หานเฟิงหยุดวิ่งหนี ไม่นานหมาป่านักรบหนึ่งเขาก็ตามหานเฟิงมาทัน
ทันทีที่หมาป่านักรบหนึ่งเขาเห็นหานเฟิงมันก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที อ้าปากกว้างให้เห็นเขี้ยวอันใหญ่โตของมัน หากหานเฟิงถูกกัดเข้าที่คอ เขาย่อมต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย
"เ้ารนหาที่ตายแล้ว!"
หานเฟิงเอี้ยวกายหลบ ขณะเดียวกันกรงเล็บสยบนิ่งของเขาก็ตะปบเข้าที่ตัวของหมาป่านักรบหนึ่งเขา
หมาป่านักรบหนึ่งเขาถูกหานเฟิงฟาดกรงเล็บใส่อย่างแรง แต่ร่างกายของมันกลับไม่ได้รับผลกระทบอันใด
เมื่อเห็นดังนี้ หานเฟิงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ "ระดับพลังในตอนนี้ของข้ายังอ่อนแอเกินไป ถึงขั้นที่ว่าแม้มีกรงเล็บสยบนิ่งมาช่วยผ่อนแรง ระดับพลังต่อสู้ของข้าก็ยังทำได้เพียงเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดห้าเส้นลมปราณอย่างฝืดฝืนเท่านั้น"
"ทั้งผู้ฝึกยุทธ์นี้ยังต้องใช้เพียงวิทยายุทธพื้นฐานที่ไม่ร้ายกาจเกินไป"
"กับสัตว์อสูรระดับสามตัวนี้ อีกทั้งยังดูเหมือนจะเป็สัตว์อสูรระดับสามขั้นกลาง กำลังข้ายังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับมัน"
จู่ ๆ ทันใดนั้น เงาสีดำหนึ่งสายก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ท่าไม่ดีแล้ว!" หานเฟิงตะลึงงัน คิดจะหลบมันอีกครั้ง ทว่าเงาสีดำนั้นรวดเร็วเกินไป โจมตีเข้าที่ไหล่ของหานเฟิงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้หานเฟิงลอยกระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ข้างต้นไม้นั้น หานเฟิงกระอักเืออกมา แม้กระทั่งบ่าของเขายังยกไม่ขึ้น เห็นได้ชัดว่ากระดูกเคลื่อนแล้ว
เงาสีดำนั้นเป็หางของหมาป่านักรบหนึ่งเขา
ดวงตาของหมาป่านักรบหนึ่งเขาโเี้ขึ้นยิ่งกว่าเดิม
"บัดซบ!"
นี่เป็ครั้งแรกที่หานเฟิงเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสาม หานเฟิงพึ่งเข้าใจระดับพลังที่แท้จริงของสัตว์อสูรระดับสามอย่างถ่องแท้
หมาป่านักรบหนึ่งเขาน้ำลายไหลยืด มันค่อย ๆ ย่างก้าวเข้ามาอย่างระแวดระวัง
กรงเล็บก่อนหน้านี้ของหานเฟิงทำให้หมาป่านักรบหนึ่งเขาเจ็บทีเดียว ดังนั้นมันจึงไม่กล้าประมาท
เมื่อหมาป่านักรบหนึ่งเขาเข้ามาใกล้หานเฟิงมากแล้ว มันก็มั่นใจว่าหานเฟิงจะไม่สามารถต่อต้านมันได้อีกต่อไป สุดท้ายมันจึงอดใจไม่ไหวกระโจนเข้าหาหานเฟิง กลิ่นเหม็นสาบตีปะทะจมูกหานเฟิงในทันที
ในยามนี้เอง จู่ ๆ ไฟอันบ้าคลั่งก็ลุกโชนออกมาจากร่างกายของหานเฟิง
เปลวไฟสีแดงนี้ ทำให้หานเฟิงกลายเป็มนุษย์ไฟ
ร่างหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่กระโจนเข้ามาััเข้ากับเปลวไฟนั้น ขนของมันลุกไหม้ภายในพริบตา
หมาป่านักรบหนึ่งเขาทรุดลงกับพื้น เกลือกกลิ้งไปมาอยู่เช่นนั้น
แม้แต่คนเอง หากจู่ ๆ ร่างกายถูกไฟไหม้ก็ยังต้องตื่นใ นับประสาอะไรกับหมาป่านักรบหนึ่งเขา
หานเฟิงฉวยโอกาสนี้ผุดลุกขึ้นทันที แล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันมือข้างซ้ายที่ไม่ได้รับาเ็ก็รวบรวมเปลวไฟสีแดงเข้าด้วยกัน ก่อร่างเป็ลูกไฟขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง
ช้าก่อน...
