เปิดภาคการศึกษาใหม่โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก ทำให้ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันแน่นขนัด พวกเฟรินเดินทางกลับมาทันการเปิดเรียนจนได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ทันพิธีทดสอบเข้าเรียนของปีหนึ่งก็ตาม ร้านรวงต่าง ๆ พากันส่งเสียงดังเพื่อโฆษณาเรียก เชิญชวนลูกค้ากันอย่างครึกครื้น น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กใหม่ปีหนึ่ง หรือแม้แต่เจ้าหญิงแดนเดมอสที่ไม่ค่อยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนเท่าไรนัก
กลุ่มที่เรียกสายตาจากฝูงชนที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน เหล่าอัศวินที่พากันขึ้นปีสองทั้งหลายที่เหล่าชายโสดต้องเอี้ยวคอมามองตาหญิงสาวนางฟ้าทั้งห้าของกลุ่มจนคอเคล็ด โดยเฉพาะสองสาวหัวหน้าชั้นปีที่พากันชี้ชวนดูนู่นดูนี่กันตรงกลางกลุ่ม โดยมีบอดีการ์ดหนุ่มคอยเอาใจ
นอกจากห้าสาว เหล่าหนุ่มน้อยก็ใช่ย่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหัวขโมยหนุ่มกลางวงล้อมที่เดินโปรยยิ้มตลอดทางจนสาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันเคลิ้มตามเสน่ห์ปีศาจที่ชายหนุ่มส่งให้ อีกหนุ่มหนึ่งหล่อมาดเย็นชา ใบหน้านิ่ง ๆ เยือกเย็นทำให้น่าสนใจไม่น้อย ส่วนคนอื่น ๆ ในกลุ่มก็ใช่ย่อยถึงแม้ความหล่อจะไม่เท่าสองคนแรกก็ตามแต่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่หน้าตาดีอยู่ไม่น้อย
“โอย... ขอโทดค่ะ”
เฟรินมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นน้องเข้าใหม่ในปีนี้ ตัวเล็กที่ขนาดเรนอนยังสูงกว่าเสียอีก ผมสีดำยาวทิ้งตัวลงกลางหลังในชุดแปลกตา หัวน้อย ๆ ผงกขอบคุณเขาโดยไม่มอง เฟรินฉุดร่างบางในอ้อมแขนให้ลุกขึ้น
“ไม่เจ็บใช่ไหม?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามนุ่มลึกดูเสน่หาตามแบบฉบับของตน
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจ็บ”
“ดีแล้ว เดินระวังด้วยน่ะครับ วันนี้คนเยอะ”
เฟรินพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาคาลิน่าที่หันมามองก่อนจะพาหญิงสาวและน้องสาวของตนไปทางร้านตัดชุดนักเรียนใกล้ ๆ แทน
พบกันอีกแล้วน่ะค่ะ ... เจ้าชายรัตติกาล
หญิงสาวคิดในใจ ขยับยิ้มเล็ก ๆ ทอดมองชายหนุ่มที่ช่วยเธอไว้อย่างเพ็งพิจารณา
“ลิน หิวแล้ว”
คาลิน่าหันไปมองชายหนุ่มคนถือของ เกียรติศักดิ์ประจำตัวที่เริ่มออกลายงอแงประท้วง หันไปอีกด้านเพื่อนสาวก็พยักหน้ารับ
“ก็ได้ ไปหาอะไรกินกันเถอะ”
