ฉากอันน่าตื่นตะลึงแทบข่มขวัญผู้เฝ้ามอง
เมื่อพลังปราณสองสายกำลังปะทะกัน
หนึ่งเขียวหนึ่งเงิน
สองสายพุ่งเข้าประจัญบานเฉกเช่นฉากที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้าทว่าการณ์กลับแตกต่างไปจากครั้งที่เ้าหมาป่าต่อสู้กับคนอื่น ๆ เพราะครั้งนี้กรงเล็บปราณสีเงินของมันที่ส่งมาอย่างมุ่งหมายกลับถูกปราณสีเขียวหยกฉีกทำลายจนสิ้นซาก ไม่ต่างจากมีดกรีดกระดาษกรีดเพียงบางเบาก็ทำให้กระดาษขาดออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทั้งปราณสีเขียวก็ยังมีพลังโจมตีต่อเนื่องไม่ได้ลดกำลังลงมันพุ่งตรงไปข้างหน้าดุจลูกธนูที่ยิงออกจากแล่งด้วยความเร็วสูง มันคุกคามเป้าหมายประหนึ่งค้อนเหล็กหนาหนักกระหน่ำทุบทีไปบนร่างเดรัจฉานตัวนั้นร่างของมันถูกทุบจนระบมไปทั่ว ทั้งยังถูกซัดกลิ้งลุ่น ๆ ไปกับพื้นเป็ระยะหลายจั้ง
แม้ดูเหมือนไร้าแภายนอกให้เห็นแต่ตัวมันรู้ดีว่าพลังในกายของมันปั่นป่วนและเริ่มลดลงอย่างมาก เหนือสิ่งอื่นใดอาการาเ็ที่มันคิดว่าหายดีแล้วก็กำลังจะกำเริบในไม่ช้า
ฉากรบครั้งใหม่ระหว่างสัตว์เวทที่ทะนงตัวในระดับที่สูงส่งของตนกับเด็กน้อยวัย ๙ขวบที่ดูอ่อนแอไร้สามารถกำลังสร้างบันทึกหน้าใหม่ที่ไม่มีผู้ใดคาดฝันเวลานี้ในบรรดาองครักษ์ของจิ้งหวางมีเพียงหัวหน้าเซียวเท่านั้นที่ยังมีสติรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านับเขารวมกับ หนานกงฉางเซิน จิ้งหวาง และแม่นมซูก็เท่ากับมีสี่ชีวิตที่ได้เป็พยานประสบกับฉากตื่นตาและน่าตกตะลึงนี้
เพียงฉากรบเปิดออก ๒กระบวนท่าแลกเปลี่ยน สัตว์เวทอายุเกือบห้าร้อยปีที่ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำตกเป็รองผู้ใดในขบวนเดินทางขบวนนี้กลับพลาดท่าถูกทำร้ายด้วยพลังอันรุนแรงถึงสองครั้งสองคราติดกันศักดิ์ศรีของสัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงสุดถูกทำลายจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดีหากมันยังปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่ดำเนินต่อไปเกรงว่ามันจะเป็ฝ่ายขโมยไก่ไม่ได้แถมยังต้องเสียข้าวสารไปอีกกำมือใหญ่ [1]
เ้าขนเงินเพ่งมองไปยังเด็กน้อยที่นั่งประคองเด็กหญิงอีกคนด้วยความคิดบางอย่าง
ั์ตาของมันทอประกายความเคียดแค้นชิงชังเมื่อรู้ว่ามันไม่สามารถกำราบขลุ่ยวิเศษที่เล่นงานมันอยู่ลงได้มันจึงพุ่งเป้าไปยังเด็กที่ดูไร้พิษสงผู้นั้นนางคือเ้าของอาวุธวิเศษแสนร้ายกาจและเป็ผู้ควบคุมให้อาวุธเล่นงานมันการกำราบพลังของขลุ่ยที่ง่ายที่สุดเวลานี้ย่อมต้องสังหารคนผู้นี้ทิ้งเสีย
จิตสังหารเข้มข้นโชติ่ขึ้นในดวงตาสีเหลืองประกายพิฆาตฉายวาบขึ้นมาอย่างหมายมั่น
