บทที่ 10 คนแรกที่จะสังหารคือเ้า
เมื่อฟางเฉินเดินออกมาจากวัง ขบวนเกียรติยศของฮองเฮาก็รออยู่เป็เวลานานแล้ว หลังจากเรียกฟางเฉินขึ้นรถม้า ทั้งสองก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังตระกูลฟาง
"เฉินเอ๋อร์ ฝ่าาทรงคืนตำแหน่งแม่ทัพให้เ้าหรือยัง?" ฮองเฮาตรัสถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
ฟางเฉินยิ้มพลางตอบว่า "เสด็จอาบอกให้ข้าพักผ่อนอยู่ที่บ้านตระกูลฟางพ่ะย่ะค่ะ ทรงตรัสว่าพลังบำเพ็ญของข้าเพิ่งฟื้นคืน ต้องบำรุงร่างกายเสียก่อน"
"อย่างนั้นหรือ..." ฮองเฮาทรงแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
"เสด็จอา หรือว่าพระสนมหัวกุ้ยเฟยจะหาเื่ท่านอีกแล้ว?" ฟางเฉินถาม
"แม้ตอนนี้องค์รัชทายาทจะเคารพอาในฐานะมารดา แต่เขาก็เป็บุตรที่เกิดจากหัวกุ้ยเฟย นางอาศัยความสัมพันธ์นี้ก่อเื่วุ่นวายไปทั่วในวังหลัง แม้ไม่กล้าประจันหน้ากับอาตรง ๆ แต่ก็คอยลองเชิงอยู่บ่อยครั้ง เกรงว่าคงกำลังจ้องตำแหน่งของอาอยู่" ฮองเฮาทรงแย้มสรวล
ทรงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตรัสต่อ "ดูสิ อาจะพูดเื่พวกนี้ให้เ้าฟังทำไม เ้าแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ชอบการแก่งแย่งชิงดีในวัง ในเมื่อฝ่าาให้เ้าพักผ่อนที่บ้าน เ้าก็ดูแลร่างกายให้ดีเถิด"
ฟางเฉินยิ้มแต่ไม่ได้กล่าวอะไร เขาหยั่งรู้ถึงนิสัยของฮ่องเต้เป็อย่างดี
ครั้งหนึ่งเขาเคยมีชื่อเสียงโด่งดังถึงขีดสุด ถูกยกย่องเป็เทพแห่งาแห่งต้าเซี่ย ในใจราษฎรนั้นฐานะของเขาสูงส่งยิ่งกว่าฮ่องเต้เสียอีก สิ่งนี้ทำให้ฮ่องเต้ไม่พอใจมาก
แต่ฟางเฉินไม่มีทางเลือก หาก้ารบชนะแคว้นชิงซงและแคว้นศัตรูที่จ้องจะฮุบต้าเซี่ย เขาจำเป็ต้องมีชื่อเสียงบารมีเช่นนี้เพื่อให้กองทัพเชื่อฟังคำสั่งอยู่ในระเบียบวินัย
บัดนี้ชื่อเสียงของเขาตกลงสู่จุดเยือกแข็ง ฮ่องเต้จะยอมให้เขาหวนคืนสู่อำนาจได้อย่างไร? ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่เกรงว่าคงจะไม่ประทานคืนให้เขาอีกแล้ว และคาดว่าคงไม่มีใครล่วงรู้ ตลอดห้าปีที่ผ่านมา คำด่าทอและข่าวลือเสียหายต่างๆ นานาเกี่ยวกับเขานั้น ล้วนเป็การจัดฉากของฮ่องเต้ทั้งสิ้น
มีอยู่วันหนึ่งเมื่อิญญาของฟางเฉินออกจากร่าง เขาเห็นกับตาว่าฮ่องเต้สั่งให้รัชทายาทไปปล่อยข่าวลือในเมืองหลวงว่า สาเหตุที่พ่ายแพ้ในศึกเขาสามภพ เป็เพราะฟางเฉินโลภอยากได้ผลงานและไม่ยอมฟังคำสั่งจากวังหลวง
'แม้ใต้บัญชาของข้าจะไร้ทหารนับพัน แต่ด้วยความสามารถของผู้บำเพ็ญเพียร การปกป้องต้าเซี่ยไม่ให้ถูกแคว้นชิงซงรุกรานย่อมเป็เื่ง่ายดาย เื่ราวในราชสำนักนับจากนี้ไปไม่เกี่ยวข้องกับข้าอีก เมื่อข้าเลื่อนระดับถึงขั้นสร้างฐาน (จู้จี) ข้าจะไปขึ้นทะเบียนที่สำนักพรตสามพันวิถีในแคว้นจงโจว' ฟางเฉินคิดในใจ
อานุภาพของยันต์อัสนีม่วงเพิ่งจะปรากฏออกมา ตอนนี้เขาเป็เพียงขั้นเลี่ยนชี่ระดับ หนึ่ง แต่ยันต์ที่เขาสร้างกลับสังหารยอดฝีมือขั้นอวี่ชี่ได้อย่างง่ายดาย พลังเช่นนี้จะมีนักยุทธ์ที่ไหนเล่าจะเทียบได้
เขาตั้งตารอว่าเมื่อพลังบำเพ็ญสูงขึ้นจะมีพลังแบบใด และโหยหาชีวิตที่อิสระเหมือนผู้าุโหยุนเฮ่อ ที่สามารถถอดจิตท่องไปได้ไกลหมื่นลี้
"ผู้น้อยผิดไปแล้ว ผู้น้อยผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตด้วยขอรับท่าน เป็เพราะข้าดูแลเด็กไม่ดีเอง โปรดเฆี่ยนตีข้าเถิด อย่าตีลูกของข้าเลย" ทันใดนั้น มีเสียงอึกทึกดังมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงอ้อนวอนขอชีวิต
ฮองเฮาขมวดคิ้ว "ข้างนอกเกิดเื่อะไรขึ้น?"