ทุกคนหัวเราะเบา ๆ ให้เพื่อนหัวขโมยที่ออกอาการลิงโลดกระโดดโลดเต้นนำหน้าพวกเขาไปเข้าร้านก่อนใครเพื่อน แต่ไม่ทันที่จะก้าวเข้าไปในร้าน คนกลุ่มหนึ่งก็เดินสวนออกมาซะก่อน
“นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ คิงผู้หล่อเหลาและท่านผู้เดินหมากผู้ชาญฉลาดนี่เอง”
คำชมอันชาญฉลาดทำให้คนถูกชมแย้มยิ้มกว้าง ยักคิ้วส่งให้เพื่อน ๆ แล้วหันกับไปมองต้นเสียง สตรีสาวที่พูดคือ ควีนผู้แสนสวยแห่งปราสาทขุนนางกับเหล่าทหารกล้าร่วมศึกกับหล่อน ภาพเบื้องหน้าก็ชวนเสียววาบ แต่เจ้าตัวดีก็ยังคงปากกล้าเช่นเคย
“กระผมเองก็นึกว่าใครที่เสียงหวาน และงดงามเช่นนี้ ที่แท้ก็ ควีนผู้เลิศโฉมของปราสาทขุนนางนี่เอง น่ะครับ”
คำกล่าวของเฟรินเล่นเอาคนรอบข้างถึงกับชะงัก ผู้นำชั้นเริ่มกุมขมับ... นี่มันจะเคยรู้สถานการณ์บ้างมั้ยเนี่ย
“ยินดีที่ได้พบครับ”
“ฉันก็ดีใจเช่นกันค่ะ ที่มีโอกาสได้พบคนเดินหมาก ผู้เก่งกาจของป้อมอัศวิน”
เฟรินขยับยิ้ม ศึกครั้งนี้ถึงแม้พวกเขาจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็ต้องแพ้ บลายในรอบต่อไป เพราะเขากลายเป็นเด็กไปเสียก่อน
“อัศวินจะสู้ศึกได้ห้าวหาญก็แค่” นิ้วกร้านเกี้ยวชายคางเล็กขึ้นสบสายตาของตน “ต่อหน้าพระพักตร์องค์ราชินีที่งดงามอย่างยิ่งกระหม่อม”
“ปากเธอนี้น่ะ” นิ้วเรียวของหญิงสาวคนพูดยกขึ้นไล้ใบหน้าคมคายชวนมองเบา ๆ ก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากหนาราวกับต้องการยั่วยวน “น่ารักถูกใจฉันซะจริง”
ใช่ ตอนแรกเธอก็แค่ต้องการยั่วเท่านั้น...
แต่... พอเข้าใกล้ขนาดนี้ ใบหน้าคมคายได้รูปที่เหมือนกับเทวดามันชวนให้ใจเธอเต้นโครมครามผิดจังหวะเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วทันทีที่เผลอสบกับ นัตน์ตาสีน้ำตาลเกือบดำคู่นั้นมันก็ยิ่งทำให้ความขวยเขินวิ่งเข้าไปในใจเธอจนสติแทบจะหลุดลอยไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหักห้ามใจเป็นฝ่ายหลบดวงตาคู่นั้นลงไม่ได้ ราวกับว่าเธอกำลังต้องเวทย์มนต์สะกดของท่านกามเทพที่ใครสักคนเคยเล่าให้ฟัง
“ขอบพระทัย องค์ราชินี” มือหนาคว้าข้อมือบางอย่างอุกอาจ “แต่หม่อมฉันคงต้องไปแล้วกระหม่อม” ร่างสูงกระตุกยิ้มบาง ๆ ราวกับคายสายเบ็ดให้หญิงสาวได้ดิ้นหลุด
ร่างบางมองคนตรงหน้า แม้รู้ว่าเธอกำลังโดนลองดี แต่ใจก็ไม่ยอมรับฟังสมองอยู่ดี
“ทำไมล่ะ”
“เพราะเรากำลังขวางทางเข้าร้านอยู่น่ะครับ”
“คุณเฟรินนี่ร้ายจังเลย น่ะค่ะ” เรนอนเปิดการสนทนามองไปทางชายหนุ่ม ผู้อยู่ในบทสนทนาอีกโต๊ะกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่เสียงดัง เจี้ยวจ้าวที่สุดในร้าน
