บทที่ 5
เดวิดได้แต่ทบทวนตัวเอง...สามปีก่อน เขาทำผิดอะไรบ้างต่อลักษมี!
ตอนที่บิดามาบอกกับเขาว่าจะมีเลขาฯคนใหม่มาทำงานตอนเจอครั้งแรกก็สนใจเธอแล้ว ผู้หญิงที่เงียบ น่ารัก เรียบร้อย พูดจาอ่อนหวานทำงานเก่งทั้งที่พ่อบอกว่าเธอไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เขาจึงแอบปรามาสในใจว่าจะได้เื่หรือไม่เพราะคำว่า‘เด็กฝาก’ ที่เธอเป็ลูกสาวของเพื่อนพ่อ
แต่ยิ่งอยู่ใกล้ชิดเขาก็พบว่าตัวเองหลงเธอเข้าเต็มหัวใจ...ผู้หญิงที่ชอบสวมสูทขาวรัดรูปตัวนอก มีเสื้อตัวในสีแดงรับกับเฉดปากสีแดงสดผมยาวตรงมัดเป็หางม้าทุกวันจนชินตาบุคลิกที่ดูเปรี้ยวกึ่งเชยของเธอกลับทำให้ต้องแอบมองอยู่บ่อยครั้ง
แต่เขาก็ไม่กล้าคิดเลยเถิด เพราะบิดากรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ‘แกอย่าไปคั่วหนูลูกหมีเลยนะ พ่อขอเตือนไว้ก่อนเธอไม่ใช่สาวๆที่แกชอบควงไปไหนมาไหนไม่ซ้ำหน้าแบบนั้น เธอเป็เด็กดีไม่มีประวัติด่างพร้อยเื่ผู้ชาย...ที่สำคัญ นั่นมันลูกของเกลอเก่าฉันขืนแกไปชีกอใส่ ฉันจะแพ่นกบาลเข้าให้!’
คำขู่ของบิดาค้ำคอมาตลอด
กระทั่งวันดีคืนดีไอ้นายแบบหน้าอ่อนชื่อภีมนั่นโผล่หัวมาจากไหนก็ไม่รู้แวะเวียนมารับส่งลักษมีเช้าถึงเย็นถึง...ความไม่ชอบขี้หน้ามันก็ก่อตัวอยู่ในใจยิ่งเห็นเธอให้ความสนิทสนมด้วย เขาก็เกิดความหวงเธอขึ้นไม่รู้ตัวในเมื่อเธอเป็เลขาฯส่วนตัวที่เขาแอบหมายปองอยู่ลึกๆ จู่ๆจะปล่อยให้แมวที่ไหนมาขโมยปลาเขาไปกินได้อย่างไร
แล้วความปากเสียของเขาเองนั่นแหละที่คอยเหน็บเธอเป็ระยะ แต่พอเธอไม่โต้เถียง เขาก็เลยคิดว่าเธอคง ‘คัน’ อยากจะเป็เมียคนหล่อหน้าอ่อนนั่น เขาจึงคิดในหัวว่าถ้าเป็ไปได้ต้องรวบหัวรวบหางเธอเอาไว้ คำขู่ของพ่อก็เถอะ ไม่คิดสนอะไรทั้งนั้น
แล้วคืนหนึ่งหลังไปออกงานเลี้ยงด้วยกันทำให้เกิดเื่...เมื่อเขาด่า เธอเถียง...เธอตบเขาก็เลยจูบ...และอารมณ์พิศวาสที่คุกรุ่นอยู่ในอกก็นำพาให้เขาอยากจะกอด จูบ อยากจะเป็เ้าของเธอและเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เขารุกรานเธอจนไปถึงฝั่งฝัน
