียดที่หญิงสาวเคยเจอหายไปวันนี้มีแต่ชายหนุ่มที่อ่อนโยนทั้งใบหน้าและแววตา

            “น้ำใส เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั๊ย”  เสียงอ่อนโยนที่หญิงสาวได้รับจากชายหนุ่ม ทำให้หัวใจหล่อนพองโต

            “ค่ะ ดีขึ้น ขอบคุณ”  น้ำใสพยายามตอบแต่เจ็บจี๊ดภายในลำคอ

            “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย คุณกำลังไม่สบาย”

            เอริคโน้มตัวลง ใช้หลังมือแตะไปที่หน้าผากหญิงสาว  พยักหน้าพอใจและอมยิ้ม

            “ดีขึ้น” เอริคพูด น้ำใสเผอิญประสานสายตาสบสายตาเป็นห่วงคู่นั้นแล้วประหม่า หน้าหล่อนร้อนวูบวาบหญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองเขินอาย  เอียงหน้าหลบ

            เอริคหยุดชะงักประกายดื้อดึงในดวงตาคู่สวยดึงดูดชายหนุ่มราวต้องมนตร์สะกดเมื่อเห็นน้ำใสหน้าแดงระเรื่อขึ้น   เขาจึงพูดแก้เก้อไปว่า

            “เดี๋ยวคุณทานข้าวต้มหน่อยนะ ลุกไหวมั๊ย”

            “ค่ะ”

            น้ำใสพยายามใช้สองแขนยันกายเพื่อลุกนั่งเอริครีบประคองโดยแตะไปที่ต้นแขนหญิงสาวเบา ๆ แล้วใช้หมอนหนุนข้างฝาเพื่อให้หล่อนใช้พิง

            น้ำใสยังมึนๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มเฝ้าดูแลเอาใจใส่ไม่ห่างก็เลยพยายามอย่างเต็มที่จนสำเร็จ

            เอริคเดินไปที่โต๊ะกลางห้องยกถาดอาหารเข้ามาวางบนเตียง ยกชามข้าวต้มยื่นให้หญิงสาว กลิ่นที่โชยกรุ่น และไอร้อนพวยพุ่งยั่วยวนจนท้องน้ำใสส่งเสียงครางเบา ๆ

    น้ำใสจะรับชามข้าวต้มมาถือไว้เอง เอริคส่ายหน้าแต่ยื่นช้อนให้แทน

            น้ำใสเข้าใจว่าชายหนุ่มต้องการจะถือชามให้ หญิงสาวจึงรับช้อนจากเขา พอกำลังจะตักอาหาร ช้อนกลับร่วงหล่นลงมาที่ชามข้าว หญิงสาวไม่มีเรี่ยวแรงเลย

            เอริคเห็นดังนั้นจึงหยิบช้อนมาแล้วตักข้าวยื่นไปตรงหน้าหญิงสาวเพื่อป้อน

            น้ำใสชะงักขัดเขินเมื่อเห็นเขาทำท่าจะป้อนตนเช่นนั้น หญิงสาวใจเต้นตูมตาม ปากเม้นสนิทก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าที่จะสบตา

            เอริคนึกขำ นาน ๆ คนเก่งจะหมดฤทธิ์สักที  น่าจะแกล้งซะให้เข็ด แต่เอาไว้คราวหลังดีกว่า

            “ไม่ต้องเขินผมหรอก แล้วก็อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก ทานอาหารนี่ก่อนเสียแต่ร้อนๆ เถอะ  ไว้คุณแข็งแรงดีแล้ว  จะได้มาเถียงกับผมอีกไง” เอริคพูดเหน็บจนน้ำใสลืมตัวค้อนขวับเข้าให้

            ‘คนบ้า’  น้ำใสนึกในใจ  แต่เมื่ออับจนหนทางหญิงสาวจึงยอมอ้าปากปล่อยให้เอริคป้อนข้าว

            เอริคป้อนข้าวไปยิ้มกริ่มไปน้ำใสก็เคี้ยวตุ้ยๆ ไปส่งสายตาค้อนไปอีกหลายตลบจนข้าวเกลี้ยงชาม

