ในห้วงจิตสิ่งหนึ่งที่เฉียวเฟิงััได้ชัดตอนนี้คือ การต่อสู้แลกชีวิตที่บุรุษหน้ากากเหล็กแทบไม่มีสิทธิ์คิดถึงชัยชนะ ความรู้สึกนี้ของเฉียวเฟิงรู้สึกราวกับตัวเองเป็บุรุษหน้ากากเหล็กจริงๆ
ก่อนหนึ่งประโยค จะดังขึ้นมาในห้วงจิตของตัวมัน ‘ระดับจอมคนขั้นที่ 9’ (ระดับที่ 5 ขั้นที่ 9)
ตอนนี้เฉียวเฟิงมองไปที่ บุรุษชุดขาวผู้มีท่วงท่าสง่างามที่ลอยอยู่ ‘ระดับจ้าวยุทธภพขั้น 9’ (ระดับที่ 7 ขั้นที่ 9) คือเสียงที่ดังในห้วงจิต คล้าย้าบอกความต่างของระดับต่อสู้ให้เฉียวเฟิงรับรู้
ดวงตาเฉียวเฟิงเบิกกว้างทันที
“เป็เ้าใช่รึไม่” บุรุษหน้ากากเหล็กพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น
“เป็ข้า” ชายชุดขาวกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นกล่าวคำพูดต่อ “แต่ถึงแบบนั้นทั้งโลกก็จะไม่รู้ว่าเป็ข้าที่กระทำ” ชายชุดขาวเอามือชี้ไปที่กลางหน้าผากของตัวเอง จากนั้นไม่ช้า รอยแดงกลางหน้าผากของบุรุษชุดขาว ก็มีดวงตาดูน่ากลัวปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผาก
“นี่มันวิชาแห่งมาร… เนตรเชื่อมิญญา เดรัจฉาน นิเ้าสังหารชีวิตผู้คนไปมากเท่าไรจึงได้วิชาลวงจิตนี้มา” บุรุษหน้ากากเหล็กกล่าวอย่างโกรธแค้นราวกับรู้ว่าวิชานี้นั้นมันยากลำบาก และต้องทำชั่วเพียงไหนถึงจะได้มันมา
บุรุษชุดขาวที่ลอยกายอยู่มันหัวเราะ ก่อนตอบคำ
“ไม่มาก ไม่น้อย ทารกจากท้องมารดาสดหนึ่งหมื่นเท่านั้น เพื่อปลุกเนตรมารนี้ให้ตื่นขึ้นแต่นั่นยังไม่รวมถึงวิธีก่อนที่จะได้มันมานะ ข้าสังเวยผู้คนทำพิธีเรียกจิติญญาเทพมารเพื่อประทานสิ่งนี้ให้ข้า เืและโลหิตสตรีล้านชีวิต ข้าจึงได้เนตรมารนี้มา คิกคิก”
บุรุษหน้ากากเหล็ก นิ่งไปครู่ มือมันกำกล่องเหล็กแน่นขึ้น มันโกรธแค้น แต่ก็มีความใคร่รู้ มันจึงถามคำถามบางอย่างอีกครั้ง “ทำไมเ้าจึงต้องทำเช่นนั้นกับนาง”
“เหตุใดเ้าจึงต้องถามคำถามที่คนทั้งโลกต่างก็รู้คำตอบ หากเ้ามีโอกาสเช่นข้า เ้าจะไม่กระทำเช่นข้าหรือไอ้บัดซบชั้นต่ำ”
“!!!ไม่… ข้าไม่ใช่เดรัจฉานเช่นเ้า” บุรุษหน้ากากเหล็กะโก้อง
เมื่อพูดจบ มันขับพลังเปิดกล่องเหล็กทั้ง 3 ทันที ภายในนั้นมีอาวุธประเภทต่างๆ จำนวนมากนับร้อยชิ้น มันถาโถมกระโจนสู่ท้องฟ้า อาวุธทุกชิ้นถูกอันแน่นไปด้วยพลังและความคั่งแค้น
“ฮาๆๆๆ ฮาๆๆๆ ” บุรุษชุดขาวที่มีท่วงท่าสง่างามในตอนนั้น ตอนนี้กลับดูน่ารังเกียจอย่างประหลาด โดยเฉพาะเวลาที่มันหัวเราะ ตัวมันราวกับเป็เดนมนุษย์ที่โสมม ต่ำช้าและเสื่อมทรามอย่างที่จะไม่อาจหาคำนิยามได้