หานเฟิงพลันฉุกคิดขึ้นได้ว่า ลูกไฟนี้กลั่นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณของเขาเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เปลวไฟที่เกิดจากเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟ จะกลั่นได้เพียงลูกไฟเท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หานเฟิงก็กระจ่างแจ้งบางอย่างขึ้นมา ลูกไฟในมือเขากลับกลายเป็รูปร่างคันศรและลูกธนูในพริบตา
สีหน้าของหานเฟิงซีดเซียว เหงื่อของเขาไหลซึมออกมา
รูปทรงกลมกลั่นและควบคุมได้ง่ายที่สุด
ทว่ารูปร่างคันศรและลูกธนูแตกต่างจากลูกไฟ ไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองพลังมหาศาล ยังยากแก่การควบคุม อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหานเฟิงจ่ายราคาย่อมต้องได้รับบางสิ่งกลับคืนมา
คันศรและลูกธนูที่กลั่นมาจากไฟสามัญสีแดง มีพลังทำลายล้างมากกว่าลูกไฟอย่างเห็นได้ชัด
"ไป!"
หานเฟิงยิงลูกธนูออกไป ลูกธนูเพลิงสีแดงเสียดสีกับอากาศ ส่งเสียงสั่นะเืกลางอากาศออกมา
ในที่สุดหมาป่านักรบหนึ่งเขาก็ดับไฟบนร่างกายของมันได้ ทว่าทันทีที่มันลุกขึ้น มันก็เห็นลูกธนูเพลิงพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
หมาป่านักรบหนึ่งเขาเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา
ไม่รอให้หมาป่านักรบหนึ่งเขาได้หลบหลีก ลูกธนูยิงเข้าที่กลางลำตัวของหมาป่านักรบหนึ่งเขาอย่างแม่นยำ มันแผดเผาอยู่ข้างในตัวหมาป่านักรบหนึ่งเขา
หากเปลวไฟนั้นอยู่เพียงิัของหมาป่านักรบหนึ่งเขา อาศัยพลังป้องกันอันแข็งแกร่งของหมาป่านักรบหนึ่งเขา มันยังสามารถต้านทานไว้ได้เป็เวลานาน อย่างไรก็ตามเปลวไฟนั้นลุกไหม้อยู่ในร่างกายของมัน นับประสาอะไรกับสัตว์อสูรระดับสาม แม้จะเป็สัตว์อสูรระดับแปด ระดับเก้า หรือแม้กระทั่งมากกว่าระดับสิบก็ยังอ่อนแอต่อการโจมตีเช่นนี้
หมาป่านักรบหนึ่งเขาส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ไม่นานภายในร่างกายของมันก็ถูกแผดเผาจนหมด เหลือไว้เพียงเนื้อหนังภายนอกเท่านั้น
หานเฟิงนึกชื่นชม "หมาป่านักรบหนึ่งเขาสมกับเป็สัตว์อสูรระดับสามจริง ๆ ร่างกายของมันมีพลังป้องกันที่ยอดเยี่ยมยิ่ง ถึงแม้ร่างกายภายในของมันจะถูกเผาหมดสิ้นแล้ว หน้าตาภายนอกของมันกลับไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนัก"
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชื่นชมสิ่งเหล่านี้ ข้ายังคงรีบไปจะดีกว่า"
ถึงอย่างไร หานเฟิงก็ยังกังวลเื่หมาป่านักรบหนึ่งเขาสัตว์อสูรระดับหกที่อยู่ลึกไปในเขายอดหยกตัวนั้น เขาทำการตัดหัวของหมาป่านักรบหนึ่ง คิดจะไปจากเขายอดหยกโดยเร็ว
ยามนี้เอง ดวงหาของหานเฟิงพลันเบิกกว้าง "นี่คือ..."
