แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านเต็นท์บางๆ ขับไล่ความหนาวเย็นจากราตรีอันยาวนานเสียงนกกลางป่าร้องระงมเหมือนพยายามกลบเสียงลือเสียงเล่าอันเย็นเยียบที่ปกคลุมแคมป์ขุดค้น
มธุรสลืมตาตื่นขึ้นพร้อมเหงื่อเย็นไหลอาบขมับเธอฝันถึงหญิงสาวในชุดเ้าหญิงผมยาวถึงข้อเท้า ผู้มีใบหน้าเปื้อนน้ำตาแต่สายตากลับเต็มไปด้วยไฟแค้น เสียงสะอื้นแ่เบาแต่แฝงความโกรธเกรี้ยวลอยมากับสายลมในห้วงนิมิต
"เ้าคือสายเืข้า...ปานแดงคือพันธะ... ช่วยข้าพ้นคำสาป..."
อากาศในเต็นท์ที่ควรจะเย็นกลับอบอ้าวแปลกประหลาด เธอดึงแขนเสื้อขึ้นและชะงักไปทันที
มี "ปานแดง" รูปร่างคล้ายวงกลมล้อมด้วยเส้นเปลวเพลิงปรากฏบนต้นแขนซ้ายของเธอ
“ไม่จริง…”เธอพึมพำ ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
???? ภายในแคมป์ – บรรยากาศอึมครึม
อากาศยามเช้าชื้นเย็นแต่ความรู้สึกในแคมป์ขุดค้นกลับเย็นะเืในอีกความหมายหนึ่ง ทุกคนต่างกระซิบกระซาบบ้างก็เหลือบมองมธุรสอย่างหวาดระแวง บ้างแกล้งทำไม่เห็น
คัมภีร์เดินมาหาเธอพร้อมแววตาเป็ห่วง
คัมภีร์: “เมื่อคืน...รสนอนหลับบ้างไหม? รสยังโอเคอยู่หรือเปล่า?”
มธุรส: (ฝืนยิ้ม) “ไม่ค่อยค่ะ...ยังมีภาพแปลก ๆวนอยู่ในหัวตลอดคืนเลย”
คัมภีร์: “ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ เราควรแจ้งอาจารย์นะพักงานไว้ก่อนก็ได้...”
มธุรสส่ายหน้าเบาๆ
มธุรส: “ไม่ค่ะ...หนูอยากรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...”
คัมภีร์ยิ้มบาง ๆ ให้ เธอพยายามฝืนยิ้มตอบแม้จะฝืนเหลือเกิน
มธุรสเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาพวกเขาหลบสายตาหรือกระซิบกระซาบลับหลังเธอ
“เขาว่าเธอเห็นิญญา…”
“เมื่อคืนหน้าคนร้ายเหี่ยวเหมือนโดนของจริงๆนะ…”
“แล้วทำไมเธอถึงรอด…”
“เธออยู่คนเดียวกับศพคืนนั้น...”
“ใครจะไปรอดจากโจรสองคนนั้นได้โดยไม่มีรอยขีดข่วน?”
“ได้ยินว่าเธอตาค้างแดงเหมือนผีเลยนะ…”
มธุรสพยายามไม่สนใจเธอเดินตรงไปยังเต็นท์บัญชาการที่ซึ่งดร.ชำนาญและคัมภีร์กำลังอ่านรายงานการขุดค้นรอบใหม่
???? หลุมฝังศพกับไหหินลับ
บ่ายวันนั้นดร.ชำนาญนำทีมนักศึกษาสำรวจต่อในแนวทิศตะวันตกตามแผน จุดที่พบเศษกระเบื้องแปลก ๆกระจัดกระจาย
คัมภีร์: “อาจารย์ครับ...ผมว่าตรงนี้มีโพรงอยู่ใต้พื้นนะครับเสียงมันกลวง ๆ”
พวกเขาเริ่มขุดลึกลงไปเรื่อยๆ จนพบวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายไหเหล้า แบบเดียวกับที่พบในทุ่งไหหินเชียงขวาง สปป.ลาว
ดร.ชำนาญ: (ตื่นเต้น) “นี่มัน...ไหหินโบราณ! ระวังให้ดีอย่าให้ฝาแตก!”
เมื่อเปิดฝาออกกลิ่นกำยานแห้งโชยออกมาทันที
ภายในนั้นมีโครงกระดูกของหญิงสาวนอนสงบนิ่งในท่าขดตัวเสื้อผ้าเนื้อดีแม้จะผุพังไปแล้ว แต่ยังเห็นเค้าโครงความงดงามได้
ร่างยังคงสวมเครื่องประดับบางส่วนเช่น สร้อยคอหินลูกปัดด้านข้างมี สมุดบันทึกโบราณ เขียนด้วยอักษรแปลกตา
นิ้วมือเรียวยาวของโครงกระดูกสวมแหวนทองฝังทับทิมแสงแดดตกกระทบแหวนแล้วสะท้อนเข้าตามธุรสทันที
หล่อนจ้องไปที่แหวน...ดวงตาเธอพร่ามัวไปชั่วขณะ
เธอชะงักร่างกายสั่นวูบไปทั้งตัว
เสียงกระซิบจากในหัวดังขึ้นอีกครั้ง...
