ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 57

    ‘คิดถูกจริงๆที่ใช้เธอมาต่อรอง เหมือนว่าจะเอาเจ้าหมูตอนนี่อยู่หมัดเลยแฮะ.. ขอโทษนะมนต์ มันจำเป็นจริงๆนะ’ โอ๊ตกล่าวคิดในใจ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าทำไมภาคภูมิคนนี้ถึงได้เป็นห่วงเป็นใยหลานสาวมากขนาดนี้ก็ตาม แต่ทุกอย่างที่เขาคิดมันก็เข้าล็อกของมันเองหลังจากที่เขาตัดสินใจโทรหามนต์ จะถามว่าโอ๊ตนั้นรู้ความลับนี้ได้ยังไง ก็คงจะต้องย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ครั้งนั้นที่สัมมนากลางป่ากลางเขา หลังจากอุทกภัย และพวกเขาสามารถรอดชีวิตมาได้ แม้ว่าพ่อแม่ญาติโกโหติกาทางฝั่งของมนต์ต่างก็ยกกันมาทั้งตระกูล แต่คนที่ดูจะเป็นห่วงมนต์มากที่สุดเห็นจะเป็นคนที่เธอเรียกว่า ‘คุณปู่น้อย’ พวกเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ หรือแม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษาทุกท่าน อาจจะเรียกได้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่างก็ถูกต่อว่ายกใหญ่อย่างเวอร์วังอลังการ ถึงขนาดมีคำสั่งโยกย้ายหลายตำแหน่ง เพราะเหตุเกิดกับมนต์ซึ่งเป็นเหมือนไข่ในหินสำหรับภาคภูมิ ในเวลานั้นโอ๊ตไม่อยากจะวุ่นวายจึงปลีกตัวออกมาก่อน“ฉันก็ค่อนข้างชอบหุ่นของเธอนะ แถมเธอยังดูน่ารัก ทั้งยังเป็นดาวคณะอีก ใครไม่อยากได้เธอก็ค่อนข้างแปลกแล้วล่ะ.. ฉันคิดว่าจะปล่อยแกไปก็ได้อยู่หรอก แต่มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกันก็เท่านั้น..” โอ๊ตสวมบทตัวร้ายที่เห็นได้ตามภาพยนตร์ เขาหันไปกล่าวกับภาคภูมิด้วยท่าทางที่ดูหื่นกระหาย“คุณชายขอรับ ได้โปรดเถอะขอรับ.. คุณชายต้องการให้กระผมทำอะไร จะให้เป็นวัวเป็นม้า หรือจะให้ผมจัดหาหญิงงามนับร้อยนับพัน ผมก็ยินดีจะบุกน้ำลุยไฟไปหามาประทานให้กับคุณชาย.. ได้โปรดเถอะขอรับ ขอเพียงแค่คุณชายไม่ยุ่งกับหลานสาวของผม ผมก็จะทำให้ทุกอย่างขอรับ”ภาคภูมิกล่าว เขานั้นรู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปต่อรองกับท่านชายผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็พร้อมที่จะแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อหลานสาวคนสำคัญ โอ๊ตที่ได้ยินได้เห็นอย่างนั้นก็คิดว่าจะเล่นละครแค่นี้พอดีหรือไม่ แต่เมื่อคิดไปคิดมา จะยอมง่ายๆมันก็ไม่ใช่สูตรของตัวร้าย คงต้องพูดอะไรสักหน่อยน่าจะเนียนมากกว่า“อะไรกัน!.. ฉันก็แค่อยากได้หลานของแกมาเป็นของเล่นสัก 2-3 คืนก็เท่านั้นเอง.. ทำไมกันล่ะ ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ” โอ๊ตกล่าวตามฉบับตัวร้ายสายหื่น แต่สิ่งที่โอ๊ตไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ภาคภูมิเลื่อนมือไปหยิบมีดที่หักของหัวหน้านักเลงที่ตกอยู่แถวนั้น ก่อนจะยื่นให้กับโอ๊ตอย่างเคารพ“ได้โปรด.. ประทานความตายให้กับกระผมแทนเถอะขอรับ..