“ส่งฉันแค่นี้แหละ ขอบคุณ”สายน้ำผึ้งรีบเอ่ยบอก เมื่อรถเลี้ยวเข้าซอยเหลือเส้นทางอีกไม่ถึงห้าสิบเมตรก็จะเป็บ้านที่เธอเช่าอยู่และพักกับเฌอเอม
“เดินลงจากรถสภาพแบบนี้ไม่กลัวมือดีลากเข้ารกเข้าพงเอาหรือไงสายน้ำผึ้ง”
“โดนไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ลากไปก็ยังดีกว่าอยู่กับคุณแล้วกัน” ตอบกลับน้ำเสียงกระแทกกระทั้นคิดว่าออกจากห้องนั้นแล้ว เธอจะได้ขับรถกลับบ้านอย่างสบายๆทว่าเมื่อออกมาแล้วกลับไม่เจอรถของตัวเอง อีกทั้งภาสวรก็ยิ้มแฝงเลศนัยสอดแขนรัดรอบเอวคอดกิ่วพาเดินหลุนๆ ไปที่รถคันใหญ่ดันร่างโปร่งแนบชิดกับประตูรถด้านหน้า กางกั้นไม่ให้เธอหนีด้วยร่างแกร่งที่บดเบียดแนบชิดคลายมือทาบกับขอบประตูเปิดออกและโยนแฟ้มเอกสารกับกระเป๋าไปเก้กังข้าวของภายในตกหล่นโดยไม่สนใจ
ใบหน้าคมเข้มซุกไซ้คลอเคลียซอกคอและกกหูขบกัดไต่เรื่อยขึ้นไปทีละน้อย มือหนึ่งทาบขอบรถ ฝ่ามืออีกข้างลูบไล้ลำแขนเสลาของคนที่พยายามผลักไสเขาออกห่างไปตวัดปลายนิ้วซอกซอนเข้าไปไล้ลูบผิวเนื้อนุ่มนวลเนียน
“ไปกินอาหารเย็นกันก่อนนะสายน้ำผึ้งแล้วฉันจะพาเธอไปขึ้น์” ลิ้นอุ่นชื้นสอดไล้หยอกเอินช่องหูนุ่ม
“ไอ้คนบ้าสมองคิดอยู่แต่เื่นี้หรือไงหา” ยกมือจิ้มไปที่อกกว้างแรงๆ “ฉันไม่ไปกับคุณ...ว้าย!!”ไม่ทันสิ้นเสียงพูดดีด้วยซ้ำร่างบางก็ลอยขึ้นจากพื้นย้ายไปอยู่ในรถโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“จะทำอะไรน่ะคุณ ปล่อยฉันนะ”ผลักดันคนตัวใหญ่ที่โน้มตัวลงจับสองขากลมกลึงเข้าไปในรถ
“อย่าทำสะบัดสะบิ้งสายน้ำผึ้งฉันยังไม่อยากเล่นจ้ำจี้กับเธอในรถ” ยืดตัวขึ้นพร้อมปิดประตูดังปัง
“ปกติผู้หญิงเขาอยากมีคนข้างๆทีละคนไม่ใช่หรือ แต่เธอนี่แปลกจริงๆ ชอบโดนยำชุดใหญ่ทีละหลายๆ คนแต่เผอิญว่าฉันยังไม่อยากเสียผู้หญิงรสชาติดีไปตอนนี้น่ะซิ” ความจริงเขาคิดจะพาเธอเข้าโรงแรมหม่ำเป็อาหารตลอดทั้งคืนแต่ไม่รู้ป้าจอมยุ่งมีอะไรกับเขาอีก ถึงได้กระหน่ำโทรหาซะจนสายเกือบไหม้เขาอยากปิดโทรศัพท์เสีย ก็ทำไม่ได้อีก ด้วยกลัวมีใครโทรมาด้วยเื่สำคัญ
ไม่รู้จะโต้เถียงอีกฝ่ายยังไงเลยเชิดหน้าขึ้นสูงพลางสะบัดออกไปด้านข้าง ยกสองมือสอดไขว้ระหว่างอกแทน
“อ้าว...เป็ใบ้ไปเสียแล้วความจริงเธออยากให้ฉันทำความ้า ก็น่าจะพูดดีด้วย” ใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้ม“ถ้าทำให้ฉันไม่พอ เปลี่ยนเป็พาเธอไปโยนบนเตียงแทน!”