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าหานเฟิงเป็คริสตัลสีเทาขนาดเท่ากำปั้น
ในเวลาเพียงไม่นาน หานเฟิงก็เข้าใจทันทีว่ามันคือสิ่งใด "์ นี่เป็แก่นของสัตว์อสูร!"
"แก่นสัตว์อสูร เป็สิ่งที่สัตว์อสูรรวบรวมขึ้นมาจากปราณฟ้าดิน ว่ากันว่าจะสร้างแก่นสัตว์อสูรได้ อย่างน้อยจะต้องเป็สัตว์อสูรระดับห้า ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับมนุษย์"
"หมาป่านักรบหนึ่งเขาอยู่เพียงแค่ระดับสามก็มีแก่นสัตว์อสูรแล้ว จะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว"
หานเฟิงคิดถึงตรงนี้แล้ว นึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็เป็ต้องตกตะลึง "ดูเหมือนร่างกายของหมาป่านักรบหนึ่งเขานี้จะผ่านการพัฒนามาแล้ว ทันทีที่สัตว์อสูรประเภทนี้เข้าสู่ระดับห้า ในบรรดาสัตว์อสูรระดับเดียวกัน พลังต่อสู้ของมันจะต้องจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ เป็แน่ กระทั่งว่าอาจแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่าได้"
"สัตว์อสูรที่อยู่ระดับห้าขั้นต้น มีความเป็ไปได้ว่าจะสามารถฆ่าสัตว์อสูรที่อยู่ระดับห้าขั้นกลางได้"
"ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าหมาป่านักรบหนึ่งเขามีสติปัญญาเพียงนั้น เพราะมันได้รับถ่ายทอดมาจากหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่เป็สัตว์อสูรระดับหก ตอนนี้คิด ๆ ดูแล้ว เห็นทีจะผิดทั้งหมด รากฐานของทุกสิ่งเกิดจากแก่นสัตว์อสูรนี้"
"แย่ล่ะ แม่ของมันจะต้องรู้ว่าหมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนี้พัฒนาแล้วเป็แน่ บางทีอาจจะโมโหกว่าที่ข้าคิด ข้าต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็ไปได้!"
หานเฟิงหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน เขาไม่มีเวลาเก็บหัวของหมาป่านักรบหนึ่งเขานั้นกลับไป จึงทำได้เพียงคว้าเอาแก่นสัตว์อสูรระดับสามแล้ววิ่งหนีไปในทันที
ขณะเดียวกัน เสียงหอนอย่างโหยหวนด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้นก็ดังขึ้นในป่าลึกของเขายอดหยก สัตว์อสูรบริเวณนั้นต่างหดหัวด้วยความหวาดกลัว
ไม่นานหลังจากหานเฟิงจากไป บริเวณที่หมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนั้นตายก็มีหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่ตัวใหญ่กว่าขึ้นมากระทันหัน
หมาป่านักรบหนึ่งเขาที่ตัวใหญ่ยิ่งกว่าตัวนี้แหงนขึ้นไปบนฟ้าแล้วส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่เป็เวลานาน จากนั้นมันก็ก้มหน้าลงดมหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่ตาย แววตาของมันเยียบเย็นไปด้วยเจตนาสังหาร มันะโพุ่งออกไป ไล่ตามหานเฟิงไปในทันที
...
บนเขายอดหยก หานเฟิงยังคงวิ่งต่อไป ใบหน้าเขายินดีปรีดามากขึ้นเรื่อย ๆ "ข้าใกล้ถึงแล้ว ดูอย่างนี้แล้ว อย่างมากอีกยี่สิบนาทีกว่า ๆ ข้าก็จะหนีออกไปได้แล้ว"
บรู๊ววววว!
