ตอนที่ 22 เก็บเกี่ยวผลผลิต
ชิงฉางขมวดคิ้วก่อนพูดว่า“ย่าหลี่นา มันจะอันตายเกินไปไหม ถ้ามันอันตรายเกินไปเราหยุดเื่เลี้ยงปลาไว้ก่อนได้ ปลาพวกนั้นไม่สำคัญเท่ากับความปลอดภัยของคุณ”
หลี่นายิ้ม“นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วง ฉันเป็ถึงจอมเวทย์วารีขั้นแปดมันไม่ใช่เื่ยากที่จะจัดการกับสัตว์เวทย์มนตร์พวกนั้น”
เมื่อเห็นถึงความมั่นอกมั่นใจของหลี่นาชิงฉางจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้า “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราหยุดเื่นี้ไว้แค่นี้ก่อนพรุ่งนี้เรายังต้องแบ่งงานให้พวกทาสทำ และยังต้องหาสถานที่ให้เหมาะสม เพื่อทำการปรับปรุงดินอีก”
หลี่นาเห็นด้วยกับความคิดนี้ตระกูลเฉินอู้เคยเป็ขุนนางมาก่อนในสายตาของพวกเขาการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้คือกุญแจสำคัญสำหรับการกอบกู้ตระกูล
จางหลี่พยายามที่จะไม่ขัดจังหวะการคุยกันระหว่างหลี่นาและชิงฉาง แม้ว่าเธอจะมีความเฉลียวฉลาดมาแต่เด็ก แต่เธอนั้นก็ไม่เหมือนกับชิงฉางที่มายังโลกนี้โดยที่เขานั้นอยู่ในโลกของข้อมูลข่าวสารแน่นอนว่ากัง และคุนนั้นเงียบสนิทตลอดการสนทนา เพราะพวกเขานั้นไม่ค่อยฉลาดมากนัก
จากนั้นชิงฉางก็ทานอาหารเสร็จอย่างรวดเร็วแล้วตามด้วยน้ำชาก่อนที่จะกลับไปยังห้องของเขา
ในเย็นวันนี้มันเป็เวลาที่หน้าเบื่อสำหรับชิงฉางเพราะมันไม่มีสิ่งไหนที่ให้เขาเล่นได้มากนักที่นี่ ชีวิตอดีตของเขานั้นเป็โอตาคุ ซึ่งเขามักจะนอนดึกเป็ประจำแต่ในโลกแห่งนี้ เขาจำเป็ต้องออกไปทำงานตอนกลางวันอย่างเหน็ดเหนื่อยจนถึงขั้นที่วางหัวลงหมอนก็หลับเลยทันทีแต่วันนี้เขานอนไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งมันทำให้เขาไม่รู้สึกอยากจะนอนตอนนี้เมื่อตาเขาสว่างแบบนี้จึงทำให้เขาตัดสินใจที่จะไปยังมิติฟาร์ม
ในมิติฟาร์มนั้นเมล็ดข้าวโพดกำลังเติบโต และหัวไชเท้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โชคดีที่มันไม่มีแมลงเข้ามากัดกินผลผลิตเมื่อมองดูต้นกล้าที่กำลังเติบโตมันก็ทำให้ชิงฉางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
ต้นกล้าเหล่านี้จะเติบใหญ่การเป็ความหวังที่จะทำให้เขานั้นสามารถรอดอยู่ในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้ได้
ในอดีตนั้นชิงฉางเป็คนที่ไม่มีความทะเยอทะยานเขาแค่้ามีชีวิตที่ดี แต่ในโลกแห่งนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ร่างของฉาง แต่มันรวมไปถึงความทรงจำด้วยทำให้เขารับรู้ถึงความเกลียดชังต่อจักรวรรดิหลังจากที่ตระกูลเฉินอู้ถูกยึดอำนาจ เขาจึงมีความคิดที่จะแก้แค้น
แม้ว่ามิติฟาร์มนั้นเป็ความสามารถที่โกงมากแต่มันก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือมันไม่มีพลังโจมตีเลยแม้แต่น้อย
มิติฟาร์มนั้นมีข้อดีที่สามารถปลูกพืชพันธุ์ต่างๆ ได้ และเก็บสิ่งของได้ แต่เขานั้นไม่สามารถใช้มันโจมตีได้ในทวีปคาร์ค มีคนแข็งแกร่งอยู่มากมายเช่นจอมเวทย์อย่างหลี่นาก็สามารถใช้พลังเวทย์ฆ่าคนธรรมดาได้เป็พัน ๆ คนซึ่งตัวเขานั้นเป็เหมือนเพียงแค่ทารกที่เกิดใหม่หรืออาจจะแย่กว่านั้น คือเป็เพียงแค่มดตัวน้อยตัวนิดในสายตาของคนเ่าั้เพียงแค่ดีดนิ้วเขาก็อาจตายได้เลย
