"ไม่มีเื่อะไร เพียงแค่ข้าเพิ่งมาใหม่ รู้จักเ้าแค่คนเดียวจึงอยากมาคุยด้วยเท่านั้น" ใบหน้าของหลินซ่งหลุนฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มทะนง
สุยอันมองนางชั่วครู่ เช้าตรู่เช่นนี้ บ่าวไพร่ในจวนเพิ่งจะเริ่มทำงานเ้านายคนอื่นๆ ยังไม่ตื่น แม้แต่ข้าวเช้าสุยอันก็ยังไม่ได้กิน
คนทางใต้ไม่ใช่กลัวหนาวหรอกหรือ เช้าตรู่ที่หนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ควรขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหรอกหรือ
นางบ่นอุบในใจ แต่ปากกลับฉีกยิ้ม "หากคุณหนูหลินรู้สึกเบื่อ สามารถเปิดประตูที่อยู่หัวมุมของเรือนออกไปเดินตลาดเล่นก็ได้นะเ้าคะ" แต่เกรงว่าเช้าขนาดนี้นอกจากคนขายของว่างมื้อเช้าแล้ว บนถนนก็คงไม่มีใครอีก
หลินซ่งหลุนคล้ายไม่รับรู้ถ้อยคำปฏิเสธที่แฝงอยู่ในคำพูดของสุยอันมัวแต่ก้มหน้าเล่นผ้าเช็ดหน้าของตน "ข้าไม่ชอบออกจากเรือน ยามปกติมักจะอ่านตำราและคัดอักษรเท่านั้น" สุ้มเสียงสั่นเครือถึงขั้นเศร้าโศก
สุยอันหมดวาจาจะเอ่ย บอกว่าไม่ชอบออกจากเรือน แต่ตอนนี้กลับยืนอยู่หน้าเรือนผู้อื่น...
"คุณหนูหลินกินข้าวเช้าหรือยังเ้าคะ ปกติอาจารย์หลินจะทานยามเฉินเจิ้ง*"
"ข้ากินแล้ว พวกข้าตื่นเช้าเป็กิจวัตร ดังนั้นจึงกินอาหารเข้าตามไปด้วย"
สุยอันที่เดิมอยากจะออกกำลังกายพลันรู้สึกเกรงใจ จึงเชิญนางเข้ามาในเรือน "เชิญคุณหนูหลินนั่งที่ระเบียงก่อน ข้ากำลังจะกวาดเรือนพอดี"
"เ้าเป็คนกวาดเรือนนี้หรือ" หลินซ่งหลุนมองไปรอบด้าน แม้เรือนหลังนี้จะเล็กกว่าเรือนที่นางอยู่แต่ดูแล้วงดงามวิจิตรกว่า กระจกที่ประดับบนหน้าต่างเกรงว่าราคาคงไม่ต่ำกว่าแปดร้อยพันกว่าตำลึงเงินตลอดทางเดินทิศใต้ที่เดินผ่านทำให้นางเปิดหูเปิดตาไม่น้อย
"เ้าค่ะ เรือนหลังนี้ไม่ใหญ่ เพราะเป็ที่ที่คุณชายเก้าใช้เรียนหนังสือคุณชายไม่ชอบให้คนมาพลุกพล่าน" นางกวาดพื้นพลางใช้ที่คีบไม้ไผ่เก็บใบไม้ที่ร่วงอยู่ตามพื้นจะได้ไม่เสียแรงก้มๆ เงยๆ
หลินซ่งหลุนเห็นแล้วรู้สึกสนเท่ห์ จึงเดินลงจากระเบียงและหยิบไปดูรู้สึกว่าน่าจะใช้ดี"เ้าสิ่งนี้ดูแล้วใช้สะดวกดีดูไม่ออกว่าสาวใช้เช่นเ้าจะฉลาดสรรหาวิธีเพื่อออมแรงได้เก่งเช่นนี้"
ไยคำพูดนี้ฟังแล้วไม่เหมือนเป็การชม...
สุยอันกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่าง ฉู่ยี่ก็เดินเข้ามาพอดี
ประตูเรือนเปิดไว้อ้าซ่า เขามาถึงก็เห็นทั้งสองคนยืนอยู่กลางเรือนแล้ว
เขามองทั้งสองชั่วครู่ หัวคิ้วขมวดเล็กน้อย พลันยิ้มสดใส "เหตุใดเ้าจึงให้แขกทำงานของพวกบ่าวไพร่ได้"
เมื่อหลินซ่งหลุนได้ยินเสียงของเขา ก็หมุนตัวกลับมาพร้อมรอยยิ้มกระโปรงสีขาวนวลสะบัดพลิ้วเป็วงสวยงาม "ศิษย์น้องมาแล้วหรือ มาอ่านหนังสือเช้าเช่นนี้เลย? ข้าเห็นสุยอันอายุยังน้อย ทำงานพวกนี้อยู่คนเดียว รู้สึกอดไม่ได้จึงเข้ามาช่วยเื่พวกนี้ไม่ถือว่าหนักหนา ครั้นอยู่บ้านข้าก็มักจะช่วยพวกบ่าวรับใช้ทำงานเช่นกันข้าเป็คนใจอ่อน ท่านพ่อและท่านแม่ก็มักจะติข้าเช่นนี้..."
สุยอันอ้าปากหวอ เมื่อวานนางยังคิดว่าคุณหนูผู้นี้รู้อะไรควรมิควรไม่เหมือนน้องชายของนาง ทว่าดูจากตอนนี้...เป็นางที่โง่งมเองจริงๆ
ฉู่ยี่กลับไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใดๆ สีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของเขาทำให้คนคิดว่าเขาช่างใสซื่อไร้เดียงสา "จริงหรือ อาจารย์หลินมีคุณธรรมสูงส่ง ไม่ยอมรับบ่าวไพร่ไว้คอยปรนนิบัติมิคิดว่าที่บ้านของอาจารย์หลินก็มีบ่าวรับใช้ด้วย"
เมื่อหลินซ่งหลุนได้ยินเช่นนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่นางคิดว่าตนรับรู้ไม่ได้ถึงการประชดประชันในคำพูดของเขาจึงรีบเอ่ยว่า"ใช่ ท่านพ่อชอบลงมือทำทุกอย่างเองทว่าร่างกายของท่านแม่อ่อนแอ ไม่สะดวกที่จะทำงานหนัก ดังนั้นในบ้านจึงมีบ่าวรับใช้สองสามคนคอยช่วยงานพวกเขาต้องคอยดูแลพวกข้าทั้งครอบครัวจึงลำบากไม่น้อย เมื่อข้ามีเวลาก็มักจะไปช่วยพวกเขาทำงานอยู่เสมอเสียดายที่ครั้งนี้พวกข้ารีบเดินทางขึ้นเหนือ พวกเขาไม่ยอมทิ้งบ้านเกิดจึงไม่ได้ตามมาด้วย" เมื่อพูดจบ นางก็ถอนใจออกมาอีกคำรบ
สุยอันมองมือขาวเนียนที่เหมือนเต้าหู้เพิ่งออกจากหม้อของคุณหนูหลินในใจพลางไม่เห็นด้วยกับคำพูดที่นางบอกว่าช่วยบ่าวรับใช้ทำงาน หน้าที่ของบ่าวไพร่ก็คือทำงานให้เ้านายมิใช่หรือไฉนคุณหนูหลินจึงพูดเหมือนตนเป็ห่วงเป็ใยชีวิตความเป็อยู่ของบ่าวไพร่ไปได้ นางพยายามช่วยเหลือประชาชนชนชั้นล่างอยู่เช่นนั้นหรือ?