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ทำให้ร่างกายของหานเฟินเสียจังหวะกะทันหัน เสียงเห่าหอนดังก้องสะท้อนทั่วทั้งผืนป่า
นกมากมากนับไม่ถ้วนแตกฮือบินขึ้นฟ้าด้วยความตื่นกลัว
"แย่ล่ะ แม่ของหมาป่าหนึ่งเขาตามข้ามาเร็วยิ่งนัก ถึงแม้เสียงของมันจะยังอยู่ไกลจากข้า แต่ด้วยความเร็วของสัตว์อสูรระดับหกแล้ว ไม่ถึงสิบนาทีมันจะต้องตามข้าทันอย่างแน่นอน"
"ข้าต้องเร่งฝีเท้าแล้ว!"
หานเฟิงไม่สนใจว่าจะสิ้นเปลืองกำลังภายในหรือไม่ เขาเค้นกำลังภายในออกมาทั้งหมด ความเร็วของเขาพุ่งทะยานขึ้นโดยพลัน
บนเขายอดยกที่ใดสักแห่ง หานหลินเหลือบมองคนที่เข้ามาล้อมเขาด้วยแววตาเ็า เขากล่าวเสียงเย็น "ตระกูลฉางช่างน่าเกลียดชังจริง ๆ นอกจากกลั่นแกล้งรังแกและวางกับดักคนแล้ว พวกเ้ายังทำอันใดได้อีก? "
เด็กหนุ่มตระกูลฉางที่เป็ผู้แสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียมออกมา "หานหลิน เ้าช่างไร้เดียงสาจริง ๆ บนโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมมากมายเพียงนั้นหรอกนะ!"
"เ้าทำได้เพียงตำหนิตนเองแล้วที่เกิดในตระกูลหาน อีกทั้งยังเป็ผู้เยาว์ที่โดดเด่นของตระกูลหาน"
"ตระกูลหานกับตระกูลฉางแข่งขันกันมานานแล้ว ถึงเวลาถอนตัวจากเวทีของเมืองเหรินจงได้แล้ว"
หานหลินตะคอกด้วยความโกรธ "เ้าฝันไปเถอะ!"หานเฟิงหยุดวิ่งหนี ไม่นานหมาป่านักรบหนึ่งเขาก็ตามหานเฟิงมาทัน
ทันทีที่หมาป่านักรบหนึ่งเขาเห็นหานเฟิงมันก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที อ้าปากกว้างให้เห็นเขี้ยวอันใหญ่โตของมัน หากหานเฟิงถูกกัดเข้าที่คอ เขาย่อมต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย
"เ้ารนหาที่ตายแล้ว!"
หานเฟิงเอี้ยวกายหลบ ขณะเดียวกันกรงเล็บสยบนิ่งของเขาก็ตะปบเข้าที่ตัวของหมาป่านักรบหนึ่งเขา
หมาป่านักรบหนึ่งเขาถูกหานเฟิงฟาดกรงเล็บใส่อย่างแรง แต่ร่างกายของมันกลับไม่ได้รับผลกระทบอันใด
เมื่อเห็นดังนี้ หานเฟิงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ "ระดับพลังในตอนนี้ของข้ายังอ่อนแอเกินไป ถึงขั้นที่ว่าแม้มีกรงเล็บสยบนิ่งมาช่วยผ่อนแรง ระดับพลังต่อสู้ของข้าก็ยังทำได้เพียงเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดห้าเส้นลมปราณอย่างฝืดฝืนเท่านั้น"
"ทั้งผู้ฝึกยุทธ์นี้ยังต้องใช้เพียงวิทยายุทธพื้นฐานที่ไม่ร้ายกาจเกินไป"
"กับสัตว์อสูรระดับสามตัวนี้ อีกทั้งยังดูเหมือนจะเป็สัตว์อสูรระดับสามขั้นกลาง กำลังข้ายังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับมัน"
จู่ ๆ ทันใดนั้น เงาสีดำหนึ่งสายก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ท่าไม่ดีแล้ว!" หานเฟิงตะลึงงัน คิดจะหลบมันอีกครั้ง ทว่าเงาสีดำนั้นรวดเร็วเกินไป โจมตีเข้าที่ไหล่ของหานเฟิงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้หานเฟิงลอยกระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ข้างต้นไม้นั้น หานเฟิงกระอักเืออกมา แม้กระทั่งบ่าของเขายังยกไม่ขึ้น เห็นได้ชัดว่ากระดูกเคลื่อนแล้ว
เงาสีดำนั้นเป็หางของหมาป่านักรบหนึ่งเขา
ดวงตาของหมาป่านักรบหนึ่งเขาโเี้ขึ้นยิ่งกว่าเดิม
"บัดซบ!"
