หลี่ชางกงเห็นศิษย์น้อยทั้งสามของเขานั้นกระตือรือร้นที่อยากจะทำความรู้จักกับฉินจุนเขาก็อดยิ้มไม่ได้ เขาจำได้ว่าตอนที่เขาชักชวนฉินจุนเข้านิกายในตอนนั้นฉินจุนกลับปฏิเสธแบบไม่คิดเลย เพราะว่าเขานั้นอยากจะปกป้องตระกูลและทำให้ตระกูลของเขานั้นยิ่งใหญ่มากกว่า ถามว่าถ้าอยากปกป้องตระกูลทำไมไม่เข้าร่วมกับนิกายใหญ่อย่างนิกายไท่ไป๋แหล่ะ คำตอบก็ออกจะง่ายฉินจุนนั้นเข้าไปในฐานะผู้าุโฝ่ายนอกซึ่งผู้าุโฝ่ายนอกนั้นมีอยู่กันเป็หลานสิบ และไม่ได้มีอำนาจต่อรองเหมือนกับผู้าุโฝ่ายในหรือผู้าุโหลัก รองคิดดูเล่นๆผู้าุโนอกนั้นเกิดปัญหานิกายระดับนี้นั้นจะออกหน้าช่วยผู้าุโตัวเล็กๆที่หามาเติมใหม่เมื่อไรก็ได้หรอ เพราะฉะนั้นฉินจุนคิดว่าการอยู่กับตระกูลนั้นจะช่วยเหลือตระกูลได้มากกว่านั้นเอง
"เดี๋ยวอีกไม่นานตระกูลฉินคงเปิดตระกูลเชิญชวนผู้คนไปเฉลิมฉลอง ไว้เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะพาพวกเ้าไปรู้จักกับฉินจุนก็แล้วกัน" หลี่ชางกงพูดด้วยความใจดี
"อาจารย์จะลงเขาด้วยตนเองเลยหรอขอรับ แบบนี้ต้องเป็ข่าวใหญ่แน่" ชายหนุ่มพูดเขามีนานว่าฟ่านเฉิงเฉิงเป็หนึ่งในศิษย์ของหลี่ชางกงนั้นเอง
"ฮ่าๆ ก็คงเป็เช่นนั้น" หลี่ชางกงพูดแบบยิ้ม
"ข้าอยากจะรู้จริงว่าเขาจะน่าทึ่งอย่างที่อาจารย์พูดหรือป่าว" หญิงสาวคนนึงพูดขึ้นเธอมีนานว่าหลิวอี้หรู
"ข้าก็ด้วย" หญิงสาวคนสุดท้ายพูดแบบสั้นๆ เธอมีนามว่าซิวเหยียน
"ฉินจุน เ้าแม้แต่ชื่อกับคำบอกเล่านิดหน่อยก็ทำให้ใครๆก็อยากเจอแล้วสินะ" หลี่ชางกงพูดในใจ
"อาจารย์ขอรับท่านจะลงเขาไปแบบนี้ท่านเ้านิกายไม่ว่าอะไรรึขอรับ" ฟ่านเฉิงเฉิงกล่าวถาม
"ไม่หรอก ข้าไม่ได้ไปนานอีกอย่างข้าก็ไม่ได้ลงเขานานแล้วด้วยท่านเ้าสำนักไม่ว่าอะไรข้าหรอก" หลี่ชางกงพูด (ต่อจากนี้ผมจะเรียกเ้านิกายว่าเ้าสำนักนะครับมันฟังดูติดหูกว่า)
ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็ได้มีคนนำข่าวมาแจ้งว่า
"ท่านรองเ้าสำนักขอรับ ตอนนี้คนในสำนักพิษมารรวมถึงทรัพย์สมบัติและของมีค่าทั้งหมดได้หายไปจากสำนักแล้วขอรับ" คนมีแจ้งข่าวรายงาน
"อืม ขอบใจมากเ้าไปได้แล้วล่ะ" หลี่ชางกงพูดออกมา
