ตอนที่19 สอบประจำเดือน
จนกระทั่งเสิ่นลี่อิงเปิดหีบห่อพัสดุออกแล้วพบสมุดโน้ตหกเล่มเมื่อเปิดดูแต่ละเล่ม เธอพบลายมือสวยงามเป็ระเบียบเรียบร้อยแลดูสะอาดตา
ประการสำคัญคือมีข้อความของเนื้อหาวิชาซึ่งกำลังเป็ที่้าของเธออยู่พอดีโดยก่อนหน้าเธอคิดจะสื่อสารเพื่อให้ัดำส่งมาให้ที่บ้าน
พอเห็นว่าเป็โน้ตย่อจากอาจารย์ของครูหลีอี้เฉินทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างยินดีและมีความสุขเป็อย่างยิ่ง
“ต้องขอบคุณอาจารย์เสียแล้วไม่นึกเลยว่าอาจารย์จะเมตตาฉันขนาดนี้”
เสิ่นลี่อิงถ่ายรูปสมุดโน้ตทั้งหกเล่มและกล่องพัสดุจากนั้นส่งเข้าไปในแชตกลุ่มสตาร์ พร้อมด้วยข้อความขอบคุณไปถึงัดำอย่างยินดีว่า
“ได้รับแล้วนะคะขอบคุณท่านอาจารย์มากเลยค่ะ ฉันจะสอบเข้ามหาลัยชิงหวาให้ได้”
สักพักหนึ่งัดำตอบกลับอย่างไม่คิดอะไรมากทว่าเขาต้องโมโหให้ตัวเองอีกครั้งที่รู้สึกใจอ่อนกับเด็กสาวว่า
“ไม่เป็ไร.....ตั้งใจอ่านและสอบเข้าให้ได้”
เขาเงยหน้าขึ้นสบตาลูกน้องอีกหกคนในห้องประชุมอย่างมีความหมาย
หลีอี้เฉินรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นทันทีเมื่อได้เห็นสายตามีเลศนัยจากหัวหน้าเขารีบเอ่ยแก้ตัวว่า
“หัวหน้าอย่ามองผมแบบนั้นสิครับผมไม่ใช่คนบอกวิธีเข้ากลุ่มแชตสตาร์เสียหน่อยแต่เด็กคนนั้นเรียนรู้และถอดรหัสเองนะครับ หัวหน้าอย่าโทษผมเลย”
สมาชิกคนอื่นในทีมัดำต่างก้มหน้านิ่งโดยไม่ยอมร่วมรับชะตากรรมกับหลีอี้เฉินแต่อย่างใด
หยางจุ้นยักไหล่อย่างไม่กังวลใจเขากล่าวชื่นชมเสิ่นลี่อิงอย่างจริงใจว่า
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยทำเป็ร้อนตัวไปได้ แต่เด็กนั่นถือว่าเรียนรู้เร็วทีเดียว หากมีโอกาสค่อยทดสอบ”
เมื่อหยางจุ้นพูดจบลงหลีอี้เฉินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่หัวหน้าไม่ได้ว่ากล่าวอะไร
จากนั้นหยางจุ้นเริ่มประชุมมอบหมายงานเพื่อติดตามและทำลายเครือข่ายของลัทธิปีศาจเขาสังหรณ์ใจว่าอีกไม่นานลัทธิปีศาจที่พยายามล้างสมองสาวกให้นับถือความรุนแรงและการเข่นฆ่าอย่างไร้เหตุผลจะกลายเป็ปัญหาที่หยั่งรากลึกจนแก้ไขได้ยากยิ่ง
..........
เสิ่นลี่อิงวางโน้ตย่อจากหยางจุ้นไว้บนโต๊ะหนังสือในห้องนอนเธอตั้งใจจะกลับมาอ่านเมื่อไปช่วยพ่อทำงานในฟาร์มเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งนี้เธออยากรู้ว่าพ่อพัฒนาฟาร์มไปถึงไหนจึง้าไปดูให้เห็นกับตา
พอเธอมาถึงสถานที่ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่และเหลือบมองเห็นพ่อกำลังพูดคุยกับหัวหน้าคนงานก่อสร้างอยู่จึงเข้าไปสอบถามด้วยความมีน้ำใจว่า
“พ่อมีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ?ตอนนี้กำลังสร้างโรงงานใช่ไหมคะ?”
