ตอนที่75 การแจ้งเตือนจากเซิร์ฟเวอร์
ในระหว่างที่ทีชกับหมิงกำลังพยายามเข้าใกล้อิกิ๋มเพื่อแอบฟังสนทนาบริษัทผู้ผลิตเกม LC ได้เกิดเสียงดังขึ้นในห้องแห่งหนึ่ง
ตี๊ดดดดดตี๊ดดดดด
ตี๊ดดดดดตี๊ดดดดด
ภายในห้องประกอบไปด้วยจอมอนิเตอร์และภาพโฮโรแกรมมากมายๆซึ่งมีพนักงานหลายคนกำลังนั่งมองตัวเลขและภาพที่ปรากฏอยู่ในจอมอนิเตอร์และภารโฮโรแกรมข้างๆกำแพงของห้องนั้นมีเตียงแคปซูลวางเรียงรายอยู่หลายเตียงบนกำแพงมีป้ายติดเอาไว้อยู่โดยเขียนเอาไว้ว่า
‘ฝ่ายควบคุมดูแลเกม LC (ทวีปตะวันออก) ’
พนักงานคนหนึ่งที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนรีบวิ่งมาดูจอมอนิเตอร์จอหนึ่งซึ่งในเวลานี้กำลังแสดงตัวอักษรสีแดงคือตัว A เอาไว้นั่นหมายความว่ามีเหตุการณ์บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในทวีปตะวันออกของเกม LCโดยที่ตัวเซิร์ฟเวอร์ได้คำนวณและจัดระดับของเหตุการณ์ให้เป็นระดับ Aซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อทวีปตะวันออก
การจัดระดับจะมีเพียง4 ระดับคือ C B A S ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเหตุการณ์ต่างๆในทวีปตะวันออกนั้นไม่เคยมีการแจ้งเตือนที่ระดับสูงขนาดนี้มาก่อน
“แจ้งเตือนระดับ A! รีบไปรายงานผู้บริหารเร็วเข้า”พนักงานที่วิ่งมาดูคือหัวหน้าฝ่ายเมื่อเขาเห็นก็ออกคำสั่งกับลูกน้องคนหนึ่งให้ไปรายงานผู้บริหารหลังจากนั้นก็หันไปถามพนักงานอีกคนหนึ่งว่า
“ส่งรายงานเหตุการณ์มาเดี๋ยวนี้ ทำไมระบบเซิร์ฟเวอร์ถึงได้แจ้งเตือนระดับ A”
ผ่านไปเพียง10 นาที พนักงานที่ถูกใช้ให้ไปตามผู้บริหารก็กลับเข้ามาพร้อมกับชายในชุดสูทที่เดินตามหลังมาถึง 3 คน
“แจ้งเตือนระดับ A งั้นเหรอ ขอรายงาน”ชายใส่สูทคนหนึ่ง เมื่อเดินเข้ามาก็พูดขึ้นทันทีหลังจากยื่นมือไปรับรายงานมาอ่านได้ครู่หนึ่งเขาก็เงยหน้าขึ้นถาม
“ผู้เล่นสองคนนี้คือใครทำไมผมถึงไม่ค่อยคุ้นชื่อ”
“เรียนท่านผู้บริหารผู้เล่นสองคนนี้เป็นผู้เล่นที่พึ่งเข้ามาเล่นได้ไม่นานหลังจากที่หายไปเป็นปีทำให้ตอนนี้พวกเขาทั้งสอคนยังไม่มีชื่อติดทำเนียบไหนเลยแต่ว่า...ทั้งสองคนนี้คือผู้ก่อตั้งกิลใหม่กิลหนึ่งที่กำลังมาแรงและน่าสนใจครับชื่อกิลว่า ‘แอดมิเรชั่น’ ”
“หืม...ผมรู้จักนะกิลนี้ช่วงสองสามเดือนหลังเริ่มมีชื่อปรากฏในเว็บบอร์ดอยู่บ้างผมเองยังเคยเข้าไปอ่านมาบ้าง เห็นว่าเป็นกิลที่มีเรื่องกับกิลมังกรผงาดนิ”ผู้บริหารอีกคนที่มีรูปร่างอ้วนเอ่ยขึ้น
“อ้อ...งั้นเองหรือ...แต่แค่มีเรื่องกับกิลใหญ่ก็ไม่น่าจะมีชื่อเสียงได้นี่”ผู้บริหารคนแรกเอ่ยถาม