หลังจากคนที่มาแจ้งข่าวกลับไปแล้วนั้น หลี่ชางกงก็คิดตามว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีความเป็ไปได้สองประการคือ 1)สำนักพิษมารนั้นได้ย้ายรากฐานของสำนักไปที่อื่น และ 2)สำนักพิษมารถูกทำลายแล้วสมบัติทั้งหมดถูกเอาไป
ข้อแรกนั้นโอกาสเป็ไปได้นั้นต่ำมากเพราะสำนักพิษมารนั้นมีประวัติมาหลายหมื่นปี พวกเขาไม่เคยย้ายรากฐานของสำนักมาก่อนเลยและไม่เห็นความจำเป็ต้องย้ายด้วย ส่วนข้อสองนั้นถึงโอกาสเป็ไปได้จะมากกว่าข้อแรกแต่คำถามก็คือใครเป็คนทำต้องอย่าลืมนะว่าสำนักพิษมารนั้นมีระดับนักบุญถึงสองคน คนที่ทำให้สำนักพิษมารหายไปทั้งสำนักได้นั้นอย่างน้อยๆก็ต้องเป็นักบุญขั้นสมบูรณ์หรือสูงกว่านั้นแน่นอน แต่มันจะบังเอิญเกินไปหรือป่าวที่สำนักพิษมารจะถูกทำลายพร้อมกับตระกูลหูและใครๆต่างก็รู้ว่าสำนักพิษมารนั้นหนุนหลังตระกูลหูอยู่ด้วย ถ้าคนไม่โง่จนเกินไปจะเห็นได้ว่าสำนักพิษมารนั้นหายไปพร้อมๆกับตระกูลหูและตระกูลหูก็เป็ศัตรูกับตระกูลฉิน งั้นมันก็หมายความว่าผู้ที่ทำลายสำนักพิษมารนั้นก็คือตระกูลฉินและยังจะบอกได้อีกว่าฉินจุนนั้นไม่ใช่พึ่งตัดผ่านระดับนักบุญอย่างที่ใครๆคิดแต่เขาเป็นักบุญมานานแล้วนั้นเองแถมยังอาจจะเป็นักบุญขั้นสูงอีกด้วย
"ฮ่าๆ เ้าหนูนี้ทำอะไรที่ข้าคิดไม่ถึงอยู่เรื่อยเลยฮ่าๆๆ" หลี่ชางกงหัวเราะชอบใจ ถึงจะยังไม่มีอะไรยืนยันแต่เขาก็เชื่อเหลือเกินว่ามันเป็ฝีมือของฉินจุนแน่นอน
"ท่านอาจารย์มั่นใจรึขอรับว่าเป็ฝีมือของาาสยบฟ้าผู้นั้น" ฟ่านเฉิงเฉิงพูดถามด้วยความสงสัยเพราะความมั้นใจของอาจารย์นั้นมันมากเหลือเกิน
"นั้นสิเ้าคะ ท่านอาจารย์มั่นใจได้ยังไง อาจจะเป็ว่าสำนักพิษมารไปล่วงเกินมหาอำนาจแบ่งแห่งก็ได้" หลิวอี้หรูบอกความคิดของตนออกมา ถึงซิวเหยียนจะไม่พูดอะไรแต่เธอก็รู้สึกเหมือนหลิวอี้หรู
"ใช่สิ มันต้องเป็ฝีมือของเขาแน่ๆเพราะความบังเอิญนี้มันบังเอิญเกินไป และอีกอย่างมันไม่มีทางที่สำนักพิษมารจะหนีด้วยถึงเขาจะรู้ว่าฉินจุนจะมาแต่พวกเขาก็คงไม่ได้เกรงกลัวขนาดนั้นเพราะว่านักบุญสองคนในสำนักนั้นเอง และยิ่งเป็มหาอำนาจคนอื่นยิ่งเป็ไปไม่ได้เข้าไปใหญ่" หลี่ชางกงพูดความคิดและการคาดเดาของตนออก