กระทั่งตื่นมาตอนเช้าเขาเห็นหน้าจอโทรศัพท์เธอมีไฟกะพริบเห็นปลายสายเป็ชื่อของไอ้นายแบบนั่นก็เริ่มหงุดหงิดเอาแต่คิดว่านอนอยู่กับเขาค่อนคืน แต่คงแอบนัดผู้ชายอีกคนไปคั่วตอนเช้าตรู่สินะเขาก็เลยปิดเครื่องของเธอ และเป็แวบหนึ่งที่เขาคิดดูถูกเธอขึ้นมา...จนกระทั่งเขาเขียนโน้ตแผ่นเล็กพร้อมกับวางเงินสดเอาไว้
มานึกแล้วก็เสียใจในภายหลัง...แต่เขาก็ปากหนักเกินกว่าจะเอ่ยคำขอโทษ
แถมหลังจากวันนั้นลักษมีไม่มีทีท่าอนาทรร้อนใจต่อสัมพันธ์ลับในคืนนั้นเธอไม่เรียกร้องและไม่มีคำใดแพร่งพรายออกไปทุกอย่างเป็ปกติจนเขายังคิดว่าบางทีตัวเองอาจไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย...พอจะเลียบเคียงถามเธอก็หาวิธีบอกปัดร่ำไป มิหนำซ้ำนายแบบหน้าอ่อนนั่นก็ยังคงไปมาหาสู่เธอไม่เว้นวันความหึงหวงก็เริ่มก่อตัวอยู่เงียบๆในใจ
จนเวลาล่วงผ่านไปสองเดือนกว่า จู่ๆลักษมีก็มาถามเื่หนึ่งกับเขาซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ในภาวะอารมณ์ขุ่นเคืองที่เห็นเธอเพิ่งออกไปข้างนอกตอนกลางวันกับหมอนั่นเขาก็เลยพูดด้วยความรำคาญใจ ‘ผมไม่ชอบเด็ก และผมก็ไม่เคยคิดจะมีลูกกับใครทั้งนั้น!’
ใครจะไปคิดว่าคำพูดประโยคสั้นๆแต่มันฝังลึกกินใจเธอมานานหลายปี!
เดวิดเลื่อนบานประตูกระจก เดินออกไปยังชานระเบียงที่เป็ทางเชื่อมไปยังข้างหลังห้องใหญ่ติดกันซึ่งใช้เป็ห้องนอนของลักษมีกับเด็กชายตัวน้อย
ลมเย็นๆพัดเอื่อยผาดผิวหน้า...ต่างกับใจที่ร้อนรุมเหมือนไฟ
เดวิดอยากคุยกับเธอให้เคลียกว่านี้แต่ก็ทำได้แค่มองลอดผ่านกระจกทึบ ไม่เห็นใครเลยในห้องเพราะผ้าม่านหนาบดบังกระทั่งแวบหนึ่งเห็นผ้าม่านไหวยวบ จึงสังเกตเห็นว่าบานหน้าต่างปิดไว้ไม่สนิท
ความคิดแวบหนึ่งผุดมาในหัว
เกิดมาไม่เคยคิดจะทำตัวเป็แมวขโมยมาก่อน!