“คือแบบนี้ครับกิลนี้เป็นกิลที่ทำลายสถิติดันเจี้ยนรายอาทิตย์ในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะเป็นดันเจี้ยนเลเวลต่ำแต่ก็ถือว่ากำลังมาแรงเลยและที่สำคัญกิลนี้ยังทำลายสถิติการยึดครองเมืองได้ไวที่สุดโดยพวกเขาใช้เวลาหลังจากก่อตั้งกิลเพียง 1 เดือนก็สามารถครอบครองเมืองขนาดเล็กได้ถึง3 แห่ง แล้วกิลนี้ยังมี NPC ในประวัติศาสตร์ถึง3 คนซึ่ง NPC ทั้ง 3 คนถูกจัดว่าเป็น NPC ที่อยู่ในระดับสูงของเกรด Sอีกด้วยครับ” ผู้จัดการฝ่าย อธิบาย
“เอ่อ...ผมขอแก้ให้นิดนึงนะครับ ความจริงตอนนี้กิลนี้มี NPC ระดับสูงเพิ่มอีก 1 คนเป็น 4 คนแล้วครับแถมคนล่าสุดนี่แหละที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิด”พนักงานคนที่ยืนข้างๆ ผู้จัดการแทรกขึ้น
“อืม...น่าสนใจจริงๆนั่นแหละ ความจริงหลังจากที่ผมเห็นชื่อของกิลนี้ในเว็บบอร์ดผมก็แอบจับตามองกิลนี้อยู่นะแต่ผลปรากฏว่าไม่มีข่าวอะไรใหม่ๆออกมาอีกเลยนอกจากเรื่องที่พวกเขาลุยดันเจี้ยนรายอาทิตย์ซึ่งการลุยดันเจี้ยนของคนกลุ่มนี้ผมไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่เพราะกิลใหญ่ๆส่วนมากจะไปแข่งกันในดันเจี้ยนเลเวลสูงมากกว่า แต่ว่าจู่ๆทำไมพวกเขาที่ดูเหมือนจะอยู่อย่างสงบสุขถึงได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระดับ Aที่จะส่งผลต่อทั้งทวีปแบบนี้” ผู้บริหารร่างอ้วนถามอย่างแปลกใจ
“เรื่องนี้ผมได้ลองทำการเช็คโดยใช้ระบบของเซิร์ฟเวอร์คำนวณดูปรากฏว่ามีหลายปัจจัยมากเลยครับไม่ว่าจะเป็นเพราะNPC ที่อยู่ในสังกัดกิล หรือความบังเอิญของระบบที่ส่ง NPC ที่เกี่ยวข้องออกมาจนเข้าเงื่อนไขและยังมีเรื่องการดูแลเมืองในปกครองด้วยที่ส่งผลให้ NPC ชื่นชอบและยินยอมเข้าร่วมอย่างเต็มใจ”
“เอาเถอะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็ดี เพราะอย่างน้อยผู้เล่นของทวีปตะวันออกจะได้ไม่ถูกผู้เล่นของทวีปตะวันตกทิ้งห่างไปมากกว่านี้เจ้าก็รู้นี่ว่าการแจ้งเตือนในครั้งนั้นของทวีปตะวันตกน่ะส่งผลอะไรบ้าง”
“จริงด้วย! พวกผู้บริหารของทวีปตะวันตกมักจะมาคุยข่มพวกเราเสมอเหอะพวกนั้นก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ นี่! รีบๆ ทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซะ”ผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวพูดขึ้น
“แมรี่...ใจเย็นหน่อยน่าพวกเราไม่มีสิทธิไปแทรกแซงเกมนะ...พวกเราทำได้แค่รอดูอยู่เฉยๆเท่านั้น แต่ว่าเหตุการณ์ระดับ A นี้จะมาช้าไปรึเปล่าเพราะอีกไม่กี่เดือนก็ต้องอัพแพทช์สงครามเต็มรูปแบบแล้ว”ผู้บริหารร่างอ้วนหันไปปรามเพื่อนของเขา
“ก็ไม่แน่นักหรอกเบน เหตุการณ์ของพวกเราน่ะถึงจะเป็นเพียงระดับ A แต่ดันเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘โจโฉ’ซึ่งไม่ได้ด้อยกว่ากษัตริย์ของทางฝั่งทวีปตะวันตกสักเท่าไหร่หรอกข้ากลัวแต่ว่าเหตุการณ์จะจบก่อนที่โจโฉจะออกมาน่ะสิ” ผู้บริหารคนแรกเอ่ยขึ้น
