"แค่ก แค่ก!"
"นายบ้ารึเปล่าเนี่ย? ทำไมไม่วิ่งหนีล่ะ?" หญิงสาวในชุดนักเรียนตะคอกใส่ผมชุดใหญ่ หลังจากรอดจากเหตุการณ์เสี่ยงตายเมื่อกี้
"คะ คือ ขอโทษครับ เอ้ะ! ขะ ขอบคุณที่ช่วยนะ แต่ว่าพวกคุณเป็ใครครับ?" แม้จะใช้เวลาไม่นานนักแต่ผมก็สามารถดึงสติของผมให้กลับมาจากอาการช็อคกับเื่ที่พบเจอเมื่อกี้ได้ พร้อมกับยิงคำถามสวนกลับไปในทันที
"หาา!!? นี่นายไม่รู้จักพวกเรา? นายไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนเรางั้นเหรอ? ถึงจำหน้าตารุ่นพี่ของตัวเองไม่ได้เนี่ย?" หญิงสาวคนเดิมยังคงเอ็ดผมด้วยความโกรธราวกับว่าผมไปทำอะไรไม่ดีไว้กับเธอยังไงอย่างงั้น
"เอาน่า น้องเขาก็คงไม่รู้จักเราจริงๆ นั้นแหละ ใช่ไหมล่ะริว?"
"เอ้ะ? รู้จักผมด้วยเหรอครับ?"
ชายหนุ่มหน้าตาดี สวมแว่นทรงกลมที่ดูไม่ต่างจากลูกคุณหนูที่เคยดูในละครพูดขึ้น เขารู้จักชื่อของผมได้ยังไงกัน?
"อะ อ๋อ ก็นิดหน่อยนะ เธอเป็เพื่อนของดารินใช่ไหมล่ะ?"
"คุณรู้จักดารินด้วยเหรอ? แล้วคุณรู้รึเปล่าว่าเธออยู่ที่ไหน?"
"เอ่ออ คือ เื่มันยาวน่ะ แต่เอาเป็ว่าฉันรู้จักทั้งเธอและดาริน แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธออยู่ไหนน่ะ ั้แ่มาอยู่ในที่นี่ก็ไม่ได้เห็นเธออีกเลยนะ ฮ่าๆ"
"ดารินก็อยู่ในโลกนี้เหมือนกันครับ ผมมาที่นี่เพื่อตามหาเธอ..."
"เอาจริงดิ?! อย่างกับพระเอกออกตามหานางเอกเหมือนในละครหลังข่าวที่ฉันดูเมื่อวานเลยว่ะ ฮ่าๆ" ยัยผู้หญิงปากแซ่บยังคงแซะแซวผม ผมเลือกที่จะเงียบไม่ต่อปากต่อคำกับเธอ แม้ว่าเธอจะดูน่ารักแต่นิสัยและการพูดจาของเธอช่างดูแย่จริงๆ
"เอาล่ะ เด็กน้อย นายเข้ามาที่นี่เพื่อตามหาเพื่อนของนายใช่ไหม? ไหนลองบอกมาดิว่าเข้ามาในนี้ได้ยังไง?" ชายร่างกำยำ ตัวใหญ่เกินจะเป็เด็กมอต้น ที่ช่วยลากผมออกมาจากเหตุการณ์เมื่อกี้ เดินตรงเข้ามาหาผม พร้อมยิงคำถามที่เขาเองก็น่าจะรู้อยู่เต็มอก
"ถ้าผมคิดไม่ผิดพวกคุณคือรุ่นพี่ที่หายตัวไปเมื่อปีที่แล้วใช่ไหมครับ? ผมก็เข้ามาที่นี่ด้วยวิธีการเดียวกับพวกคุณนั้นแหละครับ" ผมตอบคำถามเขาไปอย่างใจเย็นแม้ว่าผมจะมีคำถามมากมายที่อยากจะถามพวกเขาก่อน
"หาาา?! หนึ่งปีที่แล้ว? บ้าไปแล้วเหรอ? พวกเราพึ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเลยนะ!" ยัยผู้หญิงคนเดิมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าฟัง
"..."
