บทที่ 21กาลเวลาพิสูจน์คน 3 (่เวลาแห่งความสุข 1)
เวลาผ่านไปเกือบสี่ปี
่เวลาแห่งการใช้ชีวิตของเจียอี้ร่วมกับลี่ลี่ใกล้หมดลงไปทุกชั่วขณะเพราะใกล้ครบเวลาสี่ปีที่ขีดเส้นเอาไว้
ใน่เวลาที่ผ่านมาไม่เพียงเจียอี้พบเห็นด้านที่ไม่เคยเห็นของลี่ลี่เขายังสอนให้ลี่ลี่รู้จักเื่ที่สตรีควรรู้แบบอ้อมๆซึ่งตอนนางรู้สายตาที่มองเจียอี้เปลี่ยนไปหลายเดือนกว่าจะกลับมองเจียอี้แบบเดิม
อย่างไรเสียความสัมพันธ์ของทั้งสองยิ่งแน่นแฟ้นและดูเหมือนพี่น้อง หากไม่ติดว่าการเว้นระยะของทั้งสองมีขอบเขตทุกคนก็อาจมองเป็คู่รัก ต่างไปจากในสายตาของเจียอี้ที่มองว่าเป็พ่อกับลูกสาวและต่างไปจากในสายตาลี่ลี่ที่มองเป็เพื่อนสนิท
“เจียอี้เ้ารีบไปอาบน้ำเร็วเช้านี้มีไก่ย่างหนึ่งตัว ข้าวปรุงรส และซุปสาหร่าย” ลี่ลี่บอกกับเจียอี้ผู้พึ่งตื่นนอน่หลังมาเจียอี้ผู้ไม่เคยคิดนอนหลับกลับรู้สึกผ่อนคลายยามอยู่ใกล้ลี่ลี่อย่างช่วยไม่ได้
“วันนี้พี่ลี่ตื่นเช้าก่อนข้าอีกแล้วข้าอดแสดงฝีมือทำอาหารไปอีกวัน” เจียอี้กล่าวหยอกล้อลี่ลี่ในยามเช้าเหมือนปกติทุกวันหากวันไหนเขาตื่นก่อนและได้ทำอาหารลี่ลี่จะบ่นเขาแทนไม่ใช่ว่าเจียอี้ทำอาหารไม่อร่อย แต่ลี่ลี่รู้สึกว่าเสียศักดิ์ศรีของผู้หญิงไป
“ถึงเ้าทำอาหารอร่อยกว่าข้าอาหารเช้ายังไงข้าก็ต้องทำ” ลี่ลี่เชิดอกกล่าว เจียอี้ถึงกับหันหน้าหนีและรีบไปอาบน้ำ
“พี่ลี่ข้าไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไว้มาทานข้าวกับพี่นะ”
ผ่านไปสักพัก
เจียอี้อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยเขาออกมาจากห้องอาบน้ำพร้อมกับชุดพื้นเมืองเรียบง่ายไม่สะดุดตา
“เป็ไงพี่ลี่ ชุดใหม่ที่ไปซื้อเมื่อวานกับพี่ในตลาด”เจียอี้โชว์ชุดให้ลี่ลี่ดู ลี่ลี่จึงหันมามอง
“เหมาะกับเ้ามาก”ลี่ลี่ยกนิ้วให้เจียอี้ ก่อนจะกล่าวต่อ“ใส่ชุดนี้แล้วเ้าอย่าเดินผ่านหอโคมแดงเชียว ระวังแม่นางน้อยเ่าั้ฉุดลากเ้าเข้าไป”
“พี่ลี่ล้อเล่นแล้วอย่างข้าเดินเข้าไปหาพวกนางคงวิ่งหนี ฮ่าๆๆ” เจียอี้เดินไปนั่งเก้าอี้ลี่ลี่พลันกล่าวขึ้นมา
“หยุดล้อเล่นได้แล้วเ้าหล่อเหลาเอาการทีเดียวเจียอี้เถ้าแก่ยังบอกว่าสตรีส่วนใหญ่มาทานอาหารเพราะเ้าเชียว”
“ข้าว่าพวกเราเสียเวลามากแล้วขืนไม่รีบทาน อาหารคงเย็นชืด” เจียอี้ตัดบทและเริ่มทานอาหาร โดยเอามือไปดึงน่องไก่ของโปรดของลี่ลี่เป็อย่างแรก
“อ่านี่เ้าเล็งน่องไก่ไว้รึ ข้าไม่ยอมหรอก” ลี่ลี่รีบดึงน่องไก่อีกน่องไปทันทีแต่เจียอี้เลือกดึงปีกไก่ต่อ
“น่องไก่ ปีกไก่ใครเร็วใครได้พี่ลี่”