!!!ตูม…
เสียงะเิกึกก้องจากการปะทะ
— 1 ชั่วยามต่อมา —
ตอนนี้หน้ากากของบุรุษหน้ากากเหล็กมันแตกร้าว เผยให้เห็นใบหน้าที่แทบจะดูไม่เหมือนคนของตัวมัน
หากแต่ภายใต้ใบหน้าอันอัปลักษณ์นี้ จิตใจของบุรุษผู้นี้ช่างซื่อตรงและกระจ่างใสดุจเพชรน้ำงามที่ไร้มลทินทั้งปวง
ร่างกายของบุรุษหน้ากากเหล็กตอนนี้เต็มไปด้วยเื แต่มือของมันยังกำอาวุธแน่นโดยไม่ยอมปล่อย อาวุธนับร้อยที่เตรียมมาตอนนี้เหลือเพียงดาบสองเล่มที่อยู่ในมือของมัน
แม้ร่างกายตอนนี้จะอ่อนล้าเหลือทน แต่หัวใจของมันยังบีบรัดให้ตัวมันยังมีชีวิต และยังต้องก้าวต่อไป
มันจำต้องสู้ สู้ไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะขาดหาย
ส่วนบุรุษชุดขาวก็ดูแย่พอสมควร แต่ก็ไม่หนักหนาเท่าบุรุษหน้ากากเหล็ก มันตกตะลึงในความสามารถของบุรุษหน้ากากเหล็ก และก็แอบหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นภายนอกของมันก็ยังกรีดร้องและบ้าคลั่ง มันคิดว่าตัวมันกุมชัยชนะแน่แล้ว
“ฮาๆๆๆ ฮ่าาาา เกินคาด เกินคาดจริงๆ แม้วันนี้เ้าจะตาย แต่ก็จงรู้ไว้ไอ้สวะหน้าโง่ ข้าผู้นี้จะย่ำยีนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำนางราวกับเป็สวะตัวเมีย ขืนใจนางซ้ำๆ แต่ภาพที่นางเห็นจะเป็เ้า เ้าที่กระทำชั่วช้าต่อนาง ไม่ใช่ตัวข้าที่นางเห็น ฮะฮาๆ ”
บุรุษชุดขาวตอนนี้มันพูดด้วยใบหน้าอันน่าสะอิดสะเอียน ไม่ช้ามันชี้ไปที่ดวงตาิญญามารที่กลางหน้าผากของตัวมัน “ด้วยสิ่งนี้ไง ไอ้สวะบัดซบ ฮาๆๆๆ ฮ่าา”
หลังจากกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและมีความสุข มันจึงพูดต่อ พร้อมมองร่างของบุรุษหน้ากากเหล็กที่อ่อนโทรม คล้ายมันคิดความต่ำทรามบางอย่างได้
“ไอ้สวะโง่ ตอนนี้อยู่ดีๆ ข้าก็มีความสุข คิดอ่านอะไรได้ มันช่างมอบความสุขอันวิปลาสให้ข้าได้อย่างมากล้น วันนี้ข้าจะไม่ฆ่าเ้า ข้าจะให้เ้าได้มีชีวิตอยู่ ได้มีโอกาสพบเจอนางอีกครั้ง เพื่อให้เ้าได้เห็นสายตาของนางที่มองเ้าด้วยความรังเกียจ สายตาแห่งสตรีที่มองดูเ้าเป็ชายชั่วที่ย่ำยีขืนใจนางอย่างชั่วช้าอย่างถึงที่สุด ด้วยสายตาอาฆาตแค้นที่นางมีต่อเ้า มันจะกลืนกินเ้า ทำให้เ้าทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย กระบี่ในมือนางจะปักลงที่กายเ้าซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นเ้าจะค่อยๆ ตายอย่างทรมาน ตายโดยคนที่เ้ารักและนับถือที่สุด ตายด้วยกระบี่ในมือของนาง เป็อย่างไรเล่าเื่ราวเช่นนี้ ฮะฮาๆ มันมีความสุขหรือไม่เ้าลองคิดดูไอ้สวะ ตอนนี้ข้าอยากเห็นนัก ภาพการตายเช่นนี้ของเ้า ไอ้สวะที่กล้าท้าทายข้าต่อหน้าฝูงชน จนทำให้ข้าต้องเสียเวลามาอยู่ที่นี่ แทนที่จะได้เสพสมกับเหล่าอิสตรี คิกคิกคิก”
