การขุดดินแข็งใต้เงาหน้าผาชันคล้ายกับการพยายามเจาะคอนกรีตด้วยไขควง
หลงเทียนคุกเข่าลงบนพื้นดินแห้งสาก ใช้สองมือพยุงด้ามมีดสั้นสะกิดหน้าดินที่จับตัวกันเป็ก้อนแข็ง เสียงโลหะครูดกับกรวดทรายดัง *แกรก.. แกรก..* รบกวนความเงียบของทุ่งสมุนไพร หยาดเหงื่อไหลซึมตามขมับลากยาวลงมาตามแนวกราม อากาศบ่ายแก่ๆ ในหุบเขาเริ่มอบอ้าวและนิ่งสนิท ศิษย์รับใช้ร่วมทีมชายสองคนที่ยืนถือตะกร้าเปล่าอยู่ด้านหลัง ต่างเฝ้ามองเขาด้วยสายตาที่แสดงออกชัดเจนว่ากำลังดูคนโง่ที่กำลังเสียเวลาเปล่าประโยชน์
“หญ้าหยาดน้ำไม่ได้เติบโตในที่แห้งแล้งและแข็งกระด้างเช่นนี้หรอก หลงเทียน” หลินเยว่เดินเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของนางเหยียบลงบนใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ ใบหน้าเรียบตึงของนางยังคงฉายแววกังขา “ดินใต้ผาหินนี้ขาดทั้งความชื้นและร่มเงาไม้ตามตำราถิ่นกำเนิดสมุนไพร หากเ้าขุดลึกลงไปเกินสามส่วนแล้วไม่พบสิ่งใด ข้าจำเป็ต้องสั่งให้เ้าหยุด เพื่อไม่ให้หน้าดินของแปลงภารกิจเสียหายจนโดนปรับแต้ม”
“อีกนิดเดียว ขอรับ ศิษย์พี่หลินเยว่” หลงเทียนตอบโดยไม่เงยหน้า เขาสูดหายใจลึกรวบรวมแรงกดคมมีดลงไปในเนื้อดินปนกรวด ความเหนื่อยล้าทางกล้ามเนื้อจากการปีนเขาและแบกตะกร้าหนักเริ่มทำให้แผ่นหลังตึงเขม็ง ทว่าเขากลับพบความจริงที่น่ายินดีอย่างหนึ่ง าแที่แขนซ้ายและไหล่ซึ่งเคยเป็แผลฉกรรจ์จากการปะทะเมื่อวานบัดนี้กลับเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่อาการปวดแปลบหรืออาการอักเสบปริแยกเลยสักนิด พลังลึกลับในร่างของเขากำลังสมานผิวเนื้อด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนธรรมดาอย่างเหลือเชื่อ
หากนี่เป็ชีวิตเก่าที่เขาต้องนั่งหลังขดหลังแข็งปั่นงานกราฟิกให้ลูกค้าจนถึงเช้า อาการล้าข้อมือเช่นนี้คงจบลงด้วยการกินยาแก้ปวดแล้วนอนซมไปทั้งวัน แต่วันนี้เขากลับรู้สึกมีพลังขับเคลื่อนในกล้ามเนื้ออย่างประหลาด
ปลายมีดสั้นสะดุดกึกเข้ากับวัตถุที่มีความหนาแน่นและยืดหยุ่นสูงใต้ชั้นดินปนหิน
เทียนชะงักมือทันที เขาโยนมีดสั้นลงข้างตัวแล้วใช้ปลายนิ้วค่อยๆ ปัดเศษกรวดทรายร่วนๆ ออกช้าๆ อย่างระมัดระวัง โครงสร้างรากพืชสีขาวนวลขนาดหนาเท่าข้อมือเด็กปรากฏขึ้นใต้มวลดินแห้ง มันชอนไชมาจากซอกลึกใต้ผาหินชัน ยืดตัวดิ่งลงสู่พื้นล่างเพื่อค้นหาสายน้ำซึมลึกใต้แผ่นหิน และที่ปลายแขนงรากนั้น มีตุ่มพลังงานใสสีฟ้าครามเกาะกลุ่มกันเป็ก้อนมน หยดน้ำปราณหนืดข้นส่องแสงเรืองรองจางๆ ท่ามกลางฝุ่นดินที่เกาะอยู่รอบๆ
“ผลึกรากแก้วหยาดน้ำค้างขั้นสมบูรณ์..” หลินเยว่ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเขาในทันที ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางหยิบแว่นขยายทำด้วยผลึกแก้วขึ้นมาส่องดูใกล้ๆ “นี่คือหญ้าหยาดน้ำสายพันธุ์รากลึกชอนไชน้ำซึมใต้ผาหิน! หยดน้ำบนรากแข็งตัวสมบูรณ์จนมีลักษณะแห้งใสดั่งแก้ว ไม่มีความชื้นภายนอกหรือฝุ่นละอองมาเจือปนเลยแม้แต่น้อย.. นี่มันคือคุณภาพระดับสูงสุดที่ในแปลงเพาะปกติไม่มีวันหาได้!”
