ตอนที่ 10 สถานที่แห่งความทรงจำ
"งั้นเ้าจะให้ทำเช่นไร"องค์ชายถามด้วยสีหน้ายียวน
"ใช่ ท่านพี่จะให้พวกเราทำเช่นไรเ้าคะ" เจียงซูหนิงนั่งเท่าคางสวยๆ ของนางพร้อมกับส่งยิ้มหวานจ้องมองบุรุษตรงหน้า วันนี้นางคงแกล้งเขามากเกินไปจนสายตานั้นมองนางแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ
"ไปจวนข้า! "
ได้ยินเช่นนั้นองค์ชายซีห่าวก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ขนาดนี้แล้วยังปากแข็งว่าไม่สนใจนาง แม้แต่โอกาสให้นางใกล้ชิดพระองค์เฟยหลงยังไม่เปิดโอกาสนั้นเลย
แม้จะถูกใจเพียงใดก็ไม่อาจแย่งชิงกับพระญาติตนเองได้ และยิ่งเป็เฟยหลงต่อให้เป็สตรีนางใดหากปักใจแล้วก็ไม่คิดจะปล่อยมือแน่นอน หากจะลงสนามแข่งกันจริงก็ไม่แน่ว่าผู้ใดจะชนะ แต่ที่แน่ๆ ใจของนางเอนเอียงไปฝ่ายใดมากกว่า
เจียงซูหนิงวางแผนให้ถิงถิงไปแจ้งจวนกั๋วกงว่านางจะไม่กลับจวน วางแผนเอาไว้เสียดิบดีแต่ผู้ที่นางดึงมาอยู่ในแผนการกลับนั่งนิ่งไม่ขยับหรือเอ่ยสิ่งใดออกมาั้แ่นางขึ้นรถม้ามาด้วยกัน
"ในรถม้าของท่านพี่นี้กว้างใหญ่เสียจริง หากจะนอนที่นี่ยังได้เลยนะท่านพี่ว่าเช่นนั้นไหม"
เงียบ...
"หรือว่าจะทำเลย ท่านพี่ว่าหากข้าทำเสียงอะไรออกไปด้านนอกคนพวกนั้นจะได้ยินหรือไม่"
ครานี้สายตาคมดุก็ตวัดจ้องมาที่นางทันทีด้วยความไม่พอใจ นางไร้ยางอายยิ่งนักหรือตลอดมานางใช้วิธีเช่นนี้ล่อลวงบุรุษอื่นด้วย หากเป็เช่นนั้นนางก็คงไม่ได้สมหวังดั่งที่คิด
เงียบ...
"อ๊ะ! ท่านพี่"
"อ๊ะ! อื้ออ"
ไม่ทันที่นางจะทำเสียงที่แม้แต่นางยังละอายใจเลยออกไปอีกครั้ง มือหนาก็ดึงนางมาใกล้แล้วปิดปากปากนางเอาไว้ด้วยมือของเขาไม่ให้นางเปล่งเสียงน่าละอายเช่นนี้ออกมาอีก
"เ้า... เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ"
เฟยหลงมองไปยังองครักษ์ด้านนอกที่เหมือนจะได้ยินเสียงที่นางจงใจทำให้เขาอับอาย เขาไม่สนใจร่างเล็กที่ดิ้นรนหนีอยู่ในอ้อมแขน ขอเพียงแค่นางไม่เปล่งเสียงนั้นออกมาอีกก็พอ
อื้ออ
เจียงซูหนิงทั้งโมโหทั้งอยากกัดมือเขาให้ขาด แทนที่จะทำอย่างอื่นกลับใช้มือปิดปากนางจนแน่นทำให้นางไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้จนกระทั่งมาถึงจวนโหว
"ห้ามสร้างเื่ให้ข้าอีก ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเ้าโยนออกนอกจวน แล้วอีกอย่างหยุดเรียกข้าว่าท่านพี่"
"เหอะ! "
นางจะทำเช่นไรได้ในเมื่อเขาข่มขู่นางเช่นนี้ แต่นางจะไม่หยุดเพียงเท่านี้หรอก คอยดูนางจะทำให้เฟยหลงตกเป็ของนางให้ได้ก่อนที่เขาจะคิดเป็อื่นไปจากนาง
เฟยหลงใช้พื้นที่ด้านข้างที่ทำเป็สวนดอกไม้และศาลากลางบึงรอบๆ รายล้อมไปด้วยดอกบัวที่บานสะพรั่งและหอมสดชื่นทำให้มองแล้วรู้สึกเย็นสบายใจและสงบ
คนที่ยืนทอดมองอยู่อดยิ้มออกมาไม่ได้ ที่แห่งนี้ตกแต่งเหมือนกับสวนที่จวนของนาง เพราะนางเคยเป็คนร้องขอให้เขาทำอย่างที่นางชอบ และเขาก็เคยตามใจนางและทำทุกอย่างที่นาง้า
"ไม่น่าเชื่อนะว่าเ้านั่นจะกล้าเปิดสวนแห่งนี้ให้เราได้ชมกัน เ้านี่มีวาสนาดียิ่งนักปกติข้าจะขอเข้าไปดื่มน้ำชานิดเดียวยังไม่ได้" องค์ชายซีห่าวจ้องมองภาพสวยงามตรงหน้ารวมถึงสตรีที่ยืนชมความงามอยู่
ช่างเป็ภาพที่งดงามยิ่งนัก...
