-BAD FRIEND-
“อีบัว!!!”
“โอ๊ยอีนี่ เสียงดัง!” ฉันบอกอีผิงที่วิ่งมากอดเมื่อเห็นฉันเดินมาถึงโต๊ะที่พวกเรานั่งประจำ มากันครบแล้วนี่หว่า นี่ฉันมาคนสุดท้ายอีกแล้วเหรอ คิดว่าออกมาเร็วแล้วนะเพราะว่าวันนี้เปิดเทอมวันแรกแต่ก็สายอีกตามเคย
“กูคิดถึงมึงนี่หว่า” มันบอกก่อนจะผละออกไป
“อย่าเวอร์” ฉันว่าพลางเบะปากใส่มัน ฉันแกล้งมันเล่นไปงั้นแหละที่จริงก็คิดถึงมันแหละคิดถึงทุกคนเลย
“ไหนอ่ะ ของฝากกูอ่ะ มึงด้วยอีเม” กลับมามือเปล่าได้ไง
“กูกลับบ้านไหมล่ะ ไม่ได้ไปเที่ยว” อีเมบอก
“ของกูอยู่บนรถเดี๋ยวค่อยไปเอา” อีผิงบอก นึกว่าจะไม่มีซะแล้ว ของฟรีบัวชอบบบบ
“พวกมึงจะคุยกันอีกนานไหม กูหิวข้าว” ไอ้พีทพูดขัดขึ้นเมื่อพวกฉันไม่ได้สนใจพวกมันเลย ก็พวกมันสามตัวไม่ได้ไปไหนนี่
“ใครมัดปากมึงไว้ล่ะ” ฉันหันไปด่ากับไอ้พีทแต่ดันไปสบตากับนักรบที่มองฉันอยู่ก่อนแล้ว ฉันยิ้มให้มันส่วนมันก็ยักคิ้วส่งมา
กวนตีนเหมือนเดิม
หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลยนอกจากเราจะคุยกันในกลุ่มไลน์ เป็ฉันเองที่พยายามอยู่ห่างจากมัน ถ้าถามว่าตอนนี้ฉันยังรู้สึกกับนักรบอยู่ไหม ตอบเลยว่ายังรู้สึกอยู่ อย่าเพิ่งด่าว่าฉันโง่นะก็คนมันชอบไปแล้วจะให้เลิกชอบเลยก็คงจะทำไม่ได้ ใครทำได้ก็เก่งละ แต่ตอนนี้ก็โอเคกว่าเดิมอ่ะนะ
“ปากแบบนี้ระวังได้เืเหมือนไอ้บอลนะครับ” ไอ้พีทบอก หมายความว่าไง
“เฮ้ย! ปากมึงไปโดนอะไรมาอ่ะ” ฉันถามไอ้บอลเมื่อเห็นแผลที่มุมปากมัน ตอนแรกไม่ได้สนใจไงเลยไม่เห็น มันไปโดนใครซัดมาล่ะเนี่ย มาเรียนวันแรกก็มีเื่แล้วเหรอ
“มึงถามผัวมึงสิ” อีเมบอกพลางชี้ไปที่นักรบ
ผะ..ผัวบ้าอะไรล่ะ
“กูต่อยมันเองแหละ เอาคืน” นักรบพูดจบฉันก็กระจ่างทันที คงจะเป็เื่ที่มันใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วนักรบวันนั้นแหละ สมควรแล้วที่โดนต่อยฉันว่าแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ เล่นอะไรไม่รู้เื่
“วันนั้นมึงน่าจะอยู่ต่อนะบัว จะได้เห็นอะไรเด็ดๆ” ดูมันยังไม่สำนึกอีก สงสัยนักรบคงจะบอกว่าฉันกลับก่อน ดีแล้วล่ะพวกมันจะได้ไม่ต้องสงสัยกัน จะให้ใครรู้เื่นี้ไม่ได้เด็ดขาดส่วนตัวฉันเองก็จะลืมมันเหมือนกัน
“ก่อนจะเด็ดมึงมาให้กูกระทืบก่อนมา!”