“โจโฉ! ดีเลยถ้าโจโฉออกมาก่อนที่พวกเราจะอัพแพทช์สงครามก็ดีน่ะสิคนผู้นี้มีความทะเยอทะยานสูงมาก และยังเก่งกาจในด้านการชักจูงคนเก่งเข้าร่วมหากออกมาก่อนเวลาแบบนี้บางทีอาจจะเก่งกว่ากษัตริย์คนนั้นก็ได้นะ”
ผู้บริหารทั้ง3 คุยกันอย่างออกรส พวกเขากำลังดีใจที่ผู้เล่นของทวีปตะวันออกกำลังจะมีโอกาสที่จะได้พัฒนาฝีมือได้รวดเร็วขึ้น
เมื่อ1 ปีก่อนทวีปตะวันตกนั้นจู่ๆ ก็เติบโตได้ไวขึ้นเพราะด้วยความบังเอิญของผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บางอย่างจนสุดท้ายเหตุกการณ์นั้นได้ปลดปล่อย‘กษัตริย์อาเธอร์’ ออกมาก่อนเวลาอันควรทำให้ผู้เล่นของทวีปตะวันตกที่ในเวลานั้นยังมีเวลาน้อยอยู่ตกอยู่ในความยากลำบากจนผู้เล่นต้องหันมาร่วมมือร่วมแรงกันต่อต้านกษัติรย์ที่กำลังบุกยึดครอบครองดินแดนของทวีปตะวันตก
ผู้เล่นหลายกิลได้จับมือกันจนสุดท้ายก็รวมกิลกันจนกลายเป็นกิลมหาอำนาจทั้งหมด3 กิลซึ่งนับเป็นกิลใหญ่ที่รวมเอาผู้เล่นชั้นยอดเอาไว้มากมาย ส่งผลให้กิลทั้ง 3 สามารถก้าวขึ้นมาคานอำนาจคิงอาเธอร์เอาไว้ได้ และในปัจจุบันกิลทั้ง 3ก็กำลังรุกคืบเข้าหาคิงอาเธอร์ได้ทีละนิดเมื่อคำนวณดูแล้วอาจขึ้นอยู่กับเวลาที่คิงอาเธอร์จะพ่ายแพ้หากถึงเวลานั้นผู้เล่นทวีปตะวันตกจะต้องมุ่งหน้ามาที่ทวีปตะวันออกเป็นรายต่อไปเหมือนกับที่ซุนวูเคยเตือนเอาไว้
แต่ในทางกลับกันทวีปตะวันออกนั้นยังไม่เคยพบกับกองกำลังของ NPCในประวัติศาสาตร์เลยสงครามที่เกิดกับทวีปตะวันออกนั้นล้วนมาจากกิลที่เป็นผู้เล่นด้วยกันเองเท่านั้นถึงแม้ว่าจะมีบางกิลที่มีขุนพลชั้นยอดอยู่ด้วยก็ตามแต่ด้วยความสามารถของผู้เล่นที่ยังมีจำกัด และขุนพลในประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ก็เป็นเพียงแม่ทัพและกุนซือไม่ใช่ขุนพลที่อยู่ในระดับกษัตริย์
ถึงแม้ว่าจะมีเล่าปี่ที่ถือว่าเป็นขุนพลที่เคยยิ่งใหญ่และเป็นหัวหน้าจ๊กก๊กแต่ทว่าเล่าปี่กลับจมอยู่กับความผิดหวังอยู่นานเพราะเขาถูกสุ่มด้วยบัตรสุ่มขุนพลจึงไม่มีอำนาจพอที่จะทำการใหญ่ เพราะหากเขาคิดทรยศ ‘จ้าวไห่เฉิง’ ที่เป็นเจ้านายสามารถใช้คำสั่งลงโทษเขาได้ทันทีจึงทำให้ทวีปตะวันออกยังไม่มีมหาอำนาจที่แท้จริงเกิดขึ้น
แต่ทว่าตอนนี้เหตุการณ์ที่ทีชและหมิงกำลังพบอยู่เป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสจะทำให้โจโฉถูกปลดปล่อยออกมาก่อนเวลาถึงแม้จะออกมาก่อนที่จะอัพแพทช์เพียงไม่นาน (3 เดือนของโลกภายนอกเท่ากับ18 เดือนของเวลาในเกม)แต่เหล่าผู้บริหารก็เชื่อว่าเมื่อคนอย่างโจโฉปรากฏตัวออกจากเงามืดเวลาที่เหลืออยู่เพียง 17-18 เดือนย่อมเพียงพอสำหรับโจโฉ เพราะโจโฉเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีแม่ทัพและกุนซือที่เก่งกล้าอยู่ข้างกายมากมาย
