- 10 -
หนทางสู่เผ่ามาร
โชคชะตาของเพ่ยอิงดูตลกขบขันสิ้นดี แรกเริ่มเขาก็เมตตาต่อมารร้ายอย่างป๋อเหวิน สุดท้ายก็ไม่พ้นที่จะต้องถูกป๋อเหวินทรยศ เสี่ยวรุ่ยคุมตัวของเพ่ยอิงเอาไว้ และพาเขากลับเผ่ามารด้วย
“ทำไมพวกท่าน ถึงอยากได้ตัวของเรานัก!”
“ใครก็อยากได้ตัวของท่านทั้งนั้น ผู้ที่กระบี่สาดแสงธารา อย่างไรก็ต้องเคียงข้างดาบอัคนีปีศาจ มีท่านก็เหมือนมีขุมพลังยิ่งใหญ่”
“แต่เราจะไม่ทำเื่ชั่วร้าย”
“ท่านทำไปแล้ว! ท่านช่วยนักโทษอย่างป๋อเหวิน เวลานี้ท่านก็โดนเขาทรยศหักหลัง” เสี่ยวรุ่ยมองเทพหนุ่มที่ดูจะสลดลงไปเล็กน้อย
“เรายังเชื่อใจของเขาอยู่...”
“ฮ่าฮ่า! ป๋อเหวินไม่ใช่มารที่ดีเช่นเทพอย่างพวกท่าน เขาโเี้ร้ายกาจ ไม่เคยปราณีผู้ใด เขาเก่งเื่หลอกใช้ผู้อื่นที่สุด”
ยิ่งฟังเสี่ยวรุ่ยพูด เพ่ยอิงก็ยิ่งชาวาบอยู่ในอกของตนเอง เป็ครั้งแรกที่เด็กหนุ่มอย่างเขาได้เผชิญกับความเป็จริง สิ่งที่มหาเทพจวิ้นหยางเคยบอกว่าเพ่ยอิงต้องอดทนให้ได้
อย่าพ่ายแพ้ต่อจิตใจของตัวเอง อย่าสูญเสียความดีเพียงเพราะเจอสิ่งที่ไม่ดี มองไปเบื้องหน้าก็คือที่ตั้งของเผ่ามาร ประมุขเสวี่ยชิงเหอเพียงแค่ปรายตามองเพ่ยอิง ก่อนจะสั่งให้เอาตัวไปขังที่ห้องใต้ดิน
“ป๋อเหวิน! ดะ เดี๋ยวสิ!!”
“...”
จอมมารหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ ราวกับว่าเสียงเรียกของเพ่ยอิงเป็เสียงนกเสียงสายลม ประมุขเสวี่ยชิงเหอกอดแขนพาจอมมารหนุ่มคู่หมั้นเข้าไปด้านใน
เพ่ยอิงสูญเสียความดีในตัวหมดแล้ว เขาคาดหวังให้ป๋อเหวินเป็มารที่ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ควรหันมามองกันบ้างในฐานะของสหายร่วมทุกข์
ท้องฟ้าคำรามโกรธเกรี้ยว สายฟ้าฟาดลงมาบนพื้นดิน เพ่ยอิงกำลังโกรธจอมมารตรงหน้า!
“อะไรกัน! อย่าให้เทพนั่นได้ใช้พลังเด็ดขาด”
“เพ่ยอิง....อย่า!”
“เราเคยยอมทุกอย่างเพื่อช่วยท่าน ป๋อเหวิน! หรือท่านมองเราเป็เพียงมดตัวเล็กในใต้หล้า”
ป๋อเหวินสะบัดแขนที่ถูกเกาะกุมโดยหญิงสาว เขาเดินตรงไปหาเพ่ยอิงที่อยู่ด้านล่าง เทพหนุ่มในตอนนี้กำลังไร้สติ
“อย่า! เ้าจะเสี่ยงอะไรเพื่อข้าอีก พอสักทีได้ไหมเพ่ยอิง!!!”
“ออกไป!”