ด้วยเหตุผลนี้นี่จึงทำให้ชิงฉางต้องพยายามไม่เป็จุดสนใจซึ่งถ้าหากว่าพวกขุนนางรู้ว่าเขามีความสามารถนี้ละก็พวกเขาคงไม่ลังเลที่จะฆ่าเขาอย่างแน่นอน
โชคดีที่ชิงฉางมีความทรงจำของฉางอยู่แม้ว่าฉางจะไม่มีความรู้ที่มากนัก แต่อย่างน้อยเขาก็รู้เื่ทั่วไปของทวีปแห่งนี้ถ้าหากเขามีความทะเยอทะยานมากเกินไป เขารู้ว่าสิ่งที่จะตามมานั้นคืออะไร ชิงฉางไม่สามารถที่จะกลายเป็คนที่มีความสามารถได้เหมือนคนอื่นก็เพราะน้ำแห่งความว่างเปล่า
สิ่งที่ชิงฉางพึ่งพาได้มีเพียงมิติฟาร์มแห่งนี้แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับมิตินี้สักเท่าไหร่ เพราะมันเป็สิ่งที่อยู่ดี ๆ ก็ได้มาซึ่งมันทำให้เขากลัว เพราะเมื่อคุณได้รับบางอย่างมาคุณจำเป็ต้องเสียบางอย่างไปเช่นกัน
เื่นี้ทำให้ชิงฉางรู้สึกว่าการพัฒนาพื้นที่นั้นจำเป็ต้องทำให้เร็วที่สุดในเวลาเดียวกัน การพัฒนาพื้นที่ในแดนทมิฬก็สร้างความกังวลให้กับเขาเช่นกันแม้ว่าขุนนางเ่าั้จะขับไล่พวกเขามาที่นี่ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกขุนนางจะปล่อยให้พวกเขาดำเนินชีวิตอย่างโดดเดียวคนเ่าั้อาจจะส่งคนมาจับตาดูพวกเขาอยู่ก็ได้ และถ้าหากว่ามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติพวกเขาคงจะรายงานเื่เหล่านี้ให้พวกขุนนางทราบ
ในขณะที่นั่งอยู่ในมิติฟาร์มชิงฉางรู้ดีว่าทางเลือกอย่างเดียวของเขาในตอนนี้คือเก็บตัวให้เงียบเฉียบมาที่สุด
แม้ว่าเขารู้ดีว่ามิตินั้นดูแลหัวไชเท้าและข้าวโพดเป็อย่างดี แต่ชิงฉางก็ยังรดน้ำให้พวกต้นกล้าที่เป็สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความหวังของพวกเขา
การรดน้ำในมิตินั้นเป็เื่ที่ง่ายมากเพราะเพียงแค่ใช้ความคิด น้ำมิติก็จะพุ่งขึ้นไป และกลายเป็ฝนตกลงมาหลังจากที่พื้นดินชุ่มฉ่ำแล้วเขาก็หยุดการที่ใส่น้ำมากเกินไปก็จะทำให้พืชนั้นเน่าตายได้
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วชิงฉางก็ออกไปจากมิติฟาร์ม
เมื่อมองออกไปข้างนอกเขาก็พบว่าตอนนี้มืดแล้ว ทาสทั้งหมดก็ได้หลับลงหมดแล้วตอนนี้ในปราสาทก็ไม่แสงไฟให้เห็น ทุกอย่างเงียบสงบ
มันเป็บรรยากาศที่ทำให้ชิงฉางนั้นรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก
เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถที่อะไรได้เกินเลยได้มากมายเขาจะต้องค่อย ๆ ทำอย่างเป็ขั้นเป็ตอนตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีอาหารสำหรับทุกคน เขานั้นไม่ได้้าที่จะมีอาหารเพียงแค่พอกินแต่้าให้ทุกคนนั้นมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
ชิงฉางนั้นรู้สึกว่าความรับผิดชอบเป็คำที่อธิบายความรู้สึกของเขาได้ดีที่สุดในตอนนี้ในตลอด่ชีวิตเขานั้นไม่เคยต้องเผชิญอะไรกับสิ่งเหล่านี้เลยแต่หลังที่เขามายังโลกแห่งนี้ เขาจำเป็ที่จะต้องรับผิดชอบปากท้อง และเสื้อผ้าของคนร้อยกว่าคนซึ่งเป็ภาระอันยิ่งใหญ่ของชิงฉาง เขาค่อย ๆ เดินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงถึงแม้ว่าเขาจะกลัวความผิดพลาดอยู่ก็ตาม
ความรับผิดชอบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือกแต่มันเป็สิ่งที่ทำให้เขาเติบโตมาขึ้น