การปลิดชีวิตเด็กหญิงเ้าของขลุ่ยไผ่คือหนทางเดียวที่มันจะรอดพ้นภยันตรายครั้งนี้ไปได้
คิดได้ดังนี้มันก็เร่งเร้าปราณพลังในกายอย่างเต็มสามารถ ไม่ได้ดูแคลนว่านางเป็เหยื่อที่แสนอ่อนแอเช่นครั้งแรกั์ตาฉายประกายสังหารพลันอ้าปากส่งระลอกคลื่นคำรามคร่าชีวิตไปยังเป้าหมายแม้คิดวางแผนได้รวดเร็วฉับไวแต่ยามมันออกกระบวนท่าคร่าิญญาขลุ่ยวิเศษก็เคลื่อนไหวอย่างทันควันปราณสีเขียวดุจหยกพุ่งไปขวางด้านหน้าและสกัดกั้นคลื่นคำรามไว้อย่างทันท่วงที
มิหนำซ้ำด้านหน้าของฝูอวี้ฉยงก็ปรากฏม่านพลังป้องกันขวางไว้ชั้นหนึ่งแผนการลอบสังหารเด็กหญิงของมันถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วดุจภาษิตที่ว่าสุดแผนที่ปรากฏมีดสั้น[2] ประกายสังหารในดวงตาของมันไม่ต่างจากมีดสั้นที่แลบออกมาจากม้วนแผนที่จิตสังหารที่มันแผ่ออกมาย่อมบอกแผนการของมันให้ขลุ่ยไผ่ได้รู้อย่างไม่ต้องเปลืองเวลา
ทั้งยามนี้แผนการที่มันจะคร่าชีวิตเด็กหญิงผู้นั้นก็ไม่อาจลงมือได้อีกแล้วมันจึงต้องคิดอ่านวางแผนรับมือกับเ้าอาวุธร้ายตรงหน้าอย่างรวดเร็วแต่ไม่ทันที่ตัวเ้าเล่ห์จะได้ตั้งหลัก ขลุ่ยไผ่ก็หมุนคว้างกลางอากาศอย่างเร็วบังเกิดเสียงกรีดอากาศหวีดแหลมน่าสะพรึง
กลางอากาศบังเกิดปราณใบไผ่สีเขียวอ่อนจำนวนนับร้อยต่างตั้งตรงราวกับจับวาง ทั้งยังมีขนาดราวแปดชุ่นเท่ากับทุกใบเมื่อเสียงกรีดอากาศหยุดลงกระบวนท่าโจมตีก็เริ่มต้นปราณใบไม้นับร้อยวิ่งผ่าอากาศพุ่งเข้าสัตว์เวทตัวใหญ่อย่างรุนแรงยามขอบใบไผ่แล่นผ่านร่างนั้นก็เกิดรอยแผลคล้ายมีดบาดฝากไว้หนึ่งคราโลหิตเริ่มไหลซึมออกมาจากาแเพียงไม่นานขนเงินมันวาวก็โชกชุ่มไปด้วยโลหิตเนื่องจากาแที่โดนคมใบไผ่กรีดผ่านมีมากกว่าหนึ่งร้อยรอยเข้าไปแล้ว
สถานการณ์ในเวลานี้กลับถูกพลิกกลับโดยสิ้นเชิงจากเดิมฝั่งของจิ้งหวางเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำและกำลังเดินเข้าสู่จุดสิ้นสุดของชีวิตแต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับกลายเป็ว่าเ้าขนเงินที่หยิ่งทะนงมานานหลายเค่อกำลังเข้าสู่สถานะหมาจนตรอก
มันคิดจะะโหลบหลีกจากการโจมตีแต่ทันทีที่ใบไผ่ใบแรกได้ดื่มโลหิตจากมันร่างที่แข็งแรงและไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดก็รู้สึกเหมือนถูกสูบพลังปราณภายในออกไปจนไม่อาจหลบหนี
ได้แต่ยืนทึ่มทื่อให้ปราณใบไผ่โจมตีมันฝ่ายเดียว
จนเมื่อกระบวนท่าสังหารจากใบไผ่จบลง มันถึงกลับมารู้สึกถึงพลังในกายของตนอีกครา