ฉู่ยี่แค่นหัวเราะ เมื่อเห็นสีหน้าของหลินซ่งหลุนไม่ค่อยสู้ดีจึงรีบเอ่ยสำทับ"คุณหนูหลินมิต้องเป็กังวลรอให้เหตุการณ์ทุกอย่างสงบ ถึงยามนั้นคุณหนูก็สามารถกลับบ้านเกิดได้อย่างปลอดภัยแล้ว"
ความหมายของประโยคนี้ไม่ค่อยเป็มิตรนัก เมื่อวานพวกนางเพิ่งมาถึงเมืองหลวงพวกนางเดินทางมาที่นี่เพื่ออนาคตวันข้างหน้า ทว่ายังมิทันจะเห็นอนาคตก็มีคนอวยพรให้พวกนางสามารถกลับบ้านเกิดได้ในเร็ววันเสียแล้ว
หลินซ่งหลุนฝืนยิ้มตามหนึ่งที ประโยคที่ว่าขอให้สมพรปาก ไม่ว่าเช่นไรก็พูดไม่ออกผ่านไปสักพักจึงสามารถเรียกสติกลับมาได้อีกครั้ง "ข้าออกมานานแล้ว ได้เวลากลับไปแล้ว เชิญศิษย์น้องตามสะดวก"
ฉู่ยี่พยักหน้ารับรู้ "สุยอันไปส่งคุณหนูหลิน"
หลินซ่งหลุนขบริมฝีปากแน่น ผ่อนจังหวะการเดินให้ช้าลงและเดินออกไปเมื่อเดินถึงหน้าประตูนางก็หยุดเดิน หันหน้ามาหาสุยอันด้วยท่าทางอ่อนโยนงดงาม "เ้ารีบไปเถิด ข้ารู้จักทางไม่หลงแน่ เ้าอายุยังน้อย ร่างกายยังเจริญเติบโตอีกหน่อยหากมีงานอะไรที่ทำไม่ทันก็เรียกข้ามาช่วยได้นะ" ซ้ำยังเอื้อมมือมาหยิบใบไม้บนไหล่นางออกให้อีก
กิริยาของนางทำให้สุยอันใจนขนหัวลุก รีบส่ายหัวเป็พัลวัน "มิกล้ารบกวนคุณหนูเ้าค่ะ คุณหนูค่อยๆ เดิน"
มุมปากของหลินซ่งหลุนกระตุกเล็กน้อย ก่อนชายตามองฉู่ยี่ และเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
สุยอันก็มองตามคุณหนูหลินอย่าง 'อาลัยอาวรณ์' เช่นกัน พลางส่งเสียงงึมงำ "เดิมนึกว่าเป็บุปผาบนผาสูง ใครเล่าจะคิดว่าเป็เพียงเศษตะกอน* คนเราไม่อาจตัดสินกันด้วยหน้าตา น้ำทะเลไม่อาจตวงวัดได้"
ฉู่ยี่ะโออกมาจากในเรือน "เ้าบ่นอะไรอยู่ ยังไม่รีบมานี่อีก" นางเอามือยันกรอบประตู ท่าทางคล้ายสตรีกำลังโศกเศร้าที่ต้องจากลากับสามี
สุยอันใได้สติพลันกำหมัดแน่น และรีบสาวเท้าไปหาก่อนเอ่ยเสียงเบา "วันนี้คุณชายเก้ามาเช้านัก ทานมื้อเช้าหรือยังเ้าคะ" บ่าวยังไม่ได้กิน
ฉู่ยี่ใช้เท้าเตะที่คีบไม้ไผ่อันนั้น เมื่อเงยหน้าขึ้น ใบหน้าก็ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม "มาเช้าไม่สู้มาได้เวลา ถ้าข้ามาช้าอีกนิด ก็คงจะไม่รู้ว่าเ้าที่อายุยังน้อยต้องลำบากขนาดนี้..."
สุยอันมองข้อศอกที่วางอยู่บนหัวของตัวเอง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความน่าสงสาร "บ่าวทำงานที่เรือนหลังเล็กนี่มาสามปี ก็เพิ่งมีวันนี้ ที่รู้สึกว่าช่างลำบากเหลือเกินลำบาก ลำบากเหลือเกิน..."
