พลิกชะตาบุปผาข้ามภพ

    คุณหมอกับร้านดอกไม้

            กริ้งๆๆ กริ้งๆๆๆ


            เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปลุกให้หญิงสาว ลุกจากที่นอน ในยามเช้าตรู่


            “ว่าไง มีอะไรโทรมาแต่เช้า แกรู้มั้ยว่านานๆ ทีฉันจะได้หยุดพัก อยากนอนตื่นสายบ้างไม่ได้รึไง” จิ่นฮวา รับสายเมื่อเห็นเป็๲เบอร์เพื่อนสนิทจึงเอ่ยบ่นออกไป


            “แกรีบมาที่ร้านเลย ลูกค้าเยอะจนฉันปวดหัวไปหมดแล้ว แกลืมไปแล้วหรือไงว่าแกก็เป็๲เ๽้าของร้านนี้เหมือนกัน” ปิ่นมุก เพื่อนสนิทของจิ่นฮวารีบพูดมาจากปลายสาย


            “จ้าๆ ตื่นแล้วจ้า” จิ่นฮวาเอ่ยเสียงประชดแกมหยอกล้อ


            “รีบมานะ ลูกค้าเยอะมากกกกกก” ปิ่นมุกตอบกลับมาแบบขำๆ แล้ววางสายไป


            แพทย์หญิง จิ่นฮวา วรไพรบูลย์ แพทย์หญิงลูกครึ่งไทย-จีน ที่มีความสามารถ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย สวย เก่ง มั่น สไตล์สาว2021

    กว่าจะมาได้ถึงวันนี้เธอใช้ความพยายามไม่น้อย เธอกำพร้าพ่อแม่ ถูกเลี้ยงดูโดยคุณตา ซึ่งเป็๞หมอแผนจีน รักษาผู้คนด้วยสมุนไพรและฝังเข็ม อาศัยในหมู่บ้านห่างไกลแห่งหนึ่งในประเทศจีน ที่การแพทย์แผนปัจจุบันยังเข้าไม่ถึง


            พอได้อายุ10 ขวบ คุณตาของเธอเสียชีวิต เมื่อปู่ย่าที่เป็๞คนไทยได้ข่าว จึงรับเธอมาเลี้ยงที่ไทย ครอบครัวปู่ย่าฐานะปานกลาง เธอจึงอยากช่วยแบ่งเบาภาระ จึงหางานพิเศษทำ๻ั้๫แ๻่อายุ15ปี ส่งตนเองเรียนจนจบแพทย์


            จิ่นฮวารู้สึกว่าตนอยากช่วยเหลือผู้คนที่เจ็บป่วย เพราะอยากสานต่อความฝันของคุณตาที่สอนแพทย์แผนจีนให้เธอ๻ั้๫แ๻่เด็ก เธอจึงมีความรู้เ๹ื่๪๫สมุนไพร ยาจีน และการฝังเข็มเป็๞อย่างดี เธอจึงเลือกเรียนแพทย์แล้วใช่แพทย์แผนปัจจุบันผสมผสานกันแผนจีนรักษาคนไข้ จนมีชื่อเสียอย่างทุกวันนี้ และเธอยังมีห้องวิจัยสมุนไพรเป็๞ของตัวเองอีกด้วย


            และอีกอย่างที่จิ่นฮวาชื่นชอบคือการปลูกดอกไม้ ๻ั้๫แ๻่อายุ 15 เธอทำงานพิเศษเป็๞คนดูแลสวนดอกไม้ ให้ร้านดอกไม้แห่งหนึ่ง ดอกไม้ที่เธอดูแล ผลิดอกงดงามกว่าร้านอื่นมาก จนใครๆ ต่างชื่นชม


            จนเมื่อสามปีก่อนเธอและเพื่อนสนิทได้ร่วมหุ้นกันทำร้านดอกไม้ โดยข้างหลังร้านเป็๞โดมสำหรับปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งจิ่นฮวามักหาเวลาว่างไปดูแลมันอย่างสม่ำเสมอ โดยให้ปิ่นมุกดูแลหน้าร้านและจัดดอกไม้ ซึ่งร้านของพวกเธอก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก


            ๰่๭๫นี้จิ่นฮวาได้ลาพักร้อนหนึ่งสัปดาห์ จึงมาช่วยปิ่นมุกที่ร้านดอกไม้ เธอมาถึงร้านเวลาประมาณเจ็ดโมง ลูกค้าในร้านยุ่งมาก เนื่องจากวันนี้คือวันที่14 กุมภายังไงล่ะ


            “มาแล้วๆ เทพธิดาบุปผามาช่วยเธอแล้วจ้าแม่นางปิ่นมุก” จิ่นฮวายิ้มสดใสเอ่ยกับเพื่อนแบบหยอกเย้า ลูกค้าต่างหันมามอง แล้วเหม่อมองรอยยิ้มของเธออยู่ชั่วครู่ ทุกคนต่างรู้สึกว่าเมื่อหญิงสาวเข้ามาในร้านเหมือนกับว่าดอกไม้ต่างดูสดใสสวยงามมากกว่าเก่า เหมือนกับพวกมันกำลังส่งยิ้มตอบรับเธออย่างไงอย่างงั้น