“เ้าไม่ทานให้หมดก่อนเล่าไก่ตัวนี้เราต้องทานเป็อาหารกลางวันอีกนะ” ลี่ลี่จ้องเจียอี้ แต่เจียอี้กลับตบอกพลางบอกกับลี่ลี่อย่างมั่นใจ
“พี่ลี่ไม่ต้องกังวลวันนี้มื้อกลางวันข้าเลี้ยง อาหารเย็นข้าจะพาพี่เดินทานที่ตลาด”
“เ้ากล่าวถึงขนาดนั้นก็อย่าเกรงใจไป”ลี่ลี่เผยรอยยิ้มยินดี
มื้ออาหารเช้าวันนี้ทั้งสองต่างทานกันอย่างมีความสุข่เวลาแห่งความสุขเช่นนี้ เจียอี้ไม่ได้พบเจอบ่อยนักยิ่งลี่ลี่พึ่งพบเจอ่เวลาแห่งความสุข จนนางมิได้หวนนึกว่าก่อนจะมาเข้ารับการฝึกนางเคยอยู่กับพ่อแม่มาก่อน
จุดนี้เจียอี้ทราบดีและวางแผนไว้แล้วหากลี่ลี่ผ่านบททดสอบจากเขาไปได้ เขาจะยอมรับนางพากลับไปกราบไหว้บิดามารดาก่อนจากลา เพราะต่อให้นางตัดขาดกับตระกูลหลิงยังไงบิดามารดาย่อมมิอาจตัดขาดจากบุตร บุตรมิอาจตัดขาดจากบิดามารดา ดังคำกล่าวว่า ‘เืข้นกว่าน้ำ’
หลังจากเจียอี้กับลี่ลี่ทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย
เจียอี้ได้กล่าวขึ้นมา “พี่ลี่พี่ไปร้านเถ้าแก่ก่อนได้เลย เดี๋ยวข้าเก็บโต๊ะ..ล้างจานให้เอง”
“แปลกจริงเ้าไม่สบายรึเปล่า วันนี้เ้าดูขยันแปลกๆ” ลี่ลี่เกิดความสงสัยปกติเจียอี้ทำอะไรแทนนางหลายอย่าง แต่ไม่ได้ทำในส่วนเหล่านี้
“เอาน่า เอาน่า ไปเถอะเดี๋ยวเดียวข้าก็ตามท่านไปแล้ว” เจียอี้ดึงตัวลี่ลี่ลุกจากเก้าอีกจูงมือนางพาเดินไปยังประตูบ้าน แล้วกลับไปเก็บโต๊ะ..ล้างจาน
“เช่นนั้นข้าไปก่อน” ลี่ลี่เปิดประตูออกไปเพราะไม่สามารถรับมือกับการพลักดันของเจียอี้ได้ส่วนเหตุผลที่เจียอี้แบ่งเบาภาระของนาง มีสาเหตุมาจากวันนี้เป็วันเกิดนางซ้ำยังใกล้เทศกาลประจำปี ประกอบกับจะครบสี่ปีพอดีจึงอยากให้นางพบกับเื่ดีๆบ้าง
อนึ่งเจียอี้กำลังทำเหมือนกับให้ตัวเขาได้เห็นใครสักคนมีชีวิตที่ดีแทนตัวเขาในอดีตที่พบแต่ความมืดมน
“เฮ้อ! ถ้าข้ามีลูกสักคนก็อยากเลี้ยงดูเขาให้ดีเหมือนทำกับลี่ลี่เสียจริง”เจียอี้พึมพำพลางถอนหายใจระหว่างล้างจาน ตอนเขาล้างจานเสร็จนั้นเองเขาััได้ถึงการคงอยู่ของมาร ก่อนเสียงมันจะดังขึ้น
“ข้าน้อยมาตามบัญชาของนายท่านผู้ยิ่งใหญ่แล้วขอรับ”
ได้ยินเสียงเจียอี้หมุนตัวไปด้านหลัง เขาเห็นมารคุกเข่ารอเขาอย่างนอบน้อมเจียอี้จึงแสดงสีหน้าเ็าดังเดิม
“มาได้ก็ดีนี่เป็รางวัลของเ้า หนทางกลายเป็เทพมาร” เจียอี้แตะนิ้วชี้ลงกลางหน้าผากมารฉับพลันลูกแสงสีดำเลือนรางได้ลอยเข้าไปในดวงิญญาของมาร
ทันทีที่เข้าไปมารแสดงสีหน้าตื่นเต้นมีความสุขเปี่ยมล้มแต่ความสุขนั้นไม่เท่ากับสิ่งที่เจียอี้กำลังจะกล่าว
“ข้าเห็นเ้าทำงานได้ดีความบ้าคลั่งของเ้าเหมาะกับการเป็หมาป่าบ้าคลั่ง คอยจัดการกับสิ่งชั่วร้ายเพราะเ้าชั่วร้ายยิ่งกว่ามันยามบ้า อีกอย่างข้ายังขาดหมาบ้าตัวหนึ่งพอดี เ้าสนใจมาเป็หมาคัวนั้นให้ข้าไหมเล่าสิ่งตอบแทนยอดเยี่ยมเชียวล่ะ”
“ข้าน้อยยินดีอย่างยิ่งมีประโยชน์ต่อนายท่านผู้ยิ่งใหญ่นับเป็บุญวาสนา” มารตอบรับทันทีแบบไม่คิดทำให้เจียอี้เผยรอยยิ้มชื่นชม
“เ้ายินดีข้าจะใช้พันธสัญญาผูกมัดิญญาเ้าถ้าทรยศเมื่อใด เพียงข้าคิดดวงิญญาเ้าจะแตกสลายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”เจียอี้กล่าวน้ำเสียงเย็นเยียบ แต่นั่นไม่ได้ทำให้มารหวาดกลัว เพราะมันทำให้มารเคารพเทิดทูนเจียอี้ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
“ยินดี ข้าน้อยยินดี! ยินดีอย่างยิ่งขอรับ” ดวงตามารสีดำล้ำลึกส่งประกายวิบวับ เจียอี้จึงเริ่มทำพันธสัญญาเขาใช้เล็บกรีดนิ้วนำโลหิตสีรุ่งหนึ่งหยด หยดลงบนหน้าผากมารก่อนควบคุมโลหิตสีรุ่งไปยังิญญาของมารแล้วร่ายคาถาโบราณ ที่มารมิอาจเข้าใจแต่มารก็ยินยอมให้ิญญาถูกผูกมัดแต่โดยดี
ผู้ยินยอม..จงถูกโลหิตแห่งข้าผูกมัดแก่นิญญา
ผู้ยินยอม..จงฟังเพียงคำสั่งข้าผู้เป็นาย
ผู้ยินยอม..จงเทิดทูนข้าดุจผู้มอบชีวิตให้แก่เ้า
ผู้ยินยอม..จงมอบทุกสิ่งอย่างอย่าได้ปิดบังสิ่งใดกับข้า
ผู้ยินยอม..จงอย่าได้คิดคดทรยศ
พันธะอสูรโลหิตาหนึ่งความคิดสั่งตาย!
จงผู้มัด ‘มาร’ ผู้นั้นให้กลายเป็ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของข้า..
เจียอี้!
เมื่อเจียอี้ร่างคาถาโบราณจบโลหิตสีรุ้งของเขาได้กลายเป็โซ่ตรวนผูกมัดแก่นิญญาของมาร หากเขาอยากให้มารตกตายเพียงหนึ่งความโซ่ตรวนเ่าั้จะบีบทลายแก่นิญญาของมารในพริบตา
“ดี พันธสัญญาเสร็จสิ้นจากนี้และตลอดไปข้าจะเรียกเ้าว่า ‘มาร’ ให้เ้าสถิตอยู่ในแขนขวาข้าจนกว่าจะเรียกใช้เ้า จงใช้เวลาสถิตในแขนข้าบ่มเพาะพลังที่ข้าคอยแบ่งปันให้เ้าเสีย” เจียอี้กล่าวน้ำเสียงเย็นเยียบมารทำเพียงน้อมรับอย่างเทิดทูน
“รับบัญชานายท่านผู้ยิ่งใหญ่”ก้มศีรษะแตะพื้น ก่อนจะกลายเป็กลุ่มก้องสีดำตรงเข้าไปยังแขนขวาเจียอี้เจียอี้ปล่อยให้มันสถิตในแขนขวาอย่างง่ายดาย
หลังมารสถิตอยู่ในแขนขวาเจียอี้รอยสักหมาป่าสีดำทมิฬจึงปรากฏบนแขนขวาของเขามันช่วยไม่ได้ที่จะใช้พลังปกปิดไม่ให้ใครพบเห็น ทั้งยังต้องลบกลิ่นอายของมาร
“เื่มารคลี่คลายเหลือเพียงเื่ลี่ลี่เพียงเื่เดียว” เจียอี้ปรับอารมณ์ครู่หนึ่งก่อนเดินออกจากบ้าน..ตรงไปยังร้านอาหารเลิศล้ำ
.
.
.