ศิษย์รับใช้สองคนที่ยืนรอคอยซ้ำเติมต่างพากันเงียบกริบและกลืนน้ำน้ำลายอึกใหญ่ หลินเยว่ใช้พู่กันสลักอักขระรับรองคุณภาพแตะลงบนตุ่มปราณ หยดน้ำแก้วใสส่งประกายเรืองรองตอบรับอย่างสมบูรณ์ไร้ที่ติ คุณภาพระดับนี้หนึ่งต้นมีค่ามากกว่าหญ้าหยาดน้ำบนผิวดินถึงสามพันต้น
หลงเทียนลอบถอนหายใจยาวพลางยืดตัวขึ้นยืนตรง เขาล้วงเอาเศษแผ่นหินอัญเชิญสีดำขมุกขมัวขอบบิ่นขึ้นมาเพ่งมอง หวังจะเห็นความสามารถของเหราถูกบันทึกหรือปลดล็อกข้อความแนะนำบ้าง ทว่าแผ่นหินยังคงนิ่งสนิท มีเพียงรอยขีดเขียนยุ่งเหยิงที่ไม่มีความหมาย ราวกับกระดาษทดเลขที่ไร้ระเบียบ
‘เห้อ ไม่มีกระทั่งหน้าต่าง Tutorial หรือช่อง FAQ คอยตอบคำถามเลยสักนิด’ เทียนบ่นอุบในใจ ‘ระบบอัญเชิญในโลกนี้มันช่างเหมือนกับสินค้าที่สั่งซื้อจากแอปชอปปิ้งออนไลน์ราคาถูก ที่มักจะส่งกล่องเปียกน้ำบี้แบนมาถึงมือพร้อมกับกระดาษคู่มือแผ่นเดียวที่เป็ภาษาต่างด้าวพิมพ์สลับด้าน ถ้าอยากรู้ว่าปุ่มไหนทำอะไรก็ต้องเดาสุ่มกดเอาเองตามยถากรรม’
เขาหันไปมองเหราซึ่งยังคงก้มหน้าต่ำ ดมผืนดินแห้งใต้ผาชันอย่างเงียบเชียบ เกล็ดหนาสีเขียวมรกตและไพลินขลิบขอบทองของมันสะท้อนแดดบ่ายเปรียบดั่งสมบัติโบราณล้ำค่า มันช่างงดงามและสง่างามเกินกว่าคำว่ากิ้งก่าพิการที่คนอื่นเรียกขานอย่างลิบลับ
“เหรา เ้าหาจุดนี้เจอได้อย่างไร?” เทียนพึมพำ
สัตว์อัญเชิญไม่ได้ตอบเป็คำพูด แต่มันใช้หางยาวที่ขดปลายคล้ายเปลวไฟสีทองเคาะลงบนพื้นดินแข็งเบาๆ สองครั้ง หลงเทียนขมวดคิ้ว เขา้าความมั่นใจในเชิงตรรกะและหลักฐานการทำงาน เพื่อไม่ให้การระบุตำแหน่งครั้งต่อไปเป็การสุ่มเสี่ยงจนนำไปสู่ความเสียหายของแปลงเพาะ
“ข้าคงต้องทดลองสั้นๆ” เทียนหันไปกล่าวกับหลินเยว่ “ข้าขอลองดูว่าประสาทััของเหรา มันรู้จักสมุนไพรจริงหรือมันตอบสนองต่อสิ่งใดกันแน่ใต้พื้นดินนี้”
---
ข้างโขดหินใหญ่ริมแปลง หลงเทียนลงมือจัดเตรียมแปลงทดลองขนาดเล็กอย่างเป็ระบบ เขาขุดหลุมตื้นๆ สี่หลุมห่างกันหนึ่ง่ศอก หลุมแรกเขาฝังหินแห้งธรรมดาก้อนหนึ่ง หลุมสองเขาวางถ้วยดินเผาเล็กๆ ใส่น้ำนิ่งจนเต็มแล้วกลบดินทับ หลุมสามฝังเศษกิ่งไม้แห้งสนิทที่ไม่มีพลังชีวิตเหลืออยู่ และหลุมสุดท้ายเขาฝังรากหญ้าหยาดน้ำสดๆ ที่เพิ่งขุดขึ้นมาและรดน้ำเล็กน้อยเพื่อให้กลไกดูดซับความชื้นใต้ดินทำงานอยู่