แต่ชั่วโมงนี้ แมวหนุ่มอย่างเขา ‘อยากกอดหมี’ ...ไวเท่าความคิดมือหนาค่อยๆเลื่อนบานหน้าต่างออกกว้าง แล้วก็ปีนเข้าไปข้างในแสงโคมไฟเหลืองสลัวรางส่องให้เห็นร่างของผู้หญิงที่ทำให้เขาคิดถึงตลอดสามปีกำลังนอนหลับสนิท พอชะโงกข้ามร่างเธอไป ก็เห็นเด็กชายนอนหลับปุ๋ยอยู่ใกล้กัน
เขาเดินย่องเบากริบ...ค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆแก้มนวลขอจุมพิตเบาๆที่แก้มนิ่มข้างหนึ่งก่อนไปนอน เอ่ยเสียงเบา
“ผมคิดถึงคุณนะ คุณหมี ฝันดีครับ”
///////////////////////////////////////
เดวิดหลับๆตื่นๆจนใกล้รุ่งสุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อกับกางเกงผ้ายืดลงไปออกกำลังกายด้วยการวิ่งเรียกเหงื่อบริเวณหน้าบ้านพอกลับเข้ามาก็เห็นมารดาเพิ่งออกมาจากในครัว
“วันนี้ทำไมตื่นแต่เช้าเลยละทุกทีวันหยุดจะนอนตื่นสายๆหน่อยนี่ลูก”
เขาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อที่ผุดเม็ดบนใบหน้า “นอนไม่ค่อยหลับครับแม่”
“เดี๋ยวก็ชิน”
“ว่าแต่แม่เข้าครัวเองเหรอครับ”
ดีน่ายิ้มแย้มให้ลูกชาย“วันนี้แม่ว่าจะให้ป้าอิ่มทำอาหารหลายอย่างหน่อยน่ะจ้ะนานๆจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที”
เขารู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่งเพราะแต่ละเดือน แทบนับครั้งได้ที่เขาแวะมาหามารดาที่บ้านและค้างคืนด้วย“งั้นต่อไปผมจะมาหาแม่บ่อยๆนะครับ”
“แค่จะมาหาบ่อยๆเหรอ”
เขาขมวดคิ้วงุนงงก็ปกติเขาใช้ชีวิตง่ายๆ ห้องชุดในคอนโดฯที่อาศัยก็ใกล้กับบริษัทที่ทำงานขับรถไปมาสะดวก เมื่อมีงานคั่งค้างต้องสะสางจนดึกดื่นหรือมีงานกินเลี้ยงต้องกลับบ้านมืดค่ำก็ไม่ต้องเดือดร้อนให้ป้าอิ่มหรือมารดาลงมาเปิดประตูทำให้เขาเลือกที่จะนอนในคอนโดฯ
“หรือผมควรจะกลับมาอยู่บ้าน”
มารดายิ้มอ่อนที่มุมปาก“ของแบบนี้ ไม่มีใครบังคับใจแกได้หรอก แกต้องคิดเอาเอง”
เขาพยักหน้ารับเริ่มฉุกคิดได้ถึงสิ่งที่มารดาเตือน จึงเริ่มซักถามท่าน “ผมถามจริงๆแม่กับพ่อรู้มานานแค่ไหนแล้วว่าคุณหมีท้อง”
“มันไม่สำคัญหรอกลูกเอ๊ย”
“สำคัญสิครับ”
แม่ยังคงยิ้มเย็น “แม่รู้ ั้แ่เธอตั้งท้องอ่อนๆไม่กี่เดือนน่ะ”
“แล้วทำไมไม่เห็นมีใครบอกผม”
“ก็หนูหมีขอร้องแม่เอาไว้น่ะสิถ้าแม่บอกแก เธอจะหนีไปจนเราหาตัวไม่พบ พอแม่รู้ว่าจะมีหลานแม่ก็ไม่อยากเสียเธอกับหลานไปนะ...ว่าแต่แกเถอะแกไม่สงสัยหรือคลางแคลงใจเลยใช่ไหมว่าลูกของเธอใช่ลูกแกรึเปล่า”