“อ๊ากกก ไอ้เหี้ยรบกูขอโทษษษ”
พวกเราส่ายหัวให้พวกมันสองคนที่วิ่งไล่เตะกันเป็เด็ก หวังว่าไอ้บอลมันจะไม่ไปแกล้งใครแบบนี้อีกแล้วกัน
“กูว่าเราไปกินข้าวเหอะ จะได้แยกย้ายกันไปเรียน” ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับอีผิงเพราะว่าเราไร้สาระกันมานานแล้ว จะเข้าเรียนสายั้แ่คาบแรกไม่ได้นะ เอาฤกษ์เอาชัยต้อนรับปีสามหน่อย555
“กูรอคำนี้มานานแล้วครับ” ไอ้พีทบอกก่อนจะเดินนำไป สงสัยจะหิวจริงๆ แหละเดินไม่รอใครแบบนั้นอ่ะ
เมื่อเรากินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปเรียนเพราะปีสามไม่มีวิชาที่เรียนรวมกันแล้ว แบบนี้ก็เท่ากับว่าฉันต้องนั่งเรียนกับนักรบทุกวิชาเลยไง จะร้องงงงTT
ความจริงเรานั่งเรียนมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ได้คุยอะไรกันสักคำเลย อึดอัดตัวจะแตกอยู่แล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะเลิกเรียนสักทีเอาจริงก็ยังไม่ได้เรียนจริงจังหรอก อาจารย์แค่ขี้แจงเนื้อหาที่จะเรียนก็เท่านั้นเอง ปล่อยเถอะ พลีสสสส
“เป็อะไรทำหน้าแบบนั้น ปวดขี้อ่อ” อยู่ๆ นักรบก็พูดขึ้นทำฉันสะดุ้งนิดหน่อยหลังจากที่เงียบมานาน
“อะ เอ่อ เปล่าอ่ะ” หน้าฉันดูเหมือนคนปวดขี้จริงๆ เหรอวะ
“นั่งเงียบเหมือนไม่ใช่มึงเลยว่ะ” มันพูดต่อ
“นี่มึงจะบอกว่ากูพูดมากเหรอ” แม่งหลอกด่ากันนี่หว่า
“กูไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย มึงอ่ะคิดมาก” มันว่าพลางเอามือมาผลักหัวฉันด้วย
“โอ๊ย! ผมกู...”
“ชู่วว” มันจุ๊ปากเมื่อฉันเตรียมจะโวยวายโดยลืมไปว่าตอนนี้อยู่ในห้องเรียน
ชิบหายแล้ว!
ทุกสายตับจ้องมาที่ฉันเพียงคนเดียวรวมถึงอาจารย์แว่นมหาประลัยด้วย จริงๆ แล้วแกชื่อวันเพ็ญแต่แกชอบใส่แว่นตาหนาๆ มาสอนฉันเลยเรียกว่าอาจารย์แว่นซะเลย แล้วมันใช่เวลามาสาธยายเื่นี้ไหมเนี่ยอีบัว ฉันรีบก้มหัวให้ทุกคนทันทีเป็เชิงขอโทษก่อนที่อาจารย์จะเริ่มพูดต่อ
“ฮ่าๆ ๆ” ฉันหันขวับไปมองคนข้างๆ ทันทีเมื่อได้ยินเสียงก็เห็นว่ามันนั่งเอามือปิดปากกลั้นขำอยู่
“ยังมีหน้ามาขำอีก เพราะมึงอ่ะ” ฉันพูดอย่างหงุดหงิด แม่งนั่งเงียบเหมือนตอนแรกก็ดีอยู่แล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องมาโดนอาจารย์ตำหนิทางสายตาั้แ่วันแรกแบบนี้ ฮึ่ย!
“กูผิดอะ โอ๊ย” มันร้องออกมาเมื่อฉันหยิกมัน ดีนะมันไม่ได้เสียงดังเหมือนฉันไม่งั้นได้โดนเชิญออกจากห้องทั้งสองคนแน่ คนอะไรทำผิดแล้วไม่ยอมรับอีก
“นั่งหุบปากไปเลย” ฉันสั่งมันก่อนจะหันไปสนใจอาจารย์แทนก่อนจะแอบยิ้มในใจที่เราสองคนยังเป็เหมือนเดิมได้ จากที่คิดว่ามันจะอึดอัดแต่ก็ไม่ มันก็ยังทำตัวปกติเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา
แบบนี้น่ะดีแล้ว...