สายน้ำผึ้งกัดฟันกรอดๆตวัดใบหน้าบูดบึ้งหงิกงออย่างกับจวักตักแกง ดวงตากลมโตเป็ประกายเกรี้ยวกราดใส่คนตัวใหญ่ยิ้มหน้าระรื่น“ค่า...ได้ซิคะคุณภาสวรเ้าขา ้าให้หม่อมฉันทำอะไรอีกบ้างล่ะคะ”
แม้รู้อีกฝ่ายประชดประชันภาสวรก็อดปล่อยเสียงหัวเราะดังก้องรถไม่ได้สองมือหักพวงมาลัยนำรถเข้าจอดแนบชิดขอบถนน “ตอนนี้ยัง แต่้าเมื่อไหร่จะบอกอ๋อ...”
“มีอะไรกับฉันอีก”เอ่ยถามอย่างหงุดหงิด มือที่จับประตูหยุดชะงัก
“อุตส่าห์มาส่งให้ถึงบ้านไม่ยักมีคำขอบคุณ”
“คงไม่จำเป็แล้วมั้งเพราะคุณถือวิสาสะเอารัดเอาเปรียบฉันไปหลายครั้งแล้วนี่”
“ไม่เหมือนกันนะสายน้ำผึ้งอันนั้นฉันเป็คนเริ่ม แต่คราวนี้...” หันไปส่งยิ้มให้อีกฝ่ายั์ตาวาว“เป็เธอต่างหากล่ะที่ต้องเริ่มน่ะ”
“บ้าแล้วฉันไม่ปัญญาอ่อนถึงขั้นมากอดจูบกับผู้ชายในรถบนถนนสาธารณะอย่างนี้หรอกนะ”
“งั้นก็เลือกเอาซิ ลงจากรถดีๆหรือให้ฉันเป็คนเริ่มและจบทุกอย่างบนรถ”
มือเล็กกำหมัดจนปลายเล็บทิ่มแทงไปในฝ่ามือซึ่งสั่นเทาถึงโกรธจนอยากฆ่าอีกฝ่ายทิ้ง แต่เพราะเธอด้อยกว่าอีกฝ่ายในทุกทางเลยต้องปั้นให้มีรอยยิ้มขณะมองภาสวร “อยากได้การขอบคุณแบบไหนล่ะคุณผู้ชายขาให้ฉันหม่ำไอศกรีมโคนของคุณในรถนี้หรือว่าอัดมันบี้แบนติดที่นั่งดีล่ะ”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกแค่จูบรสชาติดีๆ สักครั้งเท่านั้นเอง”
ไอ้เท่านั้นดูเล็กน้อยสำหรับเขา แต่สำหรับเธอมันหนักมากราวถูกใครถีบตกทะเลแล้วบังคับให้ว่ายน้ำจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง คิ้วเข้มเลิกขึ้นส่งสายตาเป็คำถามมา ‘เธอทำอย่างที่เขา้าหรือเปล่า’
สายน้ำผึ้งอึดอัดแค้นจัดจนตัวสั่นเทิ้ม“เออ...ไม่ต้องมาทำตาขุ่นใส่ ฉันรู้แล้ว!” ตวาดแว้ดใส่ รีบโน้มหน้าไปพอประมาณอย่างคิดว่าเมื่อปากแนบกันเธอจะรีบถอยหนีให้เร็วที่สุด แต่กลับต้องเจอกับความงุนงงด้วยตัวเธอเองก็ใช่ว่าจะเล็กและเบาเลยทว่ากลับลอยไปนั่งอยู่บนตักกว้างอย่างง่ายดายเหลือเกิน