ณ ร้านอาหารเลิศล้ำ
เมื่อเจียอี้มาถึงร้านเขาก็เห็นลูกค้าแน่นร้าน ลี่ลี่เดินเสิร์ฟน้ำไม่หยุดพักภรรยาเถ้าแก่เองกำลังช่วยเสิร์ฟ
“เจียอี้ เ้ามาแล้วรีบไปช่วยเถ้าแก่ทำอาหารเร็ว” ภรรยาเถ้าแก่กล่าวอย่างร้อนรนเจียอี้รีบเดินตรงไปยังห้องครัว โดยไม่สนใจภรรยาเถ้าแก่
เมื่อไปถึงห้องครัวเถ้าแก่ก็ทักทายเจียอี้ตามปกติการแสดงออกของเจียอี้ต่อเถ้าแก่และภรรยาของเถ้าแก่ต่างกันลิบลับ
“วันนี้เ้าดูร่าเริงผิดปกติมีอะไรดีดีเกิดขึ้นหรอเจียอี้”
“ไม่มีอะไรมากหรอกเถ้าแก่แค่วันนี้เป็วันเกิดใครบางคน” เจียอี้กล่าวพลางเดินไปประจำที่และเริ่มเตรียมวัตถุดิบของอาหารแต่ละเมนูตามใบสั่งข้างฝาผนัง
“ฮ่าๆๆวันเกิดของใครบางคน ข้าคิดว่าข้ารู้จักใครบางคนนั้นจะว่าไปพวกเ้าอาศัยอยู่ด้วยกันแล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานเล่า ข้าอยากฟังข่าวดี”เถ้าแก่เปิดเื่ชวนคุย ซึ่งเจียอี้ก็คุยกันตามปกติ เพราะเขารู้ว่าเถ้าแก่เป็คนอารมณ์ดีมักหาเื่พูดคุยไม่ให้รู้สึกเงียบเหงา
“เถ้าแก่คิดมากไปแล้วข้ากับพี่ลี่เพียงพึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีความรู้สึกรักใคร่แม้แต่น้อย” เจียอี้กล่าวไปตามความรู้สึกแต่กับเถ้าแก่ผู้พบเห็นทั้งสองั้แ่วันแรกยันวันนี้ เห็นหลายสิ่งแตกต่างไป
“เื่นั่นไม่แน่หรอกเวลาเราใกล้ชิดใคร ย่อมมีความรู้สึกก่อเกิด สำหรับเ้ากับลี่ลี่ความรู้สึกคงบังเกิดขึ้นตาม่เวลา ถึงข้าไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกรูปแบบใดข้าสามารถััได้ถึงความสนิทของเ้าทั้งสองตลอดหลายปีมานี้”
เจียอี้พยักหน้าพลางกล่าว“เถ้าแก่กล่าวมาเป็ความจริง เวลามักทำให้หลายสิ่งก่อเกิด มันพิสูจน์หลายอย่างสิ่งที่เถ้าแก่เห็นอาจเป็สิ่งพิสูจน์บางสิ่ง” เจียอี้หยุดกล่าว แล้วกล่าวอีกครั้ง“บางทีเถ้าแก่อาจมองเห็นบางอย่างจากข้าและพี่ลี่”
“ข้าอาจมองเห็นตามเ้าว่าข้าเป็ผู้ใหญ่มากประสบการณ์เชียว” เถ้าแก่ยกนิ้วแฝงความหมายทำเอาเจียอี้อดส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“เถ้าแก่ข้าว่าพวกเราเร่งมือทำอาหารเถอะ หากคุยมากไปลูกค้าอาจไม่พอใจ”
“จริงด้วย โทษทีๆเวลาคุยกับเ้ามันรู้สึกเหมือนคุยกับเพื่อนสนิทเสียจริง ฮ่าๆๆ”
ตกเย็น
หลังร้านอาหารเลิศล้ำปิดให้บริการและเจียอี้กับลี่ลี่ทำความสะอาดร้านเสร็จ เจียอี้เร่งขอตัวกลับพร้อมลี่ลี่ไม่รอให้เถ้าแก่กล่าวลา เพราะวันนี้เป็วันเกิดของนาง เจียอี้จึงเร่งรีบเป็พิเศษ
“นี่เ้าจะรีบไปไหนค่อยๆเดินไปก็ได้” ลี่ลี่กล่าวขึ้น เพราะนางถูกเจียอี้จูงมือเดินนำไปหลายก้าว
“ไม่รีบได้ยังไงเดี๋ยวก็พลาดอะไรดีดีไปหรอก” เจียอี้กล่าวจบเขาเริ่มเร่งฝีเท้าเพื่อพาลี่ลี่ไปตลาดยามเย็น