“แหวน...เื...คืนพลังให้ข้า...!”
เธอหน้าซีดถอยหลังหนึ่งก้าว
แต่ในใจกลับมีเสียงหนึ่งกระซิบ
"เปิดไหข้า...ปลุกข้า...ปลดปล่อยคำสาป..."
หญิงสาวเซจนคัมภีร์ต้องคว้าแขนไว้
คัมภีร์: “รส! เป็อะไรไป?”
มธุรส: (หลับตาแน่น) “ในไหนั้น...เธอยังไม่ไปไหน...”
???? สมุดจารึกและความลับของสายเื
เช้าวันถัดมาดร.ชำนาญวิเคราะห์ “สมุดจารึก” ที่พบในไห
“นี่ไม่ใช่อักษรขอมหรือบาลี... แต่มีโครงสร้างภาษาคล้ายกับรหัสโบราณสมัยยุคแรก ๆของอาณาจักรศิขเรศวร…”
มธุรสนั่งอยู่ใกล้ๆ พอเธอมองข้อความบนหน้ากระดาษ กลับ "เข้าใจ" อย่างประหลาด
มธุรส (ใ):“พ่อคะ…หนูอ่านได้…เหมือน...มันพูดในหัวหนูเอง…”
ดร.ชำนาญกับคัมภีร์หันมามองเธออย่างใ
???? ความจริงที่เริ่มเผย และแผนการร้ายที่คืบคลาน
ด้านนอกแคมป์เสี่ยโตกับต้องตากำลังพูดคุยกันอย่างลับ ๆ
ต้องตา: “พี่โต...ในไหนั้นมีแหวนทองฝังทับทิมด้วยของแท้แน่นอน หนูเห็นกับตา”
เสี่ยโต: “ไหหินนั่นน่ะ...มีราคามากกว่าวัตถุไหน ๆที่เคยได้มา ถ้าแกขโมยแหวนทองบนศพมาได้ล่ะก็...เราจะรวย! ของโบราณระดับนั้นส่งออกไปตลาดมืดได้ราคาหลักแสน แต่อย่าให้ใครรู้”
ต้องตา: (กัดฟัน)“แต่ยัยมธุรสนั่นอยู่ติดกับทีมสำรวจตลอด!”
เสี่ยโต: “ก็แค่จัดฉาก...ล่อให้เธอหายไปจากแคมป์สักคืน...หรือสองคืน…”
???? วางกล้อง-วางแผน
ในเต็นท์พักของต้องตา
ต้องตา:“คืนนี้ฉันจะให้พี่โตแอบเข้าไปขโมยแหวนจากศพนั่น...”
เพื่อนในค่าย(หญิงอีกคน): “ยัยนั่น...ยิ่งอยู่นานคนยิ่งเชื่อว่าเป็ร่างสาง...ฉันไม่อยากนอนแคมป์เดียวกับเธอแล้วนะ”
ต้องตาวางแผนล่อมธุรสออกจากไหศพชั่วคราวพร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดเล็ก ๆ เพื่อจับภาพขณะเธอละเมอ
???? คำสาปเริ่มทำงาน
คืนนั้นฟ้าครึ้ม เมฆดำเคลื่อนตัวบดบังดวงจันทร์ แสงจากโคมไฟแกว่งไกวไร้ทิศทาง เสียงนาฬิกากลางป่าดังขึ้นเองทั้งที่ไม่มีใครตั้ง
สายลมแรงจัดกระโจมเต็นท์ปลิวระเนระนาด
มธุรสลุกขึ้นกลางดึกเธอเดินเหมือนถูกสะกดไปยังหลุมไหหินโดยไม่รู้ตัว
ริมไหมี"แหวนทองฝังทับทิม" วางอยู่นอกฝาไห เสมือนรอให้ใครหยิบขึ้นมา
ร่างเธอขยับเองราวกับมีบางสิ่งควบคุม
นิ้วของเธอสวมแหวนโดยไม่รู้ตัว...
มือของเธอสั่นเมื่อแตะต้องแหวนนั้น
ทันใดนั้น…
เสียงลมหวีดหวิวดังก้องจากรอบทิศใบไม้ร่วงกราว ฝาไหหินสั่นะเื
เสียงหวีดกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้นในหัวพร้อมแสงวาบสีแดงจากใจกลางแหวน
ดินรอบไหสั่นะเืเล็กน้อย
แล้ว...เงาดำของหญิงสาวในชุดโบราณลอยอยู่ปลายสายตา
เ้าหญิงในฝันยื่นมือมาตรงหน้า
“ข้ารอเ้า...เ้าคือสายเืของข้า
...ปลุกข้าให้ตื่น...โลกต้องชดใช้...!”
“สวมแหวนนี้...เ้าจะเข้าใจทุกสิ่ง
...ผู้มีปานแดงเท่านั้นที่จะเปิดทางสู่การล้างแค้น...”