และที่สำคัญเกม LC นั้นค่อนข้างจะให้อิสระต่อผู้เล่นและ NPC นั่นหมายความว่าโจโฉที่ทะเยอทะยานและชื่นชอบบุคคลที่เก่งกาจนั้นเขาจะต้องออกตามหาบุคคลที่เก่งกาจจากยุคอื่นเพื่อดึงมาเป็นพวกพ้องของตนอย่างแน่นอน
เหมือนอย่างคนแรกที่ทีชและหมิงได้เห็นกับตาคือ ‘ออแซน ฟร็องซัวส์ วิด็อค’ ชายที่ถูกขนานนามว่าเป็นนักสืบคนแรกของโลกซึ่งหากดูจากบทสนทนาของเขากับอิกิ๋มก็คิดเป็นอย่างอื่นม่าได้อีกนอกจากว่าวิด็อคได้เข้าร่วมกับโจโฉไปเรียบร้อยแล้ว
*ออแซน ฟร็องซัวส์ วิด็อค คืออาชญากรกลับใจจนกลายเป็นนักสืบคนแรกของโลกเรื่องราวของชายผู้วางรากฐานวิธีการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมยุคใหม่ วิด็อคผู้นี้ใช้ชีวิตอันโลดโผนในยุคปฏิวัติฝรั่งเศสเห็นความพินาศของประเทศเมื่อครั้งนโปเลียนแพ้สงครามวอเตอร์ลู และได้รับรู้การล่มสลายของระบอบกษัตริย์ที่นำมาสู่การประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และพระนางมารี อังตัวเน็ตต์เขาเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบคนแรกของโลกก่อตั้งหน่วยสายสืบนอกเครื่องแบบในกรมตำรวจเป็นแห่งแรกในโลกเปิดสำนักงานนักสืบเอกชนแห่งแรกในโลกอีกเช่นกัน ทว่าชีวิตที่เริ่มจากศูนย์ ก่อวีรกรรมมาแล้วมากมายเป็นทั้งทหารหนีทัพ ทั้งอาชญากรที่มีคุกเสมือนบ้านจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการหนีคุกชั้นเทพเลยก็ว่าได้
......
ค่ายโจรบนเขาของอะแวสะดอตาและ
เวลานี้กำลังถูกบุกโจมตีด้วยกองทัพที่มีทหารในชุดเกราะกว่า200 คน ถึงแม้ว่าโจรจะมีจำนวนมากกว่าแต่ทหารที่มีอาวุธและชุดเกราะเพียบพร้อมกว่าย่อมได้เปรียบกว่ามากนัก
เตียวเลี้ยวและฮิเดโยชิบุกฝ่าเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็วอะแวสะดอ ตาและที่เห็นฝีมือของฮิเดโยชิก็ตกใจ ความจริงอะแวสะดอตาและนั้นได้รับข่าวจากอิกิ๋มก่อนหน้านี้แล้วว่าเตียวเลี้ยวจะนำกองกำลังทหารบุกเข้ามาซึ่งอิกิ๋มได้สั่งให้อะแวสะดอ ตาและคอยถ่วงเวลาเอาไว้ส่วนตัวของอิกิ๋มนั้นจะนำทัพตลบหลังเข้ามาแต่ทว่าการต่อสู้ได้ดำเนินผ่านมาสักพักแล้วแต่กลับไร้วี่แววกองทัพของอิกิ๋มที่จะยกมาช่วยเลยแม้แต่น้อย
อะแวสะดอตาและเข้าใจทันทีว่าตนนั้นถูกทิ้งแน่ๆ แล้ว เขาไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อไปอีกจึงตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายออกมาเขาร่ายอาคมหรือก็คือหนึ่งในเวทมนตร์ด้านมืดออกมาทันที
อาณาเขตวิญญาณอาฆาต!