“เรียกกระบี่ของเ้ามา แล้วฟาดฟันตัวข้าทิ้งไปเลย อย่างน้อยก็พอชดใช้ความโกรธของเ้าได้บ้าง”
จอมมารหนุ่มยังคงยืนนิ่ง แม้ว่ารอบข้างจะปั่นป่วนราวกับพายุ แต่ป๋อเหวินก็ยังสบตาฟ้าครามคู่นี้ได้โดยไม่สะทกสะท้าน เนิ่นนานมากพอที่จะทำให้เพ่ยอิงยอมสงบลง
“หลอกลวงเราทำไม?”
“ข้าไม่ –”
“ท่านไม่คิดว่าเราเป็สหายของท่าน อย่างน้อยก็น่าจะมองกันในฐานะคนร่วมโลก ไม่เห็นต้องมองเราเป็ศัตรูคู่อาฆาต ไม่เห็นต้องทำกับเราถึงเพียงนี้เลย”
เพ่ยอิงหลบตาต่ำมองพื้น ในชีวิตของการเป็เทพของเขายังคงน้อยไป ถึงไม่ได้เรียนรู้ว่าการโดนทรยศจะทำให้รู้สึกเสียใจมากถึงเพียงนี้
ครืนนน...เปรี้ยงงง!
เสียงฟ้าคำรามกลับมาอีกหน แต่คราวนี้มันไม่ใช่เพราะเพ่ยอิง มีบางอย่างอยู่บนฟากฟ้า บางอย่างที่มีพลังมากพอสมควร แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกดำครึ้ม
ัดำเกล็ดทองคำรามเสียงดัง มารปลายแถวที่ยืนอยู่เซถลาไปคนละทาง ชายหนุ่มร่างกายเปล่งแสงสีทองถือหอกปลายแหลม
“ท่านพี่!”
เพ่ยอิงพยายามวิ่งไปหาคนตรงหน้า แต่ป๋อเหวินกลับคว้าตัวเอาไว้ไม่ยอมให้ไป
“ปล่อยน้องเพ่ยอิงซะ!”
“ป๋อเหวินปล่อยเรานะ...เราจะไปหาท่านพี่”
“ข้าว่าองค์รัชทายาทใจกล้าเกินไปละมั้ง ถึงได้บุกมาเผ่ามารเพียงลำพังเช่นนี้” จอมมารป๋อเหวินเอ่ยขึ้น วงแขนแกร่งยังคงโอบตัวของเพ่ยอิงเอาไว้
“ปล่อยคนของข้าป๋อเหวิน! เ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?”
“หึหึ!”
เมื่อเห็นว่าพูดกับป๋อเหวินคงไม่ได้ผลอะไร โม่หรานรู้ว่าจอมมารเป็พวกดื้อดึง จึงหันไปมองเทพตัวขาวที่โดนคุมตัวอยู่ เพ่ยอิงยกยิ้มอ่อนให้กับโม่หรานทันที
“เด็กโง่! ทำไมเ้าทำเช่นนี้เล่า มาหาข้าเร็วจะได้กลับ์กัน”
“ท่านพี่..อ๊ะ! ป๋อเหวินอย่าดึง ปล่อยเรานะคนใจร้าย” ร่างกายของป๋อเหวินพละกำลังมหาศาล ต่างกับเพ่ยอิงที่ผอมบางกว่า เขาไม่สามารถขืนแรงของอีกคนเพื่อไปหาโม่หรานได้
“ข้าไม่ให้เ้าไป!”
“ท่านบอกให้เรากลับ์ ท่านผลักไสไล่ส่งเรามาตลอด เวลานี้ท่านต้องหยุดได้แล้ว”
“ถ้าเ้ายอมไปกับโม่หราน ข้าจะบุก์ ให้เง็กเซียนสังหารข้าก็ยอม”
“ป๋อเหวิน!”
อีกครั้งที่เพ่ยอิงไม่เข้าใจความคิดของจอมมารผู้นี้ ครั้งก่อนยังทำท่ารังเกียจเทพอย่างเขาอยู่เลย อย่างไรเพ่ยอิงก็ไม่ได้อยากให้ป๋อเหวินตาย มาถึงตอนนี้ก็ยังหวังให้ป๋อเหวินมีชีวิตต่อ
“เราไม่อยากโดนท่านหลอกลวงอีกแล้ว”
“ข้าไม่เคยหลอกเ้าสักครั้ง!”