นางกำนัลคนหนึ่งเปิดม่านออกแล้วกระซิบว่า "นักรบจากแคว้นชิงซงกำลังทุบตีพ่อค้าหาบเร่กลางถนนเพคะ" ในแววตาของนางมีความหวาดกลัวแฝงอยู่
"นักรบแคว้นชิงซงหรือ?" ฮองเฮาทรงมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น
"เสด็จอา ข้าขอลงไปดูหน่อยขอรับ" ฟางเฉินลุกขึ้นและก้าวลงจากรถม้า
ฮองเฮาทรงตกพระทัยเล็กน้อย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพลังของฟางเฉินฟื้นคืนแล้ว จึงทรงโล่งใจและเปิดม่านออกมองไปข้างนอก
ภาพที่เห็นคือพ่อค้าคนหนึ่งกำลังกอดขานักรบชิงซงเพื่อร้องขอชีวิต ข้าง ๆ พ่อค้ามีเด็กชายวัยสามขวบล้มอยู่ แก้มของเด็กน้อยแดงก่ำเหมือนถูกตบอย่างแรงและกำลังร้องไห้จ้า ผู้คนรอบข้างล้อมวงดูด้วยความโกรธแค้น แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดขวาง
"ลูกแกทำรองเท้าข้าเปื้อน เอาอย่างนี้ ข้าขอขาแกข้างหนึ่งแล้วกัน ยุติธรรมดีไหม?"
"ท่านจอมยุทธ์ไว้ชีวิตด้วย หากข้าเสียขาไป ก็จะไม่มีใครเลี้ยงดูครอบครัว คนแก่และเด็กในบ้านต้องอดตายกันหมด"
"เื่นั้นข้าไม่สน พวกแกที่เป็ขยะต้าเซี่ยจะตายเพิ่มอีกสักกี่คนจะเป็ไรไป?"
เมื่อฝูงชนได้ยินคำพูดดูิ่จากนักรบชิงซง ความโกรธแค้นก็พุ่งพล่านถึงขีดสุด ทหารองครักษ์ในขบวนเกียรติยศต่างกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
"ท่านแม่ทัพฟาง" หัวหน้าองครักษ์เห็นฟางเฉินปรากฏตัวก็รีบประสานมือคำนับ
ฟางเฉินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินไปต่อหน้าจอมยุทธ์แคว้นชิงซง "ข้าจำเ้าได้ เ้าชื่อเหอหลงเซิงใช่ไหม?"
"ท่านแม่ทัพฟางมาแล้ว!" ผู้คนต่างตื่นตัว
แม้หลายปีมานี้พวกเขาจะเคยด่าทอฟางเฉินอยู่บ้าง แต่การที่ฟางเฉินปรากฏตัวที่นี่ในวันนี้ ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน!
"โอ้ นี่ไม่ใช่ลูกเขยใหญ่ของตระกูลเซียวหรอกหรือ? งานแต่งของท่านกับคุณหนูตกลงกันเรียบร้อยแล้วหรือยัง? จะแต่งเข้าบ้านเขาเมื่อไหร่ล่ะ?" เหอหลงเซิงเห็นฟางเฉินก็แสยะยิ้มทันที
ฟางเฉินไม่สนใจเขา แต่มองไปที่พ่อค้าที่คุกเข่าอยู่ "ยังไม่ไปอีกหรือ?"