นี่เป็ครั้งแรกที่หานเฟิงเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสาม หานเฟิงพึ่งเข้าใจระดับพลังที่แท้จริงของสัตว์อสูรระดับสามอย่างถ่องแท้
หมาป่านักรบหนึ่งเขาน้ำลายไหลยืด มันค่อย ๆ ย่างก้าวเข้ามาอย่างระแวดระวัง
กรงเล็บก่อนหน้านี้ของหานเฟิงทำให้หมาป่านักรบหนึ่งเขาเจ็บทีเดียว ดังนั้นมันจึงไม่กล้าประมาท
เมื่อหมาป่านักรบหนึ่งเขาเข้ามาใกล้หานเฟิงมากแล้ว มันก็มั่นใจว่าหานเฟิงจะไม่สามารถต่อต้านมันได้อีกต่อไป สุดท้ายมันจึงอดใจไม่ไหวกระโจนเข้าหาหานเฟิง กลิ่นเหม็นสาบตีปะทะจมูกหานเฟิงในทันที
ในยามนี้เอง จู่ ๆ ไฟอันบ้าคลั่งก็ลุกโชนออกมาจากร่างกายของหานเฟิง
เปลวไฟสีแดงนี้ ทำให้หานเฟิงกลายเป็มนุษย์ไฟ
ร่างหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่กระโจนเข้ามาััเข้ากับเปลวไฟนั้น ขนของมันลุกไหม้ภายในพริบตา
หมาป่านักรบหนึ่งเขาทรุดลงกับพื้น เกลือกกลิ้งไปมาอยู่เช่นนั้น
แม้แต่คนเอง หากจู่ ๆ ร่างกายถูกไฟไหม้ก็ยังต้องตื่นใ นับประสาอะไรกับหมาป่านักรบหนึ่งเขา
หานเฟิงฉวยโอกาสนี้ผุดลุกขึ้นทันที แล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันมือข้างซ้ายที่ไม่ได้รับาเ็ก็รวบรวมเปลวไฟสีแดงเข้าด้วยกัน ก่อร่างเป็ลูกไฟขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง
ช้าก่อน...
หานเฟิงพลันฉุกคิดขึ้นได้ว่า ลูกไฟนี้กลั่นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณของเขาเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เปลวไฟที่เกิดจากเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟ จะกลั่นได้เพียงลูกไฟเท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หานเฟิงก็กระจ่างแจ้งบางอย่างขึ้นมา ลูกไฟในมือเขากลับกลายเป็รูปร่างคันศรและลูกธนูในพริบตา
สีหน้าของหานเฟิงซีดเซียว เหงื่อของเขาไหลซึมออกมา
รูปทรงกลมกลั่นและควบคุมได้ง่ายที่สุด
ทว่ารูปร่างคันศรและลูกธนูแตกต่างจากลูกไฟ ไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองพลังมหาศาล ยังยากแก่การควบคุม อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหานเฟิงจ่ายราคาย่อมต้องได้รับบางสิ่งกลับคืนมา
คันศรและลูกธนูที่กลั่นมาจากไฟสามัญสีแดง มีพลังทำลายล้างมากกว่าลูกไฟอย่างเห็นได้ชัด
"ไป!"