21:32 น
ฉันมองนาฬิกาก็พบว่าเลยเวลานัดมาครึ่งชั่วโมงแล้วเลยรีบเดินเข้าไปในผับที่อีเมนัดไว้ มันบอกว่าฉลองเปิดเทอม แบบนี้ก็ได้เหรอ มันไม่ได้มีแต่ฉลองปิดเทอมเหรอวะ แต่ช่างเถอะ สงสัยมันเก็บกด่ปิดเทอมที่ต้องไปช่วยงานที่บ้านเลยจะอยากปลดปล่อย
“เพิ่งจะเสด็จมานะมึง” ทันทีที่เข้าไปถึงก็ได้ยินเสียงจิกกัดมาจากอีผิงคนแรกเลย
“กูก็มาแล้วป่ะ” ฉันบอกก่อนจะนั่งลงข้างมัน บ่นอะไรนักหนาก็ไม่รู้
“ไม่เลทก็ไม่ใช่อีบัวดิ” อีเมเสริม ฉันยักไหล่อย่างไม่สนใจ มาเร็วมาช้าก็มาอยู่ดีล่ะน่า
“นี่พวกมึงจะแต่งตัวอ่อยไปไหนเนี่ย” ฉันเห็นชุดพวกมันแล้วอดที่จะแขวะไม่ได้ พวกมันใส่เดรสเกาะอกรัดรูปสั้นเหนือเข่าเหมือนกันแต่คนละสี อีเมสีขาวส่วนอีผิงสีดำ โคตรแซ่บอ่ะบอกเลย แอบไปซื้อชุดด้วยกันไม่บอกฉันเลยนะ แล้วดูที่ฉันใส่มาสิ เสื้อเปิดแขนกุดเอวลอยสีขาวกับกางเกงขายาวรัดรูปสีดำ โคตรจะไม่เข้าพวกเลย
“ไม่ได้ผู้ไม่กลับค่าาาา” พวกมันพูดพร้อมกันจนฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ
“แล้วพวกผู้ชายอ่ะ” ฉันถามเพราะั้แ่เข้ามานั่งยังไม่เห็นพวกมันสักคนเลย ยังไม่มากันเหรอฉันว่าฉันมาเลทสุดแล้วนะ
“ไปเต๊าะเด็กอยู่โต๊ะนั้นอ่ะ” อีผิงขี้ไปที่โต๊ะๆ นึงที่อยู่ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลจนมองไม่เห็น ฉันมองตามไปก็พบว่าโต๊ะนั้นมีแต่ผู้หญิงประมาณสามสี่คนส่วนผู้ชายที่นั่งอยู่ด้วยก็เป็พวกมันสามตัวนี่แหละ ฉันจะไม่อะไรเลยถ้านักรบไม่นั่งเบียดกับผู้หญิงคนนั้นขนาดนั้น นั่งแบบนั้นไม่นั่งตักกันไปเลยล่ะ
“เด็กไอ้รบมัน” ฉันหันขวับไปมองอีเมทันทีที่มันพูดจบก่อนจะทำหน้าไม่เข้าใจ หมายความว่าไง
“ใคร” ฉันถามเสียงเรียบพยายามจะเก็บอาการไม่ให้มันสองคนรู้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำได้ดีแค่ไหน
“น้องเบลล์ เด็กปีหนึ่งคณะนิเทศ”
“!”
น้องเบลล์ ?
คนที่พวกมันเคยพูดถึงใช่ไหม
‘ช่างสิ กูไม่ได้ชอบน้องเขานี่’
‘แล้วมึงไปคุยกับเขาทำไม’
‘ก็แค่คุยเฉยๆ’
อยู่คำพูดของมันก็ลอยเข้ามาในหัวฉัน นี่คุยเฉยๆ มันเหรอ ไหนบอกไม่ได้ชอบไงทำไมต้องไปนั่งให้เด็กนั่นลวนลามด้วยก็ไม่รู้ ฉันพูดจริงนะ ใครก็ดูออกว่าเด็กนั่นกำลังอ่อยมันอ่ะ เห็นแล้วขัดลูกกะตาชะมัด
“อ่อยเวอร์” อีเมบอก แน่นอนว่าผู้หญิงด้วยกันมันจะมองออกอยู่แล้ว เคยได้ยินไหมว่าผีเห็นผีอ่ะ มีแต่พวกผู้ชายนั่นแหละที่ดูไม่ออกอ่ะ
“แก่แดด” ฉันว่า
“ห๊ะ มึงพูดอะไรนะบัว” อีผิงถามขึ้นเมื่อฉันพูดจบ อุตส่าห์พูดเบาๆ แล้วนะแถมเสียงเพลงก็ดังขนาดนี้ยังจะได้ยินอีก หูดีเหลือเกินนะ
“เปล่า” ฉันบอกปัดมันไปก่อนจะยกวอดก้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วทำไมฉันต้องไปสนใจมันด้วยล่ะ มันจะทำอะไรคุยกับใครก็เื่ของมันสิ ในเมื่อเราเป็แค่เพื่อนกัน อย่าลืมสิบัว
23.47 น.