“งงอะไรล่ะ ฉันรอรางวัลอยู่นะ”
สายน้ำผึ้งสลัดความงุนงง ทาบมือบนท่อนแขนใหญ่เงยหน้าขยับเพื่อจูบอีกฝ่ายแล้วรีบถอยกรูด ทว่า... “อื้อ” รีบเบี่ยงหน้าหนีทว่าภาสวรไวปานจรวด มือหนาเคลื่อนขึ้นไปจับตรึงท้ายทอยเอาไว้มั่นขบกัดเบียดปากอุ่นระอุลงบนกลีบกุหลาบนุ่มอย่างหนักหน่วงร่วมกับมือแกร่งตวัดไปตามท่อนแขนกลมกลึง สอดนิ้วแทรกเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อนวลจนได้โนมเนื้อนุ่มหยุ่น
เพลิงอารมณ์ที่ยังคงเหลือควันไฟเมื่อถูกจุดไปเพียงเล็กน้อยก็ทำให้สายน้ำผึ้งสั่นสะท้านเผลอเปิดปากให้ลิ้นอุ่นสอดแทรกล่วงล้ำไปตวัดไล้เลาะเล็มหาความหวานนุ่มโดยไม่รู้ตัวฝ่ามือนุ่มนิ่มไต่เลื่อนขึ้นไปตามแผ่นอกกว้างอย่างเชื่องช้าจิกปลายเล็บบนต้นคอแกร่ง เมื่อริ้วลมวาบหวามก่อตัวขึ้นในท้องน้อยค่อยๆแผ่กระจายไปทั่วร่าง
ภาสวรถอนจุมพิตออกอย่างเสียดายปากร้อนผ่าวขบเคลื่อนไปทั่ววงหน้านวลนุ่มหอมละมุน “แล้วเจอกันสายน้ำผึ้ง”เปิดประตูดันร่างนุ่มนิ่มลงจากรถโดยไม่ลืมหยิบเอาข้าวของมาวางใส่มือให้คนซึ่งยังมึนงงอยู่
“ถ้าไม่รีบเดินเข้าบ้านนะสายน้ำผึ้งฉันจะฉุดเธอขึ้นรถแล้วไม่ปล่อยกลับมาจนถึงเช้า”
สายน้ำผึ้งลนลานหนีภาสวรตัวสั่น ก่อนใบหน้าหงิกงอตวัดค้อนใส่ไอ้คนเฮงซวยที่ยืนส่งเสียงหัวเราะดังลอยลมมา แล้วยังเฝ้ามองเธออยู่ไกลๆไม่ยอมก้าวขึ้นรถขับออกไปเสียที และทำให้เธอเผลอสะดุดเข้ากับอะไรไม่รู้ก่อนถึงประตูบ้านที่ทำให้หัวตุงคว้างเลยไม่เห็นชายคนหนึ่งซึ่งเดินออกจากบ้านใบหน้าเปื้อนยิ้มระรื่น
“ยืนรอให้ฉันไปรับกลับขึ้นรถหรือไงสายน้ำผึ้งถึงยังไม่เข้าบ้านน่ะ”
“รอหาไม้ไปตีหัวคุณให้แตกน่ะซิ”สายน้ำผึ้งโต้กลับ ก่อนคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน เมื่อเห็นรถขับออกจากบ้านของเธอป้ายท้ายที่เห็นคุ้นตามาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนแล้วถ้าอยากหาคำตอบก็ต้องไปถามคนที่อยู่ภายในบ้าน!
