ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ในตำหนักยุทธ์วิญญาณครามล้วนแต่อยู่ในระดับก่อปราณ ทั้งทางสำนักยังกวดขันผลักดันเหล่าลูกศิษย์ให้ขยันหมั่นเพียรฝึกฝนจนสามารถปลุกภูตยุทธ์เป็นของตนเองได้ เบื้องบนของสํานักจึงได้คิดค้นระบบภารกิจขึ้น ซึ่งจะมีสิบภารกิจต่อเดือน
สําหรับภารกิจในระดับกำเนิดปราณนั้น ความยากง่ายของแต่ละภารกิจจะสัมพันธ์กับระดับยุทธ์ อย่างเช่นคนที่อยู่ขั้นที่ 6 จะได้รับภารกิจที่ยากกว่าคนที่อยู่ขั้นที่ 5 แต่ก็ได้รับรางวัลมากกว่าเมื่อทําภารกิจจนสําเร็จลุล่วง
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าลูกศิษย์ในระดับกำเนิดปราณทุกคนจะสามารถทําภารกิจเหล่านี้ได้ เนื่องจากภารกิจนี้มีจํานวนจํากัดและบางแห่งเป็นสถานที่พิเศษ ดังนั้นผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าอาจารย์หรือผู้ที่อยู่ในตระกูลใหญ่จึงมักจะได้รับโอกาสนี้ไป ถังเฟิงเองก็รู้จักเหล่าอาจารย์ในสํานัก นางจึงสามารถหาตําแหน่งให้กับเย่จื่อเฟิงได้
.....
ภายในตำหนักยุทธ์วิญญาณคราม ณ มุมหนึ่งของหอฉางซิน
"ดูนั่นสิท่านพี่เซียว เจ้าหนุ่มในชุดฟ้าผู้คือเย่จื่อเฟิงแห่งตระกูลเย่ใช่หรือไม่? "
"หืม? เจ้าหมายถึงคนเย่จื่อเฟิงที่เอาชนะผู้อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 4 ซึ่งมากกว่าตนเองถึง 2 ขั้นน่ะหรือ? เจ้าหวางหลินผู้นั้นต่อสู้ทั้งๆ ที่ยังงัวเงียเมาขี้ตาอยู่หรือเปล่า? "
อีกผู้หนึ่งถามขึ้นว่า " ในเมื่อมันอยู่แค่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 แล้ววันนี้มันมาทำอันใดที่นี่? มันไม่รู้หรือไรว่ามีแต่ลูกศิษย์ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถทําภารกิจได้? "
" แต่การที่จะเข้ามาในหอฉางซินได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ไม่รู้ว่าตระกูลเย่ต้องใช้เงินไปเท่าไหร่ เพื่อให้เจ้าหมอนี่ผ่านเข้ามาได้ "
ในขณะที่คนเหล่านี้กําลังพูดคุยกัน พวกมันไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าเย่จื่อเฟิงได้เข้ามาประชิดตัวพวกมันแล้ว
"ศิษย์พี่ทั้งหลายของรบกวนสอบถาม ข้าได้ยินมาว่าสามารถรับภารกิจได้ที่นี่ ข้าไม่ทราบว่า..." เย่จื่อเฟิงเริ่มถามอย่างจริงใจ
"เจ้าออกไปซะ ระดับยุทธ์ของเจ้าต่ำเกินไป หากไม่ถึงระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 จะไม่สามารถรับภารกิจใดๆ ได้ "
เซียวมู่โบกมือขับไล่ผลักไสเย่จื่อเฟิงให้ออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม มันเป็นหนึ่งในสมุนของหวางหลิน ดังนั้นเมื่อลูกพี่หวางหลินของมันถูกชายผู้นี้จัดการ มันก็รู้สึกเสียหน้าไปด้วยเช่นกัน
เย่จื่อเฟิงยิ้มแล้วกล่าวว่า "พวกเจ้ารู้ได้อย่างไงว่าข้าไม่ได้อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3? "
เซียวมู่กับพรรคมองหน้ากันส่ายศีรษะ สายตาของมันเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
