หลินเสี่ยวิห้อกระบี่ผ่านหมู่เมฆและสายฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะ ไม่กล้าแม้แต่หันไปมองหมู่บ้านกวนปิงที่อยู่เื้ั
เมื่อออกมาได้ยี่สิบลี้จึงหันหน้าไปทางเขาลูกนั้น บัดนี้ขนบนร่างยังลุกชัน ไม่ลืมความรู้สึกแสนอันตรายที่ซ่อนอยู่ท้ายหมู่บ้าน
“เกิดอะไรขึ้นที่นั่น เย่เฟิงถูกนางช่วยไว้หรือ ยันต์อาญาสีชาดของข้าที่ต้องใช้แต้มแลกมาถูกผลาญไปจนหมดหนำซ้ำยังฆ่าเย่เฟิงไม่ได้มันช่างน่าเจ็บใจจริงๆ” หลินเสี่ยวิกัดฟันกรอด
“แต่ว่าผู้หญิงนั่นที่เหมือนชาวบ้านธรรมดาจะต้องเป็ผู้บำเพ็ญเพียรแน่ ระดับการบ่มเพาะไม่แน่ใจว่าอยู่ขั้นไหนแต่เมื่อไม่สามารถตรวจสอบได้ คาดว่านางจะต้องอยู่ในระดับที่อันตรายมาก และตอนที่นางมองมาก็เหมือนกับกระบี่เล่มหนึ่ง หากช้ากว่านี้อีกเพียงก้าวเดียวดวงจิตข้าคงถูกทำลาย!”
นึกแล้วก็ยังกลัวไม่หาย
เหตุบังเอิญที่พบหญิงสาวชาวบ้านอันตรายยิ่งกว่าสู้กับพยัคฆ์ทมิฬในป่าหรือเย่เฟิง
“คงต้องวางเื่เย่เฟิงไว้ชั่วคราว การฆ่าเขาที่นั่นเป็ไปไม่ได้ ต้องรอให้เขาออกมาจากที่นั่นก่อน...” หลินเสี่ยวิคิดแผนการคร่าวๆ ก่อนจะกระตุ้นกระบี่ใต้ฝ่าเท้าห้อทะยานออกไปไกล
.......
เหม่ยอิงที่นั่งอยู่บนที่นาหนึ่งหมู่ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น้า นางเพียงกำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดีหลังออกมาจากบ้านสกุลหลี่ เ้าตัวเล็กทั้งสามที่น่าเห็นใจ
เหม่ยอิงรู้ว่าตัวเองเวลานี้ไม่สามารถปกป้องลูกๆ ได้ นางอ่อนแอเกินไปสู้สกุลหลี่ไม่ได้ อีกทั้งที่นาเพียงหนึ่งหมู่ยังมีขนาดเล็กมาก เอาหลี่จุนสามคนมาจะเป็ภาระเปล่าๆ ดีแล้วที่ปล่อยให้เด็กๆ อยู่กับหลี่หาน อย่างน้อยเหม่ยอิงก็เชื่อว่าเขาจะไม่ทำร้ายลูก เพราะเด็กเ่าั้ล้วนมีเืเนื้อของสกุลหลี่ไหลเวียนอยู่
เสียงหล่นตุ๊บของบุรุษชุดสีฟ้าทำให้นางลืมตาตื่น ตอนแรกคิดว่าเขาตายเสียแล้วแต่เมื่ออยู่ใน (อาณาเขตเซียนา) เหม่ยอิงไม่ต่างจากเ้าเหนือหัว เพียงเหลือบมองก็รู้ว่าเขายังไม่ตาย
ชายผู้นี้ยังมีลมหายใจ
ลมหายใจนั้นอ่อนมาก แถมร่างกายยังมีาแ สวมชุดสีฟ้าอันภาคภูมิ กระบี่เล่มหนึ่งวางอยู่ข้างกาย
“เป็ไปได้ไหมว่าเขาคือผู้วิเศษในนิยายเทพเซียน กระบี่นั่นคงไม่ใช่กระบี่บินหรอกนะ” เหม่ยอิงคิดกับตัวเองเงียบๆ
“แต่เขาหล่นมาแบบนี้อีกไม่นานก็คงจะมีคนมาตามล่าไม่จบไม่สิ้น ตามฉบับนิยายจีนที่ชอบการตบหน้าด้วยแล้ว ชายหนุ่มคนนี้จึงไม่ต่างจากตัวเอก แต่เขาดันไม่หล่นไปหน้าผาแล้วพบคัมภีร์ทานตะวัน แต่กลับมาพบฉันซึ่งเป็คนธรรมดา....โชคชะตาเล่นตลกชะมัด มีเื่ให้น่าปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน”
เหม่ยอิงเอามือกุมศีรษะ ตอนนี้นางไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิดที่ถูกสามีทำร้าย ด้วยที่นาหนึ่งหมู่นี้มันช่วยรักษาร่างกายนาง ขอเพียงไม่ออกไปนางจะอยู่ยงคงกระพัน
“คงต้องย้ายเขาออกไปก่อน อยู่กับฉันไปก็รังแต่จะสร้างปัญหา”
เหม่ยอิงมองเย่เฟิงที่นอนหมดสติแล้วคิดจะผลักภาระออกไป นางลุกขึ้นยืน้าลากเขาออกไปข้างนอก แต่เมื่อเดินได้ไม่ทันไรก็กลับมาคิดได้