เวทย์อาณาเขตถูกร่ายออกมาเกิดเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นทั่วทุกที่เตียวเลี้ยวและฮิเดโยชิหันมองหน้ากันครู่หนึ่งก็ตัดสินใจผละออกจากกันทันทีพวกเขาทั้งสองคนจะต้องออกจากอาณาเขตนี้ให้ได้สักคนหนึ่งไม่เช่นนั้นหากติดอยู่ในอาณาเขตพวกเขาย่อมเสียเวลาและไม่อาจไล่ตามอะแวสะดอตาและที่คิดจะหนีได้
ถูกต้องเตียวเลี้ยวและฮิเดโยชิมองเจตนาของอะแวสะดอตาและได้ทันทีว่าเหตุใดถึงใช้เวทอาณาเขตออกมาเวทอาณาเขตที่เน้นการปั่นป่วนแบบนี้ย่อมมีไว้อย่างเดียวคือถ่วงเวลาหรือใช้หนีเตียวเลี้ยวและฮิเดโยชิจึงตัดสินใจแยกออกเป็นซ้ายขวาทันทีแต่ทว่า
วูบบบบบ
กรี๊ดดดดดด
เคี๊ยกๆๆๆๆ
ฮือๆๆๆๆ
เสียงของวิญญาณอาฆาตดังขึ้นที่ข้างหูของเตียวเลี้ยวและฮิเดโยชินั่นหมายความว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่อาจหนีพ้นจากอาณาเขตได้ทันและการที่จะหลุดออกจากอาณาเขตนี้มีเพียงสองอย่างคือฆ่าผู้ร่ายและเดินให้พ้นจากอาณาเขตแต่ด้วยการก่อกวนสมาธิของวิญญาณอาฆาตและยังทำให้พลังเวทและพลังจิตลดลงทำให้ฮิเดโยชิที่เป็นสายพลังจิตไม่อาจใช้พลังได้ดั่งใจคงมีเพียงเตียวเลี้ยวที่เป็นสายพลังปราณที่ยังโจมตีใส่วิญญาณอาฆาตได้อย่างคล่องแคล่วมีเพียงเสียงร้องโหยหวนและความกดดันจากวิญญาณอาฆาตเท่านั้นที่ทำให้เตียวเลี้ยวรู้สึกหงุดหงิด
อาณาเขตวิญญาณอาฆาต!
เวทย์เกรด: A
__________________________________________________________
ท่องคาถาของผู้ใช้ไสยศาสตร์สายมุสลิมหรืออิสลามผลของอาณาเขตจะทำให้เรียกวิญญาณอาฆาตที่อยู่รอบๆ เข้ามาทำให้ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตจะถูกข่มขวัญและจิตใจ ส่งผลให้พลังจิตและพลังเวทย์ลดลง ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตจะมีโอกาสถูกดีบัพหรือถูกวิญญาณอาฆาตเข้าสิงซึ่งจะทำให้ผู้ที่ถูกสิงถูกปั่นป่วนจิตใจอย่างรุนแรงโดยนำจุดอ่อนหรือข้อเสียของผู้ที่ถูกสิงมาใช้ในการปั่นป่วนจิตใจผู้ร่ายมนตร์จะเป็นเพียงผู้เดียวที่ไม่ตกอยู่ในการโจมตีของวิญญาณอาฆาตแต่ผู้ร่ายจะถูกลดความเร็วในการเคลื่อนไหวลง80% และไม่อาจใช้พลังเวทได้อีกเป็นเวลา 1 ชั่วโมง อาณาเขตจะคงอยู่ได้ 3 ชม.หรือผู้ร่ายเสียชีวิต
ฮิเดโยชิใช้แต่พละกำลังทางกายภาพในการรับมือวิญญาณอาฆาตที่ดูเหมือนจะพุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อนเขาพยายามป้องกันการโจมตีไม่ให้ถูกสิงอย่างเต็มที่ส่วนขาก็พยายามก้าวเข้าหาอะแวสะดอ ตาและที่ในเวลานี้ได้หันหลังและวิ่งหนีออกไปแล้วแต่ทว่าด้วยผลจากการร่ายทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงถึง 80% นั้น ดูราวกับว่าเขากำลังเดินอยู่มากกว่า จึงทำให้อะแวสะดอตาและทิ้งห่างฮิเดโยชิได้ทีละนิดเท่านั้น