“นั้นน่ะสิ คาลิน ไอหมอนั้นมันน่านัก ขนาดเธออยู่ด้วยแท้ ๆ” แองจี้กัดฟันกรอด ผู้ชายนี่มันเห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้เลยรึไง กันน่ะ
เฟลิโอน่าที่นั่งฟังอยู่นานกลั้วหัวเราะออกมา
“ฉันว่าไม่จริง หรอกมั้ง” สายตามีเล่ห์นัยสบมองสร้อยคอบนคอของเพื่อนสาว “จริงมั้ยจ๊ะ คาลิน”
คาลิน่าหน้าแดงตามคำกระเซ้าของเพื่อนสาว
“อะไรหรอ คาลิน เฟรินทำอะไรเธอหรือป่าว”
สามสาวที่ไม่รู้เรื่องพากันคาดคั้นหญิงสาวที่นั่งหน้าแดงคนเดียวในกลุ่ม
“ไข่มุกรัตติกาล ฉันไม่เคยเห็นเฟรินห่างตัวสักครั้ง” เท่านั้นแหละทุกอย่างก็กระจ่าง สามสามมองไปยังสร้อยคอที่หญิงสาวสวมใส่เชิงล้อเลียน “ไข่มุกรัตติกาลเป็นของประจำตัว ถ้ายกให้หญิงสาวใดนั้นหมายถึง... การจับจอง”
คำอธิบายพร้อมสายตาพราวระริกของเพื่อนสาว ส่งผลให้สีแดงไล่จับใบหน้านวลให้อีกสี่สาวบนโต๊ะต่างพากันหัวเราะคิกคักหยอกล้อ
ภาพความน่ารักของห้าสาวสร้างความสว่างไสวเกิดขึ้นภายในร้าน ชายหนุ่มผมหางม้ามองตามไปยังกลุ่มหญิงสาว เท้ายาวสาวตรงไปในทิศทางเดียวกับใจ สร้างความสงสัยให้แก่หญิงสาวทั้งห้าที่หันมามองยังผู้มาเยือน
“ผม เรโช กาเรส เดอะปริ๊นซ์ออฟโรมาน ขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยคนได้ไหม”
บทเกี้ยวของเจ้าชายน้องใหม่ทำให้ทั้งร้านต่างพากันชะงัก โดยเฉพาะเมื่อไอเย็นของเจ้าชายผู้หวงน้องอีกโต๊ะกำลังแผลงฤทธิ์ เพราะเจ้าหนุ่มไม่เจียมตัวจงใจพูดกับน้องสาวของตนมากกว่าคนอื่นในโต๊ะเสียอีก
มือหนาบีบบ่ารุ่นน้องหนัก จนต้องหันกลับไปมอง
“เฟริน เดอเบอโรว์ เดอะทีฟ ออฟบารามอส”
ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะยังคงแย้มยิ้มใจดี แต่กระแสเล็ก ๆ ที่ก่อในดวงตาสีน้ำตาลอมดำคู่นั้น ทำให้รุ่นน้องหนุ่มผู้หาญกล้าขยับยิ้มท้าทาย ส่งมือยื่นให้รุ่นพี่ในอนาคต
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ รุ่นพี่เฟริน เดอะทีฟ”
เฟรินมองมือที่ยืนส่งมาให้ ก่อนจะยื่นมือเข้าไปจับแน่นตามมารยาท
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน เรโช” คาลิน่าดึงแขนเสื้อชายหนุ่มเบา ๆ เป็นเชิงเตือน เฟรินถอนหายใจเบา ๆ แย้มยิ้มกว้างเป็นมิตรให้แก่เด็กหนุ่มตรงหน้า “น่าเสียดายที่พวกฉันต้องไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่”
ว่าจบชายหนุ่มก็ดึงมือหญิงสาวข้างตัวให้ลุกขึ้นออกจากร้านไปทันที คาโลจัดการบิลเสร็จ ทุกคนก็ออกตามเพื่อนหนุ่มสาวไปอย่างรวดเร็ว
ไอหมอนั่น... ช่างเป็นเดอะทีฟที่ไม่เจียมตัวสิ้นดี
....................................................................................................