เมื่อสามารถควบคุมได้อีกครั้งมันจึงไม่รอช้าคิดใช้ไม้ตายสุดท้ายเพื่อหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้าสองขากระทืบลงบนพื้นเกิดแรงสั่นะเืของแผ่นดินที่รุนแรงกว่าครั้งไหน ๆอีกทั้งยังเกิดสายลมบ้าคลั่งประหนึ่งพายุพัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แผ่นดินแยกออกเป็ร่องยาวขอบสองข้างมีหลาวศิลาหลายร้อยแท่ง ผุดขึ้นมาเป็กำแพงสูง ๑ จั้งปราณพลังถูกรีดเค้นออกมาจนหมดสิ้นเพื่อแสดงกระบวนท่าไม้ตายเมื่อมันตะกุยกรงเล็บตัดอากาศทำให้เสาหินนับร้อยถูกพลังแหลมคมดุจใบมีดตัดผ่านแท่งหินลอยขึ้นตั้งฉากกับพื้นล้อมรอบกายของหมาป่าโดยมีปลายแหลมชี้ออกไปข้างนอกร่างสูงใหญ่ยืดขึ้นเต็มความสูงปล่อยสนามพลังออกมาครอบคลุมร่างของมันแล้วสะบัดร่างของมันอย่างรุนแรงคลื่นสนามพลังแปรปรวนก่อให้เกิดแรงะเิสนั่นพิภพหลาวหินนับร้อยถูกปล่อยออกประหนึ่งลูกธนูโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ทุกชีวิตรอบกายของมัน
โครมครืน ครืน
เสาหินที่โจมตีเข้าใส่ฝูอวี้ฉยงหลายสิบแท่งชนเข้ากับกำแพงหยกป้องกันเกิดเสียงะเิของการปะทะกันระหว่างพลังแท่งหินใหญ่ทั้งหมดถูกกำจัดจนกลายเป็ผุยผง
ขณะที่ทางด้านอีกฟากฝั่ง
จิ้งหวาง หนานกงฉางเซิน แม่นมซูและเซียวเฉินที่ดูเหตุการณ์อยู่รีบะโหลบอย่างรวดเร็ว เสาหินปลิดชีพจึงพลาดเป้าทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือในการโจมตีครั้งนี้เ้าสัตว์ร้ายได้ซ่อนอาวุธลับร้ายกาจของมันมาด้วย
อาวุธลับที่เล็กและเบาบางจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่มีพลังทำลายล้างรุนแรง
ทั้งสี่ที่คิดว่าสามารถหลบรอดจากเสาหินเ่าั้ได้ก็พบว่าร่างของพวกตนถูกพลังโจมตีไร้ที่มาสี่ร่างถูกซัดจนกระอักโลหิตออกมาเป็สายพุ่งพรวดอาวุธลับที่ซ่อนมาแท้จริงคือขนสีเงินที่มันสลัดออกมานั่นเอง
“เ้าลูกสุนัขส่ำส่อน” ฝูอวี้ฉยงเห็นทั้งสี่าเ็หนักก็ตวาดขึ้นด้วยคำหยาบคายโทสะของนางเวลานี้พุ่งพรวดเท่าทบทวียิ่งกว่าโลหิตที่ทั้งสี่กระอักออกมาเสียอีก
ยามที่เพลิงแห่งโทสะครอบงำความร้อนที่ไหลผ่านเส้นโลหิตก็เดือดปุด ๆ ประหนึ่งสระลาวาเดือดพล่านสติรับรู้ของนางถูกตัดขาด ดุจพายุเพลิงโหมกระหน่ำสูงเสียดฟ้าจนรับรู้ได้เพียงความร้อนที่แผดเผาอยู่เท่านั้น
ท้องฟ้ายามบ่ายแก่ที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องแปรเปลี่ยน
เมฆดำเคลื่อนเข้ามาปกคลุมดุจผืนอาภรณ์ทะมึนจากปรภพ
ความเย็นแทรกซึมในอากาศทั้งที่เป็ยามกลางวันและเพิ่งย่างเข้าฤดูร้อนได้ไม่นานแต่อากาศกลับวิปริตผิดเปลี่ยนด้วยพลังบางอย่างที่ครอบงำป่าร้อยลี้แห่งนี้ไว้
เวลาราวกับถูกหมุนกลับจากกลางวันกลายเป็คืนจากสว่างกลายเป็มืดสลัว
