"ชิ รู้ตัวเร็วแบบนี้ก็หมดสนุกสิ ผู้กล้า"
มีเสียงตอบกลับมาไม่ดังและไม่เบาจนเกินไปแต่ไม่รู้ทำไมเสียงนี้กลับได้ยินอย่างชัดเจนทั้งๆที่เจ้าของเสียงนั้นอยู่ที่ไหนยังไม่อาจทราบได้
ในวินาทีต่อมาก็ปรากฎร่างของผู้ชายคนนึงที่ข้างหน้าพวกเขาราวกับปรากฎขึ้นมาจากอากาศ ชายคนนี้มีผมสีแดง หน้าตาหล่อเหลา ตัวสูง ร่างกายกำยำสมส่วน ดวงตาของชายคนนี้มีสองสี ข้างซ้ายสีฟ้า ข้างขวาสีแดง ชายคนนี้ใส่เสื้อชั้นนอกสีน้ำเงินเข้มและมีลายสีขาว เสื้อตัวในสีขาวส่วน ใส่กางเกงขายาวสีดำ และบนตัวของชายคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกอยากเข้าไปคุยด้วยให้ความรู้สึกเป็นมิตรมาก นี้เป็นสิ่งที่โรสได้จากการสังเกตุหลายๆอย่าง
"สวัสดีผู้กล้า"
ชายคนนั้นพูดทักทายผู้กล้าอย่างเป็นมิตรแต่ผู้กล้าไม่ได้ตอบในทันทีผู้กล้ากลับยืนอึ้ง อ้าปากค้างจนอีกนิดจะถึงพื้นอยู่แล้ว
"ได้ยังไง? จอมมารได้ยังไง?"
ในที่สุดผู้กล้าก็พยายามรวมสติและพูดออกมาโดยแทบจะลืมการเรียบเรียงไปแล้ว
"ยังไง? หมายถึงอะไรหรือผู้กล้า?"ถามขึ้นอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ไม่กี่วิต่อมา"อ้อ นี้ไม่ใช่ร่างจริงของข้าสักหน่อย ที่นี้มันเคยเป็นที่ ที่ข้าใช้ฝึกมาก่อน และมันมีพลังของข้าที่ตกข้างอยู่ข้าก็แค่คุมพลังของข้าแล้วก็ให้มันรวมตัวกันและก่อตัวขึ้นมาเป็นร่างแยกที่มีพลังที่ตกค้างอยู่ไง...เอ่อ...เห้อ"
จอมมารต้องถอนหายใจออกมาเพราะไม่มีใครในที่นั้นฟังที่จอมมารพูดรู้เรื่อง เลยแม้แต่ผู้กล้า
"งั้นข้าจะอธิบายให้ง่ายๆเลยนะ" จอมมารพูดพลางยกมือของตนขึ้นมาระดับอก อยู่ๆ บนมือของเขาก็มีการก่อตัวของพลังงานแปลกๆมาเป็นรูปต่างๆ เช่น ตัวของผู้กล้า ลินลี่ สลับกันไปเรื่อยๆ และเริ่มอธิบายต่อ"นี้คือรูปแบบของพลังเวท ในเวลาที่เราร่ายเวทจะใช้พลังเวทออกมาโดยควบคุมผ่านคาถาที่ร่ายถูกไหม? ข้าก็แค่สามารถคุมพลังเวททั้งหมดที่เป็นของข้าได้โดยไม่จำเป็นต้องควบคุมผ่านคาถา เข้าใจรึยัง?"จอมมารอธิบายยืดยาวแต่มีคนที่เข้าใจคือผู้กล้าคนเดียว ที่เหลือยังคง งงกันอยู่