เซียวมู่ยังคงหัวเราะไปพูดไปว่า " ฮ่ะๆๆ เย่จื่อเฟิง ข้าไม่รู้ว่าการต่อสู้ก่อนหน้าหวางหลินพ่ายแพ้เจ้าได้อย่างไร แต่ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าว่าขยะไร้ค่าที่ฝึกฝนมานาน 3 ปีแล้วยังติดอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 แล้วการยกระดับครั้งใหญ่จะใช้เวลาแค่เพียงสองสามวันได้วันงั้นหรือ"
เย่จื่อเฟิงส่ายศีรษะแล้วไม่พูดอันใดอีก หลายวันมานี้เขาได้ยินผู้คนต่างเรียกตัวเขาว่าไอ้ขยะไร้ค่าบ้าง ไอ้ขี้โรคบ้าง ไอ้คนไม่เอาอ่าวบ้างจนรู้สึกปวดหูไปหมด หากเขาไม่รีบพัฒนาตัวเองให้เร็วกว่านี้ เห็นทีเขาคงได้ต้องตายเพราะคำพูดเหล่านี้แน่ๆ
ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีชายอายุอานามประมาณ 60 ปีเดินออกมาจากหอฉางซินด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเยือกเย็น
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จึงเห็นว่ายามนี้เหล่าลูกศิษย์ลูกหาทั้งหมดรวมกัน แม้แต่เซียวมู่ก็ไม่มีข้อยกเว้นมันยืนผสานมืออยู่ด้านหน้าด้วยความเคารพ
" ผู้ที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ขึ้นไปให้มารับภารกิจกับข้า พวกเรามีการทดสอบเล็กๆ น้อยๆ เพื่อวัดระดับของพวกเจ้าจะได้มอบภารกิจยากง่ายที่เหมาะสมแก่พวกเจ้า"
"มีคําถามอันใดอีกหรือไม่? " ผู้เฒ่ากวาดตามองไปรอบๆ
" ผู้อาวุโส ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากจะพูด! "
เซียวมู่ลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะชี้ไปที่เย่จื่อเฟิงทันที "ผู้อาวุโส ในมุมมองของพวกเรามีผู้อยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 2 ปะปนอยู่ด้วย ไปขอให้ท่านผู้อาวุโสตรวจสอบจะได้รีบเตะมันออกจากหอฉางซิน "
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ผู้อาวุโสก็จ้องไปที่เย่จื่อเฟิงครู่หนึ่ง สายตาที่จ้องมองแหลมคมราวกับมองทะลุทั่วร่างของเย่จื่อเฟิง
"ข้าตรวจสอบดูแล้วเขาอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 จริงๆ ทั้งยังอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ระดับสูงสุดอีกด้วย เท่ากับว่าเขาได้รับอนุญาตให้รับภารกิจจากพวกเรา"
ผู้อาวุโสตัดสินในท้ายที่สุด
"อะไรนะ!? "
" เจ้าเย่จื่อเฟิงอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ตั้งแต่เมื่อไหร่? แถมยังอยู่ในระดับสูงสุดอีกเนี่ยนะ? " ศิษย์บางคนไม่รู้เรื่องการต่อสู้ระหว่างเย่จื่อเฟิงกับหวางหลิน ไม่ได้ยินเรื่องดังกล่าวจึงรู้สึกตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
ตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาไม่อาจทะลวงขึ้นสู่ขั้นที่ 3 ได้ แต่ตอนนี้เขากลับใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่วันทะลวงขึ้นสู่ขั้นที่ 3 ระดับสูงสุด ซึ่งความจริงแล้วหลายคนอยู่ในระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ถ้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าขยะไร้ค่าอย่างเย่จื่อเฟิงที่อยู่ขั้นที่ 3 ระดับสูงสุดได้ พวกมันล่ะจะถูกเรียกว่าอะไร?
