ได้ยินเพียงต้วนชิงหมิงพูดว่า
“ท่านพ่อ... ลูกฟังที่น้องอวี้หรานพูดไม่เข้าใจ...หรือว่าต้วนอวี้เป็นแค่น้องชายชิงหมิง ไม่ได้เป็นน้องชายของอวี้หรานหรือ? อย่างนั้นลูกอยากถามท่านพ่อว่าเมื่อครู่ที่น้องอวี้หรานและอี๋เหนียงพูดแบบนั้น ท่านพ่อฟังสิ่งที่ขอโดยไม่คิดว่าต้วนอวี้เป็นลูกและชิงหมิงเป็นคนในครอบครัวแล้วใช่หรือไม่...ต้วนอวี้เป็นน้องชายชิงหมิงที่เกิดจากท่านแม่! ถ้าอี๋เหนียงมีลูกชายก็เป็นน้องชายต้วนอวี้หรานแต่น้องชายต้วนอวี้หรานไม่ใช่น้องชายชิงหมิงหรือ...”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างตื่นเต้นจึงไม่ปะติดปะต่อกัน
ถ้ามองนิสัยดื้อรั้นผ่านใบหน้าต้วนชิงหมิงที่ยอมร้องไห้ ‘น้ำตาไหลพราก’ แต่นางยอมที่จะอดทนกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้ร้องไห้ออกมา! เมื่อเทียบกับหลิวหรงและต้วนอวี้หรานที่ทำท่าทางนิ่มนวลแสดงออกมาอย่างน่าสงสารทว่ากลับดูมากเกิน!
กลีบปากต้วนเจิ้งเผยออ้าออกคล้ายอยากเอื้อนเอ่ยวาจาทว่ากลับไม่พูดอะไรออกมา
เด็กสาวไม่เปิดโอกาสให้ใครพูดแทรกจึงกล่าวต่อไปว่า “ที่ว่าลูกภรรยาเอก ลูกอนุ ท่านพ่อก็ไม่เคยสอน ไม่เคยเอ่ยมาก่อน! เช่นนี้น้องอวี้หรานไปรู้มาจากไหน?”
คำพูดของนางทำให้ต้วนเจิ้งฉุกคิดขึ้นมาได้
ในระหว่างลูกชายลูกสาวเขาไม่เคยพูดว่าต้วนชิงหมิงเป็นลูกภรรยาเอก ต้วนอวี้หรานเป็นลูกอนุแต่ตอนนี้ต้วนอวี้หรานกลับพูดประโยค ‘น้องชายต้วนชิงหมิง’ได้อย่างไรผนวกกับหลิวหรงร้องไห้ไปเมื่อครู่ทำให้ต้วนเจิ้งรู้สึกในใจหนักอึ้งขึ้นมา!
หรือจะเป็นตามที่บุตรสาวคนโตพูดแม่ลูกคู่นี้ไม่เคยคิดว่าต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้เป็นครอบครัวเดียวกัน? ไฟแห่งความดีใจของต้วนเจิ้งที่กำลังเต็มเปี่ยม เหมือนโดนน้ำเย็นสาดให้ดับไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว!
พลันเห็นใบหน้าเขาเคร่งเครียดขึ้นมายืดตัวขึ้นตรงพลางใช้สองมือผลักหลิวหรงออกจากอ้อมอกอย่างแรง จ้องเขม็งไปที่นางความหมายคล้ายกำลังบอกว่า ‘เป็นเรื่องงามหน้าที่เจ้าทำไว้!’
ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับหิมะขาวโพลนที่กำลังโปรยปรายรู้ตัวว่านางกำลังสร้างเรื่องใหญ่แล้ว!
ต้วนเจิ้งเป็นคนที่ยุติธรรมกับลูกชายลูกสาวมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นต้วนอวี้หรานหรือต้วนอวี้ เขาไม่เคยจะเลือกที่รักมักที่ชัง! แต่ต้วนอวี้ถูกหลิวหรงสอนให้ตีตัวออกหากผู้เป็นบิดาจึงทำให้เขาไม่สบอารมณ์ ส่วนต้วนชิงหมิงที่เมื่อก่อนได้แม่นมเถียนดูแลก็ไม่ยอมรับเขาทว่าวันนี้เป็นเช่นแต่ก่อน หลิวหรงดีใจจนลืมไปว่าต้วนชิงหมิงที่ยืนตรงหน้าสามารถสร้างปัญหาให้นางได้อีกมาก!