“จริงสิ ตอนนี้ฉันอยู่ในอาณาเขตเซียนา ตามที่ระบบกล่าวเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันอยู่ในที่ดินผืนนี้จะมีพลังของเซียนตัวจริง เอาล่ะมาลองดูกัน”
เหม่ยอิงยืนนิ่งแล้วขยับมือเหมือนกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ตนเองเคยดู ตาเพ่งสมาธิไปที่บุรุษหนุ่มตรงหน้า ร่างของเขาค่อยๆ ขยับตามความคิด แต่สุดท้ายก็ตกลงบนพื้นตามด้วยเสียงโอดโอยจากปากเย่เฟิง
“เข้าใจล่ะนี่คงจะเป็การใช้พลังจิต พลังจิตก็เปรียบเสมือนแขนขา และภายในที่ดินหนึ่งหมู่นี้ฉันสามารถยื่นแขนขาได้อย่างอิสระ เหมือนแบบนี้” เหม่ยอิงยกมือซ้ายขึ้นในท่าจับ เย่เฟิงที่เพิ่งล้มลงพื้นก็ลอยขึ้นมาในบัลดล
“ง่ายชะมัด มันไม่ต่างจากเกมจำลองในแว่น VR สักเท่าไหร่ เพียงแค่เข้าใจระบบฉันก็จะทำสวนได้ง่ายๆ ส่วนตอนนี้ก็เอาเขาออกไปก่อนแล้วกัน ขืนตายที่นี่ล่ะแย่แน่”
เหม่ยอิงผลักบุรุษหน้าซีดเหมือนศพออกจากอาณาเขต เมื่อพ้นระยะร่างนั้นก็หล่นพื้นถูกสายฝนข้างนอกโหมกระหน่ำ
เหม่ยอิงใแล้วมองดูสายฝนที่กำลังตกลงมา ชายหนุ่มผู้นั้นไม่สิ้นใจแต่คาดว่าอีกไม่นานคงหมดลมเพราะเสียเืและร่างกายเริ่มเย็นด้วยฝนที่กัดเซาะ
หญิงสาวกัดฟันกรอด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านสกุลหลี่ทำให้นางเริ่มมองบุรุษในแง่ลบแต่จะให้ทนดูคนตายตรงหน้าก็ใช่เื่
“ช่วยเขาก่อนแล้วกัน หลังจากที่ฝนหยุดตกฉันจะผลักเขาออกไป” เหม่ยอิงตัดสินใจเด็ดขาด นางเริ่มลากเขากลับเข้ามาในที่นาหนึ่งหมู่ด้วยกำลังทั้งหมด แม้จะเป็การกระทำสั้นๆ แต่เรี่ยวแรงก็แทบหมด โชคดีเมื่ิอเข้ามาในที่นานางสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่สบายตัวไปอีกนาน
สายฝนที่ตกลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่พลังของอาณาเขตได้ขวางกั้น้าไว้ เหม่ยอิงนั่งอยู่บนพื้นแล้วครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรในขั้นตอนต่อไปดี
บุรุษหนุ่มนั่นไม่ถือว่าเป็ภัยคุกคาม ตราบใดที่เขายังอยู่บนผืนนานางจัดการได้ไม่ยาก
“ที่นาหนึ่งหมู่เล็กเกินไป อีกอย่างที่ดินวิเศษนี้ยังไม่รู้เงื่อนไขที่จะขยับขยายให้กว้างขึ้น ฉันจำเป็ต้องมีบ้านหนึ่งหลัง แต่ว่าเวลานี้จะไปหาช่างที่ไหนมาสร้าง อีกอย่างคือไม่มีเงิน...” นางนั่งถอนหายใจบนพื้น บางทีก็อดไม่ได้ต้องอิจฉานางร้ายพวกนั้นที่เข้าไปในนิยาย
ถึงจะเป็นางร้ายแต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ในคฤหาสน์หรูหรา ถูกคนปองร้ายแต่รู้พล็อตเื่ ดังนั้นไม่จำเป็ต้องกังวล
ในขณะนั่งอยู่บังเอิญเหม่ยอิงจับไปที่ดินข้างฝ่าเท้า ทันใดนั้นดินเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง มันขยายขนาดขึ้นคล้ายกับตึกสูง เหม่ยอิงตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงนี้ พอกระพริบตาอีกทีดินก็กลายเป็บ้านดินหลังเล็กๆ ที่มีประตูหน้าบ้านที่มุงด้วยหญ้าและหลังคาที่ทำมาจากหญ้าแห้ง
นางเดินเข้าไปดู ดมกลิ่นดินและใช้มือเคาะว่าแข็งแรงหรือไม่ ทันใดนั้นระบบก็แสดงข้อความให้เห็น
'บ้านดินระดับต่ำ สร้างด้วยวัสดุทั่วไปที่หาได้ง่าย'