เมื่อเตรียมแปลงควบคุมตัวแปรเสร็จสิ้น หลงเทียนเดินกลับมาหาเหรา ยื่นมือลูบแผ่นเกล็ดเขียวเหลือบทองข้างแก้มมันเบาๆ ััเย็นสากและกระแสพลังจากสัตว์อัญเชิญพลันกระตุ้นความร้อนลึกใต้หน้าอกให้ไหลเวียน อาการแน่นอัดอัดจุกอกจากการอัญเชิญครั้งที่สองพลันสลายหายไปอย่างไร้รอยต่อ ปอดของเขากลับมาสูดลมหายใจได้ลึกเต็มที่เกือบเป็ปกติในเวลาเพียงสามลมหายใจ เทียนทึ่งกับระดับความเร็วในการเยียวยาของเสี้ยวพลังนาคาในร่างตนเองเป็อย่างมาก
“เหรา ตามเสียงเคาะ” เทียนกล่าวสัญญาณเสียงต่ำ
เขาขยับไปที่หลุมแรก เคาะส้นเท้าลงบนพื้นดินข้างแปลงดัง *ตึก.. ตึก..* เหราเยื้องย่างด้วยขาราชสีห์อันแข็งแกร่งตามเสียงเคาะมาหยุดนิ่ง มันดมหน้าดินเหนือหินแห้งแล้วเบือนหน้าหนี เทียนย้ายไปเคาะสัญญาณข้างหลุมที่สองที่มีถ้วยน้ำนิ่ง เหราเพียงเอียงคอจ้องมองแต่ไม่ก้าวเท้าขยับ มันละเลยหลุมที่สามที่มีกิ่งไม้แห้งอย่างสิ้นเชิงโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
ทว่า เมื่อเทียนเคาะส้นเท้าข้างหลุมที่สี่ซึ่งฝังรากสด หูหนาของเหรากระตุกทันที มันก้าวเท้าหน้าที่มีกรงเล็บัแหลมคมเข้าไปหา แตะกรงเล็บลงบนพื้นดินตรงจุดนั้นเบาๆ สามครั้ง และขีดวงกลมรอบตำแหน่งนั้นอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
“มันไม่ได้ใช้ประสาทดมกลิ่นหาตัวพืช และไม่ได้เดินตามทิศทางของน้ำนิ่งใต้ดิน” หลงเทียนอธิบายสรุปสมมติฐานให้หลินเยว่ฟังพลางชี้มือประกอบ “แต่มันััถึงจังหวะแรงกระเพื่อมของการไหลเวียนของน้ำภายใต้แรงดันรากสด หญ้าหยาดน้ำที่ยังมีชีวิตจะทำการสูบน้ำจากดินเพื่อสร้างปราณน้ำแข็งตัว กระบวนการนั้นทำให้เกิดแรงดันะเืจางๆ ในดินที่เบาบางมาก แต่เหราสดับฟังกระแสพลังงานนี้ได้ผ่านกรงเล็บและร่างกายที่แนบชิดดินของมัน”
หลินเยว่เบิกตากว้าง คล้ายเพิ่งเคยได้ยินทฤษฎีการตรวจจับเช่นนี้เป็ครั้งแรก “ถ้าเช่นนั้น หากใต้ผืนดินมีสายน้ำซึมไหลผ่าน หรือมีโพรงมดที่มีการเคลื่อนไหวหนาแน่น สัตว์ของเ้าก็อาจจะขีดวงชี้จุดผิดพลาดได้?”