ถึงตอนนี้นางทำท่าเสียใจอย่างหนักที่สร้างเรื่องให้กับตัวนางเอง
หลิวหรงรู้นิสัยผู้เป็นสามีดีถ้าจะอธิบายตอนนี้ให้เขาฟังว่าใครถูกใครผิดคงสายเกินไปสิ่งเดียวที่ทำได้คือการให้เขายอมยกโทษให้เท่านั้นสองมือพลันจับชุดขยับลุกขึ้นแล้วทิ้งตัวคุกเข่าลงไปกับพื้นน้ำตาของนางไหลพรากราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก เงยหน้าขึ้นมองต้วนเจิ้งด้วยแววตาที่น่าสงสารจับใจขอร้องไปว่า
“ท่านพี่ก็ทราบดีว่าผู้หญิงที่ตั้งท้องจะมีอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน ตอนนั้นที่ตั้งท้องอวี้หราน ข้าอยู่ในจวนผู้เดียว ตอนนั้น... ตอนนั้น... ท่านพี่ก็ทราบดี ดังนั้นเวลานี้ข้าจึงดีใจมากเกินไปที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขกับท่านพี่อีกครั้งผนวกกับไม่กี่วันนี้อวี้หรานออกไปข้างนอกถูกคนหัวเราะว่าเป็นลูกอนุ สำหรับเรื่องนี้ท่านพี่อาจไม่สนใจแต่อวี้หรานเคารพท่านมากจึงใส่ใจกับสิ่งนี้! ท่านพี่ทราบหรือไม่ว่านางร้องไห้มาหลายวัน... มาวันนี้ข้าถึงได้รับรู้...”
สายตาของต้วนเจิ้งเริ่มผ่อนคลายลงหลิวหรงจึงร้องไห้หนักขึ้นไปอีก
“ท่านพี่วางใจได้ข้าจะดูแลคุณหนูใหญ่กับคุณชายใหญ่ให้เหมือนกับที่ดูแลอวี้หราน เรื่องนี้ต่อไปข้าไม่กล้าพูดถึงอีกแล้วเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งได้ยินที่หลิวหรงพูดก็คิดถึงตอนที่หลิวหรงตั้งท้องต้วนอวี้หรานในตอนนั้นมีความลำบากมากมายจริงๆ จะโทษนางอย่างเดียวก็ไม่ได้เขาจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ แล้วประคองหลิวหรงขึ้นมา
“เฮ้อ...”
ต้วนชิงหมิงที่ยืนด้านข้างมองไปที่ต้วนเจิ้งด้วยแววตาที่รู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก!ที่เห็นหลิวหรงได้ใจผู้เป็นบิดากลับมา นางส่ายหัวเบาๆคิดในใจว่า ได้... ในเมื่อเจ้าใช้เล่ห์ทำให้ท่านพ่อรักเจ้าอย่างนั้นเจ้ากับลูกในท้องก็สมควรลงนรกไปพร้อมๆ กัน
ต้วนชิงหมิงไตร่ตรองครู่หนึ่งจึงพูดขึ้น “ท่านพ่อชิงหมิงเหนื่อยแล้วขอตัวลาไปพักผ่อนก่อนเจ้าค่ะ!”
ก่อนที่จะหมุนตัวกลับนางมองไปที่หลิวหรงพลางเอ่ย
“อี๋เหนียงไม่ต้องกักบริเวณแล้ว และข้าควรมอบอำนาจดูแลจัดการจวนต้วนกลับไป แต่ว่าช่วงนี้อี๋เหนียงกำลังตั้งท้องอารมณ์ยังแปรปรวนดังนั้นข้าขอทำหน้าที่นั้นแทน จนกว่าอารมณ์หลิวอี๋เหนียงกลับมาเป็นปกติแล้วกัน!”
เมื่อเห็นว่าหลิวหรงจะพูดอะไรนางจึงชิงพูดขึ้นอย่างเนิบช้าว่า
“อีกไม่กี่วันจะถึงวันเก็บค่าเช่า เมื่อก่อนเป็นอี๋เหนียงไปเก็บแต่ครั้งนี้ลูกขอไปเก็บเพื่อดูผลในปีนี้แทนนะเจ้าคะ”
หลิวหรงฟังคำพูดต้วนชิงหมิงในใจรีบร้อนพูดขึ้นมาว่า “ข้ายังทำได้ ข้า...” ไม่รอให้หลิวหรงพูดจบเด็กสาวกล่าวตัดบทขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“อี๋เหนียงมีเลือดเนื้อเชื้อไขของจวนต้วนยังอยากทำงานลำบากอีกคนข้างนอกจะหัวเราะเยาะเอาว่าจวนต้วนไม่มีคนอื่นอีกแล้วหรือจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าจวนต้วนของเราไม่ให้ความสำคัญกับลูกแท้ๆ?”