“โธ่แม่ หน้าเด็กคนนั้นมันเหมือนผมชัดๆ ใครดูไม่ออกว่าเป็ลูกของผมก็แย่ละ”
“แล้วทำไมตอนนั้นแกถึงบอกกับเธอว่าไม่อยากมีลูกล่ะ”
สีหน้าเขาสลดลงเล็กน้อย
“ผมผิดไปแล้วตอนที่คุณหมีถาม ผมก็แค่กำลังหงุดหงิด”
มารดาได้แต่สั่นหัวเบาๆ “ตอนนี้ก็เป็โอกาสที่แกจะหาทางง้อเอาใจทั้งลูกแกเอง แล้วก็เมียแกด้วยพ่อกับแม่ช่วยหาวิธีมาตลอดสามปีนี้ที่จะทำให้หนูหมียอมใจอ่อนไม่อย่างนั้นวันนี้แกก็ยังไม่มีทางได้เจอหน้าหนูหมีกับลูกแน่ๆ”
“ผมต้องทำยังไงดีครับ”
“นั่นมันหน้าที่แกนะโตแล้ว ไปคิดเอา...ถ้าแกคิดว่าสองคนนั้นสำคัญสำหรับแก ที่ผ่านมามันผิดพลาดไป ก็หัดปรับปรุงตัวเองและแก้ไขซะมันยังไม่สายเกินไป...แม่รับรองว่าจะแอบเชียร์แกอยู่ข้างๆ”
คราวนี้เดวิดจึงโน้มตัวเข้าไปหอมแก้มมารดาเอาใจ
ทว่าแม่เขากลับหน้าตื่นทำท่าขนลุก
“ตายละกี่ปีแล้วเนี่ยที่แกมัวแต่ไปหอมแก้มบรรดาสาวๆที่ไหนก็ไม่รู้”
เขาได้แต่นิ่วหน้า “โธ่แม่แซวงี้ ผมก็เขินเป็นะ”
/////////////////////////////////////
ทุกทีวันเสาร์กับอาทิตย์เดวิดมักใช้่เวลานั้นไปตีกอล์ฟบ้าง...เข้าฟิตเนสบ้างหรือสลับไปออกกำลังกายอย่างว่ายน้ำหรือเตะฟุตบอลแต่พอตกดึกถ้าไม่มีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับงานก็มักจะแวะไปดื่มตามผับประจำแถวสุขุมวิท ไปแต่ละครั้งก็มีสาวๆมาเสนอตัว ปราดเดียวก็รู้ว่าคงจบลงที่โรงแรมใดโรงแรมหนึ่งในละแวกนั้น
แต่เขาก็ไม่นิยมนอนกับสาวที่ชอบเที่ยวกลางคืน...จึงบอกปัดทุกครั้งไป
แต่กับเลขาฯสาวที่แวะเวียนมาทำงานสลับเข้าออกตลอดสามปีมานี้เขากลับรู้สึกอยากเป็เ้าของ มันคงเป็ความคิดตกค้างมาตลอดว่าทุกคนจะมาชดเชยลักษมีได้แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีใครถูกใจสักราย...หลายครั้งเลขาฯสาวเ่าั้ต่างเสนอตัวให้และเขาก็พร้อมตอบสนองทว่าสิ่งหนึ่งที่สาวๆพวกนั้นบ่นเข้าหูคือเขาไม่เคยพาใครไปนอนที่ห้องชุดในคอนโดฯเลยสักคน
มันเป็ความคิดที่ว่า...เขา้าห้องนั้นเป็พื้นที่ส่วนตัว
มันควรมีไว้สำหรับคนสำคัญใช่หรือไม่!
ใช่! บนเตียงคิงไซส์ที่เขานอนเหงาอยู่ทุกคราวคนที่ควรเคียงข้างกันก็มีแต่ลักษมีเท่านั้น...เพราะเขายังคงหวนคิดถึงกลิ่นกรุ่นกายหอมบนผ้าปูที่ทิ้งเอาไว้เมื่อตอนที่เขากลับเข้ามานอนทุกคืน