“น่าจะเป็เช่นนั้นขอรับ ศิษย์พี่” เทียนยอมรับความจริงโดยไม่ปิดบังจุดบกพร่อง “เหราเป็เพียงเครื่องรับสัญญาณคลื่นสั่นะเืใต้ดินเท่านั้น ไม่ใช่สัตว์วิเศษที่มีสติปัญญารู้จำพืชพรรณ ยังคงต้องพึ่งพาความรู้สมุนไพรของท่านในการตรวจสอบหน้าดินรอบๆ จุดชี้ก่อนที่จะขุดจริง หากเราผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน ทีมเราจะไม่มีวันขุดดินพลาดเปล่าประโยชน์เลยสักครั้งเดียว”
การยอมรับขีดจำกัดของตนเองอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีท่าทีโอ้อวด ทำให้หลินเยว่คลี่ยิ้มจางๆ ออกมาอย่างพึงพอใจ “เ้าไม่เหมือนศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ที่มักจะยกย่องสัตว์อัญเชิญของตนเกินจริงเพื่อเรียกคะแนน ดีมาก! เช่นนั้นเ้าเป็คนนำทางให้สัตว์ของเ้านำร่อง ส่วนข้าจะตรวจใบพืชและหน้าดินคู่ขนานไปก่อนขุด ลงมือกันเถอะ”
ศิษย์รับใช้ชายสองคนที่ยืนถือตะกร้าต่างมองหลงเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความดูแคลนถูกแทนที่ด้วยความเลื่อมใสในวิธีคิดที่ระมัดระวังและเป็ขั้นเป็ตอนของเขา
---
ภายใต้การทำงานร่วมกันเป็ระบบ ทีมเก็บสมุนไพรเคลื่อนตัวผ่านแปลงดินเปียกชื้นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เหราเดินนำอย่างสงบและสง่างาม เกล็ดประกายเขียวมรกตเหลือบน้ำเงินไพลินของมันล้อแสงแดดบ่ายเป็เงามันวับ มันกางกรงเล็บแบนกว้างเพื่อเฉลี่ยน้ำหนักตัว ก้าวเหยียบหลบหลีกต้นอ่อนพืชได้อย่างนิ่มนวลไร้ที่ติโดยไม่มีท่าทางงุ่มง่ามลากหางปัดป่ายทำลายใบไม้เหมือนงูดินทั่วไป
เมื่อเหราชี้จุดดินแห้ง หลินเยว่จะเข้าไปตรวจใบพืชที่อยู่รอบๆ เมื่อยืนยันสายพันธุ์และคาดคะเนตำแหน่งรากแล้ว ศิษย์รับใช้สองคนจึงลงมือขุดอย่างมั่นใจ
เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ตะกร้าไม้ไผ่ขนาดใหญ่ทั้งสองใบก็อัดแน่นไปด้วยหญ้าหยาดน้ำคุณภาพยอดเยี่ยม โดยไม่มีต้นอ่อนเสียหายหรือหน้าดินแปลงเพาะถูกขุดทำลายเสียหายแม้แต่จุดเดียว
ความร้อนใต้ทรวงอกของหลงเทียนกระเพื่อมตอบรับสอดคล้องกับชีพจรใต้ดินของเหรา ตัวอักษรสีแดงทองบนเศษหินอัญเชิญขยับตัวเคลื่อนไหว ก่อนจะปรากฏข้อความบรรทัดใหม่ขึ้นมาอย่างชัดเจน:
**[สดับแรงผ่านตัวกลาง: ยังไม่สมบูรณ์ (้าััผิวดินหรือน้ำโดยตรง)]**
หลงเทียนยิ้มมุมปาก อย่างน้อยการทุ่มเทจัดแผนควบคุมคุณภาพ (QC) ของเขาก็สามารถสร้างผลลัพธ์จริงที่ปลดล็อกบันทึกความสามารถของเหราขึ้นมาได้ทีละขั้น