"เห้อ....."จอมมารถอนหายใจด้วยความรำคาญและพูดต่อ"จะเข้าใจหรือไม่เอาเป็นว่า มันเป็นร่างแยกของข้าแล้วกัน...เห้อ" จอมมารดูจะไม่ค่อยใส่ใจว่าคนอื่นจะเข้าใจสิ่งที่ตัวเขาพูดเท่าไหร่ ทางฝั่งผู้กล้านั้นพวกสาวๆ ดูจะเงียบไปเลยหลังจากที่จอมมารโผล่ออกมา เพราะไม่ว่าจะเป็นไอบ้าที่ไหนก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่า จอมมารเป็นศัตรูที่อยู่คนละฝ่ายกับผู้กล้าอย่างแน่นอน
"จอมารตอนนี้เจ้ามีพลังเท่าไหร่กัน"
"ประมาณครึ่งนึงของเจ้า และไม่ต้องห่วงมันมีแต่จะน้อยลงไปเพราะอย่างที่บอกมันเป็นร่างที่สร้างจากพลังที่ตกค้างของตัวข้าเอง มันสร้างพลังเพิ่มไม่ได้เมื่อพลังหมดร่างนี้จะหายไปเอง ข้าชอบใช้วิธีนี้ออกมาเดินเล่นเวลาเบื่อๆ"
"แล้วอะไรที่ทำให้เจ้าเอาตั๋วออกมาเดินเล่นมาเสี่ยงแบบนี้ละ จอมมาร?"
สิ่งที่ผู้กล้าพูดเหมือนจะไปสะกิดอะไรสักอย่างของจอมมารจากคนที่ดูน่าคุยด้วยดูเป็นมิตรเปลี่ยนไปทันที และเริ่มมีแรงกดดันออกมา
"มันง่ายมากเพราะพวกมึงทุกคนที่อยู่ที่นี้ ไม่ได้รู้หรือเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเลย เพราะพวกแกทุกคนถูกปกป้องไว้เหมือนไข่ในหินโดยคนๆนึง หลังจากคนๆนั้นไม่อยู่แล้ว มันก็ถึงคร่าวซวยของพวกแกแล้วยังไงละ อีกอย่างนึง แม้ข้าจะตอนนี้จะมีพลังน้อยกว่าเจ้าครึ่งนึง แล้วยังไง เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าที่ได้รับชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดอย่างไง แสดงให้เห็นหน่อยสิ"
หวืด
ปัก
ตูม
หลังจากจอมมารพูดจบประโยคอยู่ๆจอมมารก็มาโผล่ที่ข้างหน้าของผู้กล้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัว และชกไปที่ผู้กล้าส่งผู้กล้าลอยไปไกลลิบ
"เข้ามาสิผู้กล้าเอย แสดงให้ข้าเห็นหน่อยว่าเจ้ามีอะไรดี"
ในขณะนี้เองที่แองเจล่ากับโรสจะเข้าต่อสู้ แต่กลับถูกขังโดยม่านพลังบางอย่าง แองเจล่าลองแตะที่ม่านพลัังดูม่านพลังนี้ไม่ได้ทำอะไรอันตรายเพียงแต่ขังพวกเธอไว้ข้างในเท่านั้น
ตึง!!!!