"ขอบคุณขอรับ ขอบคุณ!" พ่อค้ารีบขอบคุณซ้ำๆ แล้วอุ้มลูกชายวิ่งหนีไปอย่างโซซัดโซเซ
เหอหลงเซิงโกรธจัด ตั้งท่าจะเข้าไปขวาง แต่กลับพบว่าฟางเฉินจ้องมองเขาเขม็งจนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง สุดท้ายจึงไม่ได้ลงมือ
เขามองฟางเฉินด้วยสายตาเ็า "ท่านเขย ท่านยุ่งเื่ชาวบ้านมากไปหน่อยไหม? จำไว้นะ ต่อไปท่านก็เป็คนของแคว้นชิงซงเราแล้ว อย่าทำตัวเป็ไส้ศึกกินบนเรือนถ่ายบนโถ!"
"ฮ่า ๆ ๆ พวกเ้าคงยังไม่รู้ ฟางเฉินกำลังจะเป็เขยแต่งเข้าบ้านตระกูลเซียว ต่อไปต้องเรียกท่านแม่ทัพหมาป่าเซียวว่าท่านพ่อ!"
"ยังหวังจะให้เขาออกหน้าแทนอีกหรือ? เมื่อห้าปีก่อน เทพาของพวกเ้ามันตายไปแล้ว!"
จอมยุทธ์แคว้นชิงซงหลายคนในฝูงชนพากันเยาะเย้ย ชาวบ้านรอบ ๆ บ้างก็งุนงง บ้างก็โกรธแค้น บ้างก็มีสีหน้าสิ้นหวัง
ในขณะนั้น โหย่วหลงชางนำกำลังวนกลับมา เมื่อเห็นฟางเฉินก็รีบเข้ามาถามด้วยความสงสัย "ท่านแม่ทัพฟาง เกิดอะไรขึ้นหรือ?"
"ส่งเทพธิดาเซียวออกจากเมืองหลวงไปแล้วหรือ?" ฟางเฉินถามด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
"ส่งไปแล้วขอรับ" โหย่วหลงชางพยักหน้า
เทพธิดาเซียวไปแล้ว? แล้วทำไมฟางเฉินไม่ตามไปด้วย? แต่เทพธิดาเซียวเพิ่งมาถึงต้าเซี่ยวันนี้ไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลับไปในวันเดียวกันเลยล่ะ? เหอหลงเซิงและคนอื่น ๆ ต่างพากันสงสัย
"เ้าเรียกข้าว่าท่านเขยซ้ำไปซ้ำมา จนข้าเริ่มจะอายแล้วล่ะ แต่เสียใจด้วย ข้าไม่มีวาสนาได้แต่งเข้าตระกูลเซียว ดังนั้นข้าก็ยังคงเป็ตัวข้า" ฟางเฉินมองเหอหลงเซิงแล้วยิ้ม
"จะเป็ไปได้ยังไง..." เหอหลงเซิงชะงักไป
"โหย่วหลงชาง ขอยืมกระบี่เ้าหน่อย" ฟางเฉินยื่นมือออกไป
โหย่วหลงชางอึ้งไปครู่หนึ่ง เขามองไปที่เหอหลงเซิงจอมยุทธ์แคว้นชิงซงโดยสัญชาตญาณ ในดวงตาพลันฉายแววตระหนก
"ท่านแม่ทัพฟาง..."
"อย่าพูดมาก"
"ขอรับ!" โหย่วหลงชางรีบถอดกระบี่ข้างกายส่งให้ฟางเฉินทันที
"ข้าเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อข้ากลับมาจับกระบี่อีกครั้ง คนแรกที่ข้าจะสังหารก็คือเ้า เหอหลงเซิง"
ฟางเฉินกุมด้ามกระบี่ ค่อย ๆ ชักกระบี่ชั้นเยี่ยมเล่มนั้นออกมา
เทพาแห่งแคว้นฟางจะสังหารนักรบแห่งแคว้นชิงซง! ?
วินาทีนั้น ชาวบ้านต้าเซี่ยโดยรอบต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง จ้องมองฟางเฉินอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แม้แต่ฮองเฮาที่อยู่ในรถม้าก็เบิกเนตรกว้างขึ้นเล็กน้อย
เหอหลงเซิงนิ่งไปก่อนจะะเิหัวเราะออกมา "เ้าจะฆ่าข้า? เื้ัข้าคือแคว้นชิงซงนะ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
นักรบจากแคว้นชิงซงที่อยู่รอบข้างหลังจากอึ้งไปชั่วขณะ ต่างพากันหัวเราะออกมา ราวกับว่านี่เป็เื่ตลกที่ใหญ่หลวงที่สุดที่พวกเขาได้ยินในรอบห้าปี
เห็นดังนั้น เหอหลงเซิงจึงแกล้งยื่นคอออกมา "มาเลยท่านแม่ทัพฟาง ฟันลงตรงนี้เลย ถ้าข้าร้องออกมาสักแอะ ข้าจะ..."
ฉัวะ!
แสงกระบี่วาบผ่าน หัวของเหอหลงเซิงหลุดออกจากร่าง ตกลงพื้นและกลิ้งออกไปไกลกว่าหลายฉื่อ เืพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอราวกับน้ำพุ