ภวังค์ของเขาถูกขัดเมื่อเสียงของบิดาขัดคอ
“ไงไอ้ลูกเวรมานั่งคอตกแต่เช้าเลย”
เขานิ่วหน้าซ้ำๆเมื่อเงยหน้ามองไปยังบิดาที่ลงมาจากชั้นบน “ไอ้ลูกเวรแต่เช้าเลยครับพ่อ”
“ก็ส่องกระจกดูหน้าตัวเองหน่อยปะไร”
“ผมกำลังคิดว่าควรจะเริ่มตรงไหนทุกอย่างมันเร็ว ไม่ทันตั้งตัวไปหมด”
ดีน่าเห็นสามีลงมานั่งข้างกายลูกชายเธอก็เลยออกปาก “พ่อแกมาละ นั่งปรับทุกข์ไปก่อนละกันเดี๋ยวฉันจะเข้าไปดูในครัวต่อว่าป้าอิ่มทำอะไรขาดเหลืออีกบ้างเดี๋ยวเสร็จแล้วแกก็ไปอาบน้ำอาบท่าซะ เหงื่อชุ่มตัวจนเหม็น ไปไป๊จะได้ลงมากินข้าวมื้อเช้ากัน”
“แหม่! เหมือนเราสองคนนี่เป็ศิราณีปรึกษาปัญหารักเลยนะคุณ”
ทั้งพ่อทั้งแม่ต่างหัวเราะชอบใจ
“พ่อก็พูดไปเรื่อยผมจัดการได้หรอกน่า”
“บอกไว้ก่อนนะ นี่เป็โอกาสครั้งเดียวที่แกจะทำให้ลูกสะใภ้ของฉันเขายกโทษให้...แต่ถ้าแกทำไม่ได้เกิดหนูลูกหมีหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่นเมื่อไหร่...แกจะไม่ได้สมบัติจากฉันแม้แต่นิดเดียว”
เขาห่อปากอย่างไม่เชื่อหู“นี่พ่อถึงกับจะตัดผมออกจากกองมรดกเลยเหรอครับ”
“บ๊ะ! มันก็ต้องอย่างนั้นสิวะ ไอ้ลูกคนนี้”
“งั้นผมถามอะไรพ่อหน่อยสิ”
“ว่ามา”
“ตอนพ่อหนุ่มๆ พ่อเคยเ้าชู้แอบไปมีกิ๊กให้แม่เสียใจบ้างไหมครับ”
คนเป็พ่อหัวเราะเนิบๆ“ถ้าแกจะบอกว่าแกมีนิสัยคล้ายฉัน...ยอมรับได้แต่นี่เป็เื่เดียวที่แกไม่เหมือนฉัน เพราะั้แ่แต่งงานกับแม่ของแกมาฉันไม่เคยนอกใจแม่แกเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“โคตรเท่เลยพ่อ”
“เื่ดีๆก็ควรเลียนแบบ”
“งั้นผมต้องทำแบบพ่อบ้างละ”
“ของอย่างนี้ มันขึ้นอยู่ที่ว่า แกเจอคนที่ใช่สำหรับจะเป็คู่ชีวิตแกรึยัง...แต่บอกไว้ก่อนนะถ้าคนที่ใช่ของแกไม่ใช่หนูหมี...ฉันก็ไม่ยกมรดกให้แกอยู่ดี”
เขาหน้าเหวอ “ผมยังไม่ได้พูดเลยว่าคุณหมีไม่ใช่คนๆนั้น”
“ไม่รู้ละ”
“แล้วตอนที่พ่อรู้ว่าแม่มีผมพ่อดีใจไหม”
“พับผ่า ไอ้ลูกเวรนี่! ใครมันจะไม่ดีใจวะ ตอนที่ฉันรู้ว่าแม่แกท้อง โน่น!ฉันดูแลแม่แกทุกอย่าง ฉันให้แม่แกหยุดทำงานทันที จะว่าเห่อลูกก็ใช่นะ...”แล้วพ่อก็ตบบ่าเขาดังปุๆ “แกน่ะเหมือนแก้วตาดวงใจของฉัน”
“ผมรู้สึกผิดที่ทำให้เื่มันเป็แบบนี้”
“เออ รู้ตัวก็ดี”