เสิ่นลี่คุนหันหน้ามองลูกสาวคนโตด้วยสายตาภาคภูมิใจเขาตอบกลับเธอพร้อมยื่นแบบแปลนให้ลูกดูตามจริงว่า
“ใช่แล้วอิงเอ๋อร์พอดีทางการมีแบบแปลนโรงงานมาให้ด้วย ช่วยให้พ่อประหยัดเวลาหาช่างเขียนแบบพอดี”
เสิ่นลี่อิงรับแบบแปลนโรงงานที่พ่อยื่นมาให้อย่างสนใจเธอตรวจสอบแบบแปลนคร่าว ๆ แล้วพบว่าทางการออกแบบโรงงานที่จะทำเป็สถานที่ผลิตมันฝรั่งบรรจุห่อได้เป็อย่างดีรวมทั้งมีราคาประเมินไว้พร้อมสรรพซึ่งช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างเขียนแบบได้เป็จำนวนมาก
เธอพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจถึงแม้ว่าจะดูแบบแปลนไม่ค่อยรู้เื่นักทว่าพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ที่ได้เรียนรู้มาทำให้เธอสามารถวิเคราะห์แบบแปลนได้ไม่ยากเกินไปจึงเสนอแนะข้อคิดเห็นเพื่อลดปัญหามลภาวะที่มาจากโรงงานว่า
“พ่อวางแผนเื่กำจัดขยะกลิ่น และมลพิษทั้งหลายไว้ไหมคะ?หนูว่าพวกเราควรทำโรงงานให้เป็มิตรกับสิ่งแวดล้อมดีกว่าอย่างน้อยก็ช่วยให้ชุมชนของเรามีสิ่งแวดล้อมที่ดี”
ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าคนงานเขาพยักหน้าพลางกล่าวชื่นชมความคิดของเสิ่นลี่อิงตามจริงว่า
“ความคิดของหนูดีทีเดียวหากคุณเสิ่น้าโรงงานแบบนั้นละก็ ทางการเขามีหน่วยงานให้คำแนะนำและช่วยเหลืออยู่
ลองไปติดต่อดูสิครับ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าเราไปจ้างเอกชนเสียอีกเพิ่งเป็แนวนโยบายใหม่ของทางการพอดี”
เสิ่นลี่คุนพยักหน้าเข้าใจเขารู้สึกยินดีที่มีลูกสาวเก่งและฉลาดซึ่งสามารถช่วยเหลือพร้อมให้คำแนะนำบางอย่างได้จากนั้นเขาปรึกษากับหัวหน้าคนงานอย่างละเอียดเพื่อวางแผนจัดทำโรงงานตามคำแนะนำของเสิ่นลี่อิง
เด็กสาวเห็นว่าพ่อฟังคำแนะนำจากตนและพร้อมปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมั้แ่ทีแรกก่อนโรงงานสร้างเสร็จสิ้นซึ่งช่วยลดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตได้มาก
เธอแยกตัวออกไปตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกส้มซึ่งกินพื้นที่มากถึงสิบเอเคอร์โดยเธอเห็นแม่และน้องชายพากันวางแผนเื่การปรับปรุงพื้นที่ซึ่งพื้นที่ปลูกส้มจะกลายเป็พื้นที่สำหรับทำเกษตรผสมผสานตามทฤษฎีใหม่
“เจี่ยเจียมาพอดีแม่บอกว่าควรให้บ่อเลี้ยงปลาอยู่ตรงนี้ เจี่ยเจียว่าไงครับ?”
เสิ่นลี่หยางเงยหน้ามองเห็นพี่สาวขับรถมอเตอร์ไซค์เอทีวีเข้ามาพอดีเขากวักมือเรียกพร้ะโกนเรียกเธอ
เสิ่นลี่อิงรีบจอดรถแล้วลงไปดูพื้นที่กับแม่และน้องชายเธอช่วยออกความคิดเห็นบางอย่างที่สามารถปรับปรุงพื้นที่ได้ จนถึงเวลาพักกินอาหารกลางวัน
จากนั้นเธอรีบกลับบ้านเพื่อปรุงอาหารให้ครอบครัวกินอย่างกระตือรือร้นโดยภาคบ่ายเธอตั้งใจที่จะเริ่มอ่านโน้ตย่อวิชาคณิตศาสตร์จากหยางจุ้นก่อนเนื่องจากมีโจทย์สมมุติฐานของรีมานน์ที่ครูหลิวมอบให้
เมื่อกินอาหารกลางวันกับครอบครัวเสร็จเรียบร้อยแต่ละคนต่างแยกย้ายไปทำภารกิจส่วนตัว
เสิ่นลี่อิงกลับเข้าห้องเพื่ออ่านโน้ตย่อวิชาคณิตศาสตร์ตามแผนที่วางไว้ขณะพักสายตาหลังจากการทดลองแก้โจทย์ที่ได้เรียนรู้จากโน้ตย่อของหยางจุ้นเธอพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกว้าวุ่นใจว่า
“หวังว่าฉันจะพบทางสว่างจากโน้ตย่อวิชาคณิตศาสตร์สมมติฐานของรีมานน์รบกวนจิตใจฉันเหลือเกิน”
เสิ่นลี่อิงรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถทิ้งโจทย์ยากระดับตำนานอย่างสมมติฐานของรีมานน์ไปได้เธออยากที่จะเอาชนะตัวเองโดยการค้นหาคำตอบเพื่อพิสูจน์สมมติฐานนั้นจึงตั้งความหวังไว้ที่โน้ตย่อจากหยางจุ้นซึ่งอ่านมาได้เกือบถึงครึ่งหนึ่งแล้ว
สักพักหนึ่งเด็กสาวหยุดพักสายตาจากการอ่านหนังสือก่อนที่จะคิดถึงเื่การส่งคืนหนังสือคอมพิวเตอร์ที่ยืมมาจากหลีอี้
เฉินเธอไม่อยากเก็บไว้กับตัวเมื่ออ่านจบแล้ว จึง้าคืนให้กับเ้าของเดิม
“น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่เขียนที่อยู่ไว้ให้เลยไม่งั้นฉันคงได้ส่งหนังสือคอมพิวเตอร์คืนไปให้ แต่เอาไว้รอส่งให้ครูหลีเองดีกว่า ลองสอบถามที่อยู่ในกลุ่มแชตสตาร์ก่อนแล้วกัน”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเสิ่นลี่อิงจึงส่งข้อความเข้าในกลุ่มวีแชตสตาร์ทันทีว่า
“ขอรบกวนอาจารย์และทุกท่านด้วยค่ะฉันอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ที่ยืมมาจากครูหลีเสร็จสิ้นแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะส่งคืนได้
ทางไหน?ช่วยแนะนำฉันทีค่ะ”
ไอดีัดำพลันส่งข้อความตอบกลับอย่างเรียบง่ายว่า
“ไม่เป็ไร.....เก็บไว้ก่อนค่อยส่งคืนเมื่อมาเรียนที่ชิงหวาแล้ว”
หยางจุ้นตาโตด้วยความใพลางสบถให้ตัวเองที่เผลอพิมพ์ประโยคให้กำลังใจเด็กสาวไปว่า
“ซวยละ!...พิมพ์บ้าอะไรอีกแล้ว?!”
