บทที่ 4: บัณฑิตกับิญญาสาว
ภายในห้องพักเรือนตะวันออก แสงเทียนเริ่มริบหรี่ลง หนิงไฉ่เฉินเดินวนไปเวียนมาด้วยความกระวนกระวายใจ เสียงะเิตูมตามและแสงประหลาดที่เกิดขึ้นในป่าด้านหลังวัดเมื่อครู่ ทำให้จิตใจของบัณฑิตหนุ่มไม่อาจสงบลงได้
"เ้าว่า... คุณชายไป๋จะเป็อะไรไหม?" หนิงไฉ่เฉินหันไปถามอาเจาท์ที่กำลังนอนเอกเขนกแคะฟันอย่างสบายใจ
"ท่านบัณฑิต ท่านควรห่วงปีศาจในป่ามากกว่านะขอรับ" อาเจาท์ตอบโดยไม่ลืมตา "นายน้อยข้า... เอาเป็ว่าท่านรอดูเองเถอะ"
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
หนิงไฉ่เฉินสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าตำราเล่มหนาขึ้นมาเป็อาวุธป้องกันตัว แต่เมื่อเห็นผู้ที่ก้าวเข้ามา เขาก็ต้องชะงักค้างด้วยความตะลึงลาน
ไป๋อวิ๋นเดินเข้ามาด้วยท่าทีผ่อนคลาย เสื้อผ้ายังคงสะอาดสะอ้าน แต่สิ่งที่ทำให้หนิงไฉ่เฉินตาค้าง ไม่ใช่คุณชายไป๋ แต่เป็สตรีโฉมงามในชุดขาวที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆ รัศมีความงามของนางสว่างไสวจนทำให้ห้องโทรมๆ ดูงดงามขึ้นถนัดตา
"พี่หนิง รอนานหรือไม่?" ไป๋อวิ๋นยิ้มทักทาย ก่อนจะผายมือไปทางด้านหลัง "ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือแม่นาง 'เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน' นางประสบเคราะห์กรรมถูกคนชั่วรังแก ข้าเลยพานางมาหลบภัยที่นี่ชั่วคราว"
หนิงไฉ่เฉินรีบวางตำราลง จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วประสานมือคารวะ "ข้าน้อยหนิงไฉ่เฉิน คารวะแม่นางเนี่ย... มิทราบว่าแม่นางพักอยู่ที่ใด เหตุใดจึงมาอยู่กลางป่าเขาในยามวิกาลเช่นนี้?"
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเงยหน้าขึ้นมองบัณฑิตหนุ่ม แววตาซื่อตรงและท่าทีเกรงใจของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด นางย่อกายคำนับตอบ เสียงของนางแ่เบาราวกับสายลม "คารวะคุณชายหนิง... ข้าน้อย... ข้าน้อยไร้ญาติขาดมิตร บ้านแตกสาแหรกขาด จำต้องอาศัยวัดร้างซุกหัวนอน..."
ไป๋อวิ๋นกระแอมเบาๆ ขัดจังหวะละครดราม่า "เอาล่ะๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้ว พี่หนิง ท่านเป็คนใจกว้างและมีสติปัญญา ข้าจะไม่ปิดบังท่าน... แม่นางเสี่ยวเชี่ยนผู้นี้ ไม่ใช่มนุษย์"
"ห๊ะ!" หนิงไฉ่เฉินอุทานลั่น ถอยหลังไปชนผนังห้อง "มะ... ไม่ใช่มนุษย์? งั้นนางก็เป็..."
"นางเป็ิญญา" ไป๋อวิ๋นตอบเสียงเรียบ "แต่นางไม่ได้มาร้าย นางถูกปีศาจต้นไม้ที่ข้าเพิ่งไปสั่งสอนมาเมื่อครู่กักขังและบีบบังคับ ข้าไถ่ตัวนางมาแล้ว ตอนนี้นางเป็อิสระ เพียงแต่ยังไปผุดไปเกิดไม่ได้เพราะห่วงกังวลบางอย่าง"
หนิงไฉ่เฉินหน้าซีดเผือด แม้ปากจะบอกว่าเชื่อคำสอนปราชญ์ไม่กลัวภูตผี แต่พอเจอิญญาตัวเป็ๆ (ที่สวยหยาดเยิ้ม) มายืนอยู่ตรงหน้า ขาก็พาลจะอ่อนแรง
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเห็นท่าทีหวาดกลัวของเขา แววตาของนางก็หม่นแสงลง นางก้มหน้าต่ำ "ข้าน้อยขออภัยที่ทำให้คุณชายหนิงใ... ข้าเป็เพียงิญญาสกปรก ไม่สมควรมาอยู่ร่วมห้องกับบัณฑิตผู้ทรงเกียรติ ข้าจะออกไปรอข้างนอกเ้าค่ะ"
นางทำท่าจะลอยตัวออกไป แต่ทันใดนั้น หนิงไฉ่เฉินกลับรวบรวมความกล้า ะโเรียกไว้ "ช้าก่อนแม่นาง!"
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ มองดูแววตาที่เศร้าสร้อยของนาง ความกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสาร "ปราชญ์กล่าวว่า 'เมตตาธรรมค้ำจุนโลก' ไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์... หากแม่นางเป็ผู้ถูกกระทำ และไม่ได้คิดร้ายต่อข้า ข้าหนิงไฉ่เฉินก็ยินดีต้อนรับท่าน เชิญ... เชิญแม่นางพักข้างในเถิด ข้างนอกน้ำค้างแรงนัก"
ไป๋อวิ๋นยิ้มออกมาด้วยความพอใจ 'สอบผ่าน... ไม่เสียแรงที่ข้าเลือกเ้า'
"ดีมาก!" ไป๋อวิ๋นนั่งลงที่ตั่งเตียง "ในเมื่อเข้าใจกันแล้ว ข้ามีเื่จะแจ้งให้ทราบ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะออกเดินทาง"
"เดินทาง? ไปที่ใดหรือขอรับ?" หนิงไฉ่เฉินถาม
"ไปบ้านเกิดของเ้า" ไป๋อวิ๋นชี้ไปที่หนิงไฉ่เฉิน "และพานางไปด้วย"
เขาหยิบโถเถ้ากระดูกวางลงบนโต๊ะ "นี่คือเถ้ากระดูกของเสี่ยวเชี่ยน การจะให้นางหลุดพ้นอย่างสมบูรณ์ เราต้องนำเถ้ากระดูกนี้ไปฝังในที่ที่มีฮวงจุ้ยดี หรือทำพิธีส่งิญญาที่เหมาะสม ข้าจะเดินทางไปส่งเ้าที่เมืองจินหัว แล้วค่อยหาสถานที่เหมาะๆ ให้แม่นางเสี่ยวเชี่ยน"
หนิงไฉ่เฉินมองโถใบนั้น แล้วมองสลับไปที่หญิงสาว เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ข้ายินดีช่วยขอรับ!"
ปัง!
ทันใดนั้น หน้าต่างห้องอีกฝั่งหนึ่งก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ลมกรรโชกพัดเปลวเทียนจนดับวูบ
เงาร่างสายหนึ่งกระโจนเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับประกายดาบสีเงินวาววับที่พุ่งตรงไปยังเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน!
"กลิ่นไอปีศาจเหม็นคลุ้ง! บังอาจมาล่อลวงคนในเขตของข้า ตายซะเถอะ!"
เสียงะโดุดันดังขึ้น เ้าของร่างนั้นเป็ชายวัยกลางคน ไว้หนวดเครารุงรัง สวมชุดนักพรตเก่าขาด สะพายกระบี่ไม้และยันต์เต็มตัว
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนหวีดร้องด้วยความใ นางหลบไม่ทันแน่!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
ดาบยาวของนักพรตเคราดก หยุดชะงักอยู่กลางอากาศ ห่างจากคอของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเพียงหนึ่งนิ้ว... ถูกขวางไว้ด้วย 'ด้ามพัดจีบ' ของไป๋อวิ๋น
ไป๋อวิ๋นยืนขวางหน้านางไว้ มือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างถือพัดต้านรับดาบใหญ่อย่างสบายๆ
"ท่านจอมยุทธ์ ใจเย็นก่อน" ไป๋อวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล "เข้ามาไม่เคาะประตู แถมยังชักดาบใส่สตรี... นี่ใช่วิถีของวีรบุรุษหรือ?"