"ผ่านมาหนึ่งปีแล้วอย่างงั้นเหรอ?..." ชายใส่แว่นพูดขึ้นเบาๆ
"บ้าไปแล้ว!?" ชายร่างกำยำบ่นออกมาก่อนที่จะนั่งลงข้างหน้าผม กุมหัวเหมือนกำลังผิดหวังกับอะไรบางอย่าง
"เอ่อ... คือ..." บรรยากาศที่ดูวุ่นวายเมื่อกี้ กลับเข้าสู่ความเงียบสนิทอีกครั้ง ทุกคนต่างเงียบและทำหน้าเคร่งขรึม
"อ้ากกกกกกกกกกก! ไม่นะ ฉันยังไม่ได้ใช้ตั๋วกินไอศครีมฟรี ที่หมดอายุภายในสิ้นเดือนนี้เลย!!!" หญิงสาวบ่นขึ้นพลางขยี้หัวตัวเองจนผมของเธอฟูฟ่อง
"ฉันก็พลาดโอกาสที่จะได้ดูดาวตกที่จะตกในเดือนหน้า ในรอบ 20 ปี สินะ น่าเศร้าจริง..." รุ่นพี่แว่นที่จะดูเป็ผู้เป็คนที่สุดพูดขึ้นพลางขยับแว่นและก้มหน้าเล็กน้อย
"..." นี่พวกรุ่นพี่เขาไม่กังวลเื่อื่นบ้างเลยเหรอ...
"คนที่บ้านจะเป็ยังไงกันบ้างนะ!" ชายร่างกำยำที่ดูเหมือนจะมีดีแค่กำลังพูดขึ้น หน้าตาของเขาดูเป็กังวล เขาคงจะเป็ห่วงคนที่บ้านมากเมื่อรู้ว่าตัวเขาเองนั้นหายไปตั้งหนึ่งปี ผมรู้สึกได้เลยว่าคนคนนี้อาจจะเป็คนที่สามารถพึ่งพาได้ที่สุดในกลุ่ม
"หนังสือ*ป๊ ที่ซ่อนไว้ คุณแม่จะหาเจอรึยังนะ" ชายร่างกำยำพูดต่อ...
"..."
"กังวลไปก็เท่านั้น เอาล่ะ ฉันชื่อ มายด์นะ! " หญิงสาวเสียงแปดหลอดที่บ่นไม่หยุดั้แ่เจอกัน เปิดฉากแนะนำตัวอย่างคาดไม่ถึง
"พี่ ชื่อ มาร์ค เป็รุ่นพี่ของเธอหนึ่งปี ไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้นะ" รุ่นพี่แว่นแนะนำตัวด้วยท่าทางที่นิ่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความใจดี
"ส่วนฉันชื่อ บิว ว่าที่แชมป์นักกล้ามแห่งประเทศไทย วะฮะฮ่า!" ชายร่างกำยำลุกขึ้นแนะนำตัวพลางทำท่าทางเบ่งกล้าม ชุดนักเรียนของเขาฟิตจนทำให้เห็นกล้ามหน้าท้องที่เป็มัด ๆ ที่เรียงรายกันอย่างกับข้าวต้มมัด
"อะ เอ่อ ผมริวครับ..."
พวกเราทั้งสี่คนพูดคุยเกี่ยวกับเื่ราวต่างๆ ที่ผ่านมา ทั้งแชร์ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็ จนทำให้ผมได้รู้ว่า รุ่นพี่ที่หายตัวไป ไม่ได้ตั้งใจที่จะพิสูจน์เื่เล่าประจำโรงเรียน บ้าๆ นั้น ในวันที่พวกเขาหายตัวไปทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพวกเขาเข้ามาที่นี่ได้ยังไง? ทั้งที่พวกเขาไม่ได้แตะกระดานดำเลยด้วยซ้ำ
รุ่นพี่ 15 คนหายตัวไปอย่างปริศนาในโรงเรียนชื่อดังในย่านชานเมือง เป็ข่าวที่หลายคนต่างพูดถึง แต่เพียงไม่ถึงสองวัน ข่าวทุกอย่างกลับถูกลบหายไปด้วยอำนาจของพวกผู้ใหญ่ เหลือเพียงข่าวลือบ้าๆ บอๆ ที่ไม่น่าเชื่อหลงเหลืออยู่
"่นั้นเป็่เย็นของวันศุกร์ พวกเราที่เป็เวรทำความสะอาดต้องทำความสะอาดห้องกันเพราะอาทิตย์หน้าก็จะต้องจัดห้องสอบกันแล้ว แต่ก็มีกลุ่มเพื่อนเข้ามาช่วยเพราะเรานัดกันว่าจะออกไปเที่ยวกันก่อนสอบ เลยรีบช่วยๆ กันจะได้เสร็จไวๆ ในตอนที่ทำความสะอาดอยู่นั้นทุกอย่างก็ดูปกติดี แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่ที่นี่เฉยเลย รู้สึกเหมือนหลับไปแล้วก็ตื่นขึ้นมาอะไรประมาณนั้นน่ะ พอมองดูรอบๆ ก็เห็นเพื่อนๆ นอนกันเกลื่อน ฉันงงมากเลยแหละตอนนั้น โชคดีที่ทุกคนไม่ได้เป็อะไรแค่นอนหลับไปเท่านั้นเอง" พี่มาร์คเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับเขาให้ผมฟังอย่างใจเย็น
"แล้วยังไงต่อครับ ? " ผมถามเขาด้วยความสงสัย
"จะไงต่อล่ะ ก็ต้องหาทางออกดิ! พวกเราพยายามเดินลงไปที่ชั้นล่างสุดละ แต่ไม่รู้ว่าที่นี่มันมีกี่ชั้นกันแน่ เดินมาตั้งนานก็ยังไม่ถึงชั้นล่างสุดเลย น่าจะเกินร้อยชั้นได้แล้วมั้ง แล้วสุดท้ายก็มาเจอชั้นที่เป็ทางเชื่อมกับตึกใหม่และตึกมอต้น เลยแยกกันออกเป็สองกลุ่มเพราะคนหัวรั้นคนหนึ่ง จนสุดท้ายก็หากันไม่เจอละตอนนี้" พี่มายด์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหงุดหงิด
"คนหัวรั้น?"
"อ่า คือ ไม่มีไรหรอก พอดียัยนี่ไม่ถูกกับเพื่อนในกลุ่มของเราอีกคนหนึ่งน่ะ ฮ่าๆ" พี่มาร์คพูดแทรกพลางหัวเราะกลบเกลื่อน
"อะอ๋อ... เมื่อกี้รุ่นพี่บอกว่าเจอชั้นที่เป็ทางเชื่อมกับตึกใหม่งั้นเหรอครับ?" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเดิมทีห้องที่ผมตื่นขึ้นมานั้นควรจะอยู่้าของชั้นที่เป็ทางเชื่อมกับตึกใหม่ซึ่งหมายความว่าชั้นที่เราอยู่ในตอนนี้ควรจะเป็ชั้นที่อยู่้าของชั้นที่เป็ทางเชื่อมระหว่างตึก ไม่มีทางที่พวกรุ่นจะเจอชั้นนั้นก่อนที่จะมาอยู่ชั้นนี้ได้ นอกซะจากห้องที่ผมตื่นขึ้นมานั้นไม่ใช่ห้องเดียวกันกับห้องที่ผมัักับกระดานดำ... แต่เื่นี้ก็พอเข้าใจได้เพราะโครงสร้างของตึกเก่าในโลกนี้มันช่างแตกต่างกับโลกจริงที่ผมจากมา แม้สภาพในห้องเรียนจะเหมือนกันอย่างกับแกะก็เถอะ
"ใช่แล้ว แล้วเราก็เดินลงมาจากชั้นนั้นประมาณสิบกว่าชั้นได้แล้วมั้ง จนในที่สุดเราก็ได้เจอกับตัวบ้านั่น!" พี่มาร์คตอบผมด้วยความใจเย็นเหมือนเคยแต่มือของเขากำแน่นจนเห็นเส้นเืที่ปูดนูน
"ตัวที่เราเจอเมื่อกี้งั้นเหรอครับ? ผมคือตัวบ้าอะไรกันแน่ครับ!?" ผมพูดขึ้นและรู้สึกได้ถึงปากที่สั่นพับๆ ในตอนที่ถามถึงตัวประหลาดนั่น
"..." ทุกคนต่างเงียบไม่ตอบคำถามผมในทันทีเหมือนก่อนหน้านี้
"ไม่รู้เหมือนกัน! ตัวบ้านี่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมา ทีแรกมันก็ตัวไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้หรอก..." พี่บิวเอ่ยปากตอบแทนรุ่นพี่ที่ต่างเงียบไม่ปริปาก
"แล้วมันตัวใหญ่ขึ้นงั้นเหรอครับ?"
"ใช่... มันใหญ่ขึ้นเพราะกินพวกเราเข้าไปน่ะสิ..."
"?!"
...