“ยามนี้ข้ามิใช่องค์หญิงแล้ว เรียกข้าว่าฮูหยินเถิด” กวานซูเหยียนยกมือปรามเบา ๆ ไม่พูดอะไรต่อ เพราะหากถามอะไรที่ไม่เข้าเื่ออกไป ย่อมเป็พิรุธทันทีว่าตนไม่รู้จักใครที่ควรจะรู้จัก
เมิ่งหรูที่ยืนข้างกายกลับคิดว่าผู้เป็นายกำลังใ จึงเป็ฝ่ายพูดขึ้นเองโดยไม่ปล่อยให้กวานซูเหยียนต้องรอฟังคำตอบนาน
“เป็ไปไม่ได้…หมอเทวดาซู! ท่านถูกฮ่องเต้ปะาไปแล้วนี่!”
คราวนี้กวานซูเหยียนใแล้วจริงๆ! คนผู้นี้ถึงกับเป็หมอเทวดาซู! คนที่ครั้งหนึ่งนางตั้งใจจะไปกราบเขาเป็อาจารย์เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เขากลับเป็คนที่บังคับเกวียนให้นางนั่งมาตลอดหลายวัน!
หญิงสาวทั้งใทั้งดีใจในคราวเดียว แต่นางรีบส่งสายตาดุกลับไปยังกวานจื่อเซิงจนเขาสะดุ้ง!
“พี่ห้า…ท่านมีหมอเทวดาซูเป็เพื่อนร่วมทาง แต่ไม่รู้จักใช้ประโยชน์จากพร์ของเขาบ้างเลยหรือ! รู้หรือไม่ว่าเขาสามารถปรุงยาได้หลากหลายชนิด นั่นมันเงินทั้งนั้นเลยนะเ้าคะ!”
กวานซูเหยียนยังคงตำหนิกวานจื่อเซิงไม่หยุด
“ไม่เพียงท่านไม่รู้จักหาเงิน ยังให้หมอเทวดาซูมาลากเกวียนอย่างกับเป็บ่าวรับใช้! ไม่ฉุกคิดบ้างหรือว่าตัวเขามีค่ามากเพียงใด!?” นางยิ่งพูดก็ยิ่งโมโหจนเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
แต่แทนที่กวานจื่อเซิงจะสำนึกผิด เขากลับเหลือบตามองซูเซิ่นอี้ด้วยสายตาเ็า ราวกับมองเศษดินที่ติดอยู่ใต้รองเท้า
“ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไร” เขาลากเสียงยาว “เ้าก็ถามเขาเองสิ”
ซูเซิ่นอี้สะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนผิดปกติ
“ฮูหยินได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย! ข้าน้อยจะยอมเป็วัวเป็ม้ารับใช้ท่านไปตลอดชีวิต โปรดเมตตาด้วยเถิดขอรับ!”
เมิ่งหรูขยับเข้ามายืนบังกวานซูเหยียนโดยอัตโนมัติ ส่วนกวานจื่อเซิงมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าพอใจประหลาด ๆ เหมือนรอให้อีกฝ่ายสารภาพสิ่งใดสักอย่าง
กวานซูเหยียนเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ทั้งความหวาดกลัวจนเกินเหตุของซูเซิ่นอี้และความสะใจที่แฝงอยู่ในสายตาของกวานจื่อเซิง
นางช้อนคางขึ้นเล็กน้อย เปลี่ยนท่าทีเป็องค์หญิงสูงศักดิ์ที่เคยผ่านการข่มขวัญผู้คนมานับครั้งไม่ถ้วน
“ซูเซิ่นอี้!” นางกล่าวเสียงเย็น “ข้าให้โอกาสเ้าเพียงครั้งเดียว”
นางยื่นนิ้วลงพื้นช้า ๆ “พูดความจริงทั้งหมดออกมา!"
ซูเซิ่นอี้หมอบศีรษะลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เสียงของเขาสั่นน้อย ๆ ราวกับฝืนกลั้นมานาน
“ฮูหยิน… ความจริงแล้ว ข้าน้อยไม่ใช่ท่านหมอเทวดาหรอกขอรับ… ข้าเป็เพียงยาถงที่ช่วยจัดยาและติดตามท่านหมอมาั้แ่ยังเล็กเท่านั้นเอง”
เมิ่งหรูเบิกตากว้าง “ยาถง? เ้าหมายความว่า เ้าเป็เพียงเด็กจัดยาในร้านยาเท่านั้น?”
