หลังวางสาย เบนต์วิ่งหน้าตั้งมาที่บ้านของหน่อยอย่างรวดเร็ว จนหายใจหอบถี่ ในใจคิดไปไกลว่าบีมน้องชายตัวแสบต้องมาอาละวาดอะไรอีกแน่ๆ แต่พอมาถึงเขากลับต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง เมื่อเห็นสองสาวกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งสมาร์ทโฟนกันอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเจี๊ยบ โดยมีลินนั่งหัวเราะจนตัวงออยู่บนโซฟา
“นี่มันเื่อะไรกันแวว!” เบนต์ถามโพล่งออกมาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์
“พี่เบนต์! คืออื้อ...” แววกำลังจะอ้าปากฟ้อง แต่หน่อยไวกว่า จัดการตะปบปิดปากเพื่อนรักไว้แน่นหนึบ
“พี่เบนต์... ในเมื่อมาแล้วก็มานั่งดื่มด้วยกันเถอะค่ะ อย่าไปสนใจยัยแววเลย มันเมาค้างน่ะ!” หน่อยรีบพูดแก้ต่าง ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย
“อื้อๆ! อื้อออ!” แววพยายามแกะมือเพื่อนออก ดิ้นรนจะพูดเื่ 'การทดลองงานบนเตียง' ให้ได้ จนลินต้องวางแก้วเบียร์ลงแล้วหัวเราะคิกคักออกมาอย่างสนุก
“ให้พี่บอกดีกว่าไหม ฮ่าๆ” ลินสำลักเสียงหัวเราะพลางหันไปบอกเบนต์ “พี่เบนต์นั่งลงก่อนค่ะ เดี๋ยวเราค่อยๆ คุยกัน” พูดจบเธอก็ลุกไปหาแก้วใส่น้ำแข็งมาเตรียมไว้ให้
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มนิ่ง หน่อยจึงยอมปล่อยมือออกจากปากเพื่อนรัก
“โอ๊ย! อีหน่อย! มือมึงเค็มชิบหายเลย ถุยๆ!” แววบ่นอุบพลางทำท่าถุยน้ำลายทิ้ง “มึงจะมาอายอะไรนักหนาวะ มึงอายแต่กูอยากรู้นี่หว่า!”
“ก็ใครใช้ให้มึงเล่นบ้าๆ แบบนั้นล่ะ มึงไม่อายแต่กูอายนี่หว่า!” หน่อยสวนกลับทันควัน
“โธ่... มึงจะมาอายอะไร ตอนจะแก้ผ้า...”
หมับ!! หน่อยคว้าปิดปากแววอีกรอบก่อนที่คำพูดทะลึ่งตึงตังจะหลุดออกมามากกว่านี้ “ขอร้องละแวว อย่าขายกูเลย... กูอายจริงๆ”
แววพยักหน้าหงึกหงักยอมจำนน จนหน่อยยอมปล่อยมือ “เออๆ... แต่ถ้า 'ทดลอง' แล้ว อย่าลืมเอามาเล่าสู่กันฟังด้วยนะมึง”
ลินหัวเราะออกมาอีกรอบอย่างจนใจ ก่อนจะรินเบียร์ให้เบนต์แล้วทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “พี่เบนต์... ลินถามพี่จริงจังนะ”
เบนต์มองอย่างสับสน “ถามมาสิ”
“พี่แค่อยากรับผิดชอบยัยหน่อยเพราะเื่ไอ้บีม หรือพี่อยากอยู่กับยัยหน่อยจริงๆ กันแน่?” ลินถามอย่างตรงจุด
เบนต์ที่เริ่มจับต้นชนปลายถูก ผงกหัวรับน้อยๆ “ทั้งสองอย่าง...” เขาสบตาคู่สนทนาแล้วพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ทั้งอยากปกป้อง... และอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงๆ”
แววลุกพรวดขึ้นมาชี้หน้า “อยากอยู่ด้วยกันจริงๆ นะพี่?”
เบนต์ตวัดสายตามองน้องสาว “เออ! แล้วมันทำไม?”
“ก็... หน่อยมันเป็เมียเก่าน้องชายพี่นะ แววนึกว่าพี่แค่จะรับผิดชอบที่ไอ้บีมมันตามรังควานจนหน่อยไม่ได้พักผ่อนเสียอีก” แววถามสิ่งที่คาใจออกไปตรงๆ
เบนต์หันไปที่หน่อย “หน่อยก็คิดแบบนั้นเหรอ?”