“ตอนที่คุณหมีท้อง ผมควรจะได้อยู่ดูแลวันที่คุณหมีคลอด ผมควรจะไปยืนข้างๆเธอในห้องคลอดผมควรจะได้เห็นลูกชายของผมั้แ่ตอนนั้น...ผมอยากเห็นหน้าลูกว่าตอนหนึ่งเดือนสามเดือน หนึ่งขวบ สองขวบ เป็ยังไง แต่ผมก็ไม่มีโอกาสได้เห็น”
“ก็อย่างที่เราคุยกันเมื่อคืนไม่มีอะไรสายเกินไปหรอก”
เขาพรูลมหายใจเบาๆ
“งั้นผมควรจะให้คุณหมีหยุดทำงานมาอยู่เลี้ยงลูกไหมครับ”
“ไอ้ลูกเวรนี่นั่นมันควรจะเป็ตอนที่หนูหมีท้อง นี่เมียแกเพิ่งจะกลับไปช่วยงานได้วันเดียวใครจะไปยอมหยุดงาน...ฝันไปเหอะ”
คราวนี้รอยยิ้มเขาเปลี่ยนไปเ้าเล่ห์นิดๆ
“ผมก็ต้องทำให้คุณหมีท้องไงครับ”
///////////////////////////////////////////////
หลังอาหารเช้ามื้อแรกที่ทุกคนในครอบครัวต่างอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเด็กชายตัวน้อยก็ร้องกระจองอแงอยากจะไปว่ายน้ำที่สระหลังบ้าน...แต่เ้าตัวยังว่ายไม่คล่องและลักษมีเองก็ว่ายน้ำไม่แข็งนักครั้นจะให้คุณปู่คุณย่าลงไปเล่นน้ำกับหลานก็คงจะไม่ไหว
ทุกคนก็เลยมองมาที่เดวิด
เขาตอบรับแข็งขันเป็โอกาสดีที่จะใกล้ชิดลูก “ตกลงครับ”
แทนที่เด็กชายจะแสดงความดีใจกลับหน้าหงิกลงทันควัน
ผู้เป็ย่าจึงถาม “ทำไมละลูกดีเดย์ไม่ดีใจเหรอจ๊ะที่จะมีคนลงเล่นน้ำด้วย”
ดีเดย์ส่ายหัวแรงๆ พลางเบะปาก“ดีเดย์ไม่อยากว่ายน้ำกับคุณลุงหน้าดุค้าบ”
“ทำไมจ๊ะ”
เด็กน้อยทำตาใส“ดีเดย์กลัวคุณลุงหน้าดุ”
เดวิดรู้แล้วว่าการจะรับมือเด็กน้อยไม่ใช่เื่ง่ายท่าจะเป็งานหนักที่ต้องใช้เวลาและความอดทนเอาชนะใจเด็กชาย...พอหันไปมองหน้าแม่ของเด็กเธอก็ยิ้มมุมปากสะใจ
“เอางี้นะลูกเดี๋ยวแม่จะคุยกับคุณลุงแวบเดียว รับรองว่าคุณลุงจะไม่ทำหน้าดุใส่ดีเดย์แน่นอน”
ลักษมีย่อตัวไปนั่งคุยกับลูกเด็กชายก็เลยพยักหน้าหงึกหงัก รับคำเสียงอ่อย
“ค้าบ”
“ถ้าอย่างนั้นดีเดย์ไปเอาชุดว่ายน้ำมาเตรียมเปลี่ยน แล้วไปรอแม่กับคุณลุงที่สระก่อนดีไหมลูก”
“ไปจ้ะ เดี๋ยวย่าพาไป”
“งั้นปู่ก็ไปด้วยคนนะ ได้ไหมลูก”
คราวนี้เด็กชายจึงะโโลดเต้นยกมือดีใจ ยอมตามผู้สูงวัยสองคนไปที่สระว่ายน้ำข้างหลังบ้าน ส่วนลักษมีก็เดินนำกลับไปนั่งลงที่โซฟาตัวเดิมพอเห็นเขายืนมองซ้ายทีขวาทีด้วยสีหน้าหงุดหงิด เธอก็เลยเอ่ยขึ้น
“ไม่มานั่งคุยกันก่อนเหรอคะ”
เขาตามลงมาทิ้งตัวข้างกัน เธอก็เลยเขยิบออกห่าง
“ช่วยนั่งเว้นระยะกันหน่อยนะคะ”
“ทำไม”
“ถ้าพูดว่ารังเกียจคุณจะโกรธฉันไหมละ?”