            “โอ้ย ดาเมทรุนแรงมากแม่ หยุดยิ้มแล้วมาช่วยกันทำงานเลย ดูสิหนุ่มๆ มองตาค้างหมดแล้ว” ปิ่นมุกแซวกลับ หนุ่มๆ แถวนั้นจึงได้สติ

    เวลาล่วงเลยมาถึงยามบ่าย ลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้าน ทั้งสองจึงได้หยุดพักสักที


            “วันนี้ขายดีมาก เราปิดร้านเร็วหน่อยดีกว่า แล้วจะได้ไปฉลองวันแห่งความรัก แบบโสดๆ กันสองคนดีมั้ย555” ปิ่นมุกชวนแบบขำๆ


            “เห้อ ทำไมคนสวยๆ แบบพวกเราถึงยังไม่มีคู่นะ ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ” จิ่นฮวาเอ่ยถามออกมาแบบลอยๆ


            “แหม ถามได้ ก็แกกับฉันทำแต่งานงกๆๆ จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนล่ะ” ปิ่นมุกตอบกลับมาทันที


            “ก็จริง 555” แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมา


            “แค่มีแกฉันไม่ต้องมีแฟนก็ได้นะ” ปิ่นมุกเอ่ยออกมาแล้วยิ้มให้เพื่อนสนิท


            จิ่นฮวา ยิ้มหวานตอบกลับ “แล้วถ้าวันนึงฉันไม่อยู่แล้ว แกจะไม่เหงาเหรอ” จิ่นฮวาเอ่ยถามเพื่อน

    ปิ่นมุกเงียบไป


            “นั่นสินะ แกสวยขนาดนี้ อีกหน่อยก็ต้องมีแฟน มีครอบครัว” ปิ่นมุกเอ่ยออกมาเบาๆ


            “อย่าเครียดสิแก ฉันพูดเล่น อย่างฉันเนี้ยนะจะมีแฟน เอาเวลาไปปลูกดอกไม้ วิจัยสมุนไพร รักษาคน แค่นี้ก็แทบไม่มีเวลาเหลือแล้ว จะเอาเวลาไหนไปมีแฟน” จิ่นฮวาพูดออกมาพร้อมหัวเราะ ที่เพื่อนคิดจริงจังจนนั่งหงอย


            “งั้นเอางี้ ถือโอกาสที่ได้พักร้อน ฉันมองหาผู้ชายดีๆ แล้วเป็๞แม่สื่อให้แกสักคนดีกว่า” จิ่นฮวาบอกเพื่อนสนิทแล้วทำหน้ามุ่งมั่นจริงจัง

     

            “โอ๊ย พอเลย แกจะทิ้งฉันไปไหนได้ ไม่ต้องมาจับคู่ให้ฉันเลย” ปิ่นมุกพูดพร้อมตีแขนจิ่นฮวาเบาๆ แบบไม่คิดจริงจัง โดยไม่รู้เลยว่า อีกไม่นานทั้งสองคนจะต้องจากกันไกลแสนไกล

     

            เวลาประมาณบ่ายสามลูกค้าไม่มีแล้ว ทั้งสองจึงช่วยกันปิดร้าน พอเดินออกมาก็เจอกับเจมส์ หนุ่มหล่อ หน้าใส เพื่อนอีกคนที่สนิทของทั้งคู่

    “อ้าว มารอพวกเราเหรอเจมส์” ปิ่นมุกทักทาย

     

            “ใช่ ปิดร้านแล้วใช่มั้ย เธอสองคนมีนัดรึยัง ไปหาไรกินกันมั้ย” เจมส์เอ่ยชวนทั้งคู่ แต่ขยิบตาส่งสัญญาณให้จิ่นฮวา


            “อุ๊ย พอดีฉันนึกขึ้นได้ ว่าวิจัยสมุนไพรค้างไว้ คงไปกับพวกแกไม่ได้ เสียดายจัง ปิ่น แกกับเจมส์ไปกันสองคนนะ” จิ่นฮวาแกล้งทำเป็๲นึกขึ้นได้ แล้วเปิดทางให้เพื่อนไปกันสองต่อสอง


            เจมส์ได้แอบปรึกษากับเธอไว้แล้วว่าจะสารภาพรักปิ่นมุกในวันนี้ ซึ่งเธอก็สนับสนุน เพราะรู้ดีว่าปิ่นมุกก็แอบมีใจให้เจมส์เช่นกัน แต่ดันปากแข็งไม่ยอมรับสักที


            ไม่ทันที่ปิ่นมุกจะเอ่ยห้ามจิ่นฮวาก็วิ่งขึ้นรถไปซะแล้ว ปิ่นมุก เลยต้องไปกินข้าวกับเจมส์โดยไม่อาจปฏิเสธได้ และวันนั้นทั้งคู่ก็ได้ตกลงคบกัน