แม้แต่สายลมยังหยุดพัดนกแมลงยังหยุดร้อง สรรพสำเนียงเสียงใดล้วนเลือนหายหลงเหลือไว้เพียงความเงียบงันดุจแดนสนธยารกร้าง
บรรยากาศที่แปรเปลี่ยนเป็คำเตือนชั้นดีที่ทำให้หมาป่าขนเงินระวังตัว
ก่อนหน้านี้มันคิดหลบหนีโดยใช้จังหวะที่ะเิหลาวศิลาออกไปทุกทิศทุกทางแล้วจะใช้ความสามารถติดตัวที่มันงำประกายเอาไว้เพื่อหลบหนีไป
ธาตุประจำกายของมันคือธาตุดินมันจึงสามารถควบคุมให้เกิดหลาวศิลาและสร้างแรงสั่นะเืบนพื้นดินได้ไม่ยากแต่อีกหนึ่งความสามารถของมันคือการแปรกายเป็หินเมื่อมันปลดปล่อยพลังธาตุดินในกายประสานกลมกลืนกับพื้นปฐีมันจะกลายเป็หนึ่งเดียวกับพื้นเบื้องล่างเมื่อนั้นมันจะสามารถเคลื่อนไหวไปในพื้นใต้พิภพได้อย่างอิสระเสรี
หากแผนการของมันสำเร็จมันก็จะสามารถหลุดรอดภัยครั้งนี้ไปได้
ทว่าการกลับไม่เป็ดังใจหวัง
ธาตุดินในกายที่ปล่อยออกมาไม่อาจประสานกลมกลืนกับพื้นดินเบื้องล่างคลับคล้ายว่าถูกสกัดด้วยพลังกั้นขวางบางอย่างทางหนีเพียงทางเดียวที่เหลืออยู่จึงถูกตัดขาดลง
มันจึงไม่ต่างอะไรกับสัตว์ที่ติดกับดักปิดทิศกับดักที่เป็แหฟ้าตาข่ายดินครอบคลุมกุมขังอย่างสมบูรณ์
แผนการมลายสิ้นในชั่วพริบตา
เมื่อถอยกลับไม่ได้เลยเหลือทางออกเพียงทางเดียวเท่านั้น
นั่นคือสู้ตาย
มันจึงงัดทุกกลวิธีและความสามารถที่มีเปิดฉากโจมตีอย่างสุดกำลัง
สองขาหน้าตะกุยพื้นดินตั้งท่าก่อนจะส่งเสียงคำรามโจมตีไปยังขลุ่ยไผ่ที่ลอยอยู่ขลุ่ยสีเขียวหมุนคว้างพุ่งเข้าโจมตีคลื่นเสียงคำรามอย่างไม่เกรงกลัว
สัตว์สี่ขาตวัดกรงเล็บซ้ายขวาก่อเป็กรงเล็บปราณสีเงินเข้าโหมประจัญใส่สามสี่ครั้งติดต่อกัน
จังหวะเดียวกันนั้นเองร่างสูงใหญ่ก็กระโจนไปข้างหน้าอย่างสุดแรงทะยานผ่านขลุ่ยที่กำลังโจมตีคลื่นเสียงและกรงเล็บปราณอย่างพัวพัน
โดยมีจุดหมายอยู่ที่เด็กน้อยซึ่งนั่งอยู่หลังกำแพงป้องกัน
แม้ด้านหน้าของฝูอวี้ฉยงจะมีกำแพงปราณคุ้มครองอยู่แต่มันก็มีความกว้างเพียง๑ จั้งไม่ได้เป็กำแพงที่กว้างมากพอจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดหมาป่าเ้าเล่ห์สืบเท้าของมันก้าวย่างอย่างว่องไว เพียงครู่ต่อมามันก็ะโไปหยุดอยู่ด้านหลังของคนร่างเล็กแล้ว
หมาป่าไม่รอให้ขลุ่ยลงมือตอบโต้ได้ทันการณ์บัดนี้มันกระโจนเข้าใส่พร้อมอ้าปากที่มีฟันแหลมคมหมายงับศีรษะร่างเล็กให้หลุดออกจากตัวฝูอวี้ฉยงแม้สติจะถูกครอบงำด้วยโทสะ แต่ร่างกายของนางกลับเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมือของนางเอื้อมคว้าจับมีดสั้นที่จิงเว่ยทำตกไว้ในชั่วพริบตามือขวาของนางจับด้ามมีดไว้อย่างมั่นคงและใช้จังหวะที่สัตว์หน้าขนกระโจนเข้าใส่แทงมีดลงไปที่ดวงตาสีเหลืองอำพันของมันอย่างไม่ลังเล
พรึ่บ !!