จากนั้นเขาก็กลับไปนอนลงที่เตียงของเขาแม้ว่าเขาจะนอนไม่หลับก็ตามแต่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถที่จะเอนหลังลงนอนเขายังคงคิดถึงเื่ราวต่าง ๆ อย่างเช่นเสบียงอาหาร และของใช้ต่าง ๆจนกระทั่งเขาผล๊อยหลับไป
จากนั้นก็มีเสียง*ตึ่ง* [หัวไชเท้าโตเต็บที่แล้ว โปรดเก็บเกี่ยวให้เร็วที่สุด]
เสียงของมิติฟาร์มทำให้ชิงฉางนั้นตื่นขึ้น
เขาลุกขึ้นมาก่อนที่จะเข้าไปยังมิติฟาร์มและแน่นอนว่าหัวไชเท้าที่เขาปลูกนั้นพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวแล้วนอกจากนี้ข้าวโพดที่ปลูกไว้ก็สูงพอ ๆ กับตัวคนแล้ว
แต่ชิงฉางยังไม่ทำอะไรกับข้าวโพดในตอนนี้เขาจะรอให้ข้าวโพดจะเติบโตเต็มที่ก่อน เพราะว่ามันจะทำให้เขานั้นมีเมล็ดพันธุ์เป็จำนวนมากเพื่อที่จะนำไปใช้ปลูกต่อไปได้ทันใดนั้นเขาจึงทำการเก็บเกี่ยวหัวไชเท้าทั้งหมดก่อนที่จะปลูกหัวไชเท้าโดยซื้อเมล็ดจากร้านมิติ
ชิงฉางเดินไปยังไร่ข้าวโพดข้าวโพดนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว และเริ่มมีฟักข้าวโพดเกิดขึ้นมาแล้ว และอีกไม่นานมันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้
ซึ่งมันทำให้ชิงฉางพอใจอย่างมากก่อนที่เขาจะออกจากมิติฟาร์มไปเมื่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างก็เห็นท้องฟ้าที่สดใส ชิงฉางนอนหลับไม่ลงแล้ว จึงเปิดประตูและเดินออกไป
วันนี้อากาศข้างนอกนั้นดีมากมันเป็่เดือนเมษายน ซึ่งอากาศจะเย็นเล็กน้อยในตอนเช้า ลมหายใจที่ชิงฉางสูดเข้าไปทำให้เขารู้สึกดีมาก
ตอนนี้มันยังเช้าอยู่มากชิงฉางก็คิดเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง ฉางเป็ขุนนางที่ไม่ได้เื่มาก่อนทำให้เขานั้นละเลยเกี่ยวกับงานในตระกูลพร้อมกับการที่เป็คนเ้าสำราญที่หลงไปกับกามอารมณ์และสุรา ซึ่งเมื่อเขาได้ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าเข้าไปทำให้ร่างกายอ่อนแอกว่าเดิม
ชิงฉางไม่้าที่จะเป็โรคตายตอนอายุยังน้อยด้วยอากาศที่ดีชิงฉางจึงตัดสินใจที่จะออกกำลังกายแม้ว่าเขาจะไม่สามารถกลายเป็นักรบหรือจอมเวทย์ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ขอเป็คนที่มีสุขภาพที่ดี
ในขณะที่เขานั้นกำลังวิ่งพวกทาสก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา และเห็นเขากำลังวิ่งอยู่ ซึ่งมันทำให้พวกเขารู้สึกประหลาด และสงสัยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
ร่างกายที่อ่อนแอของชิงฉางทำให้เขานั้นหยุดวิ่งหลังจากที่วิ่งไปได้ไม่นาน ก่อนที่จะกลับไปยังปราสาทของเขา
แม้ว่าเขาจะวิ่งเพียงครู่เดียวแต่มันก็ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างมาก
เมื่อชิงฉางกลับเข้าไปในปราสาทก็เจอกับหลี่นาซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะใมากที่เห็นเขาเดินกลับมาจากข้างนอก หลี่นาไม่เคยคาดคิดเลยว่าชิงฉางจะตื่นแต่เช้าเธอคิดว่าเขายังหลับอยู่ในห้อง
ชิงฉางกล่าวทักทายก่อนที่จะไปล้างหน้าจากนั้นเขาก็มายังห้องนั่งเล่น และรอหลี่นาทำอาหารเช้า
จบตอนแล้วนะครับผมฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ
ติดตามพวกเราได้ที่เพจ: https://www.facebook.com/profile.php?id=100088594190101