ประโยคนี้ทำให้หลิวหรงพูดอะไรไม่ออกส่วนต้วนเจิ้งเคยเห็นต้วนชิงหมิงจัดการเรื่องในจวนด้วยสายตาเขาเองจึงวางใจนางขึ้นไปอีก อีกทั้งยังรู้สึกผิดกับนางเรื่องเมื่อครู่จึงเอ่ยไปว่า
“ได้ พ่อจะให้เถี่ยเฟิงนำคนไปกับลูก!”
เด็กสาวก้มหน้าก้มตาลงพูดนิ่งเรียบประโยคหนึ่งว่า “ขอบคุณท่านพ่อ เช่นนั้นลูกขอตัวก่อน!”
ระหว่างที่พูดกันอยู่ละม้ายทำให้ระยะห่างของทั้งสองคนเหินห่างไม่อาจกลับมาสนิทสนมได้เหมือนช่วงก่อนที่ผ่านมาครั้นเห็นแววตาที่เย็นเยือกและเย็นชาของบุตรสาวคนโตกลับทำให้ต้วนเจิ้งรู้สึกเจ็บปวดในใจ สิ่งที่อยากพูดกลับพูดไม่ออกจึงได้แต่มองด้านหลังของบุตรีเดินจากไป
ไม่มีคำพูดการกระทำและสายตาอื่นใดออกมาละม้ายรู้ว่าระหว่างคนทั้งสองเหมือนมีบางอย่างได้สูญเสียไปแล้ว!
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงเดินลับหายไปหลิวหรงจึงเปลี่ยนจากน้ำตาเป็นรอยยิ้ม ต้วนอวี้หรานกล่าวขอโทษว่าพูดผิดไปแล้วเอนซบไปที่ผู้เป็นมารดาไม่พูดอะไรต่ออีก ทว่าสำหรับต้วนเจิ้งที่ได้เห็นในใจกลับรู้สึกว่างเปล่าขาวโพลนไปหมดจนเขาไม่สามารถจะทนอยู่ต่อไปได้ พูดอย่างรีบร้อนขึ้นว่า
“เจ้าดูแลสุขภาพดีๆ ให้บ่าวรับใช้ไปหายาบำรุงมาให้ทาน ข้ายังมีธุระต้องไปก่อน!”
พูดจบก็รีบร้อนจากไป
…...
ต้วนเจิ้งเดินจากไปแล้วหลิวหรงเปลี่ยนอารมณ์ในทันที สิ่งของในห้องถูกนางเขวี้ยงแตกไปหมด พูดด้วยสีหน้าโหดเหี้ยมและโกรธแค้นว่า
“นางคนชั่วนั่น เรื่องอื่นไม่ไปทำคอยแต่สร้างปัญหาให้ข้า...”
หลิวหรงมองออกว่าเมื่อครู่ถ้าไม่ใช้ต้วนชิงหมิงคอยขัดคำพูดต้วนเจิ้งดูท่าทางเขาจะใจอ่อนสัญญากับนางไปแล้ว ถ้าให้กำเนิดลูกชายจะตั้งนางให้เป็นภรรยาเอกแต่ต้วนชิงหมิงคอยขัดขวางตลอด นางจึงทำได้เพียงมองโอกาสทองครั้งนี้หลุดลอยไป!
สายตาโหดเหี้ยมของนางทำให้บุตรสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่กล้าพูดอะไร นับแต่นางรู้ความเป็นต้นมานี่เป็นครั้งแรกที่หลิวหรงมีท่าทางที่น่ากลัวเช่นนี้!
ผ่านไปครู่เดียวแม่นมหวางก็เดินเข้ามาในห้องพลันเห็นหลิวหรงทำเช่นนั้น พูดอย่างรีบร้อนขึ้นมา
“คุณหนูใหญ่จะไปเก็บค่าเช่า... เช่นนั้น...” เช่นนั้นเรื่องซื้อยายังมีเรื่องที่ปิดไว้ส่วนหนึ่งจะบอกทั้งหมดไม่ได้
หลิวหรงรู้ดีว่าแม่นมหวางกำลังจะพูดเรื่องอะไร นางจึงส่งสายตาดุพลางส่ายหน้าช้าๆ “เจ้าคิดจริงๆหรือว่า ถ้าชิงหมิงไปเก็บค่าเช่าแล้ว ข้าจะทำอะไรนางไม่ได้!”
อีกฝ่ายตกใจพยักหน้าตอบรับยืนยันความคิด “ใช่แล้วเจ้าค่ะ พวกเราสามารถ...”
ใบหน้าหลิวหรงแสดงรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา
“แม่นมหวาง เจ้าว่าถ้าคุณหนูใหญ่ถูกฆ่าตายตอนไปเก็บค่าเช่าและทิ้งร่างไว้ที่รกร้างไม่รู้ว่าถ้านายท่านรู้เรื่องจะรู้สึกเช่นไร?”