“หน่อย... หน่อยไม่ทราบจริงๆ ค่ะพี่เบนต์ หน่อยไม่รู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่กันแน่” เธอตอบตามความจริงด้วยหัวใจที่สั่นไหว
เบนต์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา “งั้นก็ไปบ้านแม่วันกันเถอะ ไปคุยให้มันเป็เื่เป็ราว... พี่ไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดจาเลื่อนลอยไปวันๆ”
“ลินว่านี่เป็ความคิดที่ดีที่สุดเลยค่ะพี่เบนต์” ลินหันไปมองหน่อยกับแวว “ไปคุยที่บ้านแม่กันเถอะ ไปคุยต่อหน้าผู้ใหญ่ให้มันจบเื่จบราวไปเลย”
ทั้งสี่คนจึงลุกขึ้นและพากันเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านแม่วัน เพื่อจัดการเื่นี้ให้ถูกต้องตามที่เบนต์้า
หลังจากเบนต์เล่าเื่ราวและความ้าของเขาให้ครอบครัวแม่วันฟัง แม้แม่วันจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่เธอก็เลี้ยงดูหน่อยมาั้แ่อายุสิบขวบ หลังจากที่พ่อแม่ของหน่อยแยกทางและหายเงียบไปทั้งคู่ เธอจึงรักและห่วงใยหน่อยเหมือนลูกสาวในไส้อีกคน
“เบนต์... น้าไม่ขวางหรอกนะ ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่หน่อยมีคนดูแล” แม่วันเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ทางพ่อกับแม่ของเบนต์ล่ะ ได้คุยกับท่านบ้างหรือยัง?”
“คุยแล้วครับ และไม่มีใครมีสิทธิ์มาขวางการตัดสินใจของผมครั้งนี้” เบนต์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาเด็ดเดี่ยว “ไม่อย่างนั้นผมคงต้องจัดการไอ้บีมทิ้งเพื่อตัดปัญหาทุกอย่างให้จบไป”
“พวกแกก็โตๆ กันแล้ว น้าเชื่อว่าเบนต์มีความรับผิดชอบมากกว่าบีมเยอะ” แม่วันถอนหายใจอย่างโล่งอก “ถ้าหน่อยยินยอม น้าว่าพากันไปจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อยเถอะ ไอ้บีมมันจะได้เลิกตามรังควาน เพราะเรามีกฎหมายคุ้มครองแล้ว”
หญิงสูงวัยเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเตือนด้วยความเป็ห่วง “ส่วนเื่จะจัดงานแต่งยังไงค่อยมาว่ากันอีกที แต่ต้องมั่นใจนะว่าไอ้บีมมันจะไม่บ้าบุกเข้าไปทำร้ายหรือข่มเหงยัยหน่อยอีก”
“หน่อยไม่อยากจัดงานแต่งค่ะ!” หน่อยโพล่งออกมาทันควัน เมื่อนึกถึงคำครหาที่อาจจะตามมาหากเธอแต่งงานใหม่กับพี่ชายของอดีตสามี
“ทำไมล่ะ?” เบนต์หันไปถามด้วยความไม่เข้าใจ
“พี่เบนต์... คือเรายัง...” หน่อยอึกอัก ไม่กล้าพูดสิ่งที่ติดค้างในใจออกไป
“เื่พี่ผัวน้องสะใภ้นั่นเหรอหน่อย?” ลินแทรกขึ้นเพื่อช่วยให้กำลังใจ “ในเมื่อทุกอย่างมันจบไปแล้ว สถานะพวกนั้นมันก็ไม่มีผลอะไรอีกต่อไปแล้วนะ มันเป็เื่ของคนสองคนที่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่างหาก”
“แค่จดทะเบียนก็พอค่ะ...” หน่อยตอบเสียงแ่แต่ชัดเจน หัวใจเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่แทบจะทะลุออกมาข้างนอก แต่นี่คือการตัดสินใจที่เธอเลือกแล้ว
“งั้นพรุ่งนี้... เราไปจดทะเบียนสมรสกันเลย” เบนต์สรุปสั้นๆ อย่างรวดเร็ว
“พะ... พรุ่งนี้เลยเหรอคะพี่เบนต์?” หน่อยหันไปถามอย่างงุนงงในความรวดเร็วของเขา
“ใช่ พรุ่งนี้เลย และคืนนี้พี่จะนอนที่บ้านหน่อยเหมือนเดิม” เบนต์หันกลับไปบอกแม่วันอย่างเปิดเผย “น้าวันครับ ผมขอพูดตรงนี้เลยว่าคืนนี้ผมจะพักที่บ้านหน่อย ผมไม่อยากปิดบังอะไรใครทั้งนั้น”
“น้าเข้าใจ... เื่พวกนี้น้าไม่ว่าอะไรหรอก” แม่วันตอบรับอย่างยอมรับในความตรงไปตรงมาของเขา “แต่ยังไงก็ช่วยระวังและถนอมความรู้สึกของหน่อยด้วยนะเบนต์”