    ++++++++++++++++++++++

            หลายวันที่ผ่านมาเอริคกับน้ำใสสนิทสนมกันมากขึ้นเนื่องจากเอริคเฝ้าดูแลพยาบาลหญิงสาวตลอดเวลาที่น้ำใสป่วย

            จนกระทั่งน้ำใสแข็งแรงขึ้นมากเช้าวันนี้ชายหนุ่มอยู่ดูแลหญิงสาวเช่นเคย

    น้ำใสตักอาหารเข้าปาก เอริคมองตาม

            “วันนี้ดิฉันรู้สึกแข็งแรงขึ้นมากเลย  ขอบคุณมากนะคะ”

            “ไม่เป็นไร  ยังไงผมก็ต้องดูแลคุณอยู่แล้วเพราะคุณเป็นเหมือนแขกของผม”

            “แขกที่ไม่ได้รับเชิญ เรียกว่าคนอาศัยจะดีกว่ามั๊งคะ”  น้ำใสประชด

            “คุณนี่จริง ๆ เล้ย”  เอริคส่ายหัว

            น้ำใสมองหน้าเขาแล้วยิ้มน้อยๆ ก้มลงตักอาหารเข้าปากต่อ จนอาหารจวนเจียนจะหมดชามพวกเสื้อขาวก็มาตะโกนเรียกเอริคที่หน้าที่พักหล่อน

            “คุณเอริค คุณเอริค”  เสียงราบเรียบโทนเสียงเสมอกันไม่มีสูงต่ำ พวกเสื้อขาวนี่ไม่เหมือนคนเลยน้ำใสคิดมองตามเอริคที่เดินออกไปโดยหญิงสาวไม่ได้เดินตามออกไปดูเพราะคิดว่าคงไม่เหมาะได้แต่เงี่ยหูฟังจนได้ยินเสียงพวกเสื้อขาวพูดต่อหลังจากที่เอริคเดินพ้นประตูออกไป

            “ดอกเตอร์ให้ไปพบด่วน”

            “ฮื่อ”

            น้ำใสได้ยินเสียงเอริครับคำ ลอบมองตรงหน้าต่าง น้ำใสเห็นเอริคเดินลิ่ว ๆ นำหน้าไป

            จริงซิมีหลายเรื่องที่เราลืมไปเลย มัวแต่นอนไม่สบายซะหลายวัน คิดถึงช่วงที่นอนไม่สบายน้ำใสอมยิ้มกับตัวเอง   ไม่รู้ทำไม  หญิงสาวนึกดีใจที่เอริคเป็นห่วงคอยดูแล

            แต่พอนึกย้อนกลับไปถึงข้อมือปริศนาน่าเกลียดน่ากลัวน่าขยะแขยงที่ลอยมาติดตัวหล่อนคราวนั้นน้ำใสกลับขนลุกชูชันขึ้นมาทันที

            เกาะนี้เป็นเกาะสวรรค์จริงหรือหรือเป็นเกาะปีศาจกันแน่ แล้วเอริค ความจริงคุณเป็นคนแบบไหน เป็นคนดีหรือไม่ดี ภาพที่ฉันเห็นสองสามวันที่ผ่านมา คุณเสแสร้งหรือเปล่า

            เราจะทำยังไงเราจะเชื่อเอริคโดยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยเลยตามเลย รอจนกว่าจะได้กลับบ้าน  หรือลองสืบหาความจริงดู

            น้ำใสสับสนตัดสินใจไม่ถูก    ยิ่งรู้เรื่องราวต่าง ๆบนเกาะนี้มากขึ้นเท่าไหร่   ก็ยิ่งเหมือนเข้าใกล้กองไฟมากขึ้นเท่านั้น จะถอยหรือจะชน

            หลายอย่างที่นี่ดูน่ากลัวปล่อยไว้แบบนี้มันจะดีหรือ จะปล่อยให้ความสงสัยกัดกินใจอยู่แบบนี้น่ะเหรอ น้ำใสเพียรถามตัวเอง

    หล่อนคงทำไม่ได้น้ำใสตอบตัวเองในใจ

    ++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องเกาะรัก...ทะเลแดง ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891