กระผมไม่อาจผิดคำสาบานกับน้องชายของกระผมได้..” ภาคภูมิกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เขาก็แค่จะขู่ๆเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำจริง เขาหันไปมองที่คนอื่นๆก็ต่างหน้าซีดราวกับกำลังตั้งคำถามว่าเขาจะทำมันจริงๆหรือ แต่ถ้าเขาหยุดแสดงบทบาทตัวร้ายในตอนนี้มันก็จะโป๊ะแตกเอาได้“หึหึ.. คิดว่าฉันอยากจะได้ชีวิตไร้ค่าของแกหรือยังไงกัน.. แต่ก็นะ ถือว่าแกใจกล้าไม่น้อย ครั้งนี้ฉันจะปล่อยไปก็ได้ แต่ถ้าแกยังทำตัวแบบเดิมครั้งหน้าจะไม่ได้จบที่ชีวิตน้อยๆของแกแน่นอน.. จำใส่หัวเอาไว้” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับคิดในจิตใจต่อในทันที‘ประมาณนี้ได้หรือเปล่าว้า..’ ภาคภูมิที่ได้ยินก็เริ่มเขกหัวลงกับพื้นหลายสิบครั้งอย่างต่อเนื่อง “ขอบคุณคุณชายขอรับ!..ขอบคุณคุณชายขอรับ!..” ภาคภูมิกล่าวเช่นนั้นหลายสิบครั้ง โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็เกาแก้มตัวเองแก้เขินเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ“พอแล้วๆ ถ้าฉันเห็นแกทำเรื่องที่มันขัดหูขัดตาอีก ก็พยายามนึกถึงหน้าหลานสาวของแกเอาไว้ก็แล้วกัน” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับกอดอกทำท่ามาดเท่เหมือนในภาพยนตร์เล็กน้อย ภาคภูมิที่ได้ยินเช่นนั้น มันก็ก้มหัวลงไปอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวอะไรสักอย่าง“ขอรับคุณชาย.. ผมจะคำนึงถึงผลลัพธ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณชายอย่างระมัดระวังขอรับ.. เออ กระผมมีเรื่องจะขอร้องคุณชายอีกอย่าง ไม่ทราบว่าคุณชายพอจะสะดวกรับเอาไว้พิจารณาหรือไม่ขอรับ” ภาคภูมิกล่าว และตัวมันก็คิดว่าการขอร้องให้พิจารณานี้คุณชายจะต้องตอบตกลงแน่นอน“หืออ เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ.. ไหนแกลองว่ามาก่อนสิ!..” โอ๊ตกล่าวถามอย่างสงสัย ถึงในใจอยากจะจบเรื่องวุ่นวายที่น่าเบื่อนี้แล้ว แต่ยังไงก็ต้องรอเจ้าสมหวังนั่นมาอยู่ดี จะฟังเรื่องของเจ้าหมูอ้วนนี่สักหน่อยก็คงจะไม่เสียหายอะไร ภาคภูมิที่ได้ยินดังนั้นมันก็เงยหน้าขึ้นมายิ้ม ก่อนจะกล่าว..“ได้โปรดให้กระผมได้รับใช้คุณชายด้วยเถอะขอรับ.. ให้กระผมได้อยู่ใต้ร่มธงชัยของท่าน นอกจากกระผมจะไม่สร้างปัญหาให้กับคุณชายโดยบังเอิญอีก คุณชายท่านก็ยังได้ผลประโยชน์เป็นทรัพย์สินเงินทองจำนวนหนึ่งจากธุรกิจของกระผมด้วยขอรับ..” ภาคภูมิกล่าว ในความคิดของภาคภูมิ การขอร้องเช่นนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ถูกต้องที่สุดแล้ว นอกจากเขาจะได้พึ่งบารมีของคุณชายตระกูลในการทำมาหากินแล้ว เขายังสามารถปกป้องหลานสาวของตัวเองได้โดยทางอ้อม แต่น่าเสียดายที่โอ๊ตเหมือนจะรู้ว่าภาคภูมินั้นคิดอะไร ในตอนที่เจอกันครั้งแรก มันก็อวดอ้างสรรพคุณของตัวมันที่เป็นน้องชายของผู้บัญชาการทหารบก เขาไม่หลงกลหรอก“ไม่เอาอะ...