" หรือว่าที่มันเอาชนะหวางหลินได้ จะมิใช่เรื่องบังเอิญ? "เซียวมู่เริ่มครุ่นคิด
"มีคําถามอันใดกันอีกหรือไม่? ถ้าไม่มี...พวกเจ้าทั้ง 5 มากับข้า " ผู้อาวุโสผู้มากประสบการณ์พบเจอกับเรื่องแปลกประหลาดมากกว่านี้มานักต่อนัก จึงไม่อยากสนใจเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง และเดินขึ้นไปด้านบน ส่วนเหล่าลูกศิษย์ต่างเร่งฝีเท้าเดินตามหลังเขาอย่างว่องไว
ระหว่างทางนั้นได้พบเจอกับลูกศิษย์ลูกหาหลายคนซึ่งแต่ละคนก็ไม่ละเลยที่จะน้อมคารวะผู้อาวุโสอย่างเคารพ
เย่จื่อเฟิง อยู่ท่ามกลางฝูงชนอันเบียดเสียดจนร่างของเขาไปกระแทกกับใครบางคน " พี่ชายขออภัย ผู้อาวุโสผู้นั้นคือ...? "
ชายผู้นั้นหันกลับมามองทางเขาแล้วตอบว่า "เย่จื่อเฟิง? นี่เป็นการทำภารกิจครั้งแรกของเจ้า จึงไม่น่าแปลกใจที่เจ้าจะไม่รู้จักแม้แต่ผู้อาวุโสฉิน"
" อื้มม∼ อาวุโสฉินนั่นเอง ขอบคุณมากพี่ชาย" เย่จื่อเฟิงยิ้มเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าเย่จื่อเฟิงทําตัวสุภาพต่างจากเรื่องที่ได้ยินมา เขาจึงช่วยให้คำแนะนําบางอย่างเพิ่มเติมแก่เย่จื่อเฟิง "น้องชายในเมื่อนี่เป็นครั้งแรกของเจ้า เช่นนั้นข้าจึงอยากจะเตือนเจ้าไว้สักอย่าง ในตอนที่เลือกทําภารกิจอย่าได้เลือกภารกิจที่ยากเกินไป เลือกอันที่ง่ายๆ เอาไว้ก่อน อย่าให้ของรางวัลมันบดบังดวงตาจนเอาชีวิตไปทิ้งซะละ"
"ตายในภารกิจ? ภารกิจระดับสูงอันตรายขนาดนั้นเชียวหรือ? " เย่จื่อเฟิงรู้สึกตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
" สือเฉิน , เย่จื่อเฟิง หยุดคุยเรื่องเหลวไหล ถึงตาพวกเจ้าเข้าไปข้างในแล้ว" ศิษย์สายในผู้ทำหน้าที่ดูแล เดินเข้ามาตบไหล่พวกเขาทั้งสองบอกให้เข้าไปด้านในกันได้แล้ว
เย่จื่อเฟิงประสานมือโค้งคารวะ "นามของท่านคือ ท่านพี่สือนั่นเอง"
"อย่าเรียกข้าเป็นทางการเช่นนั้นเลย มันรู้สึกเหมือนห่างกันเกินไป เรียกข้าว่าสือเฉินก็พอ " สือเฉินแตะศีรษะของตัวเองแล้วตอบกลับ
"ข้าเข้าใจแล้ว สือเฉิน" เย่จื่อเฟิงชอบอุปนิสัยที่ตรงไปตรงมาของชายผู้นี้อย่างแท้จริง
"น้องเฟิง เชิญเจ้าก่อนเลย" สือเฉินยิ้มกว้าง
เย่จื่อเฟิงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อกี้เขาเองเพิ่งพูดมาหยกๆ ว่าอย่าเรียกเป็นทางการ แต่เขากลับทำเองซะอย่างนั้น ภายในใจของเย่จื่อเฟิงแอบคิดอยากจะเบิร์ดกะโหลกชายผู้นี้สักป้าบสองป้าบเสียจริงๆ
....