หานเฟิงยิงลูกธนูออกไป ลูกธนูเพลิงสีแดงเสียดสีกับอากาศ ส่งเสียงสั่นะเืกลางอากาศออกมา
ในที่สุดหมาป่านักรบหนึ่งเขาก็ดับไฟบนร่างกายของมันได้ ทว่าทันทีที่มันลุกขึ้น มันก็เห็นลูกธนูเพลิงพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
หมาป่านักรบหนึ่งเขาเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา
ไม่รอให้หมาป่านักรบหนึ่งเขาได้หลบหลีก ลูกธนูยิงเข้าที่กลางลำตัวของหมาป่านักรบหนึ่งเขาอย่างแม่นยำ มันแผดเผาอยู่ข้างในตัวหมาป่านักรบหนึ่งเขา
หากเปลวไฟนั้นอยู่เพียงิัของหมาป่านักรบหนึ่งเขา อาศัยพลังป้องกันอันแข็งแกร่งของหมาป่านักรบหนึ่งเขา มันยังสามารถต้านทานไว้ได้เป็เวลานาน อย่างไรก็ตามเปลวไฟนั้นลุกไหม้อยู่ในร่างกายของมัน นับประสาอะไรกับสัตว์อสูรระดับสาม แม้จะเป็สัตว์อสูรระดับแปด ระดับเก้า หรือแม้กระทั่งมากกว่าระดับสิบก็ยังอ่อนแอต่อการโจมตีเช่นนี้
หมาป่านักรบหนึ่งเขาส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ไม่นานภายในร่างกายของมันก็ถูกแผดเผาจนหมด เหลือไว้เพียงเนื้อหนังภายนอกเท่านั้น
หานเฟิงนึกชื่นชม "หมาป่านักรบหนึ่งเขาสมกับเป็สัตว์อสูรระดับสามจริง ๆ ร่างกายของมันมีพลังป้องกันที่ยอดเยี่ยมยิ่ง ถึงแม้ร่างกายภายในของมันจะถูกเผาหมดสิ้นแล้ว หน้าตาภายนอกของมันกลับไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนัก"
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชื่นชมสิ่งเหล่านี้ ข้ายังคงรีบไปจะดีกว่า"
ถึงอย่างไร หานเฟิงก็ยังกังวลเื่หมาป่านักรบหนึ่งเขาสัตว์อสูรระดับหกที่อยู่ลึกไปในเขายอดหยกตัวนั้น เขาทำการตัดหัวของหมาป่านักรบหนึ่ง คิดจะไปจากเขายอดหยกโดยเร็ว
ยามนี้เอง ดวงหาของหานเฟิงพลันเบิกกว้าง "นี่คือ..."
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าหานเฟิงเป็คริสตัลสีเทาขนาดเท่ากำปั้น
ในเวลาเพียงไม่นาน หานเฟิงก็เข้าใจทันทีว่ามันคือสิ่งใด "์ นี่เป็แก่นของสัตว์อสูร!"
"แก่นสัตว์อสูร เป็สิ่งที่สัตว์อสูรรวบรวมขึ้นมาจากปราณฟ้าดิน ว่ากันว่าจะสร้างแก่นสัตว์อสูรได้ อย่างน้อยจะต้องเป็สัตว์อสูรระดับห้า ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับมนุษย์"
"หมาป่านักรบหนึ่งเขาอยู่เพียงแค่ระดับสามก็มีแก่นสัตว์อสูรแล้ว จะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว"
หานเฟิงคิดถึงตรงนี้แล้ว นึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็เป็ต้องตกตะลึง "ดูเหมือนร่างกายของหมาป่านักรบหนึ่งเขานี้จะผ่านการพัฒนามาแล้ว ทันทีที่สัตว์อสูรประเภทนี้เข้าสู่ระดับห้า ในบรรดาสัตว์อสูรระดับเดียวกัน พลังต่อสู้ของมันจะต้องจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ เป็แน่ กระทั่งว่าอาจแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับสัตว์อสูรที่ระดับสูงกว่าได้"
"สัตว์อสูรที่อยู่ระดับห้าขั้นต้น มีความเป็ไปได้ว่าจะสามารถฆ่าสัตว์อสูรที่อยู่ระดับห้าขั้นกลางได้"
"ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าหมาป่านักรบหนึ่งเขามีสติปัญญาเพียงนั้น เพราะมันได้รับถ่ายทอดมาจากหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่เป็สัตว์อสูรระดับหก ตอนนี้คิด ๆ ดูแล้ว เห็นทีจะผิดทั้งหมด รากฐานของทุกสิ่งเกิดจากแก่นสัตว์อสูรนี้"
"แย่ล่ะ แม่ของมันจะต้องรู้ว่าหมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนี้พัฒนาแล้วเป็แน่ บางทีอาจจะโมโหกว่าที่ข้าคิด ข้าต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็ไปได้!"
หานเฟิงหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน เขาไม่มีเวลาเก็บหัวของหมาป่านักรบหนึ่งเขานั้นกลับไป จึงทำได้เพียงคว้าเอาแก่นสัตว์อสูรระดับสามแล้ววิ่งหนีไปในทันที
ขณะเดียวกัน เสียงหอนอย่างโหยหวนด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้นก็ดังขึ้นในป่าลึกของเขายอดหยก สัตว์อสูรบริเวณนั้นต่างหดหัวด้วยความหวาดกลัว
ไม่นานหลังจากหานเฟิงจากไป บริเวณที่หมาป่านักรบหนึ่งเขาตัวนั้นตายก็มีหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่ตัวใหญ่กว่าขึ้นมากระทันหัน
หมาป่านักรบหนึ่งเขาที่ตัวใหญ่ยิ่งกว่าตัวนี้แหงนขึ้นไปบนฟ้าแล้วส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่เป็เวลานาน จากนั้นมันก็ก้มหน้าลงดมหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่ตาย แววตาของมันเยียบเย็นไปด้วยเจตนาสังหาร มันะโพุ่งออกไป ไล่ตามหานเฟิงไปในทันที
...
บนเขายอดหยก หานเฟิงยังคงวิ่งต่อไป ใบหน้าเขายินดีปรีดามากขึ้นเรื่อย ๆ "ข้าใกล้ถึงแล้ว ดูอย่างนี้แล้ว อย่างมากอีกยี่สิบนาทีกว่า ๆ ข้าก็จะหนีออกไปได้แล้ว"
บรู๊ววววว!
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ทำให้ร่างกายของหานเฟินเสียจังหวะกะทันหัน เสียงเห่าหอนดังก้องสะท้อนทั่วทั้งผืนป่า
นกมากมากนับไม่ถ้วนแตกฮือบินขึ้นฟ้าด้วยความตื่นกลัว
"แย่ล่ะ แม่ของหมาป่าหนึ่งเขาตามข้ามาเร็วยิ่งนัก ถึงแม้เสียงของมันจะยังอยู่ไกลจากข้า แต่ด้วยความเร็วของสัตว์อสูรระดับหกแล้ว ไม่ถึงสิบนาทีมันจะต้องตามข้าทันอย่างแน่นอน"
"ข้าต้องเร่งฝีเท้าแล้ว!"
หานเฟิงไม่สนใจว่าจะสิ้นเปลืองกำลังภายในหรือไม่ เขาเค้นกำลังภายในออกมาทั้งหมด ความเร็วของเขาพุ่งทะยานขึ้นโดยพลัน
บนเขายอดยกที่ใดสักแห่ง หานหลินเหลือบมองคนที่เข้ามาล้อมเขาด้วยแววตาเ็า เขากล่าวเสียงเย็น "ตระกูลฉางช่างน่าเกลียดชังจริง ๆ นอกจากกลั่นแกล้งรังแกและวางกับดักคนแล้ว พวกเ้ายังทำอันใดได้อีก? "
เด็กหนุ่มตระกูลฉางที่เป็ผู้แสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียมออกมา "หานหลิน เ้าช่างไร้เดียงสาจริง ๆ บนโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมมากมายเพียงนั้นหรอกนะ!"
"เ้าทำได้เพียงตำหนิตนเองแล้วที่เกิดในตระกูลหาน อีกทั้งยังเป็ผู้เยาว์ที่โดดเด่นของตระกูลหาน"
"ตระกูลหานกับตระกูลฉางแข่งขันกันมานานแล้ว ถึงเวลาถอนตัวจากเวทีของเมืองเหรินจงได้แล้ว"
หานหลินตะคอกด้วยความโกรธ "เ้าฝันไปเถอะ!"