“คุณหนูเ้าคะ ตระกูลมู่มารับฉวีเยว่ซินไปแล้วเ้าค่ะ แม้ว่าทางนั้นจะส่งเพียงพ่อบ้านมาแต่ก็ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักที่ทางเราไม่ส่งตัวแทนออกไปเลย” ลี่ถังเข้ามารายงานสถานการณ์ให้นายหญิงของตน แม้ว่านางจะไม่ได้เห็นได้ด้วยตาของตนเอง แต่นางก็เล่าครบถ้วนไม่มีตกหล่นแน่นอน
“เช่นนั้นก็ดี ข้าเองก็อยากเห็นความสำเร็จในชีวิตคู่ของนางเช่นกัน”
“บ่าวได้ซื้อตัวบ่าวในจวนมู่ไว้แล้วเ้าค่ะ หลังจากนี้เราต้องได้ข่าวอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
“ดีมาก”
สมกับคำที่ว่ามีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้ เพียงใช้เงินที่มากสักหน่อยก็สามารถซื้อความซื่อสัตย์ของคนคนหนึ่งได้แล้ว ไม่จำเป็ต้องยุ่งยากเลยแม้แต่น้อย มีเงินนี่มันดีจริงๆ เช่นนั้นนางก็ต้องเร่งหาเงินเสียแล้ว จะได้ใช้เงินได้อย่างไม่ต้องเป็กังวล
ความรู้สึกในตอนนี้ช่างดีเหลือเกิน แม้ว่าจะมีบางครั้งที่ยังคงรู้สึกเ็ปจนอยากจะร้องไห้ออกมา แต่กลับไม่ต้องมาคอยคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้มู่อี้หานชื่นชอบ จะทำอย่างไรให้เขาพอใจ จะต้องคอยซื้ออะไรให้
“ว่าแต่ ท่านพ่อกลับมาหรือยัง” แม้ว่านางและบิดาจะออกมาพร้อมกัน แต่ตัวนางเองนั้นดูแลกิจการเพียงไม่กี่แห่ง ส่วนท่านพ่อนั้นต้องตะเวนไปเรื่อยๆ
“กลับมาแล้วเ้าค่ะ นายท่านแจ้งไว้ว่าหากคุณหนูพร้อมก็ให้ไปพบได้เลยเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด”
เซี่ยเหยาฮวาเข้ามาช่วยดูแลกิจการได้เกือบเดือนแล้ว ตอนนี้นางมีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้นไม่น้อย จึงอยากจะขอติดตามท่านพ่อไปทำการค้าที่ต่างเมืองด้วย แต่ก่อนจะทำอย่างนั้นได้ นางจะต้องผ่านบททดสอบที่ท่านพ่อวางเอาไว้เสียก่อน
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
“เอาล่ะหากเ้าพร้อมแล้วก็ตอบคำถามของพ่อให้ได้”
“เ้าค่ะ”
“คำถามของพ่อคือ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างโจรปล้นขึ้นมา เ้าจะทำอย่างไร”
เมื่อได้ยินคำถามของบิดาก็ทำเอาเซี่ยเหยาฮวาถึงกับอึ้งไป นี่เป็คำถามที่วัดได้หลายอย่างทั้งความสามารถในการตัดสินใจ และความสามารถในการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของนาง ไม่ว่าจะเลือกทางใดก็มีทั้งผลดีและผลเสียที่ต่างกัน
นางเข้าใจในความหมายที่ท่านพ่อถามคำถามนี้เป็อย่างดีและนางก็รู้ว่าคำตอบที่ท่านพ่อ้านั้นเป็อย่างไร แต่ที่นางยังไม่ตอบออกไปก็เพราะว่านางกำลังชั่งใจว่าจะตอบตามความ้าของท่านพ่อ หรือตามความคิดของนางเอง
“หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงๆข้าจะหาทางหนีไปเ้าค่ะ”
“เหตุใดถึงเลือกเช่นนั้น” เมื่อได้ยินคำตอบเขาจึงถามบุตรสาวด้วยความสนใจ
