บทที่ 16 เ้าเสืออ้วน เ้าเหมียวอ้วน
“นายหญิง ในที่สุดก็กลับมาแล้ว”
เสิ่นจืออินรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอจึงยื่นของขวัญที่บ้านตระกูลกู้ให้มา ยัดใส่มือพ่อบ้านไปอันหนึ่ง
“นี่สำหรับคุณค่ะ”
ถึงยังไง เธอก็เป็คนหนีบอดี้การ์ดออกมาเอง
แต่ครั้งหน้าเธอก็จะทำอีก
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ฉันเก่งมาก”
แม้แต่ผีก็ยังสู้เธอไม่ได้ เธอน่ะดุจะตาย
หลังจากปลอบพ่อบ้านไปสองสามประโยค เสิ่นจืออินก็สะพายกระเป๋าขึ้นไปชั้นบน เมื่อกลับถึงห้อง เธอก็รีบเทเงินออกมา
แล้วถ่ายรูปกองเงินส่งให้ท่านอาจารย์ของเธอ
เสิ่นจืออิน [รูปภาพ]
เสิ่นจืออิน [เงินทองไหลมาเทมา ดูเงินที่หนูหามาได้สิ!]
นักพรตชิงผิน [เด็กบ้า ไปปล้นใครมา ได้เงินมาเยอะขนาดนี้]
นักพรตผู้ยากไร้รู้สึกอิจฉาจริง ๆ เขาเป็คนจนมาตลอดชีวิต ทำงานเท่าไหร่ก็เสียเงินเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงต้องเอาเงินที่หามาได้ไปบริจาคทุกครั้ง
แม้แต่บ้านก็ยังเป็เพียงศาลเ้าเล็ก ๆ บนเขา ส่วนบ้านหลังอื่น ๆ ที่เป็ชื่อของเขา ไม่โดนไฟไหม้ก็พังทลายลงมา
น่าสมเพชจริง ๆ
เสิ่นจืออิน [หนูหามาได้ด้วยความสามารถ ท่านนั่นแหละที่อิจฉาหนู]
นักพรตชิงผิน [รีบไปซื้อบ้านให้มันเร็ว ๆ สิ อาจารย์จะได้ไปอยู่ด้วย]
เสิ่นจืออินทำเสียงฮึดฮัด คนอื่นเขาเกาะพ่อแม่กิน แต่อาจารย์คนนี้ดันมาเกาะลูกศิษย์กิน หน้าไม่อายจริง ๆ
น่าสงสาร ตอนเธออายุแค่ขวบเดียว เธอต้องขายหน้าตาหาเงินค่าขนม พออายุสามขวบก็ต้องทำงานหาเงินซื้อบ้าน แม้แต่แรงงานเด็กยังไม่โดนกดขี่ขนาดนี้เลย!
เสิ่นจืออินตัดสินใจเปลี่ยนเื่คุย เื่บ้านยังอีกไกล ที่นี่บ้านช่องราคาแพงเหลือเกิน
เสิ่นจื่ออิน [ท่านอาจารย์คะ แล้วเ้าเหมียวอ้วนของหนูจะมาถึงเมื่อไหร่คะ หนูคิดถึงมันแล้ว]
นักพรตชิงผิน [เร็ว ๆ นี้แหละ พรุ่งนี้ก็น่าจะถึงแล้ว]
เพราะสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเธอใกล้จะมาถึงแล้ว วันนี้เสิ่นจืออินจึงไม่ได้ไปไหน เลือกที่จะอยู่ฝึกปรุงยาที่บ้านอย่างว่าง่าย
เตาสัมฤทธิ์ใบเล็กในมือของเธอ ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าในพริบตา เมื่อได้รับพลังิญญาที่ถูกหล่อเลี้ยงเข้าไป
เสิ่นจืออินร่ายมุทรา เพลิงสีส้มแดงพลันลุกโชนขึ้นใต้เตาหลอมอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น เธอก็ค่อย ๆ ใส่สมุนไพรที่เตรียมไว้แล้วลงไปทีละอย่างอย่างใจเย็น
หากเป็คนอื่นที่มีพลังปราณระดับสอง โอกาสประสบความสำเร็จในการปรุงยานั้นแทบจะเป็ศูนย์
แต่เสิ่นจืออินมีประสบการณ์จากชาติที่แล้ว ยาเม็ดระดับต่ำจึงสำเร็จได้ในการลองครั้งเดียว
เพียงแต่หลังจากปรุงยาเสร็จ พลังิญญาของเธอก็หมดลงเช่นกัน
เธอเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก ก่อนจะรีบลุกขึ้นวิ่งไปที่เตาหลอม ยืนเขย่งปลายเท้ามองเข้าไปข้างใน
“หนึ่ง... สอง...”
ทั้งหมดห้าเม็ด จากสิบสองเม็ดเต็ม เธอถอยหลังไปไกลถึงขนาดความสำเร็จลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
เธอหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะบรรจุยาเม็ดกลม ๆ ห้าเม็ดลงในขวดเซรามิกเล็ก ๆ กากยาที่เหลืออยู่ก็ไม่อาจทิ้งไปได้
แม้พลังิญญาของเธอจะไม่เพียงพอที่จะกลั่นกากยาที่เหลือให้เป็ยาเม็ดได้ แต่เธอก็ยังสามารถปั้นมันให้เป็ยาเม็ดได้ด้วยมือ
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างยาทั้งสองแบบ คือกากยายังมีสิ่งเจือปนอยู่มาก และประสิทธิภาพก็ไม่ดีเท่ายาเม็ด
แต่เมื่อเทียบกับยาทั่วไปแล้ว ยานี้ยังคงให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ รวมถึงการดื้อยาด้วย
ในขณะที่เสิ่นจืออินกำลังนั่งไขว่ห้างปั้นยาเม็ดอยู่ ‘พัสดุ’ ของเธอก็มาถึง
“คุณเสิ่น นี่คือพัสดุของคุณ กรุณาเซ็นรับด้วยครับ”
ของถูกส่งมาด้วยเฮลิคอปเตอร์โดยตรง ทั้งพ่อบ้านและบอดี้การ์ดของตระกูลเสิ่นต่างพากันแตกตื่น
เพราะ ‘พัสดุ’ นั้นใหญ่โตมาก
เสิ่นจืออินเขียนชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว
“นายหญิง...นี่มันอะไรกันครับ?”
ทำไมเขารู้สึกเหมือนมีอะไรขยับอยู่ข้างใน?
เสิ่นจืออินปลอบเขา “คุณลุงอย่ากลัวสิ นี่คือสัตว์เลี้ยงของฉันชื่อ ‘ต้ามี’ มันตัวใหญ่ไปหน่อย กินเยอะไปหน่อย แต่จริง ๆ แล้วนิสัยดี”
พ่อบ้าน “…”
บ้านไหนจะใช้กรงขนาดนี้ใส่สัตว์เลี้ยงกัน รู้สึกไม่ดีเลย
ในไม่ช้าความรู้สึกไม่ดีของเขาก็เป็จริง
เมื่อม่านรอบกรงถูกเปิดออก พ่อบ้านและบอดี้การ์ดรอบ ๆ ต่างร้องอุทานด้วยความใ
ในกรงนั้นมีเสืออยู่ตัวหนึ่ง
“เฮ้ย! อ้วนชะมัด!”
“นี่มันลูกบอลอะไรกันเนี่ย ใหญ่จัง!”
พ่อบ้านรู้สึกตากระตุก เขาจ้องมองลวดลายบนหน้าผากของเสือตัวนั้น จึงแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้จำผิด
“นายหญิงครับ จับเสือมันผิดกฎหมายนะครับ”
นี่มันจะเรียกว่าสัตว์เลี้ยงได้ยังไง นี่มันเสือติดคุกชัด ๆ!
นายหญิงตัวน้อยวัยสามขวบของพวกเขานี่ช่างใจกล้าอะไรเช่นนี้
แต่เสือตัวนี้มันอ้วนจริง ๆ มองจากด้านหลังเหมือนพรมหนังเสือเลย
“อ๊าาา”
ทันทีที่เสือเห็นเสิ่นจืออิน มันก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที มันพุ่งเข้าใส่กรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
เสิ่นจืออินวิ่งเข้าไปหาเสือ ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของพ่อบ้านและคนอื่น ๆ มือเล็ก ๆ ของเธอที่ไม่พอแม้แต่จะอุดช่องว่างระหว่างซอกฟันของเสือตัวนั้นก็วางลงบนหัวของมัน
“ฉันมีใบอนุญาตเลี้ยงสัตว์ค่ะ ฉันเลี้ยงต้ามีมาั้แ่ตัวเท่านี้เอง”
พูดถึงเื่นี้ เสิ่นจืออินก็ใจหาย เธอยังเด็กมาก วิ่งก็ยังไม่เป็ พูดก็ยังไม่คล่อง แต่เธอไม่เพียงต้องหาเงินค่าขนมให้ตัวเอง แต่ยังต้องหาให้ต้ามีด้วย
ถ้าหวังพึ่งท่านอาจารย์ที่ยากจนของเธอ คงได้อดตายกันพอดี
“ก่อนหน้านี้ฉันเคยถามหลานชายแล้ว เขาอนุญาตให้ฉันเลี้ยงมันนะ” เสิ่นจืออินมองไปที่พ่อบ้านด้วยสายตาเว้าวอน
เสือที่อยู่ด้านหลังเธอก็ทำตาละห้อยเช่นกัน ดวงตาของคนกับเสือช่างเหมือนกันอย่างกับแกะ
ไม่เสียแรงที่เธอเลี้ยงดูมา
ต้องบอกว่าเสือตัวนี้ นอกจากจะมีรูปร่างใหญ่โตแล้ว ที่จริง...มันอ้วนกลมเป็ลูกบอล ท่าทางของมันก็ดูซื่อ ๆ ไม่มีความน่าเกรงขามเอาเสียเลย
พ่อบ้านเป็คนใจกว้าง ด้านหลังคฤหาสน์ของตระกูลเสิ่นมีสนามหญ้ากว้างและป่า เขาจึงให้บอดี้การ์ดเข็นกรงไปวางไว้ทางนั้น
“นายหญิงต้องรับปากนะครับ ว่ามันจะไม่วิ่งไปที่สนามหน้าบ้าน”
“อืม ๆ ฉันรับปาก” เสิ่นจืออินพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับลูกไก่จิกข้าว
รอจนกระทั่งพ่อบ้านและบอดี้การ์ดถอยห่างออกไป เสิ่นจืออินจึงปล่อยให้ต้ามีออกมา
ทันทีที่ออกมาจากกรง ต้ามีก็รีบวิ่งมาคลอเคลียเสิ่นจืออินอย่างมีความสุขพร้อมกับส่ายหางไปมา มันนอนหมอบลง ใช้ขาอันใหญ่โตกอดเธอเอาไว้ พลางร้องครางหงิง ๆ
มันกำลังพร่ำบ่นกับเสิ่นจืออินว่า ตอนที่ถูกส่งมาที่นี่มันเมารถ กินอะไรไม่ค่อยได้ ผอมลงไปเยอะเลย
เสิ่นจืออินเหลือบมองไขมันทั้งตัวมัน
“ลดน้ำหนักพอดีเลย อีกหน่อยแกจะได้ไม่หอบแฮ่ก ๆ ตอนเดิน”
ต้ามีเกิดที่สวนสัตว์ ตอนนั้นเธอถูกท่านอาจารย์พาไปหางานหาเงินค่าขนมพอดี
เนื่องจากตอนที่ต้ามีเกิด มันคลอดลำบาก เกือบจะตายั้แ่อยู่ในท้องแม่ คุณหมอสัตว์ยังช่วยไม่ได้
หลังจากนั้น เสิ่นจืออินจึงอุ้มมันออกมา และใช้ยาเม็ดช่วยชีวิตมันไว้
ถึงท่านอาจารย์ของเธอจะจน แต่ก็ยังมีความสามารถและมีเส้นสายกับผู้มีอิทธิพลมากมาย
การใช้เส้นสายพวกนั้นเพื่อให้เธอได้ใบอนุญาตเลี้ยงต้ามีจึงไม่ใช่เื่ยาก
หลังจากที่ต้ามีบ่นเสร็จ มันก็ยื่นหางมาใส่มือของเสิ่นจืออิน
เธอก้มลงมองแล้วก็ต้องร้องออกมา
“เสี่ยวหลี ทำไมถึงตามมาได้ล่ะเนี่ย!”
“ฟู่~”
งูสีเขียวมรกตตัวเล็กเลื้อยตามหางของต้ามีอย่างเฉื่อยชา จนมาถึงแขนของเสิ่นจืออิน
มันเป็งูตัวเล็ก ๆ ที่ยังไม่โตเต็มวัย นิ้วของผู้ใหญ่ยังดูใหญ่กว่า น่ารักมาก
แต่ความจริงแล้วมันมีพิษร้ายแรง และยังเป็งูพิษสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน
ตอนนี้มันพันรอบแขนของเสิ่นจืออิน หัวชนหาง กลายเป็กำไลรูปงูที่สวยงาม และไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย
เสิ่นจืออิน “…”