ชายเคราดกเบิกตากว้าง พยายามออกแรงกดดาบลงไป แต่ด้ามพัดจีบเล่มเล็กๆ นั้นกลับแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
"เ้าหนุ่ม! หลีกไป! นางเป็ปีศาจ!" ชายเคราดกตวาด "ข้าคือ 'เยี่ยนชื่อเสีย' (Yan Chixia) มือปราบปีศาจแห่งวัดหลานรั่ว ข้าััได้ถึงไอปีศาจที่รุนแรงมาจากตัวนาง นางต้องตาย!"
"เยี่ยนชื่อเสีย..." ไป๋อวิ๋นทวนชื่อนี้เบาๆ รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก 'ตัวละครสำคัญโผล่มาแล้วสินะ'
"ท่านเยี่ยน ข้าทราบดีว่าท่านเกลียดชังปีศาจ แต่ปีศาจก็มีดีมีชั่ว เช่นเดียวกับมนุษย์" ไป๋อวิ๋นสะบัดข้อมือเบาๆ ส่งแรงกระแทกกลับไป
เยี่ยนชื่อเสียรู้สึกเหมือนถูกกระแทกด้วยค้อนปอนด์ เขาเซถอยหลังไปสามก้าว ดาบในมือสั่นระริก
"วรยุทธ์สูงส่ง!" เยี่ยนชื่อเสียมองไป๋อวิ๋นด้วยสายตาประเมินใหม่ "เ้าเป็ใคร? เหตุใดจึงปกป้องนางมารนี่?"
"ข้าแซ่ไป๋" ไป๋อวิ๋นเก็บพัด "นางไม่ได้ทำร้ายใคร ข้าเป็คนพานางมาเอง หากท่าน้าปราบปีศาจ ปีศาจต้นไม้พันปีในป่าด้านหลังถูกข้าจัดการไปแล้ว ท่านมาช้าไปหน่อยนะ"
"จัดการปีศาจต้นไม้? เ้าเนี่ยนะ?" เยี่ยนชื่อเสียทำหน้าไม่อยากเชื่อ ปีศาจตนนั้นเขาต่อสู้ยืดเยื้อมานานยังทำอะไรมันไม่ได้มาก แต่เ้าหนุ่มหน้าขาวนี่กลับบอกว่าจัดการแล้ว?
"หากท่านไม่เชื่อ เชิญไปตรวจสอบดูได้ แต่ตอนนี้... ข้าขอแนะนำให้ท่านเก็บดาบลงก่อน เรามานั่งดื่มสุราคุยกันดีกว่าไหม? ข้ามี 'นารีแดง' ชั้นดีติดรถมาด้วยนะ"
คำว่า 'สุราชั้นดี' ทำให้หูของเยี่ยนชื่อเสียกระดิกทันที ความดุดันลดลงไปกว่าครึ่ง เขาจ้องหน้าไป๋อวิ๋นสลับกับเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ก็ได้! เห็นแก่ฝีมือของเ้า ข้าจะยอมฟังเหตุผลสักครั้ง... แต่ถ้าข้าจับได้ว่านางคิดร้ายแม้แต่นิดเดียว ดาบของข้าจะไม่ปรานี!"
เยี่ยนชื่อเสียกระแทกดาบลงเก็บเข้าฝัก แล้วเดินดุ่มๆ เข้ามานั่งที่โต๊ะกลางห้องอย่างถือวิสาสะ "ไหนล่ะสุรา? เอาออกมาสิ!"
ไป๋อวิ๋นหันไปยิ้มให้หนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนที่ยังยืนตัวแข็งทื่อ "เห็นไหม... ทุกปัญหาในยุทธภพ แก้ไขได้ด้วยการเจรจา... และสุราดีๆ"