ยืนรอจนสายน้ำผึ้งเข้าไปในบ้านเรียบร้อยภาสวรจึงได้ก้าวขึ้นไปบนรถคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู คิดไว้แล้วเชียวต้องเป็อย่างนี้ั์ตาคมดุเป็ประกายกร้าวแข็งดวงหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงผู้ก่อเื่ประจวบกับมีสายเรียกจากคนสำคัญเข้ามาพอดี ชายหนุ่มรีบข่มกลั้นเพลิงโทสะในกายให้ลดอย่างเร็วไว
“ครับแม่”
“ทำอะไรอยู่ตาหนู”
ภาสวรยิ้มจนหน้าแข็งกระด้างอ่อนละมุนลงราวกับหนุ่มวัยต้นยี่สิบ“แม่ครับ ผมโตแล้วนะ เลิกเรียกชื่อนั้นเสียทีซิครับ” เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆหวานเย็นผ่อนคลายความร้อนรุ่มในกายที่เขายังสลัดทิ้งไม่หมดสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ
“โตแต่ตัวน่ะซิ แต่ยังทำนิสัยเด็กๆอยู่เลย”
“โธ่แม่ครับ ผมเป็ผู้ชายนะครับเื่แบบนี้มันก็ต้องมีกันบ้าง แม่ไม่ต้องห่วง ผมดูแลตัวเองได้ผมไม่ยอมกลับไปเหมือนเดิมหรอกครับ”
แม่ไม่ได้ห่วงเขาไปมีอะไรกับผู้หญิงหรอกแต่ห่วงว่าจะกลับไปทำตัวเกเรตุงจนแทบไม่เป็ผู้เป็คนอย่าง่วัยรุ่นต่างหากล่ะเพราะการกระทำนั้นแม่...ภาสวรสลัดปมร้ายในใจที่ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนจากเด็กไม่ดีหันกลับมาตั้งใจเรียน จนพาตัวเองมายืนอยู่ในจุดที่ดีอย่างทุกวันนี้ได้แม้ความรู้สึกคล้ายอึดอัดและมีอะไรบางอย่างในชีวิตได้ขาดหายไปทว่าเมื่อได้เห็นสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขของแม่เขาก็ปรารถนาให้เป็เช่นนั้นตลอดไป
“มีลูกเมียสักทีก็ดีเหมือนกันนะตาหนูอายุเราก็เยอะแล้ว พ่อกับแม่ก็แก่ตัวลงไปทุกวัน อยากเห็นหลานก่อนตาย”
“พ่อกับแม่ยังแข็งแรงอยู่เลยนะครับยังอยู่กับผมไปอีกนาน อย่าพูดเื่ไม่เป็มงคลอย่างนี้ซิครับ” แม้จะแปร่งๆในความรู้สึกที่แม่เอ่ยพูดเื่นี้มา เพราะได้ทำความตกลงกันแล้วเขาขอทำงานสัก่ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนเปิดใจยอมรับการมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต
“ผมเพิ่งทำงานเสร็จหิวจังเลยครับแม่ เดี๋ยวผมไปหาอะไรทานก่อนนะครับ”
“หิวข้าวหรือหิวอย่างอื่นล่ะ”
ภาสวรยกมือลูบต้นคอแกร่ง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนความสงสัยจะคลายไป เมื่อนึกขึ้นได้มีคนคอยรายงานความเคลื่อนไหวของเขาให้บิดาและมารดาได้รู้
“แม่ไม่กวนละ แต่เราก็อย่าทำงานหนักจนลืมดูแลสุขภาพนะสุดสัปดาห์นี้มีวันหยุดหลายวัน ถ้าลูกไม่ติดธุระอะไรก็กลับบ้านนะ แม่คิดถึง”
น้ำเสียงอ้อนนิดๆ ของปลายสายเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าเข้มดุได้อีกครั้ง พร้อมกับย้อนคิดเขาทำงานจนแทบไม่มีเวลาให้กับบุคคลอันเป็ที่รักทั้งสองคนนานมากแล้ว
“ไม่รับปากนะครับแม่”ถ้าไม่ติดบางเื่เ ขาคงจะขับรถไปหาท่านทั้งสองคนในตอนนี้เลยกายแกร่งเอนตัวอิงกับเบาะรถ สองมือประสานกันสอดรองไว้ใต้ศีรษะ
แสงดาวไม่ส่องแสงกะพริบพอๆกับแสงจากพระจันทร์ที่ไม่กระจ่างสดใสเท่ากับบ้านที่บิดาและมารดาอาศัยอยู่จนเขาอดคิดท้องฟ้า สายลม ร่มไม้และแสงดาวไม่ได้ถึงมีธุระหนักหนาแค่ไหนก็คงต้องปลีกตัวกลับไปเติมพลังกายพลังใจจากคนที่รอคอยอยู่เสียแล้ว
“รักแม่นะครับ”ภาสวรยิ้มและสตาร์สเครื่องพารถออกไปจากบ้านของคนที่เขาต้องเร่งรีบจัดการสั่งสอนให้เร็วที่สุดก่อนความยุ่งยากในชีวิตจะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง