การเปิดร้านสาขาแรกของห้องเสื้อหลันเยว่ในปักกิ่งยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หมี่หลันเยว่คาดคิดไว้มาก ในความคิดของเธอการเปิดร้านของตัวเองในเมืองใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย น่าจะเป็นเรื่องยากลำบากด้วยความที่เพิ่งมาถึงปักกิ่งได้ไม่ถึงเดือน เธอจึงแทบไม่มีคนรู้จักเลย
หลันเยว่ถึงขั้นทำใจเผื่อว่าร้านจะเงียบเหงาเพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเปิดตัวไม่ดี ร้านก็ยากที่จะโด่งดังเธอจึงเตรียมใจรับมือและทำใจไว้ล่วงหน้า ว่าอาจจะต้องขาดทุนในช่วงแรกๆ
กว่าร้านค้าที่ไม่มีชื่อจะสร้างฐานลูกค้าและสะสมชื่อเสียงได้ต้องใช้เวลาหลายเดือน หลันเยว่เข้าใจดี แม้ว่าครึ่งปีร้านจะรุ่งเรืองขึ้นมาได้เธอก็ยังถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว แต่เธอไม่คิดเลยว่าการเปิดร้านจะทำให้เธอมีหน้ามีตามากขนาดนี้
ในวันเปิดร้านเจิ้งซวี่เหยาพาเพื่อนมามากมายแถมเพื่อนของเขาก็ยังพาเพื่อนของตัวเองมาให้กำลังใจอีกทอดหนึ่งเห็นได้ชัดว่าเจิ้งซวี่เหยาต้องกำชับพวกเขามาอย่างดีแม่เจิ้งก็ไม่ยอมน้อยหน้าลูกชาย ชวนเพื่อนฝูงพี่น้องมาช่วยสร้างสีสันให้หลันเยว่ไม่เว้นแม้แต่ภรรยาของผู้มีอิทธิพลระดับสูงคนพวกนี้ล้วนแต่เป็นหน้าเป็นตาอย่างยิ่ง
แม้แต่คุณปู่เจิ้งยังส่งคนของตนเองมาให้กำลังใจกลัวว่าร้านของหลันเยว่จะเงียบเหงาเกินไป เขาเอ็นดูเด็กสาวคนนี้มากไม่อยากเห็นหลันเยว่ต้องเสียใจ ถึงขนาดให้เลขาส่วนตัวมาช่วยตัดริบบิ้นทำให้ร้านของหลันเยว่เป็นที่รู้จักในทันที
เมื่อมีคนดังมากมายมาร่วมงานการเปิดร้านห้องเสื้อหลันเยว่จึงยิ่งใหญ่ขึ้นตามไปด้วยกระเช้าดอกไม้และของขวัญแสดงความยินดีสารพัดชนิดถูกนำมาวางเรียงรายจนแทบล้นออกมานอกร้าน หลันเยว่เห็นบรรยากาศเป็นใจแบบนี้จึงแอบเปลี่ยนจากประทัดห้าพันนัด เป็นสามหมื่นนัด
เมื่อทุกคนให้เกียรติมาแล้วทางเธอก็ต้องไม่ทำให้เสียชื่อเสียงเหมือนกัน ถึงแม้อย่างอื่นจะเตรียมไม่ทันแต่ประทัดยังพอหาซื้อได้ทันเวลา ต้องสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้นและจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามในวันนี้ ยอดขายของร้านคงจะไม่น่ากังวลแล้ว ดังนั้นเงินค่าประทัดเล็กน้อย เธอจะไม่หวงไว้อย่างแน่นอน
พอประทัดดังขึ้นแขกเหรื่อก็แห่กันเข้ามาในร้าน หลันเยว่จึงรีบให้เฉียนหย่งจิ้นไปจองร้านอาหารต้องเชิญทุกคนไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหารให้ได้ เพราะเมื่อทุกคนได้นั่งร่วมกันและพบว่ามีคนรู้จักกันอยู่หลายคนพวกเขาจะรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าร้านนี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
ใครๆก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะปีนป่ายขึ้นสู่ระดับสูงพวกเขาจึงเข้าใกล้หลันเยว่อย่างเป็นธรรมชาติ และกลายเป็นลูกค้าประจำของร้านต่อให้พวกเขาพบในภายหลังว่าเธอไม่มีเบื้องหลังอะไรแต่หลันเยว่มั่นใจว่าเสื้อผ้าของเธอจะสามารถรั้งพวกเขาไว้ได้
