ใต้ต้นหลิวหน้าบ้าน หลี่ย่าเสียน นั้งมองหน้าของผู้น้องชายฝาแฝด ด้วยดวงตากลมโตที่แทบไม่กะพริบ จนเป็หลี่หย่ายเชียง เองที่ไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อการจ้องตาได้อีก เขาถึงต้องรีบเล่าถึงแผนการ ที่เขาพึ่งคิดขึ้นได้เมื่อไม่ครู่นี้ให้ผู้เป็พี่สาวรับฟัง
เดิมที่การค้าขายยาของพวกเขา นั้นมันมักจะทำเงินและได้ผลได้ดี ก็เมื่อได้สาเหตุของโรคนั้นๆ และการที่รู้จักบุคคลผู้นั้น ก็ทำให้สามารถคาดเดาโรคที่เป็เบื้องต้นได้ พอสมควร ทำให้ง่ายในการจะจัดหายาให้ได้ตรงตามโรคนั้นๆ แต่ว่าลำพังพวกแค่เขาสองคน คงไม่อาจทำได้มากกว่านี้แน่ เช่นนั้นพวกเขา้าจะหาบุคคลที่รู้เื่ราวของผู้อื่น ได้กว้างขวางและละเอียดที่สุด คนเ่าั้จะเป็ใครไปได้เล่า ถ้าไม่ใช่เหล่าขอทานที่แฝงตัวอยู่ทุกที่ในเมืองแห่งนี้
ยิ่งข่าวคราวไม่ดียิ่งถูกนำมาเล่าต่อ และเื่ราวที่เป็ที่นิยมก็หนีไม่พ้น ซุบซิบหลังเรือนในจวนต่างๆ ทั้งเื่ชู้สาว เื่ตบตี และสำคัญคืออาการเจ็บป่วยใดๆ ก็ย่อมถูกนำมาพูดต่อกันอยู่แล้ว
แน่นอนว่าเหล่าขอทานที่ได้ฝังตัวอยู่ทุกที่ย่อมรับรู้ไปด้วย แน่นอนนั้นคือสิ่งที่พวกเขา้า เมื่อรู้โรคที่แน่ชัดแล้ว การเสนอขายยาที่ต้องถูกโรคจากพวกเขา ย่อมมีโอกาสได้ความสนใจมากกว่าเดิมหลายเท่าแน่นอน
รอยยิ้มเ้าเลห์ปรากฏขึ้นบนในหน้าของเ้าแฝดผู้น้อง หลี่หย่ายเชียง แน่นอนว่าย่อมไม่แตกต่าง จากที่ใบหน้าหวานที่ทอประกายอันแสนเ้าเลห์ของ หลี่ย่าเสียน ผู้เป็พี่
ขณะที่เ้าก้อนสองฝาแฝด มีความสุขกับแผนการในหัวนั้น เสียงกัมปนาทของผู้แม่ก็ดังขึ้นอีกรอบ คำด่าทอ ด่าทออาหารวันนี้มีเพียงหมั่นโถวแห้งแข็ง ที่ได้มาจากอันธพานนั่น ซ้ำสุราในไหที่ว่างเปล่าลง จึงทำให้วันนี้เสียงด่าทอจากแม่น่าตายผู้นั้นจึงมากกว่าปกติเล็กน้อย เ้าแฝดสองคนพี่น้องมองหน้าแล้วถอนหายใจพร้อมกัน
“เ้าน่าจะคิดยา ที่ทำให้นางพูดเสียงเบาลงหน่อยนะ” หลี่หย่ายเชียงกล่าวกับพี่สาว เพราะรำคาญเสียงผู้เป็แม่เต็มทน รีดไถไม่พอ ยังเื่มากอีก พวกเขาตัวเท่านี้จะเองเงินที่ได้มาอยากยากเย็น ไปซื้อเหล้าให้นางทำไม่กัน สู้ซื้อของถังหูลู่ ให้พวกเขายังดีซะกว่า
“เ้านี้ ยังไม่เข็ดอีกหรือไงกัน” หลี่ย่าเสียนบอกกับน้องชาย เมื่อคำกล่าวว่าจะว่างยาท่านแม่ ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยทำเสียที่ไหนกันเล่า ทำแล้วมาแล้วหลายครั้งด้วย แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จ ช่างน่าแปลกใจจริงๆ
“์ช่างใจร้าย ใจร้ายเกินไปแล้ว” เขากล่าวโทษ ที่ไม่ว่าจะวางยาเท่าไหร่แม่น่าตายนั้น ก็ยังคงอยู่รอดสบายดีอีกนะ แถมมีแรงมารีดไถพวกเขาอยู่ทุกวัน ไม่ยุติธรรม ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ
จากนั้นสองพี่น้องก็นำ ถุงหูลู่ที่ย่าม ที่ได้ซื้อมาจากตลาดตอนเดินทางกลับบ้าน ออกมานั้งกินอย่างมีความสุข ไม่สนใจเสียงด่าทอของผู้เป็แม่ ที่ดังมาจากให้บ้านนั่น พร้อมทั้งได้นำเงินที่ได้จากขายยาให้เ้าของร้านบะหมี่ จากอาการปวดหัว แลกกับบะหมี่สองชาม ที่พวกเขากินไปแล้วก่อนกลับมาถึง เงิน 10 อีแปะถูกเก็บไว้ร่วมกันกับเงินที่ได้มาก่อนหน้า นี้พวกเขามีเงินรวมกันถึงหนึ่งตำลึงเงินเชียว สองฝาแฝดมองถุงเงินของตัวเองพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข
วันถัดมาพี่น้องฝาแฝด ได้ยืนอยู่หน้าตรอกบ้านร้าง เหมือนเดิมต่อหน้า หัวหน้ากลุ่มอันธพาลและเหล่าขอทานที่เป็ลูกน้องนับดูแล้ว 50 ชีวิตตรงหน้า และเริ่มแจกแจงถึงเื่ที่อยากให้ทำ นั้นคือสืบข่าวจากเื่นินทาของชาวเมือง โดยยกหน้าที่ให้หัวหน้ากลุ่ม เป็คนประสานงานกับพวกเขาโดยตรง
แลกกับอาหารมื้อแรกนี้ ถึงแม่ว่าเ้าแฝดผู้น้องจะเสียดายเงินนั้นมากเท่าไหร่ แต่ว่าเพื่ออนาคตแล้วย่อมยอมได้ เงินสองร้อยอีแปะที่หายวับไปในพริบตา เพราะต้องซื้อหมั่นโถว ห้าสิบลูกให้เ้าพวกขอทาน 50คน ทำเอาสีหน้าของ หลี่หย่ายเชียงซีดเผือดจนแทบไม่มีแรงทำสิ่งอื่นใดต่อ
"เ้าไหวหรือไม่" ผู้เป็พี่สาวถามขึ้นเมื่อเห็นหน้าร่อแร่ของน้องชาย
"อืม ไหวๆ แต่เ้าพวกนั้นเ้าเลห์นัก ค่อยดูเถอะเงิน 200 อีแปะของข้า" ใบหน้าบูดบึ้งเมื่อคิดถึงเงินที่ต้องจ่าย แต่ว่าก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีกแล้ว เมื่อจบธุระลง สองพี่น้องจึงตรงไปดูอาการของท่านขอทานเฒ่า อีกรอบหนึ่งก็ได้พบว่า อาการท้องเสียเจ็บท้องของท่านผู้เฒ่านั้น ได้หายสนิทแล้ว
ผู้เฒ่าโจวที่ได้ขอบคุณเ้าฝาแฝดทั้งสองคน ที่ช่วยเหลือแล้ว แล้วจึงได้รับฟังแผนการของสองพี่น้องฝาแฝด อยู่ๆ ท่านผู้เฒ่าก็เสนอตัวเอง รับเป็หุ่นเชิดให้แก่พี่น้องสองแฝดได้ใช้งาน เพราะเดิมที่ตัวเขาเองก็นับว่ามีความสามารถ ในวินิจฉัยโรคให้เหล่าขอทานมาอยู่แล้ว ถ้าได้เขามาแอบอ้างยังไงก็ดูน่าเชื่อกว่าสองฝาแฝดพี่น้องแน่นอน
เ้าสองก้อนแป้งที่ได้ฟังก็เริ่มคิดตาม คิดถึงข้อดีข้อเสีย แล้วก็พบว่ามันน่าสนใจจริงๆ จากนั้นก็เริ่มการพูดคุย เพื่อตกลงรายละเอียดของแผนการจนเสร็จสิ้น จึงได้ข้อสรุปที่ว่าจะให้ขอทานผู้เฒ่าเป็ตัวออกหน้าในการออกรักษาผู้ป่วย เพราะลำพังแค่พวกเขาอาจดูเด็กเกินไป และไม่มีความน่าเชื่อถือมากพอ
หลี่หย่ายเชียง ลูบคางมองหน้าขอทานผู้เฒ่าโจว อย่างพิจารณา ทั้งส่องซ้าย ส่องขวา ไปหลายรอบ จนผู้เป็พี่ต้องสั่งให้เขาหยุดสักทีไม่เช่นนั้น นางจะต้องปวดหัวตายแน่ เมื่อเ้าแฝดผู้น้องที่สีหน้าที่ดู
