เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 141 ความขัดแย้งที่ยากแก้ไข [Re-write]


            หลิงมู่เอ๋อร์จะคิดเช่นใดได้ตัวนางในตอนนี้ตะลึงไปหมดแล้ว

            ดังนั้นนี่คือพวกไท่จื่อสองสามีภรรยานี้วางแผนจะร่วมมือกันกักตัวนางไว้ในตำหนักรัชทายาทหรือ​?

            คนหนึ่งใช้ไม้แข็งอีกคนใช้ไม้อ่อน อ่อนแข็งผสาน ทำให้นางไม่อาจถอนตัวได้?

            แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่มีเรื่องร้องขอผู้อื่นของไท่จื่อเฟยหลิงมู่เอ๋อร์ก็เดาได้ว่าในใจของนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ “หากข้ามิได้เดาผิดแล้วละก็ไท่จื่อเฟยคิดจะมอบข้าให้ไท่จื่อ เพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากพระองค์?”

            ถูกคนเปิดโปงวัตถุประสงค์ในเสี้ยววินาทีนั้น ไท่จื่อเฟยรู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่ง

            สวามีของตนต้องตาสตรีอีกนางในจวนของตนส่วนนางก็ทำให้ตนเองต่ำต้อยด้วยการใช้วิธีเช่นนี้มาทำให้บุรุษเห็นใจ ‘น่าเวทนา’สองคำนี้ยังไม่เพียงพอที่จะแสดงถึงสภาพในยามนี้ของนางได้

            “อยู่ในวังหลังมีเรื่องมากมายที่ไม่อาจไม่กระทำหากเจ้ายืนอยู่ในตำแหน่งของข้าก็จะรู้ว่า การมีชีวิตอยู่นั้นน่าเศร้าเพียงใด”ไท่จื่อเฟยที่ในยามปกติเย่อหยิ่งแผ่รัศมีครอบงำผู้คนยามนี้ก็ราวกับดอกโบตั๋นที่เหี่ยวเฉาพลันสูญเสียความเปล่งประกายทั้งหมดไปในเสี้ยววินาที

            ดังนั้นนางจึงไม่เต็มใจที่จะมีความเกี่ยวข้องใดกับวังหลวงทั้งสิ้น ขอเพียงใช้ชีวิตของตนในแต่ละวันอย่างเรียบง่ายก็พอพี่บุญธรรมนั้นหากมิใช่เพราะรู้จักอยู่ก่อนนางก็ไม่มีทางหาผู้ที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยราชองครักษ์หลวงมาเป็นสามี

            “แทนที่ท่านจะมอบข้าให้ไท่จื่อเพื่อได้รับความรู้สึกดีจากพระองค์มิสู้ทำให้ทรงรักพระองค์อีกครั้ง ไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงหม่อมฉันพูดถูกหรือไม่เพคะ?” ดวงตาสุกสกาวทั้งคู่ของหลิงมู่เอ๋อร์มองนางอย่างไม่กะพริบตา

            “มีหรือที่ข้าจะไม่ต้องการ?” ไท่จื่อเฟยถอนใจอย่างคับแค้น“ข้ารู้จักกับไท่จื่อตั้งแต่ยังเยาว์วัย และแต่งงานมาได้หลายปี กับข้าไท่จื่อทรงรู้สึกไร้ความสดใหม่ไปนานแล้ว มิเช่นนั้นข้าจะคิดนำลูกมาผูกพระองค์ไว้ได้อย่างไร? ”

            ไท่จื่อเฟยตรัสไปตนเองก็ส่งเสียงหัวเราะไปด้วย สักพักแล้วที่ไท่จื่อมิได้มาที่ตำหนักบรรทมของนางแม้แต่การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบยิ่งแทบจะไม่มีให้นาง วันนี้ก็ไม่รู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไม่ยากนักที่จะมาที่ตำหนักบรรทมของนางสักครั้งแต่กลับทำให้เขาพบเข้ากับสตรีที่งดงามอรชรอีกนางหนึ่งแทน

            หากมิใช่รู้ว่าหลิงมู่เอ๋อร์มิได้ต้องการแต่งเข้ามาอยู่ในส่วนลึกของวังแห่งนี้นางจะคิดรั้งนางไว้ได้อย่างไร? แน่นอนว่าหากสามารถใช้สตรีนางเดียวมาทำให้ไท่จื่อมองนางและปฏิบัติต่อนางใหม่นางเต็มใจที่จะปล่อยมือเสี่ยงดูสักคราเพราะอย่างไรตำแหน่งของตำหนักกลางนี้ก็เป็นของนางตลอดกาลเหล่าอนุนางบำเรอมากมายพวกนั้น มีผู้ใดบ้างที่เมื่อพบนางแล้วมิต้องผงกศีรษะค้อมเอว?

            “มิทราบว่ารู้จักกลยุทธ์ที่เรียกว่าแสร้งปล่อยเพื่อจับหรือไม่เพคะ”หลิงมู่เอ๋อร์กล่าว“ถือว่าเป็นการขอบพระทัยที่เมื่อครู่ทรงช่วยหม่อมฉันแก้สถานการณ์ วันนี้หม่อมฉันจะช่วยพระองค์ในเรื่องนี้”

            สอบถามอย่างง่ายๆครู่หนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องสำคัญพิเศษที่เคยเกิดขึ้นระหว่างไท่จื่อกับไท่จื่อเฟยไท่จื่อเฟยอยากได้รับความรู้สึกดีๆ จากไท่จื่ออย่างจริงใจเล่าทุกรายละเอียดจนไม่อาจละเอียดไปกว่านั้นได้อีก

            แผนการของหลิงมู่เอ๋อร์ง่ายมากขอเพียงไท่จื่อเฟยไปปรากฏตัวในสถานที่ที่ไท่จือปรากฏตัวบ่อยๆอย่างมิได้เจตนาและในยามที่สายตาของไท่จื่อมองมาและคิดจะค้นหานั้นนางจะต้องจากไปในช่วงเวลาแรกทันที จากนั้นทำเรื่องค่อนข้างสำคัญที่คนทั้งสองเคยทำร่วมกันอีกครั้งโดยตั้งใจและมิได้ตั้งใจส่วนในยามที่ไท่จื่อคิดจะใกล้ชิดกับนางเพราะย้อนระลึกถึงอดีตนั้นไท่จื่อเฟยจะต้องปฏิเสธอย่างจริงจังเรื่องราวที่ติดต่อกันเป็นฉากเป็นตอนนี้จะต้องทำให้เป็นธรรมชาติ

            ไท่จื่อเฟยมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  ในใจของนางมีความหวาดกลัวอยู่บ้างวิธีการนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่กลับเป็นการเปลี่ยนผ่านอันยาวนานแต่ยามนี้ก็ไม่มีวิธีการที่ดีกว่านี้อีก

            “ได้ข้าจะเชื่อเจ้าในหนนี้ หากเจ้าสามารถช่วยข้าได้จริงๆ ข้าย่อมไม่มีทางลืมบุญคุณในครั้งนี้แน่”

            สิบห้าวันให้หลัง

            ในยามที่หลิงมู่เอ๋อร์กำลังทำการตรวจรักษาให้ผู้ป่วยอยู่ในโรงหมอพลันคนกลุ่มหนึ่งก็แบกของขวัญจำนวนมากเข้ามา ผู้เป็นผู้นำนั้นก็คือมัวมัวชราที่อยู่ข้างกายของไท่จื่อเฟย

            “แม่นางหลิงเป็นหัตถ์เทพคืนวสันต์จริงๆช่วงนี้พระวรกายของไท่จื่อเฟยเหนียงเหนียงดีขึ้นมากแม้แต่ปมในใจนานนับหลายปีก็ได้รับการแก้ไขวันนี้เหนียงเหนียงสั่งการข้าให้นำของขวัญพวกนี้มามอบให้แม่นางเป็นพิเศษขอบคุณในสิ่งที่แม่นางได้ทุ่มเทด้วยตนเอง หวังว่าแม่นางจะรับไว้ทั้งหมดอย่าได้รังเกียจ”

            นอกจากเงินจำนวนหนึ่งถาดแล้วยังมีผ้าชั้นดีอีกหลายม้วนและที่เจิดจรัสที่สุดนั้นก็คือไข่มุกราตรีเม็ดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง

            สำหรับความใจกว้างอย่างกะทันหันของไท่จื่อเฟยหลิงมู่เอ๋อร์รู้สึกตกตะลึง ส่วนผู้ที่มาก็กระทำอย่างเอิกเกริกเช่นนี้อีกพลันชักนำคนนับไม่ถ้วนเข้ามามุงดูทันที

            คราวนี้ไม่เพียงมีอักษรฝีพระหัตถ์พระราชทาน ยังมีการขอบคุณในที่สาธารณะของไท่จื่อเฟยอีกในเสี้ยววินาที โรงหมอของหลิงมู่เอ๋อร์ก็กระหึ่มดังเป็นกระแสไปทั่วเมืองหลวง

            “คุณหนูช่างร้ายกาจจริงๆแม้แต่ไท่จื่อเฟยที่นิสัยแปลกประหลาด ก็ปฏิบัติต่อท่านอย่างไม่ธรรมดาบัดนี้คุณหนูของเรากลายเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมในเมืองหลวงไปแล้ว”ซางจืออิจฉาอยู่เล็กน้อย แต่ก็ได้ทำการตัดสินใจอย่างลับๆนางก็จะกลายเป็นบุคคลแบบคุณหนูเช่นกัน

            หลิงมู่เอ๋อร์เพียงแต่ยิ้มมองจดหมายที่ไท่จื่อเฟยแนบไว้กลุ่มของขวัญนิ่งๆ

            ไม่ต่างจากที่คิดในจดหมายเป็นพวกคำพูดประเภทการขอบคุณ ที่แท้หลายวันมานี้ไท่จื่อเฟยทำตามคำแนะนำของตน ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเจ็ดวันก็ได้รับความรู้สึกดีๆจากไท่จื่ออีกครั้ง ส่วนนางก็แก้ความเอาแต่ใจในอดีต เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนดีงามไท่จื่อยิ่งค้างคืนอยู่ที่ตำหนักบรรทมของนางติดต่อกันถึงสามวันและปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยนขึ้นมาก

            ไท่จื่อเฟยแสดงออกว่าในอนาคตจะไม่เป็นศัตรูกับหลิงมู่เอ๋อร์อีกอย่างเด็ดขาดและสำหรับคำขอร้องของนางก็จะพยายามช่วยอย่างเต็มที่

            อยู่ในเมืองหลวงมีเพื่อนเพิ่มอีกคนหนึ่งย่อมดีกว่ามีศัตรูเพิ่มอีกคนหนึ่งมากนักแม้ไท่จื่อเฟยจะยังไม่นับเป็นเพื่อนของนาง แต่อย่างน้อยก็มิได้เป็นศัตรูของนางแล้ว

            ร่างกายของนางได้ถูกปรับจนเกือบจะสมบูรณ์แล้วหากเป็นเช่นนี้ต่อไป การตั้งครรภ์นั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นส่วนเพราะเหตุใดนางจึงได้รับประทานหญ้าฝรั่นมาเป็นเวลานานนั่นก็เป็นเรื่องที่นางต้องไปตรวจสอบเองแล้ว

            ตำหนักรัชทายาททันทีที่หลันเชี่ยนหยิ่งเข้าประตูมาก็เห็นไท่จื่อเฟยที่ยิ้มไม่หุบ ในใจรู้สึกสงสัย“เชี่ยนหยิ่งรู้สึกว่ายามที่พี่หญิงแย้มสรวลนั้นงดงามที่สุดเลยเพคะมิทราบว่าได้พบกับเรื่องมงคลยิ่งใหญ่ใดหรือเพคะทั่วทั้งพระวรกายคล้ายจะงดงามเปี่ยมเสน่ห์ขึ้นไม่น้อย”

            มีสตรีนางใดไม่รักสวยรักงามถูกคนกล่าวชม ไท่จื่อเฟยยิ่งหัวเราะจนจิตใจเบิกบานราวฤดูใบไม้ผลินางมองตนเองในกระจกทองแดง ลูบใบหน้าที่งดงามประณีต “จริงหรือ? วันนี้ข้าดูอ่อนเยาว์ลงจริงหรือ?”

