“นายท่าน...” อาอิ้นก้าวออกมาพลางร้องเรียก
หลันชิงมองหน้าคนสนิท เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของอีกฝ่ายจึงเอ่ยขึ้น“มีอะไร”
ทว่ายังไม่ทันที่บ่าวหนุ่มจะเอ่ยปากเสียงกรีดร้องร่ำไห้ก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับเ้าของเสียงที่ปรากฏตัวพรวดพราด
“ท่านพี่ท่านต้องจัดการผู้ที่ทำร้ายเจี่ยนเอ๋อร์นะเ้าคะ”
สตรีวัยกลางคนผู้มีเรือนร่างบอบบางถลันเข้ามานางเกาะขานายท่านสกุลซูพลางร่ำร้องปริ่มว่าจะขาดใจ มือก็จับผ้าเช็ดหน้าซับหางตาไปด้วย อวิ๋นซือมองแล้วให้หมดอารมณ์ อนุเจียวที่เรือนหลังของสามีนางยังมีความเป็มืออาชีพมากกว่าเลยร้องไห้แบบนี้หาความงามไม่เจอ แล้วยังไม่ชวนมองอีก
“ูเี่ทำผิด ข้าเป็คนสั่งลงโทษเองน้าสะใภ้คิดจะจัดการหลานชายผู้นี้อย่างไรหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มนวล แต่ในสำเนียงกลับแฝงด้วยความคุกคามหลันชิงทำเพียงอมยิ้มบาง ทว่าดวงตาที่คล้ายเมล็ดซิ่งนั้นกลับไร้รอยยิ้ม
“เอ่อ...” ซูฮูหยินฟังแล้วเหงื่อตก พูดไม่ออก กับคนอื่นนางอาจกล้าโวยวายแต่มิใช่กับหลานชายต่างสกุลผู้นี้แน่ ความกล้าของนางแทบไม่มียามที่เห็นอีกฝ่าย
หลายปีก่อนหากไม่ได้หลันชิงยื่นมือเข้าช่วยเหลือยามตกต่ำมีหรือที่สกุลซูจะยังยืนหยัดเป็ไม้สูงมาได้จนทุกวันนี้ เช่นนั้นต่อให้อีกฝ่ายทุบตีบุตรชายของนางจนตายใครจะกล้าไปเอาผิดเขาเล่า
“พอพูดขึ้นมาเช่นนี้ ข้าก็นึกได้ว่าญาติผู้น้องนั้นยังทำกิริยาไม่สมควรกับภรรยาของข้าอีกด้วยเช่นนั้นท่านน้ากับน้าสะใภ้คิดว่าควรจะลงโทษเขาเพิ่มอย่างไรดีเล่า”
ลงโทษเพิ่ม! ล้อเล่นหรือเจี่ยนเอ๋อร์ของนางสะบักสะบอมจนน่วมไปทั้งร่าง เรี่ยวแรงจะขยับตัวยังแทบไม่มีแล้วจะให้มารับโทษเพิ่มอันใดอีก ซูฮูหยินได้แต่อ้าปากพะงาบๆ
หลันชิงไม่เอ่ยวาจาแต่กลับส่งแววตากดดันแทนยังไม่ทันที่นายท่านและฮูหยินสกุลซูจะกล่าวคำพูดใดออกมาเสียงหวานสดใสของดรุณีนางหนึ่งก็พลันดังขึ้นเสียก่อน
“พี่ชิง...” ร่างบอบบางกึ่งเดินกึ่งวิ่งพลางร้องเรียกด้วยน้ำเสียงยินดี
อวิ๋นซือหันไปมองผู้มาใหม่แล้วนึกชื่นชม เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นสตรีงดงามและสดใสราวกับฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้
ใบหน้าเล็กเรียวสวยดวงตากลมแวววาวเป็ประกายฉ่ำน้ำ ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มแดงระเรื่อ อาภรณ์สีแดงสดพลิ้วไหวยามก้าวเดินให้ความรู้สึกราวกับดอกท้อสีแดงดอกเล็กๆ ที่กำลังเริงระบำล้อลม นางเดินเข้ามาเกาะแขนหลันชิงอย่างสนิทสนม พลางเอ่ยคำทักทายด้วยน้ำเสียงยินดีกิริยาท่าทางสดใสจนั์ตาพร่า
“พี่ชิง ท่านมาถึงก็ทำหน้าดุเลยลี่หลินเคยบอกท่านไว้แล้วอย่างไรเ้าคะ ว่าพี่ชิงหน้าตาดีมากเพราะฉะนั้นต้องไม่ทำหน้าดุแบบนี้” มือบางขาวเรียวสวยประหนึ่งหยกเสลา ผละออกจากแขนแกร่งแล้วขึ้นจับใบหน้าคมพลางดึงยืดไปมาจากนั้นก็หัวเราะเสียงใส