ฉันไม่ได้ต้องการลูกนงลูกน้องสักหน่อย แกจะทำบ้าอะไร มันก็เรื่องของแก แค่อย่าให้ฉันเดือดร้อนก็พอ แค่นั้น” โอ๊ตรีบตอบปฏิเสธกลับอย่างรวดเร็ว จู่ๆจะมาขอให้เขาเป็นบอส และยิ่งเจ้าหมูตอนนี่ทำแต่ธุรกิจสีเทาๆนั่นอีก คนอื่นคงได้มองเขาเป็นเหมือนบอสมาเฟียอะไรอย่างนั้น แค่คิดก็วุ่นวายแล้ว ภาคภูมิที่ได้ยินอย่างนั้นก็ซึมๆไปไม่น้อย ทั้งๆที่มันคิดว่าคุณชายจะเห็นด้วย แต่ไหงกลับปฏิเสธอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ไตร่ตรองเช่นนี้ มันเป็นการปฏิเสธที่เขาไม่สามารถกล่าวอะไรได้ต่อไปเลยแม้แต่คำเดียว แต่ทันใดนั้นเองเขาก็คิดอะไรได้อย่างหนึ่ง..“ถ้าอย่างนั้น.. เอาเป็นแบบนี้นะขอรับคุณชาย นี่คือเบอร์ส่วนตัวของกระผมขอรับ.. แน่นอนว่าคุณชายสามารถเรียกใช้งานกระผมได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือถ้าคุณชายกำลังประสบปัญหาทางด้านใด กระผมพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร เห็นอย่างนี้ผมก็มีคนรู้จักเยอะเหมือนกันนะขอรับ..” ภาคภูมิกล่าวก่อนจะยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับโอ๊ต“เออๆๆ...” ซึ่งโอ๊ตก็รับเอาไว้อย่าปัดๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพียงแค่รับๆเอาไว้ให้มันจบๆไปเท่านั้น ทุกวันนี้เจ้าพวกของกิตติก็สร้างปัญหาให้เขามากพอแล้ว จะให้รับเจ้าอ้วนนี่มาอีกเขาก็คงจะปวดหัวน่าดู ในเวลาต่อมาไม่นานนัก บอดี้การ์ดที่ควบคุมตัวของสมหวังไปเอาเอกสารก็กลับมาพอดี โอ๊ตก็รีบเร่งสั่งทำลายเอกสารเงินกู้ของลุงเกษมในทันที ก่อนจะรีบไล่เจ้าพวกนักเลง สมหวัง และหมูตอนภาคภูมิกลับไป เพราะเขาอยากจะพักผ่อนแล้ว วันนี้มันเป็นวันที่แสนจะยาวนานสำหรับเขาจริงๆ แต่ก่อนที่พวกของสมหวังจะจากไป พวกมันก็ก้มหัวให้กับโอ๊ตราวกับว่าโอ๊ตนั้นเป็นบอสของพวกมันไปแล้ว ในสายตาของคนอื่นที่มองเข้ามาก็คงจะเป็นอย่างนั้น ก่อนที่พวกมันจะลากสังขารของตัวเองให้ออกไปพ้นจากสายตาของโอ๊ต จนในเวลานี้ก็เหลือสมาชิกเพียงแค่พวกบอดี้การ์ด กิตติ สองคุณหมอสาว และลุงเกษมเท่านั้น โอ๊ตหันไปมองที่ลุงเกษมที่ตอนนี้ตามเนื้อตามตัวเต็มไปด้วยฝุ่น และบาดแผลรอยช้ำจากการโดนทุบตีมา เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาลุงเกษมที่นั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าหอพัก“ลุงนี่หาเรื่องเก่งจริงๆเลยนะ.. ดีนะที่พวกลูกค้าของผมเขายังอยู่น่ะ ถ้าไม่มีพวกเขาล่ะก็ลุงซวยกว่านี้แน่..