“ครั้งนี้ก็ด้วยหรือ ท่านให้เผ่ามารจับตัวของเรามา” เพ่ยอิงคาดคั้นคนที่ยืนซ้อนหลังของเขาอยู่ แน่นอนว่าป๋อเหวินไม่คิดตอบคำถาม มันก็เป็อย่างทุกครั้งที่ผ่านมา
“น้องเพ่ยอิง...”
“ปล่อยเรา ต่อให้ท่านโดนฆ่าตายเราก็ไม่สน”
“จริงหรือ?”
“อย่ามาล้อเล่นกับเราป๋อเหวิน ท่านสนุกมาพอสมควรแล้ว” เพ่ยอิงอาศัยจังหวะที่ป๋อเหวินผ่อนแรง ขืนตัวออกจากอ้อมแขนของเขา แล้วรีบตรงไปหาโม่หรานที่ยืนรออยู่
“ท่านพี่”
“เด็กดี....เ้าโตมากเพียงนี้เชียวหรือ”
โม่หรานลูบศีรษะของเพ่ยอิงอย่างอ่อนโยน แววตาของเด็กคนนี้ไม่เคยเปลี่ยน พลันเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังกดดันของป๋อเหวิน โม่หรานไม่คิดจะใส่ใจขอเพียงเพ่ยอิงเป็เด็กดีก็พอ
“ป๋อเหวิน! อย่าปล่อยเทพนั่นไป”
“เงียบ!!!”
“อึก...เ้าคิดทรยศเผ่ามารอีกแล้วใช่ไหม?” ก่อนหน้านี้ป๋อเหวินดูอ่อนโอนคล้อยตาม แต่เวลานี้ยามัดำขององค์รัชทายาททะยานขึ้นฟ้า พาเพ่ยอิงกลับสู่์เก้าชั้นฟ้า ป๋อเหวินก็กลับมาต่อต้านดังเดิม สายตาแดงก่ำมองตามไม่วางตา สองมือกำเข้าหากันเพื่อสะกดอารมณ์
“ข้าจะบุก์!”
“อย่าโง่”
“อย่าริมาสอนข้า เผ่ามารที่เอาจิตมารสกปรกใส่ร่างกายของข้า ยัง้าอะไรจากข้าอีก”
“ป๋อเหวิน บิดาท่านคงไม่พอใจ ท่านจะทรยศความตั้งใจของเขาไม่ได้”
“หุบปาก!! ข้าไม่มีพ่อ ต้องให้บอกอีกกี่ครั้ง!”
ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก ยามนี้ป๋อเหวินน่ากลัวกว่าทุกครั้ง พลังในร่างกายของเขาพร้อมะเิทุกสิ่งให้พังพินาศ
เพ่ยอิงกลับมาถึง์เก้าชั้นฟ้า ร่างสูงโปร่งขึ้นไปยืนบนแท่นปะา อย่างไรเขาก็ควรโดนลงโทษกับทุกสิ่งที่ทำลงไป โม่หรานเห็นก็รีบวิ่งเข้าไปห้าม
“หยุด! โม่หราน”
“เสด็จพ่อ!”
เง็กเซียนฮ่องเต้มองเทพหนุ่มที่ใจกล้าไม่กลัวตาย เพ่ยอิงยังคงนั่งสงบอยู่อย่างนั้น รอคำสั่งลงโทษจากผู้พิพากษาของ์
“เพ่ยอิง!”
“เราน้อมรับผิดทุกสิ่งอย่าง ขอพระองค์เมตตาป๋อเหวินสักครั้ง”
“หืม?”
“โทษของป๋อเหวินเราจะรับเอง”
“น้องเพ่ยอิง!”
“เหตุผลล่ะ? เ้ามีเหตุผลอะไรที่ต้องช่วยป๋อเหวินสุดตัวเพียงนี้”
“เขาเป็สหายของเรา”
“ส่งเพ่ยอิงไปหุบเขาหนึ่งรัตติกาล คุมขังเอาไว้จนกว่าจะจับป๋อเหวินได้!”