            “หากไม่รู้ยังคิดว่าพี่หญิงเป็นหญิงสาวที่ยังมิได้ออกเรือนแน่เพคะใบหน้าเนียนลื่น ผิวพรรณก็ดี เชี่ยนหยิ่งรู้สึกอิจฉาจริงๆ เพคะ”หลันเชี่ยนหยิ่งเล่นกล่องแป้งในมือ “ได้ยินว่าตอนนี้ในตลาดมีชาดชนิดใหม่ออกมาสามารถช่วยเสริมสีผิวได้ เมื่อเชี่ยนหยิ่งเห็นก็คิดจะซื้อมามอบให้พี่หญิงทันทีแต่ดูไปแล้ว ตอนนี้พี่หญิงน่าจะทรงไม่จำเป็นต้องใช้แล้วเพคะ”

            ได้ยินว่ามีเครื่องประทินโฉมชั้นดีไท่จื่อเฟยที่รักความงาม รีบหันกายไปคว้ามาทันที “ของสิ่งนี้วิเศษเช่นนั้นจริงหรือ?”

            หลันเชี่ยนหยิ่งรีบพยักหน้า“เชี่ยนหยิ่งย่อมต้องลองด้วยตนเองก่อนแล้วจึงจะกล้านำมามอบให้พี่หญิง แต่ว่าพี่หญิงยังมิได้ทรงบอกเชี่ยนหยิ่งเลย ว่าเป็นเรื่องใดกันที่ทำให้ทรงเบิกบานเช่นนี้?”

            ไท่จื่อเฟยเป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงแท้ๆของหลันเชี่ยนหยิ่ง ในอดีตก็ไม่มีสิ่งใดที่ไม่พูดคุยกันเรื่องที่ไท่จื่อละเลยนางจะมากน้อยก็เคยพูดถึงกับหลันเชี่ยนหยิ่งมาก่อนช่วงนี้ไท่จื่อเปลี่ยนแปลงมากถึงเพียงนี้ นางย่อมอดใจไม่ได้ที่จะบอกกับทุกคนว่านางกลับมาเป็นที่โปรดปรานแล้ว

            ส่งสายตาให้มัวมัวที่อยู่ข้างกายมัวมัวเข้าใจความหมาย รีบเอ่ยปากทันทีว่า“เป็นเพราะช่วงนี้ไท่จื่อเหยียทรงโปรดปรานรักใคร่เหนียงเหนียงเป็นพิเศษเมื่อเหนียงเหนียงทรงสำราญพระทัย พลังจิตวิญญาณจึงสูงขึ้นมาเจ้าค่ะ”

            หลันเชี่ยนหยิ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งเป็นประหลาดใจ“จริงหรือ? เช่นนั้นต้องขอแสดงความยินดีกับพี่หญิงยินดีด้วยอย่างยิ่งเพคะพี่หญิง”

            ไท่จื่อเฟยยินดีราวกับสาวน้อยที่เขินอายพวกแก้มแดงระเรื่อ

            นางก็คิดไม่ถึงว่าเพียงไม่กี่คำของหลิงมู่เอ๋อร์ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีถึงเพียงนี้นางได้คำนวณไว้แล้ว ในสิบห้าวันนี้ ไท่จื่อมาหานางเกินกว่าห้าครั้งอีกทั้งช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่ดีของนาง คิดว่าการตั้งครรภ์มังกรเป็นเพียงเรื่องช้าเร็วเท่านั้น

            “ไท่จื่อทรงสามารถพบความดีของข้าอีกครั้งเป็นเรื่องที่ทำให้ข้ามีความสุข พูดไปแล้วเรื่องนี้ยังต้องขอบคุณหลิงมู่เอ๋อร์”ไท่จื่อเฟยเอ่ยปากอย่างมิได้ตั้งใจ พูดจบจึงรู้สึกตัวว่าตนกล่าวคำพูดผิดไปแต่นางก็มิได้ใส่ใจ

            เรื่องที่หลันเชี่ยนหยิ่งไม่ชอบหลิงมู่เอ๋อร์นางเคยได้ยินมาก่อนแต่อย่างไรฝ่ายหลังก็ได้ช่วยเหลือนางนางคงไม่มีความจำเป็นต้องละทิ้งสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเพื่อญาติผู้น้องนางหนึ่งกระมัง