นางพูดคำว่าลำบากติดกันถึงสามครั้ง อารมณ์ขุ่นเคืองของฉู่ยี่พลันมลายหายไปในพริบตาเปล่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ขาดสาย
เมื่อสุยอันเห็นว่าเขาหัวเราะออกมาถึงได้ค่อยเบาใจ สำหรับนางการทำงานพวกนี้ไม่ลำบากเลยสักนิด งานที่ลำบากคือการที่ต้องคอยประจบประแจงเ้านายต่างหากโดยเฉพาะเ้านายที่อารมณ์แปรปรวนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
ฉู่ยี่หัวเราะจนพอใจก็พลันถามขึ้น "ของที่ข้าสั่งให้เ้าทำเมื่อวาน ทำเสร็จหรือยัง"
"ทำเสร็จแล้วเ้าค่ะ บ่าวจะไปเตรียมเดี๋ยวนี้"
แม้การทำกระดาษจะลำบาก ทว่าสุยอันก็มีความสุข กล่าวคือไม่รู้สึกเสียใจ
ไม่รู้ว่าเป็เพราะบิดาเป็นักปราชญ์ จึงทำให้นางเป็คนรักเรียนและชอบพวกพู่กัน หมึก และอื่นๆ
เช่นแม่พิมพ์กระดาษที่ใช้ทำในครั้งนี้ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจและใช้เวลาอยู่นานในการแกะสลักแผ่นหินดำนางยกก้อนหินที่ทับแม่พิมพ์ออก แล้วค่อยแกะแม่พิมพ์ออกอีกที ข้างใต้ก็คือกระดาษที่ทำเสร็จเรียบร้อยเส้นบรรทัดชัดเจน ลวดลายด้านข้างอ่อนช้อย คล้ายกับสายน้ำที่คดเคี้ยวเป็ธรรมชาติ กระดาษมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยเรียงกันอย่างเป็ระเบียบ มองแล้วสบายตา สุยอันรู้สึกลำพอง เป่าฝุ่น้าที่ไม่มีอยู่จริงออกก่อนยื่นไปตรงหน้าฉู่ยี่
ฉับพลันนั้น ฉู่ยี่กลับรู้สึกว่าการที่เขาทำโทษนางเหมือนเป็การตกรางวัลให้นางมากกว่า "ไปหากล่องผ้ามาใส่ไว้ ข้าจะไปจวนท่านย่าและมอบให้จื่ออวี๋" หวางจื่ออวี๋เป็ญาติผู้น้องของเขา บุตรชายของภรรยาเอกตระกูลหวางแห่งหลางหยาเป็คนรักเรียนคนหนึ่ง
พริบตาเดียว สิ่งที่นางเสียหยาดเหงื่อแรงกายทำมาก็ตกเป็ของคนอื่นสุยอันไม่กล้าพูดอะไร เก็บกระดาษลงกล่องเรียบร้อย และกระตือรือร้นออกไปส่งฉู่ยี่ ครานี้คนที่อาลัยอาวรณ์ก็เป็นางเสียเองนางไม่ได้อาลัยอาวรณ์คุณชายเก้า ทว่าอาลัยอาวรณ์ของที่นางลำบากลำบนทำมา ถูกคุณชายเก้านำไปมอบให้ผู้อื่นอย่างง่ายดาย
"เอาล่ะ เ้ากลับไปเถิด แล้วรีบทำการบ้านของหลายวันมานี้ของข้าให้ครบด้วย"
สุยอันใร้อง 'หา' ทว่าทันใดนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างเป็ประกาย "แม่ทัพฉู่จะยกทัพกลับเมืองหลวงแล้วหรือเ้าคะ"
ฉู่ยี่ไม่ตอบ แต่ยื่นมือไปผลักหัวของนางให้กลับเข้าไปด้านใน "ตั้งใจทำงานของเ้าไป"
รอให้ฉู่ยี่เดินไปไกลแล้ว สุยอันถึงกล้าเอ่ยเสียงเบา "สูงแล้วคิดว่าแน่หรือ" ถึงได้เอาข้อศอกมาวางไว้บนหัวนาง เห็นหัวนางเป็ที่วางแขนหรือไร
สุยอันเดินไปส่องดูตนเองที่บ่อน้ำ และทอดถอนใจ "สูงแล้วคิดว่าแน่หรือ" จากนั้นจึงเดินคอตกไปทำการบ้านอย่างยอมรับชะตากรรม
เมื่อหวางจื่ออวี๋ได้รับของขวัญชิ้นดีก็ดีใจมาก ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหู "สุยอันต้องเป็คนทำแน่ๆ" เขาใช้ข้อศอกกระทุ้งฉู่ยี่หนึ่งที "มีแต่เ้าเท่านั้นล่ะ เกิดอยู่บนกองเงินกองทองจึงไม่รู้จักรักษา"