"คงเพราะเป็ที่ของคนสำคัญมั้งเพคะ องค์ชายเองก็มีวาสนาเช่นกันนะเพคะ" เจียงซูหนิงอดยิ้มไม่ได้ ในอดีตพระองค์ก็เป็เช่นนี้ดีกับนางและอบอุ่น แต่ไม่ใช่คนที่นางรักเท่านั้น
"ข้าไม่เคยรู้สึกสบายใจเช่นนี้เลย ั้แ่พบเ้าข้าก็..."
"องค์ชายไม่คิดว่าจะได้เจอพระองค์ที่นี่"
ไม่ทันที่องค์ชายซีห่าวจะเอ่ยความในใจที่อัดแน่นออกมาเมื่อตลอดทางได้ใคร่ครวญดูแล้วว่าจะลองดูสักครา เสียงขอจื่อหานก็ดังขัดขึ้นก่อนทำให้เจียงซูหนิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่รู้ว่าเ้าของจวนหายไปที่ใดั้แ่ลงรถม้าก็หายไปเลยจนนางจะต้องมายืนอึดอัดเช่นนี้อยู่ น่าโมโหนัก!
"ข้าก็ออกมาเที่ยวเล่น พวกเ้าไม่เข้าไปหาข้าในวังหลวงข้าจะทำเช่นไรได้"
องค์ชายซีห่าวหัวเราะอย่างเหนื่อยใจ อุตส่าห์ฉวยโอกาสที่เฟยหลงไม่อยู่จะแย่งชิงนางมาโดยเร็วที่สุด คิดว่าคงจะไม่มีโอกาสดีๆ เช่นนี้อีก
"ดีๆ อ่าววันนี้คุณหนูใหญ่เจียงก็อยู่ด้วย ข้านำสุราดอกท้อที่หมักเกือบร้อยปีมาด้วยหากคุณหนูเจียงไม่คออ่อนก็ร่วมดื่มกับพวกเราได้นะขอรับ"จื่อหานมองดูคุณหนูใหญ่เจียงที่งดงามอย่างนึกสนุก
หากเมื่อครู่เขามาไม่ทันเฟยหลงคงได้มีคู่แข่งที่ทรงอำนาจเพิ่มอีกคน หากเป็เช่นนั้นเฟยหลงก็อาจจะหนีหัวใจตนเองไปอีก เห็นสหายรักเป็เช่นนั้นมีหรือที่จื่อหานผู้นี้จะยอมให้เกิดวาสนารักได้
วันหน้าเ้าก้อนน้ำแข็งนั่นต้องขอบในข้าแน่ๆ
หลังทุกคนเข้าไปนั่งในศาลาเ้าของจวนผู้ที่แอบฟังอยู่นานก็เดินออกมาจะที่ซ่อนตัว สายตาที่เ็ปมองไปยังศาลากลางสระบัวที่ที่มีความทรงจำมากมายและเวลานี้เ้าของตัวจริงก็เข้าไปนั่งอยู่ภายในนั้น อีกครั้ง...