ส่วนทางด้านเตียวเลี้ยวเขาที่ยังคงใช้พลังปราณได้ย่อมสามารถบุกฝ่าวิญญาณอาฆาตไปหาอะแวสะดอตาและได้เร็วกว่า แต่ทว่า
“พวกแก! เข้าไปลุมจัดการเตียวเลี้ยวเดี๋ยวนี้!” อะแวสะดอ ตาและตะโกนขึ้น
ใครที่อยู่ในอาณาเขตนี้ย่อมตกอยู่ในการโจมตีของวิญญาตอาฆาตแต่อะแวสะดอ ตาและที่นับว่าเป็นจอมอาคมของชาวมุสลิมย่อมมีวิธีป้องกันไว้บ้างเขาได้ทำยันต์ชนิดพิเศษขึ้นซึ่งลงอาคมป้องกันวิญญาณอาฆาตไว้โดยเฉพาะเขายอมเหน็ดเหนื่อยทำยันต์เอาไว้กว่า 50 ผืนเพื่อมอบให้ลูกน้องชั้นยอดทั้ง50 คนของเขาที่มีฝีมือต่อสู้ดีที่สุดในบรรดาลูกน้องทั้งหมดได้พกเอาไว้ซึ่งตอนนี้ลูกน้องทั้ง 50 คนนี้ได้เข้าไปลุมโจมตีเตียวเลี้ยวจนทำให้เตียวเลี้ยวต้องล่าถอยทีละนิด
อะแวสะดอตาและ ที่เห็นว่าเตียวเลี้ยวและฮิเดโยชิไม่อาจไล่ตามเข้าได้แล้วจึงพยายามวิ่งหนีต่อไปอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจว่าลูกน้องของเขาจะเป็นจะตายเลยแม้แต่น้อยเขาพยายามขยับตัวให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาหวังว่าลูกน้องทั้ง 50 คนจะรั้งเตียวเลี้ยวไว้ให้เขาได้สัก 1 ชม.ก็น่าจะเพียงพอเพราะถึงตอนนั้นเขาจะกลับมาใช้พลังเวทได้อีกและนั่นจะทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดได้ง่ายขึ้นกว่าเก่ามาก
ในขณะนั้นเองอะแวสะดอ ตาและที่วิ่งหนีออกจากค่ายทหารมาได้แล้วกลับพบกับบุรุษปริศนาคนหนึ่งเข้าเขากำลังยืนแสยะยิ้มมองมาที่อะแวสะดอ ตาและในมือเขามีกระบี่ที่ดูสวยงามเล่มหนึ่งถืออยู่
“สมกับเป็นโจรจริงๆ ไม่ละอายบ้างหรือที่หนีเอาตัวรอดคนเดียวแบบนี้”
“แกเป็นใคร…หากไม่อยากตายจงไสหัวไป ข้าคือ อะแวสะดอ ตาและและข้าไม่ใช่คนใจดีหรอกนะ” อะแวสะดอ ตาและ พูดชื่อตัวเองออกมาพร้อมกับวางท่าข่มขู่เขาพยายามปกปิดอาการอ่อนล้า และผลของดีบัพที่ไม่สามารถใช้พลังเวทได้เอาไว้แต่สิ่งที่เขาทำนั้นย่อมไม่อาจตบตาบุรุษตรงหน้าได้เพราะบุรุษคนนี้มีพรสวรรค์ในการสังเกตชั้นยอด ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นทีชเอง
หลังจากล่วงรู้แผนการของอิกิ๋มทีชก็ตัดสินใจขึ้นมาบนยอดเขาทันทีเขาต้องการร่วมมือกับเตียวเลี้ยวและฮิเดโยชิเพื่อซ้อนแผนแต่ด้วยความบังเอิญกับต้องมาเจออะแวสะดอ ตาและที่กำลังหนีซะก่อนทีชมองเห็นถึงความผิดปกติที่อะแสสะดอ ตาและกำลังเจออยู่ เขายิ้มเย็นพร้อมกับพูดว่า
“อ้อ...โจรร้ายในอดีตนี่เอง แต่ขอโทษนะพอดีข้าอยากจะยุ่ง”