ตอนที่ 26 ลองใจ (1)
ก่อนเรื่องสวี่เฉิงอวี๋ ‘สังหารคนครั้งใหญ่’ ที่ครัวด้านหลังยังไม่ทันแพร่ไปถึงห้องโถงโซ่วอันของนายหญิงผู้เฒ่า เหลียงซื่อก็พาสวี่เฉิงอิงไปคารวะนายหญิงผู้เฒ่าก่อนแล้ว
สวี่เฉิงอิงเป็นคนที่ไม่คิดอะไรมากมาโดยตลอด นางเป็นคนสร้างรอยยิ้มแก่คนทั้งตระกูล ความคิดเรียบง่าย อยู่กับใครก็มีแต่เสียงหัวเราะ ไม่ว่าจะเวลาใดก็ล้วนยิ้มแย้มแจ่มใส แลดูเป็นที่ชื่นชอบของคนรอบข้าง
ในบรรดาหลานสาวหลานชายเหล่านี้ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยทะนุถนอมสวี่เฉิงอวี๋ที่สุด ให้ความสำคัญกับสวี่ไท่จือที่สุดและพอใจในตัวสวี่จื่อชีที่สุด แต่เมื่อเหล่าเด็กๆ ค่อยๆ เติบโตขึ้นสักหน่อย คนที่นางชอบให้มาอยู่ข้างกายเป็นที่สุดก็คงเป็นสวี่เฉิงอิง
เหลียงซื่อให้สาวใช้เข้าไปรายงานในห้อง บอกว่านายหญิงสามพาคุณหนูเจ็ดมาหา นายหญิงผู้เฒ่าก็ให้คนพาพวกนางเข้ามาหาด้วยความปีติใจ
สวี่เฉิงอิงเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้จึงไม่อาจยืนอยู่กับที่นานๆ นางจึงพุ่งตัวเข้าสู่อ้อมกอดของนายหญิงผู้เฒ่า
นายหญิงผู้เฒ่าโอบกอดพร้อมทั้งหยอกล้อนาง “โตขนาดนี้แล้ว ยังจะมาออดอ้อนย่าอีกนะ ไม่รู้จักอายเสียบ้าง เจ้าพุ่งตัวเข้ามาเช่นนี้ ย่าแก่แล้วนะ กระดูกกระเดี้ยวไม่แข็งแรง เจ้าจะหักกระดูกข้าออกเป็นชิ้นๆ หรือไรกัน”
สวี่เฉิงอิงรู้ดีว่านางเพียงหยอกล้อเท่านั้น นางก็ยิ่งหยอกล้อท่านย่าเข้าไปใหญ่ด้วยการพุ่งเข้าไปแนบชิดในอ้อมอกท่านย่า นายหญิงผู้เฒ่าเป็นต้องหัวเราะยกหนึ่ง จากนั้นจึงโอบกอดนางบอกให้นางอยู่นิ่งๆ สักหน่อยก่อนสั่งสาวใช้ไปเอาแตงหวาน[1]มาให้นางกิน
เหลียงซื่อนั่งตรงที่นั่งตำแหน่งรองมองสองย่าหลานหยอกล้อกันสนุกสนาน นางจึงพูดแทรกขึ้นอยู่ด้านข้าง “เฉิงอิงไม่เคยตั้งใจทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งยังเป็นเด็กที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่ต้องสนใจเรื่องราวใดในบ้าน ข้าไม่รู้เลยจริงๆ ว่าที่นางเป็นแบบนี้นับว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่เจ้าค่ะ”
นายหญิงผู้เฒ่ากำลังเล่นถุงหอมตรงเอวสวี่เฉิงอิงซึ่งมีพู่ห้อยอยู่ตรงด้านล่าง เนื่องจากการกระทบกระเทือนในเมื่อครู่พู่จึงกวัดแกว่งไปด้วย เมื่อได้ยินคำพูดของเหลียงซื่อขณะนางกำลังจัดพู่ให้เรียบร้อยจึงหยุดชะงักชั่วขณะ “จะบอกว่าโชคร้ายได้อย่างไรกัน นางได้กินอิ่มหนำสำราญ ได้เล่นสนุกทั้งวัน แบบนี้สิจึงจะเรียกว่าโชคดีที่สุด ต่อให้ฟ้าถล่มย่อมมีคนมาช่วยค้ำยันไว้ให้นาง นางสนใจแค่เล่นสนุกก็พอแล้วไม่ใช่หรือ”
เหลียงซื่อพูดขึ้นอีกครั้ง “แต่ตอนนี้นางเป็นคุณหนูอยู่ในบ้าน มีท่านค่อยปกป้อง มีพี่สาวพี่ชายของนางคอยเอาอกเอาใจ นางอยากทำอะไรก็ได้ ข้าแค่กลุ้มใจว่าหากวันข้างหน้านางแต่งงานออกไปอยู่บ้านอื่น นิสัยเช่นนี้ของนางจะดูแลครอบครัวได้อย่างไรกัน นางเบื้องหน้ามืดบอด ไม่ล่วงรู้เรื่องราวอันใดเลย มีแต่จะทำให้แม่สามีดูถูกเอาได้นะเจ้าคะ”
เมื่อเอ่ยดังนั้นนางก็หยุดชะงักชั่วขณะพร้อมทั้งเผยรอยยิ้มบางๆ มองมาด้วยสายตาอ่อนโยน “ข้าพูดอยู่เสมอว่าหากนางมีความสามารถได้ครึ่งหนึ่งของเฉิงอวี๋ ต่อให้หลับฝันอยู่ข้าก็ยังต้องตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม”
นายหญิงผู้เฒ่าเดาะปาก วิจารณ์คำพูดนี้ของนางด้วยการตอบกลับไปอย่างส่งๆ ไม่ใคร่สนใจนางให้มากนัก “แต่ละคนต่างมีชะตากรรมของตนเอง นางหนูห้าเป็นบุตรสาวของบ้านใหญ่ หากแต่งงานออกไปในวันข้างหน้านางก็ต้องทำหน้าที่เช่นเดียวกับบุตรชายคนโต แต่งออกไปแล้วก็ต้องดูแลอาหารการกินและจัดการเรื่องต่างๆ ในครอบครัว แต่นางหนูเจ็ดกลับไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
นางพยุงสวี่เฉิงอิงให้ยืดตัวตรงก่อนเหลือบมองเหลียงซื่อครู่หนึ่ง “แม้นางหนูเจ็ดจะเป็นบุตรสาวสายตรง แต่นางไม่ใช่บุตรสาวคนโต ต่อให้อยู่ในครอบครัวพวกเจ้านางก็มีพี่สาวแท้ๆ อยู่แล้ว ยามออกเรือนในวันข้างหน้า ได้แต่งกับลูกชายคนเล็กของตระกูลฐานะดี นั่นย่อมนับว่าดีที่สุดแล้ว เด็กอายุยังน้อยต้องได้รับความรักและถูกทะนุถนอมจากพ่อแม่ให้มากสักหน่อย ขอเพียงสามีรักใคร่และเคารพนาง ทั้งคู่มีชีวิตที่ดี แม่สามีก็ต้องเห็นแก่หน้าสามีนาง ไม่สร้างความลำบากแก่นาง นางเองก็มีนิสัยที่ชวนให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดู เจ้ายังต้องกลัวว่าแม่สามีจะสร้างความลำบากแก่นางอีกหรือ”
เชิงอรรถ
^ แตงหวาน คือ แตงไทย