“หลินเอ๋อร์ เ้านี่เอาใหญ่แล้วโตเป็สาวเป็นางแล้วไยไม่สำรวมบ้าง” หลันชิงไม่ได้ปัดมือของอีกฝ่ายออก แต่เอ็ดนางเบาๆ ทว่าแฝงด้วยความอบอุ่นจนรู้สึกได้
เ้าตัวผละออกพลางบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมละจากแขนญาติผู้พี่อย่างแง่งอนก่อนจะหันมามองอวิ๋นซือพร้อมทำตาโต แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส
“เอ... หรือว่านี่คือพี่สะใภ้คนสวยของข้าในที่สุดพี่ชิงก็ยอมพาพี่สะใภ้มาให้ลี่หลินได้ชมเสียที” ว่าจบนางก็ผละออกจากหลันชิงมาจับมืออวิ๋นซือด้วยความดีใจหญิงสาวยกยิ้มหวานอันเป็เอกลักษณ์มอบให้อีกฝ่าย พลางมองโฉมสะคราญอย่างนึกชื่นชม
ลี่หลินที่มาจากหยกอันงดงามอย่างนั้นหรือช่างสมตัวจริงๆ ญาติผู้น้องของหลันชิงคนนี้งดงามเหนือคำบรรยายใด และเกินกว่าจะคาดคิด
“อย่ากวนพี่สะใภ้เ้า นางเดินทางมาเหนื่อยๆ”หลันชิงปรามญาติผู้น้องของตนด้วยน้ำเสียงเอ็นดูเมื่อเห็นซูลี่หลินเกาะแกะอวิ๋นซืออย่างอยู่ไม่สุข
“เอ...นี่พี่ชิงหวงพี่สะใภ้กระทั่งกับข้าเชียวหรือเ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยคำหยอกเย้า แววตาเปล่งประกายพราวระยับพลางหันไปถามญาติผู้พี่ด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์
หลันชิงส่ายหน้ายิ้มๆ มือเรียวสวยเห็นข้อชัดเจนผลักศีรษะคนตรงหน้าอย่างมันเขี้ยวก่อนจะเอ่ยปากสั่งคนให้ขนของเข้าที่พัก แล้วจึงหันมาทางอวิ๋นซือพลางออกแรงจูงนาง
“เดี๋ยวข้ากับพี่สะใภ้ของเ้าจะไปพักก่อนค่อยเจอกันตอนกินอาหารเย็น” เขาบอกเพียงซูลี่หลิน ก่อนจะพาอวิ๋นซือก้าวเดินอย่างชำนาญไปสู่ห้องพักโดยไม่คิดเหลือบมองนายท่านซูกับฮูหยินแม้แต่น้อย
หลันชิงพานางมายังเรือนรับรองที่สกุลซูจัดเตรียมไว้ก่อนจะล่าถอยออกไปให้เสี่ยวอิงกับเสี่ยวหยวนเข้ามาปรนนิบัตินายหญิงของตนในถังน้ำที่มีไอร้อนลอยกรุ่น อวิ๋นซือเอาศีรษะพาดขอบถังน้ำพลางหลับตาซึมซับความสดชื่นที่ได้เเช่น้ำอุ่นอย่างผ่อนคลายข้างกายมีสาวใช้คอยชวนคุยเป็ระยะ
“ไม่น่าเชื่อว่านายท่านซูกับฮูหยินจะมีบุตรสาวที่ทั้งน่ารักและนิสัยดีแบบนี้คุณหนูซูดีกว่าพี่ชาย ผิดกันลิบลับเลยนะเ้าคะ”
อวิ๋นซือฟังพลางคิดตาม นางหลับตานึกถึงโฉมงามในอาภรณ์สีแดงดอกท้อที่สดใสดุจฤดูใบไม้ผลิแล้วให้คลี่รอยยิ้มเป็นัยบางๆ งดงามสดใสน่ารักนั้นมิเถียง แต่บอกว่านิสัยดีก็คงต้องดูให้นานกว่านี้แม้ผู้อื่นจะไม่ทันสังเกตก็ตาม แต่นางไม่ใช่ เพราะอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นในยามที่หลันชิงเอ่ยปากจะลงโทษูเี่หลังจากลี่หลินมาก็ไม่มีการเอ่ยถึงเื่นี้อีกเลย
อีกฝ่ายนิสัยดีหรือไม่อวิ๋นซือไม่รู้แต่ถ้าบอกว่าลี่หลินฉลาด นางเห็นด้วยอย่างแน่นอน
“ดูท่าวันนี้นายท่านคงโกรธคุณชายซูมากจึงลงโทษเสียหนักขนาดนั้นนี่แสดงว่านายท่านต้องหวงฮูหยินของบ่าวเป็แน่เลยเ้าค่ะ”
เสี่ยวหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี รอยยิ้มซื่อๆฉาบบนใบหน้ากลม นางนำผ้ามารออวิ๋นซืออย่างรู้ใจ ร่างบางขยับกายลุกก้าวออกจากถังปล่อยให้สาวใช้ทั้งสองปรนนิบัติตามถนัด
‘หวงอย่างนั้นหรือ...’