“เพราะว่าตัวข้านั้นไม่สามารถช่วยเหลืออะไรใครได้แม้แต่น้อยเ้าค่ะ หากอยู่ไปก็กลายเป็ภาระให้แก่ผู้อื่นเพิ่มไปอีก อีกอย่างหากข้าหนีรอดไปได้ก็สามารถไปตามคนมาช่วยเพื่อเป็ทางรอดให้แก่เราได้อีกเ้าค่ะ” นางตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ
“อืม ใช้ได้”
นางรู้ดีว่านี่เป็คำตอบที่บิดาของนาง้า เพราะบิดาเคยเจอเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้มาก่อนจึงเข้าใจดีว่าการมีชีวิตรอดนั้นสำคัญแค่ไหน นางเป็ทายาทเพียงคนเดียวหากนางรอดมาได้กิจการต่างๆก็สามารถดำเนินไปต่อได้
ถึงแม้จะรู้ดีว่าท่านพ่อ้าสิ่งใด แต่นางก็ไม่กล้าพูดว่าตนเองจะทำตามคำพูดของตนเอง นางม่แน่ใจว่าจะสามารถหนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งให้บิดาตกอยู่ในอันตรายได้หรือไม่
“เอาล่ะ พ่ออนุญาตให้เ้าไปด้วย หากใกล้ถึงวันแล้วจะให้คนไปแจ้ง”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”
ตัวเซี่ยเหยาเฉิงเองก็คิดหนัก ั้แ่เหตุการณ์ครั้งนั้นเขาก็เดินทางไปต่างเมืองน้อยมากๆ แม้ว่าในปัจจุบันเส้นทางจะสะดวกสบายมากขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งตัวเขาเองก็จ้างผู้คุ้มกันอีกหลายสิบคนแต่เขาก็ยังกังวลไม่เสื่อมคลาย
แม้จะไม่อยากให้บุตรสาวไปด้วยมากเพียงใดแต่เข้าก็รู้ดีว่าหาก้าให้บุตรสาวเป็คนที่เก่งกาจก็ไม่สามารถกักขังนางไว้แค่เพียงเมืองหลวงได้
“คุณหนูเ้าคะ คุณชายมู่มาขอพบเ้าค่ะ” ยังไม่ทันที่นางจะได้กลับไปยังห้องทำงานของตนเองคนงานคนหนึ่งก็เข้ามารายงานเสียก่อน
“คุณชายมู่งั้นหรือ ว่าแต่เขาอยู่ที่ไหน” คุณชายมู่ที่ว่าก็คงจะเป็มู่อี้หานแน่นอน เพียงแต่นางไม่เข้าใจว่าเขามาขอพบนางด้วยเหตุผลอะไร
“ข้าให้เขานั่งรอที่ห้องรับรองเ้าค่ะ”
“อืม ขอบใจเ้ามาก มีอะไรก็ไปทำเถิด”
หลังจากพูดรู้จุดหมายนางก็เดินไปพบเขาทันที เหตุผลหลักๆของนางก็คือความสงสัยว่าครั้งก่อนที่พบกันนางไม่ได้ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย แล้วเหตุใดวันนี้ถึงยังกล้ามาหานางอีกกัน
“คุณหนูจะไปพบเขาจริงๆหรือเ้าคะ” ยังไม่ทันที่นางจะเดินไปถึงห้องรับรองลี่ถังก็ทักขึ้นเสียก่อน
“แล้วเหตุใดข้าจะไปพบเขาไม่ได้กัน”
“คือว่า…..เขาเคยเป็”
ลี่ถังคงกลัวว่านางจะใจอ่อนกับผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง แต่เป็เพราะลี่ถังไม่รู้ว่าตอนนี้นางเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เซี่ยเหยาฮวาคนเดิมอีกต่อไป หากเป็อดีตก็คงจะมีโอกาสที่นางจะใจอ่อนอยู่บ้าง แต่ใจตอนนี้นั้นคงจะเป็ไปได้ยากแล้ว
แต่ถึงนางจะเข้าใจความหมายของลี่ถังแต่นางก็ไม่ได้อธิบายอะไรออกไป เอาไว้ให้เห็นด้วยตาตนเองเสียเลยดีกว่า
“คุณชายมู่ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้าถึงที่นี่มีธุระอะไรหรือ” หลังจากเข้าไปในห้องนางก็เอ่ยทักเขาทันที ท่าทางของนางนั้นเป็ทางการไม่มีวี่แววของการใกล้ชิดสนิทสนมเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นท่าทีของเซี่ยเหยาฮวามู่อี้หานก็แสดงสีหน้าเศร้าออกมาทันที “ฮวาเออร์ เหตุใดถึงพูดกับข้าเช่นนั้น”
“คุณชายไม่ควรเรียกข้าเช่นนั้น เกรงว่ามันจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก” นางตอบกลับอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายทำตัวสนิทสนมกับนางเช่นนี้ทั้งๆที่นางแสดงระยะห่างชัดเจนแล้ว
“เหยาฮวา ข้าขอโทษเ้าจริงๆ”
“ไม่เป็ไร เพียงแค่ท่านไม่เรียกข้าเช่นนั้นก็พอ” แม้จะรู้ว่าเขาขอโทษเื่อะไร แต่นางก็ไม่ได้สนใจและทำเป็ไม่รู้เื่ อยากจะรู้เช่นกันว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป
“เหยาฮวาเ้าก็รู้ว่าข้าพูดถึงเื่อะไร เหตุใดเ้าถึงพูดกับข้าเช่นนี้กัน ไม่ใช่ว่าในอดีตเราจะสนิทกันมากหรอกหรือ”
ท่าทางของมู่อี้หานในตอนนี้นั้นราวกับว่าตนเองเป็ผู้ถูกกระทำเสียอย่างนั้น ทั้งแววตาและน้ำเสียงล้วนเป็สิ่งที่ตัดพ้อนางทั้งสิ้น อีกฝ่ายแสดงได้เหมือนจริงๆหากไม่ใช่ว่านางอยู่ในเหตุการณ์ครั้งด้วยตนเองก็คงจะมีความรู้สึกไขว่เขวอยู่บ้าง
แต่น่าเสียดายที่ความรู้สึกของนางนั้นมั่นคงมากขึ้น การแสดงเพียงเท่านี้ของเขาไม่ได้น่าสงสารสำหรับนางเลยแม้แต่น้อย ออกจะน่ารังเกียจไปเสียด้วย ความอยากรู้อยากเห็นของนางหมดไปแล้ว ตอนนี้นางอยากจะไล่เขาไปให้พ้นๆเสียด้วยซ้ำ
“มู่อี้หาน หากท่านไม่อยากให้ข้าด่าท่านว่าหน้าด้านก็พูดธุระของเ้ามีเสียเถิด”
“ข้ามาหาเ้าในวันนี้เพราะข้าอยากจะมาขอโอกาสจากเ้า ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าคนที่รักข้าที่สุดคือใคร ตัวข้าในอดีตนั้นช่างโง่เขลายิ่งนักที่มองข้ามหยกอย่างเ้าไปคว้าเอาก้อนหินเข้ามาในชีวิต ตอนแรกข้าคิดว่าข้านั้นคงจะมีความสุข แต่หลังจากไม่ได้พบหน้าเ้าเพียงไม่กี่วันตัวข้าก็รู้สึกกระสับกระส่าย คิดถึงแต่หน้าเ้า” หลังพูดจบน้ำตาของเขาก็ไหลลงมาเป็สาย แม้จะไม่มีเสียงสะอื้นแต่แววตาที่ส่งออกมากลับเศร้าจนนางรู้สึกสะท้อนใจ
ตัวนางรู้จักเขามาหลายปี แต่ไม่เคยได้เห็นน้ำตาของเขาเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่น้ำตาเลย แม้แต่สีหน้าเศร้าสร้อยเช่นนี้ของเขาก็ไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่รู้ว่านี่คือการแสดงหรือว่าความรู้สึกจริงๆที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้นางรู้เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้นกระตุ้นความรู้สึกของนางเป็อย่างดี