ผู้กล้าโดดเข้ามาชกจอมมารอย่างรุนแรงจนพื้นยุบลงไปเกิดพลังทำลายไปในสิ่งรอบข้างแต่กลับถูกรับไว้อย่างง่ายดายโดยมือข้างเดียวของจอมมารเท่านั้นเท่านั้น ภาพที่เห็นนั้นทำให้พวกแองเจล่าตกใจ
"เจ้ามันหยิ่งยโส โง่เง่า อย่าได้คิดเชียวว่าแค่ผนึกข้าแล้วเจ้าจะแข็งแกร่งที่สุดเจ้าไม่ฝึก สักแต่จะใช้กำลังไม่รู้จักวิธีในการควบคุมมีพลังมหาศาลแล้วอย่างไรถ้ามันไม่มีเทคนิค ห่วยแตก เรื่องพลัง ความแข็งแกร่งทั้งทางเวทมน เป็นที่หนึ่ง แต่โดยรวมข้าให้เจ้าสอบตก ไอกระจอกแบบไหนกันที่เอาชนะคนที่มีพลังน้อยกว่าครึ่งนึงด้วยหมัดที่อัดมาเต็มที่ไม่ได้ พลังที่ใช้ก็กระจายจนไปทำลายสิ่งรอบตัวนี้เจ้าคิดจะมาปกป้องหรือทำลาย!!"จอมมารพูดในขณะที่ยังหลบหมัดของผู้กล้าอย่างต่อเนื้องจอมารยังคงหลบต่อไปโดยไม่ตอบโต้"การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นมีมากเกินไป ขนาดเจ้าใช้เวทเร่งความเร็วแล้วแต่ยังตามความเร็วของคนที่ พลังน้อยกว่าเจ้าไม่ทัน? ที่ผ่านมาข้าพูดเลยว่าเจ้ามันแค่ทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าเหอะ ไหนจะเรื่องจิตรใจของเจ้าอีกยอมรับได้แล้ว ว่าลูกกับเมียของเจ้ามันตายไปนานแล้ว!!! "
"อ๊ากกกกกกก!"ผู้กล้าเริ่มร้องคำรามอย่างอดไม่ไหว
"เฝ้าคำครวนทุกค่ำคืนทุกคืนวันที่มีโอกาส เจ้าวิ่งหนีความจริงนี้มานานเกินไปแล้ว เจ้าเป็นคนรวบรวมพวกเธอที่อยู่ตรงนั้นมาเพราะอะไร? ข้าขอพูดเลยว่าเพราะว่าเจ้ามันไม่ยอมรับความจริงไง! พยายามหาสิ่งมาแทนที่งั้นหรอ แต่กับพวกนางที่อยู่ตรงนั้นละ?"จอมมารถามพลางชี้นิ้วไปพวกลินลี่ที่ทำได้แค่มอง" จำใส่กระโหลกหน่าๆของเจ้าไว้นะผู้กล้า พวกนางไม่ใช่ลูกเมียของเจ้า แต่ตอนนี้พวกนางที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือคนที่เจ้าเรียกว่าครอบครัวได้ คนที่ไว้ใจได้ แต่พวกนางไม่ใช่ มิโคโตะ จากอานาจักรเวททั้งเจ็ดเมียของเจ้า ไม่ใช่ เจ็ดซิก้าลูกของเจ้า"
"พวกนางในความทรงจำของเจ้านับตั่งแต่สองหมื่อนปีก่อนก็เป็นได้แค่ความทรงจำดีๆของเจ้าไปแล้วเท่านั้น เลิกทำตัวเป็นเด็กขี้แงที่เอาแต่ตกใจว่าพวกนางตายไปแล้วสักที!!!!!"
ผั่ว
อัก
ฟิ้วว
ตูม!
หลังจากจอมมารพูดจบจอมมารก็เลิกเอาแต่หลบ และส่วนกลับไปส่งผู้กล้าลอยไปไกลอีกครั้งนึงแต่ครั้งนี้ผู้กล้ากลับไม่ได้กลับมาอย่างรวดเร็ว แต่เดินกลับมาอย่างหมดแรงราวกลับกำลังหายไปทั้งหมด และน้ำตาหลั่งรินออกมาจากดวงตาทั้งสอง ผู้กล้าชันเข่าลงกับพื้นและหมดสติไป
"พี่ชาย?"
ลินลี่ดูจะช็อคมากที่เห็นผู้กล้าหมดสติไป
"เหอะ ยังคงปฏิเสธความจริงเหมือนเดิมเด็กน้อยเอย....เห้อ ผู้กล้าถ้าเจ้าสามารถยอมรับความจริงนี้ได้เจ้าจะแกร่งขึ้นได้อีก"
จอมมารพูดในขณะที่สร้างที่บังแดด และพาผู้กล้าเข้าไปนอนข้างใน
___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________