เป็เวลาร่วมอาทิตย์แล้วที่ ภรรตรี ได้ทำงานอยู่ในฟอร์มเกษมเกรียงไกรแห่งนี้ ซึ่งเ้านายของเธอบางวันบทจะพูดก็พูดด้วยซะยึดยาว แต่บทจะเงียบขรึมเหมือนมีอะไรให้คิดอยู่ในใจ วันนั้นทั้งวันก็จะไม่พูดเอาเสียเลยทีเดียว
ในวันนี้เป็วันหยุดของเธอ และของใช้บางอย่างก็หล่อยหลอจะหมดลงไปทุกทีแล้ว ภรรตรี จึงคิดจะไปหาซื้อของใช้ที่ในตัวเมือง จึงได้เดินเท้าจากที่พักของเธอไปยังบ้านของ ตฤณภาส เผื่อว่าวันนี้ จำปา จะไปตลาดจะได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย
“มีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาถึงนี่?” เสียงเข้มๆ ดุๆ ของชายหนุ่มผู้ค้นหูเป็อย่างยิ่งดังออกมาจากข้างในตัวบ้าน ซึ่งภรรตรี ได้มายืนเมียงมองหา จำปา อยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่
“คุณภาส เอ่อ! พอดีภรรตหาป้าจำปาน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้ป้าเขาไปตลาดหรือเปล่าคะ? ภรรตอยากจะขอติดรถไปซื้อของด้วยน่ะค่ะ”
ภรรตรี สะดุ้งในิดหนึ่ง ที่ได้ยินเสียงและเห็นชายหนุ่มเ้าของบ้านเดินออกมาจากข้างใน จึงได้รีบเร่งบอกกล่าว เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจผิด หาว่าเธอจะมาลักเล็กขโมยน้อย
“ป้าจำปาไม่มาหรอกวันนี้ ลูกป้าจำปาไม่ค่อยสบาย ผมเลยให้ป้าจำปาหยุดพักน่ะ ถ้าอยากจะเข้าตลาดก็ไปด้วยกันก็ได้ ผมจะเข้าในตัวเมืองอยู่พอดีเลย” ตฤณภาสมองหน้าสวยหวานซึ้งนั้นนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม ที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา
“จริงหรือค่ะ ขอบคุณนะคะ” ภรรตรีกล่าวขอบคุณพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มอย่างดีใจ
“คุณรออยู่ตรงนี้แหละเดี๋ยวผมไปเอารถมารับ”
ว่าแล้ว ตฤณภาส ก็เดินไปยังโรงจอดรถ กดปุ่มเปิดประตูรถด้วยกุญแจรีโมท เยื่องตัวก้าวขึ้นไปในรถ ยื่นมือใหญ่ที่ถือกุญแจไปเสียบสตาร์ทรถโฟล์วิล แล้วขับมาจอดใกล้ๆ กับที่ภรรตรียืนอยู่ แล้วหญิงสาวก็เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างๆ กับคนขับ จากนั้นรถไฟล์วิลก็เคลื่อนตัวไปตามท้องถนน และมุ่งเข้าสู่ตัวเมือง
:
เมื่อถึงตัวเมือง ตฤณภาสพาภรรตรีไปเดินหาเลือกซื้อของใช้ ที่สาวเ้าอยากจะได้ และแถมยังควักเงินจ่ายให้ด้วยอีกต่างหาก
“ขอบคุณนะคะ แต่จริงๆ คุณไม่ต้องจ่ายให้ฉันก็ได้นะคะ ฉันจ่ายเองได้ และฉันเกรงใจน่ะค่ะ” ภรรตรี เงยหน้าขึ้นกล่าวขอบคุณชายหนุ่มผู้พามาเลือกซื้อของด้วยความเกรงใจเป็ที่สุด
“ผมจ่ายให้แค่นี้เองไม่ได้มากได้มายอะไรนักหนา ก็รับๆ ไปเถอะ ไม่ต้องมาเกรงใจอะไรให้มากนักเลย”
ตฤณภาส พูดด้วยน้ำเสียงเข้มติดดุ อย่างกับว่ากำลังรำคาญคนตัวเล็ก ที่อะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็เอาแต่เกรงใจอยู่นั้นแหละ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านไป โดยที่ภรรตรีเดินตามไปติดๆ
“แค่นี้ทำไมต้องดุด้วย ก็คนมันเกรงใจนี่” ภรรตรีเผลอบ่นพึมพำออกมาเบาๆ
“คุณว่าอะไรนะ? ผมได้ยินไม่ถนัด”
ตฤณภาสหยุดเดินกระทันหัน หันกลับมามองคนตัวเล็กที่เดินตามหลังมาติดๆ เพราะได้ยินเสียงบ่นพึมพำ แต่มันเบาซะเหลือเกินจนฟังไม่ได้สรรพว่าพูดอะไรออกมา ซึ่งทำให้ภรรตรีที่เดินตามหลังมาติดๆ เบรคไว้ไม่ทัน ชนเข้ากับกายแกร่งของชายหนุ่มเข้าไปอย่างจัง จนตัวเองเซถลาจะล้มลงไปกองกับพื้น ดีว่าชายหนุ่มยื่นมือใหญ่ไปโอบกอดร่างบางเอาไว้ได้ทันซะก่อน
“อุ้ย! ขะ ขอโทษค่ะ คุณจะหยุดก็ไม่บอกกันเลย”
ภรรตรีใจึงเผลอใช้มือเรียวเล็กกำเสื้อเชิ้ตที่หน้าอกของชายหนุ่มไว้แน่น จนมันยับยู้ยี่ไปหมด และร้องขอโทษ ทั้งเื่ที่เดินชนและเื่ที่ทำให้เสื้อของเขายับ แถมยังต่อว่าชายหนุ่มไปด้วยอย่างเร็วไว
ซึ่งการได้อยู่ใกล้แนบสนิทชิดกันขนาดนี้ ทำให้ภรรตรีรู้สึกหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับกองตีก็ไม่ปาน แถมยังประหม่าวาบหวาม ทำอะไรไม่ถูกเอาเลยอีกต่างหาก แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะจมูกยังได้รับรู้ถึงกลิ่นไอร้อนๆ กลิ่นโคโลนจางๆ จากเรือนกายของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้สาวเ้าสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
ซึ่งก็ไม่แตกต่างกันกับตฤณภาส ที่พอร่างบอบบางของคนตัวเล็กเข้ามาอยู่ใกล้แนบชิดสนิทกันอย่างนี้ ยิ่งได้รับรู้ถึงกลิ่นไอหอมละมุน เย้ายวนใจเป็อย่างมาก และชัดขึ้นกว่าเดิม จนทำให้ชายหนุ่มไขว้เขวไปได้เป็อย่างมากเลยทีเดียว จึงเผลอสูดกลิ่นกายหอมละมุนของสาวเ้านั้นเข้าไปจนเต็มปอด
“เอ่อ! ปะ ปล่อยภรรตได้แล้วคะ ภรรตไม่ล้มแล้วล่ะค่ะ” ภรรตรี ร้องบอกชายหนุ่มออกมาเบาๆ ชายหนุ่มจึงปล่อยมือใหญ่ออกจากการโอบกอดอย่างเสียไม่ได้
“เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยกลับฟาร์ม” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินนำไปหาร้านอาหารทันที ด้วยอาการเงอะๆ งะๆ
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