ทางด้านองครักษ์เงาที่มาแอบมาสังเกตการณ์ก็ทำได้เพียงแค่กลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิว หลังจากที่เฝ้าดูมาอาทิตย์กว่าๆแล้วก็ใกล้จะได้เวลากลับไปรายงานข่าวให้กับท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว ส่วนด้านในบ้านที่ตอนนี้หนิงซวงได้ทำการปิดประตูหน้าต่างทุกบานเสร็จเรียบร้อยก็พาบิดาพร้อมด้วยภรรยาของตนเข้าไปยังห้องนอนของบุตรสาวทันที หลังจากที่ทุกคนเข้ามากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วนั้น
หนิงฮวาก็ได้นำห่อผ้าสีขาวที่นางใช้ห่อโสมคนเมื่อตอนกลางบ่ายของวันนี้ออกมาก่อนที่จะยื่นมันไปให้ท่านปู่กับท่านแม่ของตนได้ดูว่ามีสิ่งใดอยู่ในห่อผ้านั้น และเมื่อนางใช้มืออีกข้างเปิดห่อผ้าออกเผยให้เห็นโสมคนทั้งห้าต้น ท่านปู่และท่านแม่ของนางก็ถึงกับยืนแข็งเป็หินอยู่กับที่ด้วยความใกับสิ่งที่เห็น แม้แต่คนที่แอบซุ้มดูอยู่บนหลังคาบ้านก็ต่างใกับสิ่งที่เห็นเช่นกัน พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าโสมคนที่เป็สมุนไพรหายากนักยากหนาจะมาปรากฏอยู่ในมือของเด็กสาวตรงหน้าอย่างง่ายดายเช่นนี้
“ท่านปู่ ท่านแม่เ้าคะ วันนี้ที่พวกข้าขึ้นป่ากันไปตอนแรกก็เพียงแค่เจอผลไม้ตามที่พวกท่านเห็นแต่ว่าระหว่างทางที่พวกเรากำลังกลักันมานั้นข้าบัญเอิญพบมันเข้าเ้าค่ะ เราจะทำอย่างไรกับมันดีเ้าคะท่านปู” ่
เมื่อหนิงเทียนคืนสติกลับมาและได้ฟังสิ่งที่หลานสาวของตนเอ่ยถามเขาจึงใช้ความคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยตอบไป
“โสมคนนั้นเป็สมุนไพรหายากมีค่าควรเมืองดังนั้นถ้าหากใครเกิดรู้เข้าว่าครอบครัวของเรามีมันอยู่ถึงห้าต้นคงไม่เป็ผลดีกับพวกเราอย่างแน่นอน”
“ถ้าเช่นนั้นเราก็นำพวกมันไปขายก็แล้วกันนะเ้าคะ ไปขายให้ร้านท่านหวังชุนเช่นเดิมดีหรือไม่เ้าคะ หรือว่าเราจะนำมันไปโรงประมูลดี”
หนิงฮวาเอ่ยขอความคิดเห็นจากทั้งสามคน เมื่อทั้งสามได้ยินดังนั้นต่างก็หันมาปรึกษากันผ่านทางสายตาก่อนที่หนิงเทียนจะเป็คนเอ่ยขึ้นมา
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เราก็นำไปขายให้เถ้าแก่หวังชุนสามต้นก็แล้วกันส่วนอีกสองต้นเราค่อยเอาไปยังโรงประมูลหยกนภา พวกเ้าคิดว่าเช่นนี้ดีหรือไม่”
“ดีเ้าค่ะ ถ้างั้นพรุ่งนี้ท่านปู่หรือท่านพ่อจะไปขายโสมคนพวกนี้เ้าคะ”
“ให้ท่านปู่ของเ้ากับเ้าไปก็แล้วกันนะส่วนพ่อจะอยู่ดูการสร้างบ้านและพวกคนงานที่นี้แทน”
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ แล้วท่านแม่กับพี่ใหญ่้าสิ่งใดจากในเมืองอีกหรือไม่ เดี๋ยวขากลับข้าจะแวะซื้อมาให้เ้าค่ะ
“แม่ฝากเ้าซื้อพวกของสดแล้วก็ผักก็แล้วกันนะ”
“ได้เ้าค่ะ แล้วพี่ใหญ่กับจินเออร์อยากได้สิ่งใดหรือไม่เ้าคะ”
“พี่ไม่อยากได้อันใดจ่ะ แต่ข้าอยากได้ขนมขอรับพี่รอง ท่านช่วยซื้อน้ำตาลปั้นมาฝากข้าด้วยนะขอรับ”
“อ่า ได้จ่ะเดี๋ยวพี่รองจะซื้อมาฝากเ้านะ”
“ขอบคุณมากขอรับ”
หลังจากนั้นทุกคนก็ต่างพากันแยกย้ายไปพักผ่อนทันที ภายนอกบ้านใต้ต้นไม้ก็ได้มีเงาอยู่สองเงาปรากฏขึ้นมา เป็เงาทั้งสองนั้นเองก่อนที่เงาคนแรกจะเอ่ยขึ้น
“เ้ารีบนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่ท่านแม่ทัพที่ค่ายทหารแล้วรอรับคำสั่งค่อยเดินทางกลับมา ”
เมื่อเงาคนแรกเอ่ยจบเงาทั้งสองก็หายวับไปทันทีเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครยืนอยู่ตรงนี้กัน
เช้าวันรุ่งขึ้นหนิงเทียนและหนิงฮวาก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองเพื่อนำของไปขายตามที่คุยกันไว้เมื่อคืน เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านขายยาของท่านหวังชุนพนักงานภายในร้านก็เดินออกมาต้อนรับหนิงเทียนและหนิงฮวาเป็อย่างดีเพราะครั้งที่แล้วที่พวกนางมาเขาก็อยู่ในวันนั้นเช่นกันเพียงแต่วันนี้การแต่งกายอาจจะเปลี่ยนไปจากชุดที่เก่าและขาดตอนนี้สวมใส่ชุดผ้าฝ้ายอย่างดีกันทั้งสองคน
ส่วนทางด้านหนิงฮวาที่มองดูพนักงานที่กำลังเดินเข้ามาต้อนรับนางพร้อมทั้งมองสำรวจพวกนางไปด้วยอย่างไม่รู้สึกแปลกใจอันใดก็ในเมื่อวันนี้หนิงฮวาได้สวมใส่ชุดผ้าฝ้ายสีม่วงอ่อนพร้อมกับถักเปียสองข้างก่อนจะผูกด้วยผ้าผูกผมสีเขียวที่ทำให้ผู้คนมองแล้วรู้สึกหน้ารักน่าเอ็นดู ส่วนท่านปู่ของนางวันนี้ก็สวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มและห้อยพู่ที่นางซื้อให้ไว้ที่เอวแถมออร่าความสงางามที่แผ่กระจายออกมาจากตัวของท่านปู่นางอีกจึงทำให้ภาพของพวกนางออกมาเหมือนชนชั้นสูงก็มีปาน
“ข้ามาพบท่านหวังชุน ไม่ทราบว่าอยู่หรือไม่”
“อยู่ขอรับ เดี๋ยวข้าจะไปเรียนท่านให้เชิญพวกท่านไปนั่งรอที่ห้องรับรองซักครู่ เชิญทางด้านนี้ขอรับ”
เอ่ยจบพนักงานก็พาทั้งสองคนมารอยังห้องรับรองเดิมที่หนิงฮว่ากับหนิงเทียนมารอเมื่อครั้งที่แล้วก่อนจะยกขนมและกาน้ำชามาให้ทั้งสองคนรับประทานรอก่อนที่พนักงานคนเดิมจะไปเรียนเื่นี้ให้กับผู้จัดการร้านหวังชุนทราบ และพอเมื่อหวังชุดทราบเื่ก็รีบเร่งเดินมาหาทั้งสองคนที่นั่งรออยู่ภายในห้องรับรองแขกทันที