คมมีดผ่านเนื้อลูกตาเข้าไปจนมิดด้าม ยามที่ใบมีดได้ดื่มโลหิตก็บังเกิดปราณสีน้ำเงินเข้มดุจสีน้ำทะเลลึกปลดปล่อยออกมาจากมีดดุจสายธารจากใต้ทะเลลึก ปรากฏให้เห็นกันโดยทั่วอย่างที่ไม่มีใครคาดฝัน
ดวงตาสีเหลืองดวงนั้นถูกแทงจนเกิดแรงอัดของอากาศภายในดันให้ลูกตาทะลักออกมาจากเบ้า เมื่อฝูอวี้ฉยงหมุนมีดในมือคมมีดก็กรีดกวาดเนื้อหลังลูกตาจนหมาป่ารู้สึกทรมานเจียนตายกระนั้นมันกลับไม่สามารถแม้แต่จะขยับร่างหลบหนีคล้ายว่าปราณสีน้ำเงินเข้มได้แช่แข็งลมหายใจของมันไว้จนสิ้นแม้แต่จะส่งเสียงร้องก็ยังทำไม่ได้
ขณะเดียวกันขลุ่ยไผ่ซึ่งจัดการกับพลังโจมตีก่อนหน้าเสร็จสิ้นก็พุ่งกระแทกเข้าใส่ศีรษะที่เต็มไปด้วยโลหิตของเ้าขนเงินอย่างรวดเร็วร่างของมันราวกับถูกทุบด้วยค้อนเหล็กขนาดั์จนร่างมันไถลไปกับพื้นหนักหน่วงทิ้งรอยลากเป็ทางยาว
ขลุ่ยไผ่หมุนวนอยู่กลางอากาศเหนือร่างใหญ่โตนั้น
แต่ครานี้ปราณที่มันปล่อยออกมาไม่ใช่ปราณสีเขียวหยกเช่นก่อนหน้าจุดปราณนับพันกลางอากาศมีสีน้ำเงินเข้ม มันแลคล้ายหยดน้ำฝนที่ถูกหยุดเวลาเอาไว้เมื่อสายลมแห่งกาลเวลาพัดผ่านปราณรูปหยดน้ำก็เปลี่ยนรูปร่างเป็ใบไผ่สีน้ำเงินเข้มยาวแปดชุ่นปราณใบไผ่ส่งพลังคุกคามและกดดันเ้าสัตว์ร้ายที่อยู่เบื้องล่างอย่างดุดัน
[1]คิดหาประโยชน์จากผู้อื่นแต่กลายเป็ว่าตนต้องเสียของที่มีไปแทนขโมยของก็ไม่ได้แต่ก็ยังต้องมาเสียทรัพย์สินที่มีอีก
[2]มาจากเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์จิ๋นซีฮ่องเต้มือสังหารซ้อนมีดสั้นไว้ในม้วนแผนที่ ขณะที่คลี่แผนที่ออกดันมีปลายมีดแลบออกมาทำให้แผนแตกขึ้น