เมื่อคุยกับผู้ใหญ่เสร็จสรรพ หน่อยก็เดินตามหลังเบนต์กลับมายังบ้านปูนหลังเล็กของเธอทันที สายลมเย็นยามดึกที่พัดผ่านผิวทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป... ฝันว่าเธอเพิ่งตอบตกลงเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด ชายที่เธอเคยคิดว่าเขาสูงส่งจนไม่กล้าเอื้อมมือไปไขว่คว้า
“หน่อยไปอาบน้ำนอนเถอะ เดี๋ยวพี่จะนอนที่โซฟาข้างนอกนี่เอง” เบนต์เอ่ยขึ้นเมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน
หน่อยก้มหน้าลงพลางพึมพำ “อากาศมันเย็นนะคะพี่เบนต์... เข้ามาเอาผ้าห่มข้างในนี้เถอะค่ะ”
พูดจบเธอก็เดินนำเข้าไปยังห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยข้าวของพะรุงพะรังจากการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ผ่านๆ มา ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป หน่อยถึงกับต้องยกมือเกาหัวแกรกด้วยความประหม่า เพราะของที่กองสุมอยู่มันเยอะจนแทบไม่มีทางเดิน
“พี่ว่า... เอาผ้าห่มในห้องนอนหน่อยมาให้พี่สักผืนก็พอ ผืนเดิมก็ได้นะ” เบนต์ถอนหายใจยาวพลางกวาดสายตามองกองสมบัติเ่าั้ ในหัวเริ่มวางแผนไปถึงการจัดพื้นที่ในบ้านใหม่ให้ว่าที่ภรรยาได้วางของฟุ่มเฟือยเหล่านี้อย่างเป็ระเบียบ
“ผืนเดิมยังตากไม่แห้งเลยค่ะ... ยังไงคืนนี้หน่อยก็ต้องรื้อหาผ้าห่มผืนใหม่ให้ตัวเองอยู่ดี” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเขินอาย ปกติที่บ้านรกเธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะอยู่คนเดียว แต่พอตกลงจะแต่งงานกับเขา ความอายมันก็แล่นพล่านขึ้นมาเสียดื้อๆ
เบนต์เอื้อมมือไปเปิดไฟให้สว่างขึ้น ก่อนจะเข้าไปช่วยหน่อยรื้อค้นผ้าห่มออกมา เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อเมื่อเห็นจำนวนข้าวของที่เธอซื้อมาทิ้งไว้ ทั้งที่เ้าตัวแทบไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่เลย
หน่อยหิ้วถุงผ้าห่มออกมาปัดฝุ่นด้านนอก “ขอบคุณนะคะที่ช่วยรื้อของให้” เธอเอ่ยขอบคุณเมื่อเบนต์เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง
“เดี๋ยวพี่ขอตัวกลับไปอาบน้ำที่บ้านก่อนแล้วกัน แล้วจะรีบกลับมา” เบนต์บอกสั้นๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว
“พี่เบนต์... อาบที่บ้านหน่อยก็ได้นะคะ” หน่อยะโไล่หลังไปเบาๆ แต่คำพูดนั้นก็ดูเหมือนจะส่งไปไม่ถึง เพราะร่างหนาเดินลิ่วหายลับไปในความมืดเสียแล้ว
เธอได้แต่ยืนมองตามเงาหลังที่หายไปพลางยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะจัดการปัดฝุ่นเตรียมที่หลับที่นอน และกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ หน่อยกลับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ความเงียบสงัดของบ้านปูนหลังเล็กทำให้เธอไม่ชินเสียอย่างนั้น เพราะตลอดสองวันมานี้ชีวิตเธอวุ่นวายอยู่แต่ในวงเหล้าและเสียงหัวเราะ หญิงสาวเดินไปทรุดนั่งไถสมาร์ทโฟนอยู่ที่โซฟาเพื่อรอเบนต์กลับมา
จู่ๆ เบนต์ก็เดินดุ่มเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าถมึงทึง เขารีบดึงตัวหน่อยให้ลุกขึ้นแล้วดันเธอไปหลบข้างหลังทันที ไม่กี่อึดใจต่อมา 'บีม' ในสภาพใบหน้าบวมช้ำตาเขียวปัดก็ก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับ 'แม่วาว' ผู้เป็แม่
“บีม... กลับบ้านกับแม่เถอะลูก เื่ของแกกับหน่อยมันจบไปนานแล้ว ปล่อยให้เขามีชีวิตใหม่เสียที” แม่วาวพยายามฉุดรั้งลูกชายคนเล็กไว้สุดกำลัง
“ไม่! แม่... นั่นเมียผมนะ!” บีมตวาดลั่นอย่างคนไม่ยอมรับความจริง ทันทีที่รู้ข่าวว่าพรุ่งนี้หน่อยจะไปจดทะเบียนสมรสกับพี่ชาย เขาก็ฝืนสังขารลุกจากเตียงมาหาเธอทันที “หน่อย! ออกมาคุยกันดีๆ สิหน่อย!”