ดวงตาสีนิลมองออกไปนอกหน้าต่างทิวทัศน์สีเขียวสลับแดงของดอกท้องดงามเกินบรรยาย ยิ่งมีภาพบุรุษรูปงามเคียงข้างสาวน้อยผู้เลอโฉมด้วยแล้วอวิ๋นซือฉีกยิ้มด้วยความเคยชิน ยามออกปากกล่าวสั่งสอนคนของตน
“เสี่ยวอิง เสี่ยวหยวนพวกเ้าจงอย่าเชื่อบางสิ่งเพียงแค่ตาเห็น... จำไว้”
ดรุณีน้อยนางนั้นสวมอาภรณ์สีชมพู กิริยาน่ารักสดใสใบหน้างดงาม มีเค้าคล้ายอวิ๋นซือไม่น้อย เ้าตัวพูดคุยกับหลันชิงด้วยท่าทางสนิทสนม
พอเสี่ยวอิงเห็นก็พลันใจนต้องเอ่ยขึ้น “เอ๊ะ!นั่นคุณหนูรองนี่เ้าคะ นางมาลั่วหยางได้อย่างไร”
อวิ๋นซือมองอยู่ไม่นานก็รั้งสายตากลับผละมานั่งให้เสี่ยวหยวนจัดการผมที่เปียกชื้นของตัวเอง มุมปากยังคงอมยิ้มตามความเคยชิน
ทำไมจะมาไม่ได้เล่า ฮูหยินสามหลิงจีแห่งจวนเสนาบดีกรมคลังกับซูฮูหยินเป็ลูกพี่ลูกน้องกันพวกนางสนิทสนมกันมาั้แ่ไหนแต่ไรไม่แปลกหากอวิ๋นหานจะใช้โอกาสนี้มาร่วมงานเพื่อจะได้พบหน้าบุรุษที่นางใฝ่หา
ครั้นเห็นสามียังคงมีสีหน้าอ่อนโยนนุ่มนวลกับรอยยิ้มหวานของผู้เป็น้องสาวร่วมบิดาอวิ๋นซือก็อดยิ้มบ้างไม่ได้ จริงอยู่ที่หลันชิงไม่ใช่ขุนนางมีอำนาจแต่เขาคือพ่อค้าที่มีเงิน และบิดาของนางก็คือคนที่้ามันมากที่สุด
เกือบสองปีที่ผ่านมาหลันชิงเสียเงินส่วนนี้ให้ท่านพ่อของนางไปไม่น้อย จวนเสนาบดีกรมคลังไม่ต่างจากเปลือกหอยที่ข้างนอกคงอยู่ดีแต่ข้างในนั้นกลวงโบ๋ เพราะความมือใหญ่ใจเติบของบิดาเกรงว่าอีกฝ่ายคงเริ่มไม่ไว้ใจนาง และคงกังวลว่าขุมทรัพย์เยี่ยงหลันชิงจะหลุดมือบิดากับฮูหยินสามคงยอมส่งอวิ๋นหานมายังสกุลหลันเป็แน่
นึกไม่ถึงว่าสตรีที่เพียบพร้อมกับครอบครัวขุนนางใหญ่แต่ละคนจะสิ้นคิดได้ถึงเพียงนี้ สนับสนุนให้บุตรสาวเป็อนุผู้อื่นอีกทั้งผู้อื่นนั้นก็ยังเป็คนที่นางเรียกว่าพี่เขยด้วย ดวงตาคู่งามหลุบต่ำลงพลางคาดเดา
‘หลันชิง ท่านจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้จะตอบรับหรือปฏิเสธ?’