"หากเ้าเลือกข้า... เพียงแค่เ้า้าข้า... หนิงหนิงเ้าคิดสิ่งใดอยู่ตอนนี้ข้าอยากรู้จริงๆ "
แม้เจียงซูหนิงจะเป็สตรีผู้เดียวในศาลากลางบึงแห่งนี้แต่นางก็ไม่คิดว่ามันไม่เหมาะสมและเอียงอายดั่งเช่นสตรีนางอื่น สถานที่ที่คุ้นเคยพร้อมกับผู้คนในอดีตที่คุ้นตาช่างเป็สิ่งที่หาดูยากนักที่จะนั่งร่ำสุราร่วมกันโดยที่ไม่มีเื่บาดหมางใจกัน
เฟยหลงยังคงเป็ผู้ที่พูดน้อยและเป็ผู้ฟังที่ดีกับผู้อื่น จะมีก็แต่เวลาที่เจียงซูหนิงเอ่ยปากพูดจะถูกคนตาคมดุสั่งให้นางหุบปากทางสายตาตลอดเวลา
"คุณชายหาน สุราร้อยปีของท่านดียิ่งนัก ดื่มแล้วตาข้าลายไปหมด" ร่างที่โอนเอนไปมาเอ่ยเช่นนั้นแต่ก็ยังไม่หยุดที่จะยกจอกสุราขึ้นดื่ม
"สตรีเช่นเ้าจะออกเรือนไปกับผู้ใดได้เนี่ย มาดื่มสุรากับบุรุษได้เช่นนี้กล้าหาญยิ่งนัก" จื่อหานยิ้มพอใจในความเปิดเผยและไม่เหมือนสตรีนางใดในเมืองหลวงนี้ของนาง
เจียงซูหนิงไม่มีความเอียงอายหรือท่าทางส่งสายตาให้คุณชายสูงศักดิ์ที่ติดอันดับในสี่ของเมืองที่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งสามคนเลยสักนิด แม้นางจะเมามาย แต่ผู้เดียวที่นางส่งสายตาให้คือบุรุษที่นั่งใบหน้าเข้มขรึมอยู่ข้างกายนางไม่ห่าง
คล้ายจะดุดันแต่ก็โอนอ่อนตามใจนางทุกอย่างสินะ...
"ข้าคงต้องกลับวังหลวงแล้ว เสียดายยิ่งนักที่ข้าอยู่ดื่มกับคุณหนูไม่ได้ วังหลวงก็เป็เช่นนี้" องค์ชายบอกด้วยใบหน้าผิดหวังและน่าเสียดายยิ่งนักเมื่อองครักษ์เข้ามารายงานถึงราชกิจที่ต้องกลับไปทำ
"หม่อมฉันรู้ดี พระองค์กลับไปเถอะ อ๋อ! แล้วอย่าชอบนั่งเครียดอยู่เพียงลำพังในตำหนักต้องออกมาสูดอากาศด้านนอกตำหนักที่ข้างๆ เป็สวนเบญจมาศแล้วก็มีบ่อปลาที่ท่านชอบด้วย อย่าเก็ยเื่ทุกข์ใจไว้แต่เพียงผู้เดียว พระองค์ยังมีข้า...ไม่สิมีอาเฟยของข้าอยู่" เพราะความเมาทำให้เจียงซูหนิงเอ่ยถึงสถานที่ชาติที่แล้วนางได้มีโอกาสได้เข้าไปอยู่
"เ้ารู้! " ผู้สูงศักดิ์เอ่ยอย่างตกตะลึงเพราะเื่นี้หากไม่ใช่คนสนิทไม่มีทางรู้เื่ในตำหนักของพระองค์แน่นอน
"รู้สิ รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพระองค์..."
คำตอบของนางทำให้ผู้สูงศักดิ์ที่คิดว่าหมดหนทางดึงตัวนางมาแล้วหัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสตรีนางใด แม้ตลอดการนั่งร่ำสุราจะมีผู้ที่นางสนใจคอยดูแลไม่ห่างแต่พอนางสนใจ มีหรือพระองค์จะไม่ลองดูสักครา
"เจียงซูหนิง! "
เสียงเรียกนางดังลั่นทำให้เจียงซูหนิงสะดุ้งโหยง สายตาหวานเยิ้มของคนเมาจ้องมองคนที่ตะคอกนางอีกแล้วอย่างไม่พอใจ นอกจากจะไม่เอ่ยสิ่งใดกับนางพอเอ่ยออกมาก็เป็คำด่าตะคอกใส่เช่นนี้
"อาหลง! ตะคอกข้าอีกแล้วนะ! " คนเมาไม่ยอมอ่อนข้อให้ ทำให้เฟยหลงถอนหายใจออกมาอย่างระอา มือหนาโอบเอวเล็กคอดเอาไว้เพื่อพยุงนางด้วยความเป็ห่วงต่างจากสายตาที่จ้องมองมาที่นางด้วยความไม่พอใจ