คิ้วเค้าเป็ปมหนักขึ้นกว่าเก่าถอนหายใจแรงๆอย่างหงุดหงิด “ทำไมคุณไม่สอนให้ลูกเรียกผมว่า ‘พ่อ’ ให้เรียกแต่คุณลุง ต่อไปลูกจะติดปากและไม่ยอมเรียกผมว่าพ่ออีก”
เธอจึงเลิกคิ้วขึ้นยียวน
“มันยังไม่ถึงเวลานี่คะ”
“ถ้าแค่นี้คุณยังไม่เปิดโอกาสแล้วผมจะเอาชนะใจลูกได้ยังไง”
“ก่อนจะพูดเื่ลูกฉันว่าเราควรมาทำข้อตกลงเื่ของเราสองคนดีกว่าค่ะ”
เขาจึงเริ่มนิ่ง เริ่มคิดว่าลักษมีกำลังจะมาไม้ไหน“ว่ามา”
“ทีหลังอย่าทำแบบเมื่อคืนนี้อีกนะคะห้ามปีนเข้าห้องนอนของฉันยามวิกาล...เกิดฉันคิดว่าเป็โจรที่ไหนตีหัวแบะแล้วอย่ามาร้องเสียงหลงนะคะ”
“คุณรู้?”
“ตัวใหญ่ั์ขนาดนี้เดินแต่ละทีคิดว่าย่องเบาแล้วเหรอคะ”
“ทำไม กลัวตัวเองอดใจไม่ไหวเพราะคิดถึงผมเหมือนกันรึเปล่า”
ทว่าเธอบิดปากคว่ำสีหน้าไม่แยแสใดๆ
“หลงตัวเองเกินไปนะคะ”
เขาส่งเสียงหึหึในลำคอ“ดุจัง”
“นั่นคือข้อแรกนะคะ ส่วนอีกข้อคือตลอดเวลาที่คุณกำลังพิสูจน์ตัวเอง คุณห้ามล่วงเกินฉัน”
โอ้ว! นั่นมันเื่ใหญ่ที่เขาคิดอยู่ในหัวตลอดมันคือไม้ตายที่เขาจะเอาชนะใจเธอเลยนะ จู่ๆจะมาสั่งห้าม เท่ากับเธอกำลังคุมเกมนี้อยู่เขาก็เสียเปรียบน่ะสิ
แต่ก็แอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ...คิดว่าเขาจะเชื่อเหรอ
“แล้วถ้าผมขอแค่กอด หรือจูบจะได้ไหม?”
เดวิดไม่เพียงแค่พูดแต่เขายังขยับตัวเข้าไปโอบเธอไว้ในวงแขน จนปลายจมูกโด่งแนบชิดแก้มนิ่มข้างหนึ่งทำให้เธอถึงกับขืนตัวแข็ง
“อย่าทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้นะคะถ้าลูกมาเห็น ฉันจะตอบคำถามลูกไม่ได้”
เขาเลยยิ้มพึงใจ ก็เธอติดกับดักเขา
“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำไม่ให้ลูกเห็น รับประกันได้”
แล้วเขาก็ปล่อยร่างเธอเป็อิสระทำให้เธอถึงกับหายใจเต็มแรง สีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
“แล้วเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกข้ออันนี้สำคัญ”
เขาหลิ่วตามอง “ทำไมหลายข้อจัง”
“คุณห้ามบอกดีเดย์ว่าเป็คุณเป็พ่อเด็ดขาดแต่ต้องทำให้ลูกของฉันรักและยอมรับคุณด้วยตัวเอง ถ้าคุณทำได้ วันนั้นฉันจะสอนเขาเองให้เรียกคุณว่า แด๊ดดี้ พอใจไหมคะ”
พอได้ยินคำนั้น หัวใจเขาก็พองโตอยากได้ยินเสียงใสของดีเดย์เรียกคำไหนก็ได้...ทั้งปาปี๊...พ่อ...หรือแด๊ดดี้แค่นึกก็สุขไจ
“ตกลง”
“แต่ฉันให้ระยะเวลาคุณแค่...เดือนเดียวเท่านั้นนะคะ”
เขาจึงร้องเสียงหลง “เดือนเดียว!!”
//////////////////////////////////จบบทที่ 5