ฉู่ยี่เอ่ยอย่างมีน้ำโห "ทำไม ข้าต้องยกนางเป็สหายเรียนให้เ้า ถึงจะรู้จักรักษาใช่หรือไม่"
หวางจื่ออวี๋เพียงแค่มีใจอารีเป็นิสัย หากจะรับสาวใช้ของฉู่ยี่มาจริงๆไม่ต้องบอกว่าเป็สหายเรียนหรือไม่ มารดาของเขาคงได้จัดการเขาเป็แน่
เพราะเหตุนี้เขาจึงเพียงยิ้ม มิได้เออออห่อหมกจะรับฉู่สุยอันมาจริงๆ
ฉู่ยี่เองก็มิได้อยากยกนางให้เขาอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาครั้งนี้ที่เขามาก็เพราะอยากให้หวางจื่ออวี๋ช่วยเขาแต่งกลอน
หวางจื่ออวี๋ถึงได้รู้ว่าเขาหยุดเรียนแล้ว จึงมองเขาด้วยความอิจฉาฉู่ยี่บอกต่อคำพูดเดิมของมารดาให้หวางจื่ออวี๋ฟัง "ท่านแม่บอกว่าครอบครัวของอาจารย์หลินเพิ่งอยู่พร้อมหน้า ให้เวลาพวกเขาได้อยู่ด้วยกันดีๆและอีกไม่กี่วันก็เข้าเดือนสิบสองแล้ว จึงต้องหยุดเรียนตามธรรมเนียม"
หวางจื่ออวี๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทว่ากลับไม่รู้สึกใแต่อย่างใดแม้แต่เื่ที่ครอบครัวของอาจารย์หลินมาเมืองหลวงเขาก็ไม่ถามถึง
เมื่อฉู่ยี่เห็นท่าทีของเขา ก็พอเดาได้ว่าต้องมีอะไรสักอย่างจึงหลอกเขาออกมาดื่มสุรา หวางจื่ออวี๋ไม่รู้ตัว ตกหลุมพรางของฉู่ยี่เข้าให้ เขาจึงทำได้เพียงบอกทุกอย่างที่รู้ให้ฉู่ยี่ฟัง "เื่นี้มีเพียงท่านพ่อและท่านย่าของข้าที่รู้ ข้าแอบได้ยินท่านย่าพูดก่อนเข้านอน"
"ได้ยินว่าน้องสาวของฮูหยินหลินสวยจนจันทร์หลบ งามจนมวลผกาละอายอ๋องหลิ่งเห็นแล้วก็พึงใจ จะรับนางมาเป็อนุให้ได้ แต่นางไม่ยอม อ๋องหลิ่งจึงบังคับพี่เขยของนางซึ่งก็คืออาจารย์หลินไปออกรบ หลังจากนั้นอาจารย์หลินก็ยอมศิโรราบให้แก่แม่ทัพใหญ่ เมื่อแม่ทัพใหญ่ปราบปรามทุกอย่างสงบน้องสาวของฮูหยินหลินจึง..."
เมื่ออีกฝ่ายอึกๆ อักๆ ฉู่ยี่ก็พลันเข้าใจทุกอย่าง เมื่อรวมกับเื่ที่สุยอันบอกเขาดูท่าน้องสาวของฮูหยินหลินผู้นี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว ทุกคนต่างเห็นนางเป็ศัตรู ทว่าเขากลับรู้สึกสนใจนางขึ้นมา
หวางจื่ออวี๋ไม่กลัวที่จะพูดถึงสกุลหลิน ทว่าหากแม่ทัพฉู่รับคนสกุลหลินเป็อนุจริงนั่นไม่เท่ากับว่าเขาสงสัยในการตัดสินใจของแม่ทัพฉู่หรอกหรือ
แม้เขากับฉู่ยี่จะเป็ญาติกัน แต่ฉู่ยี่กับแม่ทัพฉู่ก็เป็บิดากับบุตรกันแท้ๆซ้ำแม่ทัพฉู่ยังรักฉู่ยี่มาก ด้วยเหตุนี้หวางจื่ออวี๋จึงปิดปากสนิท กระดกสุราขึ้นดื่มหากปากของคนเมาพูดอะไรพลาดพลั้งไปก็มิจำเป็ต้องติดใจเอาความ
ฉู่ยี่เพียงคิดอะไรเล็กน้อย หวางจื่ออวี๋ก็ดื่มจนเมาหัวราน้ำเสียแล้ว
*เฉินเจิ้ง แปดโมงเช้า
*เดิมนึกว่าเป็บุปผาบนผาสูงใครเล่าจะคิดว่าเป็เพียงเศษตะกอน เปรียบเปรยคิดว่าสูงศักดิ์แต่ความจริงกลับไม่มีดี
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า