            อย่างที่คิดสีหน้าของหลันเชี่ยนหยิ่งเปลี่ยนอย่างฉับพลัน

            “เชี่ยนหยิ่งข้ารู้ว่าเจ้ากับหลิงมู่เอ๋อร์แต่ไรมาไม่ลงรอยกันซูเช่อก็เป็นเพราะนางจึงเอ่ยปากถอนหมั้นต่อหน้าเหล่าขุนนางด้วยตนเองเรื่องนี้สำหรับเจ้าแล้วสร้างผลกระทบ แต่ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นเรื่องที่ซูเช่อกระทำแต่เพียงผู้เดียวไม่มีความเกี่ยวข้องกับหลิงมู่เอ๋อร์แม้แต่น้อย เจ้าเป็นคนฉลาดรู้ถึงเหตุผลที่อยู่ภายในใช่หรือไม่? ”

            ถูกไท่จื่อเฟยจับข้อมือของนางสั่งสอนบนใบหน้าของหลันเชี่ยนหยิ่งแม้จะไม่คลื่นลมใดๆ ทว่าในใจกลับโมโหเป็นอย่างยิ่ง

            หลิงมู่เอ๋อร์ที่ยอดเยี่ยมคิดไม่ถึงว่าช่วงเวลาเพียงแค่ครึ่งเดือนถึงกลับสามารถทำให้ไท่จื่อเฟยเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยใจคอ นางจำได้ว่าก่อนหน้านี้ครึ่งเดือน ไท่จื่อเฟยยังปรับทุกข์กับนางว่าหลิงมู่เอ๋อร์ขวัญกล้าบังอาจ คิดจะสั่งสอนนาง ช่างเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ

            “พี่หญิงหลิงมู่เอ๋อร์ผู้นั้น ดีขนาดที่ทรงตรัสมาเลยหรือเพคะ?” หลันเชี่ยนหยิ่งถามอย่าลองเชิงไท่จื่อเฟยกลับพยักหน้าอย่างเรียบๆ

            “ในตอนแรกข้าก็ไม่ชอบนางเช่นกันเจ้าก็รู้ แต่นางคนนี้มิได้ถือสา มิเพียงช่วยรักษาโรคให้ข้า ยังช่วยข้าวางแผน นั่นช่วงนี้ที่ไท่จื่อเปลี่ยนใจกลับมา ก็เพราะฟังแผนการของนาง อย่าได้พูดไปความคิดของหลิงมู่เอ๋อร์ผู้นี้มีมากจริงๆ”

            เห็นไท่จื่อเฟยยิ้มไม่หยุดหลันเชี่ยนหยิ่งแทบอยากจะบุกไปเบื้องหน้าของหลิงมู่เอ๋อร์ในตอนนี้ แล้วตบนางสองที

            นางจิ้งจอกยั่วยวนพี่เช่อไม่พอ ยังรู้จักล่อลวงจิตใจผู้คนเช่นนี้อีกภูผาหนุนหลังเพียงคนเดียวของนาง ก็ถูกนางขุดไปแล้ว

            ความแค้นที่ยากจะเลิกรานี้นางรับไว้แล้ว

            “คิดไม่ถึงว่าหมอสามัญชนธรรมดาคนหนึ่งสาวชนบทตัวเล็กๆ จะมีความสามารถเช่นนี้ แต่พี่หญิงทรงมีความสุขก็พอแล้วเพคะเชี่ยนหยิ่งไม่กล้ารบกวนอารมณ์ดีๆ ของพี่หญิง ทูลลาก่อนเพคะ”

            นางไม่มีอารมณ์นั่งปั้นหน้าเสแสร้งอยู่ที่นี่แล้วจริงๆ

            ที่นางมาในวันนี้ก็เพราะอยากจะถามให้ชัดเจนตกลงกันแล้วว่าจะช่วยทวงความเป็นธรรมให้นางเหตุใดนานแล้วจึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวหลิงมู่เอ๋อร์ผู้นั้นไม่เพียงไม่ได้รับการสั่งสอน กิจการของโรงหมอกลับยิ่งเจริญรุ่งเรืองอีกทั้งนางยังได้ยินว่า พี่เช่อยิ่งวิ่งไปโรงหมอของนางวันเว้นวันช่างทำให้คนโมโหแทบตายจริงๆ