ทุกอย่างเป็นไปตามที่หลันเยว่วางแผนไว้ผลตอบรับในช่วงทดลองขายดีเกินคาด ในช่วงสามวันแรกของการเปิดร้านนอกจากเงินที่จ่ายไปกับค่าร้านแล้ว เงินลงทุนอื่นๆ แทบทั้งหมดก็กลับคืนมาแล้วแม้แต่เงินที่ซื้อเครื่องจักรก็ยังอยู่ในมือของหลันเยว่แล้ว
เมื่อสินค้าในคลังเหลือน้อยลงทุกทีหลันเยว่รู้ว่าต้องรีบเปิดโรงงานให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นต่อให้ขนส่งสินค้ามาจากซวงเฉิง ก็คงจะไม่ทันการณ์ดังนั้นหลันเยว่จึงใช้วิธีการทางการตลาดที่เคยใช้ในซวงเฉิงให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้า
"พี่เถียจู้ คืนนี้ปิดร้านแล้วช่วยประชุมพนักงานหน่อยนะ แค่พูดสั้นๆ ก็พอ พวกเขาก็เหนื่อยกันมากพอแล้วเราต้องให้พวกเขากลับไปพักผ่อน สิ่งที่ต้องสอนคือ วิธีให้ลูกค้าสั่งจองเสื้อผ้าแต่ต้องดูท่าทีด้วย ถ้าลูกค้าเป็นพวก 'ไม่เห็นกระต่ายไม่ล่าเหยี่ยว'ก็ให้ 'เงินมาของไป' ในทันทีอย่าให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปที่อื่นได้"
หนิวเถียจู้รับคำทันทีไม่ต้องให้หลันเยว่บอก เขาก็รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปสินค้าที่ส่งมาจากซวงเฉิงคงจะไม่พอขายในอีกไม่กี่วัน ร้านอาจจะขายของหมดซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับร้านเสื้อผ้าที่เพิ่งเปิดใหม่เพราะจะทำให้คนคิดว่าร้านไม่มีความสามารถในการเตรียมสินค้า
หลังจากสั่งหนิวเถียจู้เสร็จแล้วเธอก็ไปหาหลิวเสี่ยวหว่านเพื่อปรึกษาหารือกันว่าจะเปิดโรงงานให้เร็วที่สุดได้ยังไง
"พี่เสี่ยวหว่าน ลองดูสิคะอีกกี่วันถึงจะเริ่มผลิตได้ เสื้อผ้าในร้านเราไม่พอขายแล้ว"
หลิวเสี่ยวหว่านก็ไม่รีรอ รีบตอบกลับมา
"ถ้าเธอจัดการเรื่องเครื่องจักรได้ฉันจะจัดการเรื่องคนงาน เผิงเฟยจัดการเรื่องวัสดุที่ใช้ต่างๆ ภายในห้าวันฉันรับรองว่าจะเปิดโรงงานได้ แล้วก็ภายในสิบวันรับรองว่ามีสินค้า"
เมื่อได้ยินหลิวเสี่ยวหว่านตอบอย่างมั่นใจแบบนี้ดูเหมือนว่าช่วงนี้เธอจะทุ่มเทให้กับเรื่องคนงานไม่น้อยคงจะติดต่อกับคนงานเป็นการส่วนตัวไปแล้วการมีลูกน้องที่เอาใจใส่และมีความรับผิดชอบแบบนี้ จะมีอะไรที่ทำไม่ได้อีกเล่า?สำหรับการเตรียมการเปิดโรงงาน หลันเยว่ก็มั่นใจเต็มเปี่ยม
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่ก็ติดต่อให้คนงานเข้ามาในโรงงานเลยนะคะ ส่วนเครื่องจักรของฉันก็น่าจะมาถึงเร็วๆ นี้เหมือนกัน เดี๋ยวฉันจะไปติดต่ออีกที"
เมื่อมีคนงานเป็นหลักประกันแล้วอย่างอื่นก็แค่ใช้เงินซื้อก็จะได้มาง่ายๆ
"อืม พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปติดต่อตอนบ่ายๆ ก็น่าจะให้คนงานมาพร้อมหน้าพร้อมตากันได้"
เพราะร้านใหม่เปิดหลิวเสี่ยวหว่านจึงมาช่วยงานอยู่ที่นี่สามวันดูเหมือนว่าพรุ่งนี้จะต้องกลับไปยุ่งกับเรื่องโรงงานอีกครั้ง