"ยินดีด้วยพี่เซียว! "
"ยินดีด้วยพี่เซียวที่ผ่านการทดสอบของระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 5 หากท่านสามารถทําภารกิจนี้ได้สําเร็จรวมกับแต้มผลงานจากภารกิจครั้งก่อน ท่านจะสามารถนำไปแลกสมบัติระดับสามัญได้! "
เซียวมู่หัวเราะด้วยความดีใจกับรับคําประจบสอพลอจากทุกคน มันรู้สึกดีจริงๆ เพราะเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาตระกูลเซียวของมันผงาดรุ่งโรจน์อย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้อยู่ในระดับเดียวกับตระกูลเย่แล้ว
เมื่อเย่จื่อเฟิงเดินเข้ามาคนทั้งสองงั้นงั้นเกือบจะชนกัน เซียวมู่ยิ้มให้เย่จื่อเฟิงด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบอย่างมีลับลมคมใน แต่ทางเย่จื่อเฟิงกลับไม่พูดใดๆ แสร้งทําเหมือนว่าไร้ตัวตนแล้วเดินต่อไป
"หยุดอยู่ตรงนั้น! "
เย่จื่อเฟิงยังคงเดินต่อไปอย่างไม่แยแส
เซียวมู่เกิดมาไม่รู้จักกับคำว่าอ่อนแอ ฉะนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงหากมันได้พบเจอกับคนอ่อนแออยู่ตรงหน้า
"เย่จื่อเฟิง! หยุดเดี๋ยวนี้! "
เย่จื่อเฟิงหันกลับมาหัวเราะแหะๆ แล้วกล่าว "เจ้าเรียกข้า? " ก่อนหน้านี้เซียวมู่พยายามจะเปิดเผยเรื่องเขาต่อหน้าทุกคน ดังนั้นเย่จื่อเฟิงจึงรู้สึกไม่อยากเกี่ยวข้องกับชายผู้นี้
เซียวมู่เค้นเสียงในลําคอแล้วกล่าวว่า " หึ! เศษขยะอย่างเจ้าอย่าได้ลำพองใจเกินไปนัก อย่าคิดว่าตัวเองเลื่อนขั้นมาถึงระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 ได้แล้ว จะไม่ใช่ขยะอีกต่อไป อย่าคิดว่าการที่เจ้าเอาชนะหวางหลินแล้วทุกอย่างจะจบลง ข้าบอกไว้ตรงนี้เลยว่า เรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ "
"อ๋อ∼ เจ้าเป็นพวกของหวางหลินนี่เอง ข้าจะจําไว้"
แล้วเย่จื่อเฟิงก็หันกลับแล้วเดินออกไป มันพูดถูกคนที่อยู่ขั้นที่ 5 หรือต่ำกว่าที่มาที่นี่ ล้วนแล้วแต่เป็นพวกตระกูลร่ำรวย บางทีพวกนั้นอาจจะใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับเรื่องไร้ประโยชน์และขาดความทะเยอทะยาน
"ช้าก่อน ข้ามีอะไรดีๆ จะบอกเจ้า"
เย่จื่อเฟิงหยุดเท้าแล้วหันกลับมามองเซียวมู่อย่างสนใจ
เซียวมู่ยิ้มแล้วกล่าว " ให้ข้าช่วยเจ้าเลือกภารกิจให้เอาไหม สำหรับคนที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 มีภารกิจดีๆ อย่างซ่อมกําแพง แม้ว่าแต้มผลงานจะน้อยไปหน่อยได้เพียงแค่ 5 คะแนน แต่ข้าว่ามันเหมาะกับเจ้าดีนะ เจ้าชอบภารกิจนี้หรือไม่? "