เสิ่นลี่อิงยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่อาจารย์ของครูหลีให้กำลังใจตนเองเธอพิมพ์ตอบกลับอย่างยินดีว่า
“แน่นอนค่ะฉันจะต้องสอบเข้ามหาลัยชิงหวาให้ได้ แล้วฉันจะเอาหนังสือไปคืนให้นะคะ”
เด็กสาวคาดเดาว่าครูหลีอี้เฉินคงเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหวาแน่นอนไม่งั้นอาจารย์ของครูหลีคงไม่กำชับและให้กำลังใจตนแบบนั้น
อย่างไรก็ตามหยางจุ้นไม่ได้รับรู้ข้อความจากเสิ่นลี่อิงอีกเหตุเพราะเขาออกจากการสนทนาไปโดยรู้สึกสับสนในตัวเองที่ใจดีกับเด็กสาวเกินเหตุ
จากนั้นเสิ่นลี่อิงอ่านโน้ตย่อวิชาคณิตศาสตร์ไปได้สักพักพลันเริ่มมองเห็นลู่ทางในการเริ่มต้นพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์ เธอเขียนแบบร่างแนวความคิดไว้คร่าวๆ ก่อนที่จะอาศัย่ว่างค้นหาคำตอบต่อไป
ทั้งนี้เสิ่นลี่อิงสามารถอ่านโน้ตย่อของหยางจุ้นได้มากถึงสี่วิชาภายในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ทำให้วันจันทร์ที่ไปเรียนมีความรู้สึกกระตือรือร้นในการทำข้อสอบประจำเดือนเป็อย่างยิ่ง
..........
เช้าวันจันทร์นักเรียนห้องห้าชั้นมัธยมปลายปีสามต่างพากันกระตือรือร้นในการทำข้อสอบประจำเดือนทั้งนี้นักเรียนเฉพาะระดับชั้นมัธยมปลายจะต้องทำข้อสอบทั้งหมดหกวิชา ๆ ละห้าสิบข้อๆ ละหนึ่งคะแนน ดังนั้นหกวิชาจะมีคะแนนรวมสาม
ร้อยคะแนน
ส่วนนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายห้องสามซึ่งเป็ห้องเรียนสายศิลป์จะมีข้อสอบย่อยที่แตกต่างกันเล็กน้อยนั่นคือ ข้อสอบ
วิชาหลักมีสามวิชา ได้แก่ วิชาภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์
ส่วนข้อสอบที่จำแนกตามประเภทสายที่เรียนทั้งสายวิทย์และสายศิลป์จะสอบย่อยในวิชาที่แตกต่างกัน
สายวิทย์จะสอบสามวิชาที่สอดคล้องกับการสอบเกาเข่าได้แก่ วิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา
ส่วนสายศิลป์จะสอบสามวิชาได้แก่ วิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมือง
ครูหลิวเฟยฟาเข้ามาในห้องห้าพร้อมกับหัวหน้าห้องที่ไปช่วยถือเอกสารข้อสอบมาจากห้องพักครู
ครูหลิวกวาดสายตามองความเรียบร้อยของนักเรียนในห้องห้าอย่างพึงพอใจเขาสั่งการให้หัวหน้าห้องมอบข้อสอบให้กับนักเรียนทั้งหกชุดทันทีโดยนักเรียนทุกคนมีเวลาทำข้อสอบทั้งหมดสามชั่วโมงเต็มเริ่มั้แ่เวลาแปดนาฬิกาไปจนถึงเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา
.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.
ไรต์จะเริ่มติดเหรียญบางตอนั้แ่ตอนที่ 23 เป็ต้นไป และจะอัปวันละสามตอน
ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนซึ่งได้ให้กำลังใจและการสนับสนุนไรต์คนนี้จ้า