"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้เลยนะคะพี่เสี่ยวหว่าน ต่อจากนี้ไปก็ให้ดูแลแต่เรื่องโรงงานอย่างเดียวนะคะมีปัญหาหรือเรื่องที่แก้ไม่ได้ ก็ให้บอกฉัน เราต้องรีบผลิตสินค้าให้ได้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้น สินค้าที่ร้านก็จะหมดเร็ว ถึงจะผ่านช่วงสามวันแรกที่ร้านเปิดไปแล้ว กระแสลูกค้าจะลดลงไปบ้างแต่การจะรักษาสภาพนี้ไปอีกสิบวัน ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย"
หลิวเสี่ยวหว่านเข้าใจสถานการณ์ที่หลันเยว่พูดถึงเป็นอย่างดีเพราะเธอรู้ดีที่สุดว่าซวงเฉิงผลิตเสื้อผ้าให้ที่นี่ไปมากแค่ไหนตอนนั้นเธอเป็นคนคุมคนงานอยู่ที่นั่นทั้งวันทั้งคืนเธอจึงรู้จำนวนที่ผลิตได้ดีที่สุด
"รู้แล้วล่ะ หลันเยว่ยอดขายในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ฉันก็เห็นกับตาตัวเอง ดังนั้นตราบใดที่เครื่องจักรและวัสดุไม่ติดขัดอะไรฉันรับรองว่าโรงงานจะผลิตสินค้าออกมาได้เร็ว"
ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงนี้ขายดีมากขนาดนี้ร้านที่มีพนักงานขายแปดคน คงไม่ต้องให้เธอมาช่วยงานอยู่ที่นี่หรอก
หลังจากที่ทั้งสองตกลงเรื่องการเตรียมการเปิดโรงงานแล้วหลันเยว่ก็ตรงไปหาหลิวเม่าหลินเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของเมืองเมื่อหลันเยว่ไปถึงจึงได้รู้ว่าเขาเป็นถึงหัวหน้าแผนกตรวจสอบคอยควบคุมการตรวจสอบอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของทั้งเมือง เป็นคนที่หนุ่มแน่นและมีความสามารถเพราะหลิวเม่าหลินยังไม่ถึงสามสิบปีด้วยซ้ำ
"พี่หลิว ฉันรบกวนพี่แล้วเรื่องที่พี่บอกฉันวันนั้น...?"
หลันเยว่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่เขาตกลงไว้อย่างตรงไปตรงมาเธอกำลังคิดว่า ถ้าเขาลืมเรื่องนี้ไปแล้ว เธอก็จะไปซื้อในราคาขายปลีกที่ร้าน
ก็แค่เสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อยยังดีกว่าหน้าด้านไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเพียงแต่ว่าตอนแรกหลิวเม่าหลินเป็นคนเสนอตัวที่จะช่วยเธอทำเรื่องนี้และยังขอรายการสินค้าจากเธอไปแล้ว ถ้าเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้หลันเยว่ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก
ในใจของหลันเยว่การที่ผู้ชายให้เกียรติในสัญญา คือรากฐานของการคบหา ถ้าเขาแค่พูดจาดีๆเพื่อให้เจิ้งซวี่เหยาได้ยิน คนคนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องคบหาด้วยถึงเขาจะเป็นเพื่อนของเจิ้งซวี่เหยา เธอก็จะไม่ชอบเขามากขึ้น
"หลันเยว่ฉันกำลังจะโทรหาซวี่เหยาพอดี ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เรื่องของเธอล่าช้าฉันรู้ว่าเธอกำลังรีบเปิดโรงงาน ฉันช่วยติดต่อโรงงานให้เธอแล้วแต่ในคลังของพวกเขาไม่มีสินค้ามากขนาดนั้นฉันให้พวกเขาจัดส่งสินค้าให้เธอตลอดทั้งคืนแล้ว เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งส่งเอกสารมาให้ฉันเครื่องจักรจะมาถึงพรุ่งนี้"