ซูเซิ่นอี้พยักหน้าเร็ว ๆ ด้วยความละอาย “ขอรับ! ท่านหมอผู้เป็อาจารย์ของข้าต่างหากที่เป็หมอเทวดาตัวจริง วันหนึ่งอาจารย์ป่วยหนักกะทันหันและสิ้นใจไป ข้าก็ใกลัว ไม่รู้จะพึ่งใคร…จึงแอบเอายาที่อาจารย์ปรุงทิ้งไว้ในร้านมาเก็บไว้กับตัว แล้วออกเดินทางขายยารักษาโรคกินประทังชีวิต”
เขาก้มหน้างุด มือทั้งสองกำแน่นจนสั่น
“แต่เพราะยาของอาจารย์มีสรรพคุณสูง ชาวบ้านจึงเข้าใจผิดคิดว่าข้าคือหมอเทวดาที่เก่งกาจเสียเอง ภายหลังบังเอิญมีขุนนางคนหนึ่งนำชื่อข้าไปกล่าวอ้างกราบทูลต่อฮ่องเต้ ข้าก็ยิ่งไม่กล้าบอกความจริงอีก…”
เมิ่งหรูอ้าปากค้าง ส่วนกวานจื่อเซิงยืนกอดอก มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเหมือนไม่แปลกใจเลยสักนิด
กวานซูเหยียนหรี่ตาแล้วถามต่อ
“แล้วที่เ้าเคยมอบยาหมื่นเหตุให้ข้าในอดีต…ก็คือยาที่อาจารย์ของเ้าปรุงไว้ก่อนสิ้นชีวิตงั้นหรือ?”
ซูเซิ่นอี้พยักหน้ารัว “ขอรับ! ข้าไม่มีปัญญาปรุงยาชั้นยอดเช่นนั้นออกมาได้หรอก!”
กวานซูเหยียนยืนนิ่งอยู่ชั่วขณะ ก่อนกลั้นลมหายใจแล้วถามคำถามที่ค้างคาอยู่
“เช่นนั้นแล้ว…คนที่ถูกฮ่องเต้ปะาไปเมื่อหลายปีก่อนเป็ใครกัน?”
“ก็เป็…เป็ข้านั่นล่ะขอรับ!”
“อะไรนะ!?” กวานซูเหยียนกับเมิ่งหรูอุทานพร้อมกัน
ซูเซิ่นอี้น้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัวเมื่อรื้อฟื้นความหลัง
“ตอนนั้นยาหมื่นเหตุที่ข้าน้อยมีอยู่หมดไปแล้ว ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ข้าปรุงยาเพิ่ม แต่ข้าทำไม่ได้ ฮ่องเต้กริ้วมากจึงสั่งปะาข้าในทันที”
เขาหันไปมองกวานจื่อเซิงที่ยืนทำหน้าเหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร
“เป็องค์ชายห้าที่เมตตาแอบสับเปลี่ยนตัวนักโทษ ข้าจึงรอดมาได้ขอรับ ั้แ่นั้นข้าก็ซ่อนตัวอยู่ในเรือนองค์ชายอีกหลายปี ไม่กล้าโผล่หน้าไปที่ไหนอีกเลย…”
กวานซูเหยียนค่อย ๆ หันไปจ้องกวานจื่อเซิงด้วยสายตาที่ทั้งซาบซึ้ง…และอยากต่อยสักหมัด
“ท่านรู้มาตลอด…ว่าเขาไม่ใช่หมอเทวดาซูตัวจริง?”
กวานจื่อเซิงยักไหล่อย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิด “ก็ใช่น่ะสิ”
เมิ่งหรูยกมือปิดหน้าอย่างหมดคำจะพูด ส่วนกวานซูเหยียนถึงกับถอนหายใจยาวสุดชีวิต
นางยังตั้งสติไม่ทันจากความจริงเกี่ยวกับซูเซิ่นอี้ ความหวังจะให้เขาปรุงยาออกขายทำกำไรหายวับไปต่อหน้าต่อตาในพริบตาเดียว
แต่แม้จะผิดหวัง นางก็ยังมีอีกหนึ่งคำถามที่คาใจไม่ปล่อย
นางลุกขึ้นยืนเท้าเอว มององค์ชายห้าด้วยสายตาเย็นเยียบ แต่แผ่กลิ่นอายคาดคั้นอย่างรุนแรง
“ไหน ๆ ก็รู้ความจริงกันหมดแล้ว ต่อจากนี้ระหว่างพวกเรา” นางเน้นเสียง “จะไม่มีความลับต่อกันอีก ข้าถามหน่อยเถอะ ในเมื่อท่านรู้ว่าเขาไม่ใช่หมอเทวดา แล้วเหตุใดถึงช่วยชีวิตซูเซิ่นอี้เอาไว้?”