            “เอาเถอะเชี่ยนหยิ่ง ผู้อื่นไม่รู้จักเจ้า เปิ่นกงยังไม่เข้าใจหรือ? ในใจของเจ้ามีความโกรธไม่อาจทนเห็นข้าชื่นชมหลิงมู่เอ๋อร์ว่าดีใช่หรือไม่?”

            ไท่จื่อเฟยก็มิได้ขวางนางไว้แต่คำพูดที่ตรัสออกมาทำให้หลันเชี่ยนหยิ่งไม่กล้าก้าวไปต่อแม้แต่ก้าวเดียว

            ถึงอย่างไรพี่หญิงก็เป็นไท่จื่อเฟยหากสามารถยืมมือนางกำจัดหลิงมู่เอ๋อร์ เรื่องดีเช่นนี้เหตุใดนางจึงจะไม่ทำเล่า?

            หลันเชี่ยนหยิ่งรีบร้องไห้กระซิกๆนั่งยองๆ ยอบกายลงหน้าไท่จื่อเฟย ใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยใจ “พี่หญิงท่านเป็นพี่หญิงของข้า ผู้ที่สามารถช่วยข้าได้ก็มีแต่ท่านเท่านั้นแล้วพี่เช่อเพื่อนางแล้วทำให้ข้าอับอายเช่นไรท่านรู้ดีที่สุด ข้าได้ยินว่าหลิงมู่เอ๋อร์ผู้นั้นมีคู่หมั้นอยู่ยังเป็นผู้บัญชาการหน่วยราชองครักษ์ซั่งกวนเซ่าเฉินอีกด้วยแต่ในเมื่อนางมีคนที่คบหาด้วยแล้ว ยังยึดครองพี่เช่อไว้อีก ข้าไม่ยินยอม”

            เมื่อก่อนทุกครั้งที่หลันเชี่ยนหยิ่งมาร้องทุกข์กับนาง ไท่จื่อเฟยล้วนรู้สึกว่านางน่าสงสารเป็นอย่างยิ่งแต่ครั้งนี้นางนั่งยองอยู่ข้างกายร้องไห้พิรี้พิไร กลับทำให้นางรู้สึกสะอิดสะเอียน

            คำพูดเมื่อครู่ของนางกล่าวอย่างชัดเจนมากแล้วเรื่องยกเลิกการแต่งงานเป็นความคิดของซูเช่อเพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวข้องกับหลิงมู่เอ๋อร์อีกทั้งหลิงมู่เอ๋อร์ยังชอบเพียงซั่งกวนเซ่าเฉินเท่านั้นมองไปทั่วเมืองหลวงทุกคนล้วนทราบ หากนางยังไปหาเรื่องคนเขาอีกมิเท่ากับไร้เหตุผลหรอกหรือ?

            “เชี่ยนหยิ่งอย่าได้ไม่รู้เหตุผล ใจของซูเช่อมิได้อยู่ที่ตัวเจ้าต่อให้เจ้าทำเช่นไรก็ไม่มีประโยชน์ อีกทั้งข้าได้ยินว่าอีกไม่นานหลิงมู่เอ๋อร์กับซั่งกวนเซ่าเฉินก็จะแต่งงานกันแล้วแทนที่จะถ่วงเวลาต่อสู้กับนาง ไม่สู้เรียนจากข้าให้มากหน่อย ลองวางแผนดูดีๆว่าจะทำอย่างไรให้ได้รับความสนใจจากซูเช่ออีกครั้ง” ไท่จื่อเฟยตรัสจบน้ำเสียงก็เย็นชาขึ้นมา “แน่นอน เจ้าเป็นคนฉลาดเจ้าควรรู้ว่าใต้หล้านี้ไม่มีที่ใดไร้ต้นหญ้า ในโลกใบนี้ก็มิได้มีซูเช่อเป็นบุรุษเพียงคนเดียว”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276