เมื่อเห็นหลิวเม่าหลินส่งเอกสารมาให้ตรงหน้าหลันเยว่ก็รู้สึกตื้นตันใจมาก เพราะเธอไม่ได้ควักเงินออกมาแม้แต่แดงเดียวการที่อีกฝ่ายรีบส่งสินค้ามาให้ แสดงว่าเห็นแก่หน้าของหัวหน้าหลิวมากหลันเยว่รู้สึกละอายใจเล็กน้อยกับความคิดเล็กคิดน้อยของตัวเอง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
"ต้องขอบคุณพี่หลิวมากจริงๆ ค่ะแบบนี้โรงงานของเราก็จะได้เปิดเร็วขึ้นแล้ว"
หลันเยว่กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจนี่ช่วยเธอได้มากจริงๆ เอกสารที่เธอเพิ่งดูไปเมื่อกี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักรยี่ห้อดัง แต่ราคายังถูกมากด้วยถูกกว่าสินค้าราคาถูกคุณภาพต่ำเสียอีก ครั้งนี้เธอได้รับอานิสงส์จากหลิวเม่าหลินทำให้ประหยัดเงินไปได้มาก แค่เครื่องจักรชุดนี้ก็ประหยัดเงินให้เธอไปได้ไม่น้อย
"ขอบคุณอะไรกันฉันไม่ได้บอกไปแล้วเหรอ ถึงเราจะรู้จักกันผ่านทางซวี่เหยาแต่เราก็ถือว่าเธอเป็นน้องสาวของเราไปแล้ว น้องสาวมีเรื่องเดือดร้อนพี่ชายจะช่วยได้ ทำไมจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยล่ะ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรแค่ปลายนิ้วเท่านั้น"
หลิวเม่าหลินพูดอย่างสบายๆแต่หลันเยว่รู้ว่าเขาต้องติดหนี้บุณคุณคนอื่นแน่ๆ และเป็นบุณคุณที่ไม่น้อยเธอต้องหาทางตอบแทน
"ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจพี่หลิวแล้วนะคะ ในเมื่อฉันกำลังรีบใช้ของชุดนี้ต่อไปถ้าฉันสามารถช่วยอะไรได้ พี่หลิวก็บอกมาได้เลยนะคะ"
เธอจะช่วยอะไรเขาได้บ้างก็แค่ซื้อเสื้อผ้าไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง แต่ต้องพูดออกไปเพื่อให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
"ได้ๆ แค่น้องสาวพูดอย่างนี้ก็พอแล้วเราเป็นพี่น้องกันไม่ต้องเกรงใจกันหรอก เสียความรู้สึกเปล่าๆ"
"ถ้าอย่างนั้น พี่เม่าหลินเรื่องนี้เราค่อยว่ากันทีหลังนะคะ แต่ถ้าคนในครอบครัวพี่ชอบเสื้อผ้าแบบของฉันฉันลดให้พิเศษสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เลือกได้ตามสบายเลยนะคะถ้าพี่มีแบบที่ชอบ ฉันยกให้พี่เลยค่ะ เรื่องนี้อย่าเกรงใจฉันนะถ้าพี่ไม่ไปเลือกเอง ตอนเปลี่ยนฤดู ฉันจะเอาไปให้ที่บ้านเลยค่ะ"
หลิวเม่าหลินจะสนใจเสื้อผ้าไม่กี่ตัวนั้นหรือ?เพียงแต่ว่าคำพูดนี้มันฟังดูดีการที่ญาติพี่น้องไปซื้อเสื้อผ้าแล้วได้ส่วนลดนั่นก็เป็นหน้าเป็นตาของเขาเหมือนกันหลิวเม่าหลินมองหลันเยว่ด้วยสายตาชื่นชมอีกครั้ง แล้วส่งเธอออกไปอย่างอารมณ์ดี
ต่อจากนั้น เรื่องต่างๆ ก็ง่ายขึ้นมากหมี่หลันหยางนำเงินไปรับสินค้าที่โรงงานเครื่องจักรหลินเผิงเฟยนำเงินไปรับสินค้าที่โรงงานวัตถุดิบเฉียนหย่งจิ้นนำเงินไปรับสินค้าที่โรงงานวัตถุดิบรองสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าที่ดูไว้แล้วจึงถูกส่งไปที่บ้านสี่ประสาน จากนั้นก็ติดตั้งเครื่องจักรทั้งหมดทุกอย่างราบรื่น ไม่มีอะไรติดขัด ภายในสองวันการเตรียมการก่อนเปิดโรงงานก็เสร็จสิ้นทั้งหมด