"ขอบคุณพี่เซียวที่ช่วยแนะนําภารกิจแก่ข้า มันเป็นภารกิจที่ดี แต่เราควรปล่อยไว้ให้กับคนขัดสนจะดีกว่า "
หลังจากกล่าวจบเย่จื่อเฟิงก็หันกายจากไปทันที ด้วยเพราะไม่อยากพูดคุยเรื่องเหลวไหลกับชายผู้นี้อีก เขารีบเดินตามสือเฉินไปยังหอฉางซินทันที
"เจ้า! " เซียวมู่จ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของเย่จื่อเฟิงด้วยแววตาแห่งความเกลียดชัง
ภายในหอฉางซิน มีผู้อาวุโสท่าทางเคร่งขรึมยืนอยู่กับผู้พิทักษ์ยืนขนาบทั้งสองข้าง
เมื่อพวกเขาเห็นเย่จื่อเฟิงและสือเฉินเดินเข้ามา หนึ่งในผู้พิทักษ์ก็เริ่มถาม" จงบอกชื่อแซ่ ระดับการฝึกยุทธ์ และวิชาที่เจ้ารู้จักมา "
" ข้ามีนามว่าสือเฉินระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 4 ส่วนวิชา ข้ารู้แค่วิชาสามัญอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มากมายอันใด" สือเฉินกล่าวตามความจริง
ผู้อาวุโสมองไปที่สือเฉินสักครู่แล้วพยักหน้า
เมื่อเห็นแบบนั้นผู้พิทักษ์ก็พูดต่อ"ภารกิจสําหรับระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 4 และ 5 อยู่ตรงนั้น ถ้าเจ้าเลือกเสร็จแล้ว ก็ไปกับข้าที่ห้องต่อไป เพื่อรับทดสอบพลัง "
สีหน้าของสือเฉินเปลี่ยนไปทันที "ไม่ๆๆๆ ข้าไม่อยากได้ภารกิจพวกนั้น ข้าอยากทําภารกิจสําหรับระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 เท่านั้น"
ผู้อาวุโสไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ "ข้าจําเจ้าได้ เดือนก่อนเจ้าเลือกภารกิจระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 4 ไฉนครั้งนี้เจ้าจึงไม่กล้าเลือกอีก"
สือเฉินยิ้มอย่างขมขื่น " เป็นเพราะครั้งที่แล้วข้าได้รับภารกิจขั้น 4 กำจัดหญ้าหลิงหยวน จึงคิดว่าภารกิจไม่น่าจะยากเย็นอันใด แต่ไม่คิดว่าบริเวณนั้นมีอินทรีย์โลหิตอยู่ด้วย เล่นเอาข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดเลย ฉะนั้นครั้งนี้ข้าจึงอยากทําภารกิจที่มันปลอดภัยกว่า"
"เช่นนั้นรึ" ผู้อาวุโสพยักหน้ายิ้มๆ "ก็ได้ ข้าเคารพในการตัดสินใจของเจ้า เจ้าสามารถเลือกภารกิจของขั้นที่ 3 ได้ ในเมื่อเจ้าอยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 4 พวกเราไม่จําเป็นต้องทดสอบเจ้า"
"ขอบคุณอาวุโสฉิน"
สือเฉินยิ้มพร้อมพยักหน้า จากนั้นจึงรีบเดินไปเลือกภารกิจ
"คนต่อไป..."
เย่จื่อเฟิงรีบเดินมาอยู่ตรงหน้าคนทั้งสามทันที
"ข้าน้อยคารวะอาวุโสฉิน"
สายตาของอาวุโสฉินหรี่เล็กลงประเมินเย่จื่อเฟิงแล้วในที่สุดก็เอ่ยว่า
"เจ้าคือ...เย่จื่อเฟิงผู้นั้นจริงๆ รึ? "
จบตอน