“อะไรนะ...” เหม่ยอิงตะลึง นางมองฝ่ามือตัวเองระคนไม่เชื่อสายตา “เป็เพราะเมื่อครู่ฉันกำลังคิดเกี่ยวกับบ้าน และมือก็ััดินใต้ฝ่าเท้าพอดีมันจึงคิดว่าฉัน้าสร้างบ้าน และนี่ก็คือบ้านในผืนนาหนึ่งหมู่สร้างตามวัตถุดิบธรรมชาติที่อยู่ในบริเวณสินะ”
“วิเศษ วิเศษจริงๆ เท่านี้ฉันก็ไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับที่นอนคืนนี้แล้ว” เหม่ยอิงอมยิ้มเล็กน้อยกับการค้นพบนี้ นาง้าเข้าไปในบ้านเพื่อพักผ่อนแต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นบุรุษหนุ่มที่นอนเป็ตายร้ายดีข้างนอก
“เอาล่ะฉันจะช่วยนายหน่อยแล้วกัน หวังว่า์จะไม่โหดร้ายส่งคนเลวมาให้ถึงบ้านหรอกนะ” เหม่ยอิงขยับมือที่ขาวดังหยกไปยังท้องฟ้าเบื้องบน อาจเพราะนางเริ่มคุ้นชินกับพลังในที่นาแล้วจึงสามารถควบคุมเกือบทุกอย่างได้
ทันใดนั้นสายฝนก็ถูกชักนำลงมาด้วยพลังของเซียน สายฝนนี้มันเป็แค่น้ำธรรมดาแต่เมื่ออยู่ในมือเหม่ยอิงก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
กลายเป็น้ำวิเศษของเซียน!
น้ำวิเศษนี้ถูกกรอกลงปากเขาอย่างช้าๆ เหม่ยอิงเพียงใช้พลังในการชักนำ ไม่แตะต้องบุรุษผู้นี้เพียงยืนอยู่หน้าบ้านดินหลังเล็ก เมื่อเห็นว่าเขากำลังกลืนน้ำนางก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะนำน้ำกลับมาแล้วปิดกั้นสายฝนด้วยพลัง
จัดการเสร็จจึงเดินเข้าบ้าน ไม่มีฟูกเหม็นของบ้านสกุลหลี่มีเพียงหญ้าฟางถูกปูไว้ เหม่ยอิงก้มตัวลงนอนแล้วพยายามหลับตาลง สำหรับนางการมีที่นอนนั้นย่อมดีกว่านอนข้างถนน แม้จะเจ็บตัวบ้างแต่ก็หลับสบาย
.....
ตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันตะวันก็โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว
เหม่ยอิงลุกขึ้นจากที่นอน ขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะััได้ถึงบางอย่างที่อยู่หน้าบ้าน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินออกไป เห็นบุรุษหนุ่มชุดนักพรตเมื่อวานนี้กำลังคุกเข่าอยู่
“เ้าทำอะไรอยู่” เหม่ยอิงถาม ยืนอยู่หน้าประตูเว้นระยะห่างกับเขาหนึ่ง่แขน
เย่เฟิงไม่กล้าเงยหน้ามอง กล่าวในขณะก้มหน้า “ข้าขอบคุณท่านเซียนมากที่ช่วยชีวิตข้าเมื่อวาน หากไม่ได้ท่านช่วยไว้ข้าคงเสียชีวิตใต้น้ำมือหลินเสี่ยวิไปแล้ว!”
“ท่านเซียน...!” เหม่ยอิงเผลอส่งเสียงอุทานแต่ต้องรีบปิดปากตัวเองเงียบ ไม่กล้าแสดงตัวกระโตกกระตากจนเกินไป
“เป็ไปได้ไหมว่าตอนนั้นที่ฉันช่วยเขายังมีสติไม่สลบแต่ขยับตัวไม่ได้ แบบนั้นเขาจึงคิดว่าฉันเป็เซียนสินะ” เหม่ยอิงเริ่มคาดเดาถึงเหตุผลที่ถูกเรียก
“บุญคุณนี้ข้าเย่เฟิงต้องทดแทน แต่ตัวข้านั้นตอนนี้ยากจนยิ่ง นอกจากผลไม้วิเศษลูกนี้แล้วก็มีหินิญญาติดตัวเพียงไม่กี่ก้อนเท่านั้น หวังว่าท่านเซียนจะรับไว้” เย่เฟิงตบถุงที่ข้างเอว เหม่ยอิงหรี่ตามอง สงสัยว่าถุงนั้นอาจเป็ถุงมิติที่นิยายจีนชอบเอ่ยถึง
เป็จริงดังว่า ผลไม้ปรากฏจากอากาศบางๆ และยังมีหินิญญาหลายสิบก้อน
“เ้า...ไม่มีเงินหรือ” ตอนนี้สิ่งที่ขาดไปสำหรับเหม่ยอิงคือเงิน ในเมื่อเขาบอกว่าบุญคุณนี้ต้องทดแทนดังนั้นเงินจึงเป็ส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้จริงไหม