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับพยายามเบี่ยงประเด็นว่าเจ้าพวกบอดี้การ์ดนี้เป็นลูกค้าของเขาเท่านั้น“ลูกค้าของแกเองเหรอ.. ฉันก็นึกว่าแกกลายไปเป็นบอสมาเฟียอะไรอย่างนั้นแล้วซะอีก เห็นพวกนั้นเรียกแกว่าคุณชงคุณชายอะไรนั่นด้วยอีก.. แต่ช่างเถอะ ยังไงลุงก็ขอบใจเอ็งก็แล้วกันที่ช่วยเหลือ” ลุงเกษมกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินก็ล่กเล็กน้อย ถึงมันจะเป็นเรื่องยากที่จะแถแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังเลือกเส้นทางนี้อยู่ดี“บง..บอสอะไรกันเล่าลุง นี่ก็ลูกค้าทั้งนั้น อย่าเข้าใจผิดไปสิลุง พวกนี้เป็นบอดี้การ์ดรับใช้คุณชายที่เป็นเพื่อนของผมนะ คนเดียวกับเจ้าของรถนั่นแหละ ก็มีบางครั้งที่เขาเผลอเรียกผมว่าคุณชาย ลุงอย่าได้ใส่ใจเลย” โอ๊ตกล่าวอย่างเลิ่กลั่ก“เออๆ อย่างนั้นเองเหรอ.. ยังไงก็ขอบใจพวกเอ็งด้วยนะ แต่ว่าข้าไม่ไหวแล้ว ปวดไปทั้งตัวเลย ยังไงข้าก็ขอตัวก่อนก็แล้วกัน..” ลุงเกษมกล่าว โอ๊ตที่เห็นว่าลุงแกเข้าใจดีก็โล่งใจ แต่ทว่าจะให้เขาปล่อยลุงที่บาดเจ็บอย่างนั้นไปได้ยังไง“ลุงๆ นั่งตรงนั้นก่อนเลย บาดเจ็บถึงขนาดนั้นยังไงก็เอายาไปทาก่อนจะได้หายไวๆ อีกอย่างสภาพอย่างนั้นจะเดินถึงห้องเมื่อไหร่กันล่ะครับ เดี๋ยวผมพยุงตัวลุงไปเอง..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับก้าวเท้าไปยังห้องพักของตัวเอง หวังจะเตรียมยาทาสูตรพิเศษให้กับลุงแกเอาไว้ใช้“เออ..ก็ดีเหมือนกัน ยาหม่องที่ห้องลุงก็หมดพอดี ยังไงก็รบกวนเอ็งอีกสักเรื่องก็แล้วกัน..” ลุงเกษมกล่าวพร้อมกับนั่งอยู่กับที่ คุณหมอสาวทั้งสองคนที่ได้ยินว่าจะมียาทาสูตรพิเศษพวกเธอก็เริ่มสนใจกับมัน กิตติที่ได้ยินก็เริ่มขมวดคิ้ว และคิดในใจว่ามันจะนับรวมว่าเป็นการรักษาหรือไม่ เขากังวลเกี่ยวกับอายุขัยของคุณชายจริงๆ ทั้งสามคนก็ได้แต่มองหน้ากัน และลุ้นตามอย่างสงสัย“มาแล้วๆลุง.. ยานี้ผมซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง เห็นว่าเป็นยาวิเศษ ทาปุ๊บหายปั๊บเลยลุง.. มาๆมาลองกันสักหน่อย” โอ๊ตกล่าวโดยอ้างว่าตัวเองไปซื้อมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้อยู่ในใจของตัวเองเป็นอย่างดีว่ามันไม่ใช่ยา มันเป็นเพียงแค่โลชั่นเท่านั้น เพื่อที่จะได้ตบตาการรักษานี้“ให้มันได้จริงอย่างที่แกบอกมาเถอะน่า..” ลุงเกษมกล่าวพร้อมกับมองดูโอ๊ตช่วยทาครีมโลชั่นนี้ให้กับเขาอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่มันไม่ใช่กับสองสาว และกิตติที่พยายามจ้องมองแผลนั้นที่ถูกทาอย่างตั้งใจ และความอัศจรรย์ใจมันก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา เพราะรอยช้ำนั้นค่อยๆหายไป หลังจากทาครีมเสร็จ แม้แต่ลุงเกษมเองก็ยังตกกะใจยกใหญ่เลยทีเดียว“ยานี่มันของแท้จริงๆเหรอเนี่ย...”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน