เมื่อกลับมาที่บริเวณที่ตั้งศพ เธอจึงหันมาพูดกับองค์ชาย
“ที่หม่อมฉันพยายามรวบรวมหลักฐานหรือร่องรอยต่างๆ เพื่อจะพิสูจน์ประเด็นที่ว่าท่านเสนาบดีเสียชีวิต ‘ก่อน’ ที่จะโดนจ้วงแทงด้วยมีดสั้นเพคะ สำหรับพิษน่าจะพอหาทางพิสูจน์ได้ เพียงแต่หากพิษที่พวกมันใช้เป็พิษจากเป่ยซิ่งจริง ถึงเวลาที่ฝ่าาจะไปอธิบายแก้ต่างต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ สารพิษจากเป่ยซิ่งจะระเหยหายไปจากน้ำชานั่น จนเราไม่สามารถจะตรวจพบ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหาพยาน และหลักฐานหรือร่องรอยประกอบเพคะ”
แล้วหญิงสาวก็หันไปพูดกับท่านพ่อบ้าน
“ท่านพ่อบ้านคะ ไม่ทราบว่าตอนที่เกิดเื่ ใครเป็คนนำร่างท่านมาชำระล้าง และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับท่านคะ”
“เป็ข้าและท่านฮูหยิน เท่านั้นขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดีเลย ข้าต้องรบกวนขอให้ท่านพ่อบ้านช่วยเข้ามาฟัง และรับรู้ในสิ่งที่ข้ากำลังจะชี้ให้ดู และอธิบายด้วยนะคะ”
เมื่อพ่อบ้านเดินเข้ามาสมทบกับองค์ชายและลู่เจ๋อ จ้าวรั่วซีจึงเริ่มเดินนำ และมาหยุดอยู่ด้านข้างหนึ่งของโลง โดยมีไป๋หลงหลานเดินตาม ส่วนลู่เจ๋อกับท่านพ่อบ้านอยู่อีกด้านหนึ่ง หากก่อนจะเริ่ม หญิงสาวหันมาหาองค์ชายก่อนจะเอ่ยถาม
“ฝ่าาเคยเห็นศพทั่วไป ที่มิได้เสียชีวิตด้วยยาพิษมาบ้างใช่ไหมเพคะ”
“ใช่”
“ลองอธิบายให้หม่อมฉันหน่อยเพคะว่าศพที่ฝ่าาเคยเห็น มีลักษณะอย่างไร”
“อืม...ที่ชัดเจนที่สุดก็เห็นจะเป็ิัที่จะซีดไร้สีเื และถ้ามีพวกรอยฟกช้ำก็จะเห็นได้ชัดเป็สีเกือบดำ”
จ้าวรั่วซีจึงเลิกชายเสื้อด้านหนึ่งของศพขึ้นเพื่อให้เห็นเนื้อและผิว่แขนของศพ ซึ่งมีสีค่อนข้างแดง ผิดแผกไปจากผิวของศพทั่วไปที่ไม่ได้ตายด้วยยาพิษ
“นี่!” องค์ชายทรงหันมองหน้าหญิงสาวทันที
“เพคะ ผิวของผู้ตายมีสีค่อนข้างแดง ผิดแผกไปจากผิวของศพที่ตายด้วยสาเหตุอื่นซึ่งเป็คุณลักษณะ ที่ชัดเจนมากของการตายด้วยสมุนไพรที่มีพิษไซยาไนด์ เอ้ย...’ เป่ยซิ่ง’ เื่นี้ฝ่าาสามารถให้หมอที่เชี่ยวชาญเื่สมุนไพรมาช่วยยืนยันได้เพคะ”
“เพราะเช่นนี้ เ้าถึงต้องให้ท่านพ่อบ้านได้เห็น เพื่อที่จะได้เป็พยานจากทางฝ่ายตระกูลหยวนใช่หรือไม่”
หญิงสาวยิ้มตอบ ก่อนจะหันไปพูดกับท่านพ่อบ้าน “รายละเอียดที่เราคุยกันวันนี้ ต้องรบกวนให้ท่านพ่อบ้านนำความทั้งหมดไปเรียนให้ท่านฮูหยินได้รับทราบ โดยเฉพาะเื่ผิวที่มีสีแดง ผิดไปจากสภาพศพทั่วไปด้วยนะคะ เพราะเมื่อเกิดการสืบความ หากท่านฮูหยินและท่านพ่อบ้านต้องไปให้ปากคำ ท่านจะได้นำความเป็จริงไปพูดได้ถูกต้องค่ะ”
“แน่นอนขอรับ ข้าจะต้องทำทุกอย่างให้นายท่านได้รับความยุติธรรม” ปลายเสียงสั่นเครือ ด้วยความะเืใจ ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ทำให้ทุกคนวางใจได้ว่าท่านพ่อบ้านจะทำอย่างที่พูดแน่นอน
หญิงสาวหันกลับไปที่ร่างไร้ิญญา และโค้งคำนับผู้ตายอีกครั้งก่อนจะใช้นิ้วมือดึงเปลือกตาของเขาให้เปิดขึ้น ลู่เจ๋อจึงยื่นโคมไฟเข้าไปใกล้ เพื่อให้เห็นได้ชัดเจน
“อย่างที่สองนะเพคะ” หญิงสาวชี้ให้องค์ชายดูรูม่านตาที่ขยายกว้าง แล้วอธิบายว่า “ในกรณีที่ร่างกายได้รับพิษเป่ยซิ่ง จะเกิดภาวะ mydriasis...” หญิงสาวกำลังอยู่ในโหมดหมอนิติเวชจนลืมตัว
“อะไรนะ”
“ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันลืมตัว...เอ่อ...คือเมื่อได้รับพิษ รูม่านตาของผู้ตายมักจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากพิษไปกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง...” จ้าวรั่วซีใช้นิ้วเคาะที่ศีรษะตนเองเพื่อช่วยการอธิบายถึง ‘ประสาทส่วนกลาง’ “…การขยายของรูม่านตานี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะไซยาไนด์ เอ้ย... เป่ยซิ่ง ไปขัดขวางการหายใจในระดับเซลล์ ทำให้สมองได้รับผลกระทบและทำงานผิดปกติ ในเวลาอันสั้น ทำให้รูม่านตาขยายอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน แล้วสิ้นใจตายในทันทีก่อนร่างกายจะปรับได้ทัน รูม่านตาจึงขยายใหญ่ค้างไว้แบบนี้เพคะ” เธออธิบายไป พลางใช้มือและท่าทางประกอบไปด้วย
จ้าวรั่วซีเงยหน้าดูสีหน้าผู้ชายทั้งสามคนแล้ว ไม่มีใครเข้าใจแน่นอน เธอจึงลองอธิบายง่ายๆ อีกครั้งในแบบวิชาแพทย์แผนจีน...
”คือสรุปว่าพิษเป่ยซิ่งเข้าไปปิดกั้นลมปราณและเื ทำให้หัวใจไม่สั่งงาน ดวงตาเบิกกว้าง หายใจไม่ได้ และสิ้นลมในชั่วอึดใจ ดวงตาจึงเปิดกว้างค้างไว้เพราะไร้พลังจะหุบลงเพราะหัวใจไม่สั่งงานแล้ว...อืม...เปรียบเหมือนตะเกียงที่เมื่อน้ำมันหมด ไฟจึงดับทันที ถึงแม้จะมีไส้ตะเกียงอยู่ก็ตาม”
คราวนี้ไป๋หลงหลานพยักหน้าตาม “ข้าคิดว่าพอเข้าใจล่ะ”
“งั้นไปต่อนะเพคะ” เธอรอให้เขาพยักหน้า ก่อนจะพูดต่อ
“ขอให้ฝ่าา ท่านพ่อบ้าน และท่านลู่เจ๋อ ลองก้มไปใกล้ๆ ร่างท่านลุง แล้วลองดมกลิ่นที่ระเหยจากบริเวณปากและจมูกของท่านดูค่ะ...ทำได้ไหมคะ”
ก็ในเมื่อเธอเป็หญิงสาวบอบบางขนาดนี้ ยังทำให้ดูมาแล้วรอบหนึ่ง หากชายทั้งสามคนจะไม่ทำตาม เกรงว่าคงจะเสียหน้าไม่น้อยทีเดียว ไป๋หลงหลานเป็คนแรกที่ก้มพระพักตร์ลงไปแบบกล้าๆ กลัวๆ แล้วค่อยสูดดมตามจุดที่หญิงสาวบอก แล้วลู่เจ๋อค่อยทำตาม และตามด้วยท่านพ่อบ้าน
“เป็กลิ่นที่แปลกมาก เหมือนสมุนไพร หอมฉุนเล็กน้อย ผสมกลิ่นถั่วมันๆ แต่มีความขมฝาดติดจมูก” เป็ลู่เจ๋อที่ออกความเห็น ทุกคนที่เหลือล้วนพยักหน้ารับ เห็นด้วย
“ตอนที่ชำระร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นายท่าน ข้าก็ได้กลิ่นแบบนี้ กลิ่นแรงกว่านี้ด้วย ข้ายังสงสัยอยู่ว่ากลิ่นนี้มาจากที่ใด” พ่อบ้านตระกูลหยวนกล่าวยืนยัน
“เป็กลิ่นเฉพาะตัวของสมุนไพรเป่ยซิ่งเพคะ กลิ่นนี้หากเรามาดมั้แ่ท่านเสียชีวิตใหม่ๆ จะแรงกว่านี้ เหมือนที่ท่านพ่อบ้านได้ััั้แ่แรก แต่นี่ผ่านมาเกือบสองวันแล้ว นับว่าเรายังโชคดีที่ยังพอมีกลิ่นจางๆ ให้เราได้พิสูจน์ เพราะสาร...เอ่อ...พิษเป่ยซิ่งในร่างผู้ตายจะระเหยหายไปจนไม่เหลือกลิ่นหรือร่องรอยเพคะ”
“เ้าถึงขอให้ข้าพาเ้ามาตรวจสอบให้เร็วที่สุด เป่ยซิ่งนี่เป็พิษที่เ้าสงสัยมาแต่แรกใช่หรือไม่”
“ใช่เพคะ หากเราช้ากว่านี้ ร่องรอยของการถูกวางยาพิษจะหายไป คดีของท่านลุงผู้นี้ก็จะกลายเป็การเสียชีวิตจากาแที่เกิดจากมีดสั้นนั้นเท่านั้นเพคะ”
องค์ชายทรงทึ่งในความสามารถของหญิงสาวที่มีมากกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่านัก เดิมทีเขาคิดว่านางก็จะมาชี้จุดว่าเห็นสิ่งใดในฝันเท่านั้น ไม่คิดว่านางจะสามารถหาหลักฐานจากร่องรอยที่เหลือได้มากมายเพียงนี้ ที่สำคัญ คนที่เป็เดือดเป็ร้อน้ามาพิสูจน์ให้เร็วที่สุดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ล้วนเป็ตัวนางเองทั้งสิ้น นางเดือดร้อนใจแทนเขาซึ่งตกเป็จำเลยของคดีนี้เสียอีก
อยู่ๆ เขาก็เกิดความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ที่รู้ว่านอกจากลู่เจ๋อแล้ว ยังมีคนที่เป็ห่วงเขาอย่างจริงใจเพิ่มขึ้นมาในโลกนี้อีกหนึ่งคน สายตาที่มองกลับไปที่หญิงสาวในเวลานี้จึงลึกซึ้งไปด้วยอารมณ์ และมีความหวานละมุนซ่อนเร้นอยู่ด้วย จนหญิงสาวถูกตรึงไว้ด้วยสายตาหวามไหวนั้นรู้สึกเก้อเขิน ต้องรีบหลบสายตา และหันกลับมาที่ร่างท่านเสนาบดีด้านหน้า
“ท่านลุง ข้าขออภัยที่ต้องรบกวนท่านนะคะ” เธอเอ่ยปากก่อนจะเอื้อมมือไปจับศีรษะของผู้ตายหันไปด้านหนึ่ง แล้วหันกลับไปพูดกับชายหนุ่ม
“และสิ่งสุดท้ายก็คือ ที่ด้านหลังศีรษะเป็รอยฟกช้ำและบวม กระจายตัว เพราะเกิดจากแรงกระแทก มีรอยแตกแต่ไม่ได้เกิดจากของมีคม เพราะถ้าหากโดนทำร้ายด้วยของมีคม รอยแผลมักเป็จุดเดียว ชัดเจน หรือถ้าโดนทำร้ายด้วยของแข็งเช่น หิน หรือ ท่อนไม้ฟาดแรงๆ จนเสียชีวิตได้ควรจะมีรอยกะโหลกยุบ ฉีกขาด หากคนร้ายจงใจโจมตีจากด้านหลัง แผลควรจะลึก เห็นร่องรอยอาวุธได้ชัดเจน แต่แผลนี้ดูแล้วน่าจะเกิดจาก แรงปะทะกับพื้นผิวแข็ง ในลักษณะ 'ล้มกระแทก' มากกว่าเพคะ"
พูดพลางชี้ให้ดูลักษณะรอยฟกช้ำ สีเข้มจนเกือบดำที่ด้านหลังศีรษะ ทั้งลู่เจ๋อและพ่อบ้านล้วนเดินอ้อมมาเพื่อดูให้ชัด ตามที่หญิงสาวชี้และอธิบาย
เมื่อทุกคนได้เห็นรอยแผลฟกช้ำชัดเจนแล้ว จ้าวรั่วซีจึงอธิบายต่อไป
“ตามที่หม่อมฉันอธิบายไปก่อนหน้านี้ว่า พิษเป่ยซิ่งทำให้หมดสติและเสียชีวิตในเวลาอันสั้นมาก เมื่อผู้ตายได้รับพิษในปริมาณสูง ร่างกายจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อโดยสิ้นเชิง จะยากต่อการมีปฏิกิริยาป้องกันตัว ไม่มีแรง ไม่สามารถทรงตัวได้ ประเมินจากสภาพและสถานการณ์แล้ว ท่านลุงน่าจะนั่งจิบชาอยู่ เพราะในห้องมีถ้วยชาล้มหงายอยู่หนึ่งใบบนโต๊ะ เมื่อเกิดอาการหายใจไม่ออกเฉียบพลัน เหมือนจะขาดใจ ท่านลุงน่าจะยืนขึ้นเพื่อเรียกคนมาช่วย แต่หมดสติขาดใจ เสียชีวิตในฉับพลัน แล้วก็ทรุดตัว ล้มลงไปทันที ศีรษะจึงกระแทกเข้ากับพื้นแข็งจนเกิดแผลที่เห็น เพียงแต่ว่าแผลนี้ 'ไม่ใช่' สาเหตุของการเสียชีวิต แต่มันช่วยอธิบายการหมดสติจากยาพิษ ซึ่งเป็การย้ำให้ชัดเจนมากขึ้นว่า การเสียชีวิตเกิดจากพิษ... ไม่ใช่าแถูกแทงจากมีดสั้นนั้นค่ะ”
หญิงสาวสรุปจบ เสมือนกำลังให้การในศาลไม่มีผิด จ้าวรั่วซีในยามนี้ดูเป็ปราชญ์สาวที่เฉลียวฉลาด ดูมีความมั่นใจและเป็ตัวของตัวเองสูง ซึ่งบุคลิกยามนี้ของเธอส่งผลที่แตกต่างกันกับชายหนุ่มทั้งสาม
สำหรับไป๋หลงหลาน ความรู้สึกชื่นชมฉายชัดในแววตาเจือความอ่อนหวาน ไม่เข้ม ดุ เหมือนแรกเจอ เพิ่มอีกนิดคือความรู้สึกภูมิใจในตัวหญิงสาวที่เขาหาสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะอะไร เพราะเธอเป็สนมของเขาหรือ?
สำหรับลู่เจ๋อ เขารู้สึกทึ่งในความสามารถของหญิงสาว และรู้สึกในใจเพียงคำเดียวว่า...เหมาะสม...
สำหรับพ่อบ้านตระกูลหยวน กลับรู้สึกเกรงขาม รู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่เพียงมีความงาม หากมีรังสีความเป็ ‘หงส์’ อย่างไรพิกล
ในขณะที่ชายทั้งสามกำลังมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป หญิงสาวที่อยู่ๆ ก็รู้สึกเป็เป้าสายตาจึงจำต้องทำลายความเงียบโดยการหันไปหาท่านพ่อบ้าน
“ท่านพ่อบ้านคะ ข้าอยากจะรบกวนขอแบ่งน้ำชาในป้านน้ำชาในห้องของท่านเสนาบดีมาสักหน่อย เพื่อนำไปตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง ได้ไหมคะ”
“ได้ขอรับพระสนม ข้าจะไปจัดเตรียมให้เดี๋ยวนี้ ขอพระสนมรอสักครู่”
“ขอบคุณมากค่ะ แต่ห้ามแตะต้องถ้วยชา หรือสิ่งอื่นๆ เลยนะคะ ที่สำคัญหลังจากนี้ ให้เก็บทุกอย่างให้เหมือนเดิม แม้แต่ป้านน้ำชานั้นก็ให้ปิดฝาให้สนิท แล้วเก็บเอาไว้แบบนั้น ไม่เททิ้ง ไม่ทำความสะอาดใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ อ้อ แล้วก็พยายามทำให้ห้องนั้นเย็นให้มากที่สุด หากมีแสงแดดส่องก็ให้หาม่านมาบังแสงนะคะ”
“ขอรับ ข้าจะดูแลปิดห้องนั้นด้วยตนเอง กุญแจมีแค่สองชุดคืออยู่กับข้า และกับท่านฮูหยินเท่านั้น พระสนมโปรดวางใจ”
“ทำไมต้องทำให้ห้องเย็นด้วย” องค์ชายหันมาถามด้วยความสงสัย
“เพราะยิ่งเย็นเท่าไหร่ สารพิษในน้ำชานั้นก็หายไปได้ช้าลงเพคะ”
“เช่นนั้นก็ต้องลำบากท่านพ่อบ้านแล้ว” คราวนี้เป็องค์ชายที่ช่วยสำทับความสำคัญให้กับสิ่งที่หญิงสาวบอกกล่าวไป
----------------------
e-book ใกล้คลอดแล้วนะคะ ใครเป็สายอ่านรวดเดียวจบ ...อดใจรอหน่อยน้า อีกแพ๊พเดียวจ้า