บุรุษชุดขาวหัวเราะมุมปากราวกับคนบ้าใบในตอนนี้ ใบหน้าที่เคยสง่างามน่านับถือของมัน ตอนนี้กลับดูเหมือนมันจะไม่ใช่คน สภาพมันไม่ต่างจากมารปีศาจที่แสนต่ำช้าเวลาพูด
“และเพราะเหตุนี้ เหตุผลที่ข้าได้พูดไป มันจะเป็เหตุผลให้นางฟ้าผู้งามราวเทพธิดาต้องฆ่าเ้า เพื่อการนั้น ทุกสิ่งของนาง ความงาม ร่างกาย จิตใจ... ไม่ช้านางจะสยบต่อข้าทั้งหมด เพราะข้าจะเป็บุรุษผู้จะนำพานางไปสู่การแก้แค้น การปลดปล่อยเพียงหนึ่งที่จะทำให้หัวใจนางสงบ โดยใช้เ้าเป็เครื่องสังเวย”
“ไอ้เดรัจฉาน เ้ามันคือผู้ต่ำทรามเกินเยียวยาแล้ว เ้ามันคือสวะแดนคน หาใช่มนุษย์ไม่” บุรุษหน้ากากเหล็กกรีดร้อง โลหิตชุ่มปาก พร้อมะเิพลังปราณขั้นสูงสุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นมันพุ่งตัวอย่างไม่กลัวตาย เข้าหาบุรุษชุดขาวด้วยความเร็วสูงยิ่ง
“ชึก….”
กระบี่บินพุ่งทะลุร่างบุรุษหน้ากากเหล็กเป็รูกว้างจนมองเห็นได้
ร่างแห่งบุรุษผู้มีหัวใจกล้าแกร่งล่องลอยเคว้งกลางนภา แผ่นฟ้าส่องสว่าง หากแต่โลกของบุรุษหน้ากากเหล็กกับค่อยๆ มืดมิด
หัวใจของมันเ็ปอย่างถึงที่สุด เสียงของบุรุษหน้ากากเหล็กค่อยๆ แ่เบา
“ท่..านอา..จา.รย์… ท่านอาจารย์” น้ำตานองหน้า ไหลเปื้อนหน้ากากเหล็กที่ตอนนี้ชุ่มเื พร้อมแตกร้าวจนหน้ากากไม่อาจจะปกปิดใบหน้าได้อีกต่อไป
บุรุษชุดขาวบินลอยเหนือท้องฟ้า และร่างของบุรุษหน้ากากเหล็ก มันจ้องมองหัวเราะและเย้นหยันก่อนจะกล่าวคำเสียงก้อง
“…ข้าจะทุกสิ่ง ทั้งร่างกายของนาง ทั้งหัวใจของนาง …เพราะข้าคือ… ‘ปราชญ์กระบี่’ ไร้พ่ายที่ผู้คนทั่วหล้าต้องสยบต่อข้าอย่างไรเล่า ฮะฮาฮา กระบี่แห่งข้าคือกระบี่ที่ผู้คนทั้งโลกต้องนับถือ ส่วนเ้า เ้าคือไอ้บุรุษชั่วช้าผู้ต่ำทราม ที่โลกใบนี้จะจารึกและสาปแช่งดูิ่ไปตลอดกาล นอกจากนั้นนางผู้งามตระการจะแค้นไปชั่วชีวิต แม้เ้าจะตายเป็ผี”
.
.
.
ท่ามกลางถนนผู้คนพลุกพล่านกลางเมือง... เด็กน้อยคนหนึ่งทรุดตัว... นั่งคุกเข่าน้ำตานองหน้า
.
.
.
และในถนนเส้นเดียวกัน
.
.
.
สตรีนางหนึ่งนั่งบนหลังม้ามีหมวกและผ้าปิด อยู่ๆ หัวใจนางพลันรู้สึกถึงใครบางคนที่โหยหา หากแต่นางก็ไม่รู้ว่าเป็ใคร