เคร่งเครียดจนหัวคิดชิดติดกัน พร้อมมือน้อยที่ลูบคางตัวเองอยู่อย่างนั้น อย่างคนที่ใช่ความคิดอย่างนัก ท้ายที่สุดอยู่ๆ เสียงโห่ดีใจก็ดังขึ้นจากเด็กชายตรงหน้า เรียกสายตาของขอทานผู้เฒ่าโจว และหลี่ย่าเสียน แฝดผู้พี่ได้อย่างดี
“ขอบใจที่อุดหนุนนะ” ใบหน้ายิ้มแย้มของแม่ค้าร้านขายเสื้อผ้า เอ่ยกลับต่อเด็กฝาแฝดทั้งสองคน เมื่อได้รับเงินค่าสินค้า จากพวกเขาที่ตอนนี้ ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่ต้องตัดใจ เพราะมันคือการลงทุนสองฝาแฝดคิด เพื่อปลอบใจตัวเองที่ต้องนำเงิน ที่เก็บมายากลำบาก ออกมาใช้อีกแล้ว เพื่อเสื้อผ้าแปลงโฉม ของขอทานผู้เฒ่าโจสมุนไพร
เมื่อได้สิ่งของที่้า การเปลี่ยนโฉมจึงเริ่มต้นขึ้น ขอทานผู้เฒ่าโจว ที่บัดนี้อยู่ในคราบนักพรตที่ดูภูมิฐาน พร้อมกับคำเรียกขานใหม่ว่า ท่านโจวชิงฉี ที่ได้จากซื่อเดิมของท่านผู้เฒ่าที่น้อยคนจะรู้จัก
และตอนนี้คนตรงหน้าสองพี่น้องฝาแฝด ก็ได้กลายจากผู้เฒ่าโจว เป็ท่านนักพรตผู้บำเพ็ญตนนามว่าโจวชิงฉี ที่ได้ผ่านการฝึกฝนจากพวกเขา ให้ดูเป็คนสุขุม แลดูสูงส่ง ที่ได้เกิดขึ้นจากการเรียนแบบ ที่หลี่หย่ายเชียง ได้ซุ่มเฝ้ามองพฤติกรรม ของเหล่าคุณชายชั้นสูงในเมืองมาปรับใช้ และตอนนี้ก็จนได้ผลลัพธ์ ที่น่าพอใจยิ่ง
ชายสูงวัยที่ไม่เหลือเค้าโครงของ ขอทานในร่างเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้มีเพียงนักพรตผู้บำเพ็ญเพียร ผู้เป็เลิศด้านการรักษาและสมุนไพร โจวชิงฉี
เมื่อทุกอย่างเข้าที่ แผนการต่างๆ ก็เริ่มต้นต้นไปอย่างราบรื่น ทุกครั้งที่มีข่าวคราวการเจ็บป่วย ของผู้ใดในตลาด ที่ถูกส่งต่อมาจาก เหล่าสายลับขอทาน โจวชิงฉี ก็มักจะไปเดินใกล้ๆ จวนของพวกเขาเ่าั้
พร้อมกับที่กลุ่มหน้าม้าขอทาน ก็จะปล่อยข่าวลือที่เตรียมมาเป็อย่างดีว่าตอนนี้ มีผู้บำเพ็ญเพียร ที่เป็เลิศด้านการรักษาสมุนไพร และการแพทย์ ได้มาพักอ้างแรมอยู่ในเมืองนี้แถวนี้
แน่นอนว่าเมื่อเื่ราวไปถึงหูของเ้าของจวนเ่าั้ คำเชื้อเชิญย่อมมาถึงโจวชิงฉี เพื่อได้เขาไปรักษาโดยที่จะใช้ยา ที่ได้จาก หลี่ย่าเสียน เป็คนปรุงขึ้นมา และยิ่งการรักษาได้ผลมากขึ้นเท่าไหร่ ชื่อเสียงของท่านหมอเทวดา โจวชิงฉี ก็ยิ่งโด่งดังจนเป็ที่นิยมของคนในเมืองมากขึ้น
แต่ว่ามักมีข้อแม้แปลกๆ กับการรักษา ของท่านนักพรตอยู่ก็คือ ถ้าเป็ผู้ที่มีฐานะร่ำรวย ต้องทำโรงทานแจกอาหารให้คนยากไร้และเหล่าขอทาน เพื่อเป็การขอบคุณสรวง์ ที่ช่วยการรักษาผ่านพ้นมาได้ ตามความเหมาะสมของฐานะของเ้าของจวน
แม้จะดูแปลกประหลาดแต่สุดท้าย เหล่าคนไข้ก็ต่างพากับปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัดเสมอมา เมื่อความนิยม มากขึ้น สองพี่น้องฝาแฝดจึงคิดใหญ่ คือตั้งสำนักปรุงยาแทนการไปตามจวนต่างๆ เพราะจะทำให้การทำงาน เื้ัของพวกเขาสะดวกยิ่งขึ้น