“ไม่นะฝ่าา”
“เสด็จพ่อ อย่าทรงทำเช่นนี้กับน้องเพ่ยอิง” ทหาร์พาตัวของเพ่ยอิงออกไป เง็กเซียนหลับตาผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยล้า เดิมทีพระองค์ตั้งใจไม่เอาเื่ราว ขอแค่เพ่ยอิงกลับมาอย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว
แต่เมื่อเป็คำร้องขอขององค์ยูไล เง็กเซียนฮ่องเต้ก็จำเป็ต้องปฏิบัติตามคำของพุทธองค์แห่งสรวง์
โม่หรานโดนคุมตัวกลับตำหนัก และกักบริเวณไม่ให้ออกมาวุ่นวาย เสียงโครมครามโวยวายในห้องทำให้หลายคนใ มันเกิดอะไรขึ้นกับ์เก้าชั้นฟ้าแห่งนี้
อากาศหนาวเหน็บมืดมิดเดียวดาย เชือกป่านทองรัดตรึงที่แขนและขาของเพ่ยอิง หุบเขาหนึ่งรัตติกาลยังคงเป็เช่นเดิม เพียงแต่ครั้งนี้เพ่ยอิงดันมาในฐานะนักโทษ
“ปล่อยข้าออกไปเพ่ยอิง!”
ความทุกข์ทรมานที่เพ่ยอิงพบเจอ เขาไม่เคยเรียกให้อี้เฉิงออกมา อย่างไรก็ต้องปกป้องกระบี่สาดแสงธาราให้ถึงที่สุด เขาไม่มีวันยอมให้เผ่ามารได้ไปสมใจแน่!
“เพ่ยอิง!!!”
“เงียบนะอี้เฉิง! เ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์อะไร?”
“ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย! ทำไมเ้าสู้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าก็อยู่กับเ้าตรงนี้เพ่ยอิง” อี้เฉิงถูกกักขังที่มิติมายา บ่อยครั้งก็ออกไปได้ แต่เพ่ยอิงกลับใช้ตาที่สามสะกดพลังเอาไว้
“เสียเ้าไปเราคงอยู่ไม่ได้ ขอโทษจริงๆอี้เฉิง”
“ฮึก! เพ่ยอิง....”
เ้าตัวเล็กผมขาวกอดเข่าร้องไห้ออกมา นับแต่กระบี่สาดแสงธาราเลือกผู้ถือครอง เพ่ยอิงต่างจากทุกคนที่ผ่านมา เขาไม่เคยลุ่มหลงในอำนาจของตน หากไม่จำเป็ก็จะไม่ยอมให้อี้เฉิงต้องลำบาก
“เ้าว่าอย่างไรนะ!”
ปรภพเดือดระอุเมื่อชินอ๋องเยี่ยหลางทราบเื่ราว ป๋อเหวินปล่อยให้โม่หรานชิงตัวของเพ่ยอิงไป
“ป๋อเหวินมันเป็บ้าอะไร!?”
“ใจเย็นก่อนเถิด ร้อนไปจะทำให้แผนที่วางไว้ยุ่งกว่าเดิม” คนมาใหม่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“พวกเ้าออกไป”
ชินอ๋องเยี่ยหลางโบกมือไล่ทุกคนให้ออกไป ั์ตาม่วงเข้มจดจ้องคนตรงหน้า ยังคงมีท่าทีสบายอกสบายใจอย่างเห็นได้ชัด
“แผนอะไรของท่าน ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ป๋อเหวินเปลี่ยนไปแล้ว”
“เป็เื่ดีไม่ใช่รึ?”
“อย่างไร”
“เทพหนุ่มมีอิทธิพลกับใจของป๋อเหวิน ก็แปลว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเทพ”
“หือ?”
“์สั่งคุมขังเทพหนุ่มนั่นแล้ว เ้าคิดว่าคราวนี้ป๋อเหวินจะทำสิ่งใดต่อไปล่ะ” คนพูดยกชาขึ้นจิบพร้อมรอยยิ้มน้อย แววตาตื่นเต้นกับความสนุกที่กำลังจะเกิด
‘หึ! นี่ต่างหากที่โรคจิตและบ้าคลั่งของแท้’ ชินอ๋องเยี่ยหลางได้แต่ส่ายหัวกับตัวเองไปมา