"เืข้า...เ้าคือผู้สืบเชื้อข้า...
เราจะตื่น...และให้โลกจดจำอีกครั้ง"
“เืแรก...จะหลั่งในไม่ช้า
และเมื่อเืสุดท้ายหยดลงผืนดิน...
ข้าจะกลับมา...ในร่างมนุษย์...”
ทันใดนั้นแสงแดงวาบขึ้นรอบตัวเธอ ลมหมุนแรงสุดขีด ฝุ่นทรายหมุนขึ้นเป็รูปงูั์
โครงกระดูกในไหสั่นไหวเบาๆ
เสียงหญิงสาวดังก้องในลม
“เ้าทำพันธะเืเสร็จสิ้นแล้ว...ข้าจะเริ่มต้นอีกครั้ง...”
เช้าวันถัดมา
แหวนทองหายไปจากไหหิน
มธุรสตื่นขึ้นมาบนเตียงโดยไม่รู้ตัว...แต่พบว่า แหวนอยู่ในมือเธอแล้ว
เธอเงยหน้ามองกระจก...ดวงตาแดงวาบเพียงชั่วขณะก่อนจะกลายเป็ปกติ
เสียงกระซิบของเ้าหญิงจากพันปีก่อนดังมาอีกครั้ง…
“ร่างของข้า...กำลังฟื้นคืนชีพ
และเ้าจะเป็ผู้ชี้ทางให้ข้า...!”
คัมภีร์พบว่าแหวนหายจากไห
มธุรสเดินมาเงียบๆ หน้าซีด มือแอบซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อ
คัมภีร์: “มีคนขโมยแหวนไปเมื่อคืนแน่ ๆ”
ดร.ชำนาญ: “เื่นี้เราต้องแจ้งตำรวจ ห้ามใครแตะของในไหโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด!”
มธุรสเหลียวมองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มเคลือบแคลงกันเอง ชาวบ้านเริ่มไม่พอใจที่ขุดไหศพโบราณ
ชาวบ้านคนหนึ่ง: “อย่าขุดอีกเลย...มันเป็หลุมคำสาป…สางจะเอาคืนทุกคน...!”
???? ความฝันที่ชัดเจนขึ้น
คืนนั้นมธุรสฝันอีกครั้ง คราวนี้เธอเห็นราชวังโบราณสูงใหญ่ เ้าหญิงในชุดสีทอง —ใบหน้าเหมือนหญิงในไหหิน — เดินสวนทางผู้คนที่หมอบคลาน
“ข้าชื่ออัญญาวดี...” เสียงนางเอ่ย “ข้าคือสายเืแห่งศิขเรศวร...ข้าโดนหักหลังโดยผู้รับใช้... ทาสที่ข้าเคยเลี้ยงดู... จับข้าฝังทั้งเป็...ด้วยสัตว์พิษและคำสาปโลหิต”
ภาพเปลี่ยนเป็หลุมศพดินถมลงพร้อมเสียงกรีดร้อง
“ผู้มีปานแดง...จงปลุกข้าด้วยแหวนเื...”
???? ความกลัวและข้อสงสัย
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งค่ายแตกตื่น
แหวนหาย
มธุรสจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
กล้องวงจรปิด"พังเฉพาะ่คืนนั้น"
แต่บางคนเห็น...มีเงาผู้หญิงผมยาวเดินตามเธอออกมาจากป่า...
ชาวบ้านผู้เฒ่าคนหนึ่งมาเตือน:
“ขุดตรงนั้นต่อไปมีแต่ตาย... นั่นไม่ใช่แค่เ้าหญิง...นั่นคือ อัญญาวดีผู้ไม่ยอมตาย...!”
กลางคืนวันเดียวกัน
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้งจากแนวป่า
สัตว์เลี้ยงของทีมสำรวจหอนพร้อมกัน
คัมภีร์พบ "ตุ๊กตาหญ้าถัก"วางหน้าห้องพักมธุรส
บนผนังหินหน้าหลุม มีคำว่า
“เืแรกจักหลั่ง...
ความแค้นจักเริ่ม...
สางศิขเรศวร...จักตื่นอีกครา…”
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากช่างมาซ่อมกล้องวงจรปิดหน้าไห…
ดร.ชำนาญ “ เป็ยังไงบ้างล่ะช่าง กล้องวงจรปิด กู้ภาพคืนมาได้หรือยัง””
ช่าง “ได้แล้วครับ แต่พบว่าจับภาพได้เพียงเงา ผู้หญิงในชุดเ้าหญิง
เดินผ่านกล้อง — ไม่ใช่มธุรส
และไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย…”
ดร.ชำนาญ “......”
นักโบราณคดีหน้าซีดตัวสั่นขณะเห็นคลิปเป็ภาพของเ้าหญิงกำลังหันมายิ้มให้กล้อง
???? จบตอนที่ 2: ปานแดงและสายเืต้องห้าม
(แต่งจบตอนวันที่8 ส.ค. 68 )
โปรดติดตามตอนต่อไปในตอนที่3: ดินแดนต้องห้ามและบทบันทึกเื