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมา วันนี้สำนักปรุงยาก็ตั้งขึ้นได้ปีกว่าๆ แล้ว เมื่อสองแฝดได้ยินว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ดังนี้จึงเร่งฝีเท้าไปยัง ที่ตั้งของสำนักปรุงยาทันที
เพราะว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผู้เฒ่าโจวชิงฉี ก็เกิดล้มป่วยกะทันหันขึ้นมา ทำให้ต้องนอนรักษาตัวเองอยู่ในห้องมาตลอด จนพี่น้องสองฝาแฝด ต้องคิดวิธีแก้ปัญหา
โดยอย่างแรกคือ ปล่อยข่าวลือว่าท่านเ้าสำนักนั้น ไปเดินทางไปจำศีลภาวนาอยู่ยอดเขา แต่ได้จัดเตรียมยา ไว้เพื่อรักษาโรคที่พบทั่วไปไว้ให้แล้ว แต่คนที่้ายา ก็จะต้องทำโรงทานแก่ขอทานและผู้ยากไร้เหมือนเดิม เพิ่มเติมขึ้นมาอีกข้อคือคนที่้าได้ยา จะต้องรู้โรคภัยของตนเองก่อน
ทางสำนักจึงจะจัดหายาให้ได้ ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ถึงแม้จะมีผู้ไม่พอใจบ้าง ที่ต้องรู้โรคภัยของตนก่อนจะมารับยา แต่ไม่นับว่าเสียหาย เพราะว่าเทียบกันแล้วยาที่สำนักปรุงยาแห่งนี้ มันใช้ได้ผลกว่ายาที่โรงหมออื่นๆ ยิ่งนัก แถมยังราคาถูกกว่าเป็เท่าตัว จนกระทั่งเมื่อวานนี้
วันที่ หลี่ย่าเสียนได้นัดกับนายน้อยโจว ว่าจะนำยามาให้ทางสำนัก แต่กลับเกิดเื่ที่บ้านของ เด็กน้อยทั้งสองเสียก่อน จึงไม่ได้นำยามาให้ตามกำหนด จึงเกิดปัญหาตามมาคือการแย่งยากันของคนที่รอรับ นี้ขนาดพวกเขาจะจัดระบบให้สามารถมารับมายาได้ไม่เกิน สามคนเท่านั้น
สำหรับโรคเฉพาะทางที่ต้องบอกล่วงหน้าไว้สามวัน กับอีกแค่ 20 คนที่เป็โรคทั่วไป และเมื่อมาถึง หลี่ย่าเสียนจึงรับนำยา ที่เตรียมไว้แล้วลงในคลังของสำนักปรุงยา และดูว่ามีโรคอะไรที่แปลกประหลาด ที่ยังไม่มียารักษาดีหรือไม่ เพราะถ้ามีหลี่ย่าเสียน ก็จะได้ปรุงยาเ่าั้ ได้เตรียมไว้หลายสิบเม็ดเผื่อคนที่เกิดป่วยเป็ โรคเดียวกันจะได้ไม่เสียเวลาทำเพิ่มอีก
เมื่อเติมยาลงในคลังเก็บยาเรียบร้อยแล้ว สองพี่น้องก็ได้กลับออกจากสำนักปรุงยา เพื่อออกสำรวจตลาดและใช้จ่ายเงินทอง ที่ได้จากการบริจาคเข้าสำนักปรุงยาอีกที ส่วนหน้าที่การดูแลจัดการสำนักปรุงยานั่น ก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเ้าหัวหน้าอันธพาล ที่ตอนนี้คนในเมืองต่างเรียกเขาใหม่ว่านายน้อยโจว หรือโจวจือหยวน ที่ได้เปลี่ยนชื่อตามแซ่เ้าสำนักโจวชิงฉี
นายน้อยโจว นั้นนับให้ หลี่ย่าเสียนกับหลี่หย่ายเชียง เป็ดั่งผู้มีพระคุณของเขา และเหล่าขอทานทั้งหลายในเมือง ที่ได้เข้ามาให้ชีวิตใหม่ทำให้พี่น้องขอทานของเขา ได้อยู่ดีกินดี มากกว่าเดิมช่างแตกต่างกับเมื่อปีก่อนอย่างยิ่ง