หน่อยที่ยืนหลบอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของเบนต์ค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปมองอดีตสามีด้วยสายตาที่สับสน “พี่เบนต์คะ...”
เบนต์หันมาถามเสียงเรียบ “อยากคุยกับมันเหรอ?”
หน่อยพยักหน้าเบาๆ “อยากให้เขาเข้าใจให้ตรงกันเสียทีค่ะ”
“หน่อยคิดว่าคนอย่างมันจะยอมเข้าใจคนอื่นด้วยเหรอ?” เบนต์ถามตรงๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย “แต่ถ้าหน่อยอยากกลับไปหามัน... พี่ก็จะไม่ห้าม”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพี่เบนต์... แต่ถ้าบีมเอาเื่นี้ไปโพนทะนาว่าพี่ชายแย่งเมียน้องล่ะคะ?” หน่อยเอ่ยถึงสิ่งที่กังวลที่สุดในใจ
เบนต์พยักหน้าเข้าใจ เขาปล่อยให้หน่อยได้เผชิญหน้ากับบีมโดยที่ตัวเขายังคงยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง
หน่อยเดินขยับไปที่หน้าบ้านที่บีมยืนอยู่ “บีม... เราไม่ได้เป็อะไรกันแล้วนะ เื่ของเรามันจบลงไปนานแล้ว” หน่อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“แต่บีมยังไม่ยอมรับ! บีมไม่ยอม!” เขาโพล่งออกมาอย่างอ้อนวอน
“แต่มันไม่มีวันกลับมากันได้อีกแล้วบีม”
“เพราะพี่เบนต์ใช่ไหมหน่อย? ั้แ่เมื่อไหร่กัน!” บีมตะคอกถามด้วยความหึงหวง
“ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น... แต่มันเป็เพราะสิ่งที่บีมทำกับหน่อยต่างหากที่หน่อยรับไม่ได้”
“แต่บีมรักหน่อยนะ! รักจริงๆ!” เขาะโออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ
“ความรักที่มาช้า... มันก็ไร้ค่าเหมือนหญ้าแห้งนั่นแหละบีม พอเสียทีเถอะ” หน่อยพูดจบก็หันไปเกาะแขนเบนต์ไว้อย่าง้าที่พึ่ง
เบนต์เอื้อมมือไปโอบไหล่หน่อยไว้อย่างแสดงความเป็เ้าของ ก่อนจะจ้องหน้าน้องชายด้วยสายตานิ่งสงบแต่ทรงพลัง “แม่... พาไอ้บีมกลับไปพักซะ” พูดจบเขาก็ประคองเธอเดินเข้าบ้านไปและปิดประตูลงอย่างแ่า
“บีม... กลับเถอะลูก” แม่วาวสะอื้นไห้ ในใจเธอรู้ดีที่สุดว่าบีมเป็ฝ่ายผิดมาั้แ่ต้น เพราะในอดีตบีมเป็คนไปแย่งหน่อยมาจากเบนต์ ทั้งที่ความจริงหน่อยควรจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเบนต์ั้แ่แรก
บีมมองบานประตูที่ปิดสนิทลงด้วยความหมดหวัง ตลอดเวลาเขาพยายามเข้าข้างตัวเองว่าเขาสามารถเอาชนะใจเธอได้อีกครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับไปอยู่กับพี่ชาย... พี่ชายที่เขาต้องเดินตามหลังมาตลอดชีวิต แม้แต่พ่อก็ไม่เคยเข้าข้างเขา น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลอาบแก้มขณะที่เขาจำใจหันหลังกลับไปพร้อมกับแม่
แม่วาวเองก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เธอรักลูกชายทั้งสองคนเท่ากัน แต่การที่เธอเคยเข้าข้างบีมในอดีต ยิ่งทำให้เบนต์ตีตัวออกห่างจากครอบครัวไปทุกที จนถึงขั้นยอมแยกบ้านอยู่ในตอนนี้... เธอรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์ของความผิดพลาดที่ยากจะแก้ไขเสียแล้ว