กวานจื่อเซิงอ้าปากเหมือนจะตอบอย่างคนมั่นใจ แต่พอเห็นสายตาของนางก็กลับบิดตัวอย่างกระดากเล็กน้อย
“ก็…ตอนนั้นข้าไม่รู้ไงว่าเขาเป็หมอปลอม!” เขาบ่นอุบ ก่อนยืดอกพูดเสียงดังขึ้น “ที่ช่วยไว้ก็เพราะข้าคิดว่าเขาจะต่อส่วนลับหรือปลูกอวัยวะส่วนนั้นขึ้นมาใหม่ให้ข้าได้อย่างไรเล่า!”
“แค่ก!!”
คราวนี้กวานซูเหยียนสำลักลมหายใจตัวเองจริง ๆ หน้านางแดงเถือกเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเหตุผลต่ำตมเช่นนี้
เมิ่งหรูอ้าปากค้าง ส่วนซูเซิ่นอี้หดคอตัวสั่นเหมือนอยากหายเข้าไปในดิน
แต่กวานจื่อเซิงไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เขากลับพูดต่อหน้าตาเฉย
“ไหน ๆ ก็พูดเื่ความจริงกันแล้ว ถ้างั้นข้าก็จะสารภาพความจริงเช่นกัน!”
กวานซูเหยียนสะดุ้งโหยง นางรีบเงยหน้ามองเขาอย่างระแวงสุดขีด
“เดี๋ยวก่อน..ความจริงอะไรอีก!?”
กวานจื่อเซิงยกมือขึ้นเกาหลังคอด้วยท่าทางลำบากใจผิดวิสัย จนบรรยากาศรอบศาลาร้างเงียบสงัดลงทันที
ซูเซิ่นอี้กลืนน้ำลาย เมิ่งหรูกำมีดสั้นแน่นพร้อมจะปกป้องนายหญิงหากมีเื่ไม่ดี
กวานจื่อเซิงสูดลมหายใจลึก สีหน้าครั้งนี้จริงจังกว่าทุกครั้งที่เคยเห็นมา
“พวกเ้ารู้ใช่ไหม…ว่ามารดาของข้าเป็ใคร”
เมิ่งหรูก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวราวกับถูกฝึกมาให้ตอบโดยสัญชาตญาณ
“พระสนมเหอ…นางเป็พระสนมชั้นผินที่ไม่มีใครในวังใส่ใจมากนัก ว่ากันว่านางงดงามหยาดเยิ้มเลยทีเดียว.."
“ข้ารู้ว่ามารดาข้าชื่ออะไร!” กวานจื่อเซิงขัดขึ้นทันควัน “ข้าจะถามว่า…พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วมารดาของข้ามาจากไหน”
เงียบสนิท
ซูเซิ่นอี้เงยหน้าขึ้นมามองอย่างอยากรู้อยากเห็น
เมิ่งหรูขมวดคิ้วแน่น มั่นใจว่าตนไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงเื้ัของพระสนมเหอมาก่อน แม้แต่กวานซูเหยียนก็ยังไม่เคยอ่านเจอในนิยายว่ามารดาหรือตัวกวานจื่อเซิงเองจะมีปริศนาอะไรเช่นนี้
กวานจื่อเซิงเพียงยกยิ้มที่มุมปาก สีหน้าไม่ได้เศร้าหมอง หากแต่เป็ความเฉยชาอย่างน่าประหลาด เหมือนคนที่ยอมรับชะตาชีวิตจนด้านชาไปแล้ว
“มารดาของข้า…นางไม่ใช่คนสูงศักดิ์ ไม่ใช่แม้แต่หญิงสามัญชนปกติด้วยซ้ำ” เขาหยุดไปเล็กน้อยแววตาวูบไหว
“นางเป็หญิงคณิกาที่เสด็จพ่อไปพบนางเข้าโดยบังเอิญเท่านั้นเอง”
ศาลาร้างทั้งหลังเงียบกริบราวกับเสียงลมหายใจก็ยังดังเกินไป
“ด้วยความงามของนาง เสด็จพ่อก็ไม่ใส่พระทัยว่านางเป็ใคร” เขาพูดพลางยักไหล่ “เขาพานางเข้าวังหน้าตาเฉย แล้วก็ฆ่าปิดปากทุกคนที่รู้ความจริง ว่าพระสนมเหอที่งามจนล่มเมืองเคยเป็สตรีในหอนางโลมมาก่อน”
เมิ่งหรูยกมือขึ้นปิดปากด้วยความใสุดขีด