“อีบัวววววอีผิงงงงง ไปเต้นกานนนนน” อีเมพยายามฉุดดึงฉันกับอีผิงให้ลุกไปเต้นกับมัน ฉันเชื่อละว่ามันเก็บกดจริงๆ ั้แ่มาถึงฉันยังไม่เห็นมันหยุดดื่มเลย สภาพถึงได้เมาเละขนาดนี้
“กูไม่ชอบเต้น” ฉันปฏิเสธเพราะไม่ชอบที่จะต้องไปเต้นเบียดกับคนอื่นแบบนั้น
“ปายยย อีผิงปายยย” เมื่อเห็นว่ายังไงฉันไม่ไปมันก็หันไปลากอีผิงแทน
“แม่งเก็บกดมาจากไหนวะ” ไอ้บอลที่นั่งตรงข้ามกับพวกเราพูดขึ้นข้างมันก็เป็ไอ้พีทกับนักรบ อ่อ ลืมบอกว่าพวกมันเสด็จกลับมานั่งโต๊ะตัวเองแล้วค่ะ ไม่รู้ยัยเด็กพวกนั้นปล่อยมาได้ยังไง เหอะ พูดแล้วก็อารมณ์เสีย
“เออๆ เดี๋ยวกูไปเพื่อนมันก่อนนะ” อีผิงหันมาบอกพวกเราก่อนจะพาอีเมไปเต้นกลางฟลอร์ พวกที่เหลือก็นั่งดื่มกันต่อ เอาจริงๆ ฉันก็กรึ่มๆ แล้วแหละแต่ก็ไม่ได้เมาถึงขนาดอีเมอ่ะ
“เออบัว พวกกูมีเื่จะคุยด้วย” ไอ้พีทพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงเพราะกลัวฉันจะไม่ได้ยิน
“อะไร เื่ที่มึงไปเต๊าะเด็กอ่ะเหรอ” ขอแขวะหน่อยเหอะ คอยดูนะฉันจะฟ้องหลิน นี่ไม่ได้พาลนะเว้ย
“พ่องสิ กูไปเพื่อนไอ้รบเฉยๆ หรอก” ไอ้พีทรีบแก้ตัว
“กูขอเหรอ” นักรบบอกก่อนจะตบหัวมันไปทีนึง คือเื่ที่จะคุยคือให้มานั่งดูมันถียงกันเนี่ยนะ
“กูว่าเข้าเื่เถอะ” เป็ไอ้บอลที่เป็คนพาเข้าเื่ ทำไมดูเหมือนพวกมันรู้เื่กันหมดแล้วล่ะ
“เออๆ คือหลินจะเข้ามาอยู่กับกูที่คอนโด” ไอ้พีทเริ่ม
“แล้ว?” คือมันจะมาบอกฉันทำไมอ่ะ
“กูก็เลยจะย้ายออก” นักรบพูดต่อ เป็ฉันก็คงย้ายออกเหมือนมันนั่นแหละ ในเมื่อสองคนนั้นเป็แฟนกันแล้วมันก็เป็คอนโดของไอ้พีทไงจะให้อยู่เป็ก้างขวางคอก็คงจะแปลกๆ
“แล้วไงอ่ะ” ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามาบอกให้ฉันรับรู้ทำไม ถึงฉันจะอยากรู้ทุกเื่ของนักรบก็เถอะ
“ก็คอนโดมึงว่างไง ทำไมมึงเข้าใจยากจังวะ” ไอ้บอลบอกอย่างหัวเสียนิดๆ เมื่อฉันยังไม่ยอมเข้าใจ
คอนโดว่างแล้วไงอ่ะ เอ๊ะ อย่าบอกนะว่า..
“ยะ อย่าบอกนะว่ามึงจะมาอยู่กับกู!”
-TBC-