"ทำไมถึงเป็เช่นนั้นรึขอรับ" ฟ่านเฉิงเฉิงถามด้วยความอยากรู้
"ง่ายนิดเดียว ข่าวจากคนส่งข่าวเมื่อกี้บอกว่าทรัพย์สมบัติของมีค่าหายไปหมดใช่รึไม่" หลี่ชางกงเอ่ยออกมา
"ใช่ขอรับ? แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี" ฟ่านเฉิงเฉิงพูดออกมา
"ฮ่าๆ เ้าลองคิดตามข้าดูนะว่าถ้าเป็มหาอำนาจที่เป็กองกำลังระดับสูงกว่าทำลายสำนักพิษมารจริงจะสนใจในทรัพย์สมบัติของกองกำลังระดับต่ำกว่างั้นรึ" หลี่ชางกงพูดแล้วยิ้มออกมา
"อ้อ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ กองกำลังระดับสูงไม่เสียเวลาเอาทรัพย์สมบัติของมีค่าของกองกำลังระดับต่ำกว่าไปมั้งหมดหรอก แต่ข่าวที่แจ้งเมื่อครู่บอกทรัพย์สมบัติของมีค่าทั้งหมดหายไปนั้นหมายความว่าคนที่มาทำลายสำนักมารนั้นเห็นว่าของพวกนี้มีประโยชน์ต่อเขาไม่มากก็น้อยจึงนำมันไปทั้งหมด นั้นก็หามายความว่าคนที่ทำลายสำนักพิษมารนั้นต้องเป็กองกำลังระดับต่ำกว่าสำนักพิษมารใช่ไหมขอรับ" ฟ่านเฉิงเฉิงบอกความคิดของตนเอง
"ใช่แล้ว เ้าวิเคราะห์ได้ถึงต้อง" หลี่ชางกงยิ้มออกมา
"ไม่อยากจะเชื่องั้นหมายความว่าสำนักพิษมารถูกาาสยบฟ้าฉินจุนทำลายลงยะสิแบบนี้" หลิวอี้หรูพูดออกมา
"..." ซิวเหยียนไม่ได้พูดอะไรแต่ก็คิดว่าเป็แบบนั้นเช่นกัน
"เห็นไหมล่ะ ข้าบอกพวกเ้าแล้วว่าฉินจุนนะเป็คนแปลกๆไม่เหมือนใคร" หลี่ชางกงยิ้มอย่างสนุกสนาน ถ้าใครมาเห็นเขายิ้มแบบนี้ต้องไม่มีใครเชื่อแน่ว่าเขาคือหลี่ชางดงรองเ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่ของนิกายไท่ไป๋
ถ้าเป็เื่ของฉินจุนเขาค่อยข้างสนใจเสมอ ถ้าไม่ใช้เพราะว่าพร์ของฉินจุนเป็แค่ระดับปานกลางเท่านั้นเขาคงจะได้มาเป็ผู้าุโหลักของนิกายไท่ไป๋ไปแล้ว หลี่ชางกงยังมีอีกย่างที่ยังไม่ได้บอกใครเขารู้สึกว่าฉินจุนนั่นเหมาะจะเป็เ้าสำนักคนต่อไปของนิกายไท่ไป๋มากๆ แต่ติดแค่ขอเดียวแล้วมันดันเป็อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขาบุกทะลวงขอบเขตสูงไปได้ยากนั้นก็คือพร์นั่นเอง พร์แค่ระดับปานกลางจะเป็ศิษย์ชั้นในยังยากเลยไม่จำเป็ต้องพูดถึงการเป็ผู้าุโหลักเลยถึงแม้ว่าตัวของหลี่ชางกงจะหนุนหลังฉินจุนก็ตาม