“แม้จะร่วมงานกันครั้งแรก เ้าทำได้ยอดเยี่ยมมาก หลงเทียน” หลินเยว่ตรวจดูยอดสมุนไพรในตะกร้าใบสุดท้ายก่อนจะปัดคราบดินออกจากมือ “งานเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเกือบครึ่งวัน ข้าจะเขียนใบรับรองผลงานระดับยอดเยี่ยมให้เ้าและรายงานต่อผู้ดูแลกวนโดยตรง เพื่อไม่ให้เขาหาข้ออ้างหักคะแนนส่วนแบ่งของเ้าได้”
“ขอบคุณครับ ศิษย์พี่หลินเยว่” หลงเทียนหลุดปากใช้คำลงท้ายจากโลกเก่าด้วยความคุ้นชิน หลินเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้กล่าวทักท้วงอันใด
ทว่า ก่อนที่ทุกคนจะได้ทันหยิบเครื่องมือเพื่อเตรียมเกลี่ยดินและเดินทางกลับ เหราที่เคยหมอบนิ่งอยู่ข้างแปลงพลันลุกพรวดขึ้นมาทันที ลำตัวยาวสีเขียวมรกตและไพลินของมันลดต่ำลงแนบดิน เกล็ดสีเขียวเหลือบทองตามแนวสันหลังตั้งชัน หนวดสีทองลู่ตรงไปด้านหลัง หูพับราบ และส่งเสียงขู่ฟู่ลึกยาวสะท้อนแผ่นดินอย่างดุร้ายและตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ดวงตากลมโตส่องแสงเข้ม จ้องเขม็งตรงไปยังแนวพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่บริเวณรอยต่อชายป่าข้างหน้าผาชัน
หลงเทียนใจหายวาบ เขาตัดใจทรุดตัวลงคุกเข่า วางฝ่ามือขวาแตะลงบนพื้นโคลนชื้นตามสัญชาตญาณทันที
คลื่นกระแทกสั่นะเืขนาดใหญ่และปั่นป่วนบ้าคลั่งพุ่งผ่านชั้นโคลนขึ้นมาปะทะฝ่ามือของเขาอย่างรุนแรง มันเป็แรงกระแทกกระชั้น หนักหน่วง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาสังหารเข้มข้น ต่างจากแรงกระเพื่อมแ่เบาสม่ำเสมอของชีพจรพืชพรรณใต้ดินอย่างสิ้นเชิง แรงกระแทกนั้นวิ่งเร็วและพุ่งตรงเข้ามายังแปลงสมุนไพรอย่างรวดเร็ว
“ทุกคนถอยออกไปจากแนวพุ่มไม้เดี๋ยวนี้! มีบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามา!” หลงเทียนะโลั่นพลางขยับตัวเอาแผ่นหลังเข้าบังหลินเยว่ไว้
สิ้นเสียงเตือน แนวพุ่มไม้ทึบด้านหน้าพลันะเิออกเป็ชิ้นๆ เสียงกิ่งไม้หักโค่นดังสนั่นหวั่นไหว ร่างมหึมาสองร่างพุ่งทะลวงฝุ่นดินหนาเตอะออกมาสู่ลานแปลงเพาะ มันคือหมูเขี้ยวหินสองตัว ลำตัวหนาเตอะสีเทาดำของพวกมันปกคลุมด้วยเกราะหินศิลาหนาหยาบธรรมชาติ มีประกายปราณธาตุดินสีน้ำตาลเหลืองเรืองแสงตามขอบเกราะ เขี้ยวหน้าคู่คู่แหลมคมยาวเกือบสองศอกชี้ตรงมาด้านหน้า ดวงตาสีแดงก่ำด้วยความดุร้ายบ้าคลั่งไร้สติจ้องมองตรงมาที่กลุ่มมนุษย์ในทันที
เหราขดลำตัวสีเขียวมรกตแน่นสยายกรงเล็บเตรียมพร้อมเผชิญหน้ารับแรงปะทะ ขณะที่หลงเทียนขยับมีดสั้นบิ่นในมือขวาแน่น ลมหายใจอุ่นและหัวใจเต้นระทึกกระชั้นอยู่กลางอก
งานเก็บสมุนไพรอันแสนสงบเงียบได้สิ้นสุดลงแล้ว และการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้
---