ในตอนที่กำลังเดินมาขึ้นรถม้าหยวนเข่อชิงก็เห็นคนที่คุ้นเคยยืนมองนางอยู่ที่รถม้าอีกคัน
“อ้าวท่านมหาบัณฑิตท่านเข้าร่วมพิธีด้วยหรือ” หยวนเข่อชิงเดินเข้าไปทักทายสหายผู้มีอุปการคุณหน้าตาเฉย
“ข้ายืนอยู่ด้านหลังของท่าน” โจวจื่อหยวน
“อ้อ” หยวนเข่อชิง
“แล้วท่านไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงหรือ” โจวจื่อหยวน
“ไม่ล่ะนอกจากหลีกงกงฮ่องเต้ฮองเฮาแล้วข้าก็ไม่รู้จักใคร” หยวนเข่อชิง
“อ้อ” โจวจื่อหยวนตอนนี้ไม่รู้จะรับมือกับหญิงงามผู้นี้อย่างไร วิธีคิดของนางช่างน่าสนใจ
“แล้วท่านไม่เข้าร่วมงานหรือท่าน่าจะรู้จักคนเยอะ” หยวนเข่อชิง
“ข้าไม่สนิทกับใคร” โจวจื่อหยวน
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะตื่นั้แ่เช้าตากแดดทั้งวันอยากพักแล้ว” หยวนเข่อชิง
“แล้วนี่ข้าควรจะเรียกท่านว่าอย่างไรดี” โจวจื่อหยวน
“ก็อาเข่อไง” หยวนเข่อชิงยังไม่รู้ตัว
“ข้าว่าคงไม่เหมาะกระมัง” โจวจื่อหยวน
“เอ่อ….จริงด้วยสิข้าสวมชุดสตรีอยู่ลืมไปเลยเรียกข้าว่าอนุหยวนหรือคุณหนูหยวนอย่างที่ฮ่องเต้เรียกก็ได้แต่หากวันไหนข้าแต่งตัวเป็ชายเรียกข้าว่าอาเข่อเช่นเดิมจะขอบคุณมาก” หยวนเข่อชิง
“ตกลงตามนั้น"โจวจื่อหยวน
“ไปนะท่าน อ้อ!ตอนนี้ข้ารอหนังสือรับรองของฝ่าาเื่การผลิตอาวุธและออกแบบอาวุธแต่ข้าไม่ค่อยรู้เื่กฎหมายไม่รู้จะปรึกษาใครไม่ทราบว่าท่านจะเป็ที่ปรึกษาให้ข้าได้หรือไม่” หยวนเข่อชิง
“แล้วค่าตอบแทนล่ะ” โจวจื่อหยวน
“ท่านคิดมา” หยวนเข่อชิง
“เ้าก็รู้ข้าไม่ร้อนเงิน” โจวจื่อหยวน
“ท่านชอบกินขนมร้านไคหยวนมั้ย” หยวนเข่อชิง
“ชอบแต่ว่าหาซื้อยากหมดเร็วเกินไป” โจวจื่อหยวน
“เอาอย่างนี้ข้าจะทำขนมอบให้ท่านลองชิมเป็ขนมที่ไม่มีขายในร้านไคหยวนด้วย” หยวนเข่อชิง
“เ้ารู้หรือไม่ข้าเป็ใครค่าจ้างแค่นั้นมันสมฐานะข้าหรือ” โจวจื่อหยวน
“เอาอย่างนี้วันไหนท่านแต่งงานข้าจะทำเครื่องประดับให้เ้าสาวของท่านทำชุดเดียวในโลกเลยดีหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“ข้าไม่แต่งงาน” โจวจื่อหยวน
“ทำไมล่ะ” หยวนเข่อชิง
“ข้าไม่เชื่อในความรัก” โจวจื่อหยวน
“นั่นก็เข้าใจได้เช่นนั้นท่านก็คิดมาว่าอยากได้อะไรหรืออยากให้ข้าประดิษฐ์อะไรให้ก็บอกมาข้าสร้างของเล่นได้มากมายหรือพวกกลไกอะไรก็ทำให้ได้นะ” หยวนเข่อชิง
“เ้าประดิษฐ์ของสิ่งหนึ่งให้ข้าอะไรรก็ได้” โจวจื่อหยวน
“ได้เดี๋ยวข้าจะเอาไปคิดดูข้าขอตัว” หยวนเข่อชิง
การสนทนาที่หน้าราชวังนี้มีคนเห็นมากมายและทำให้คนที่ไม่รู้จักหยวนเข่อชิงต่างคิดว่านางคือสตรีที่สามารถเอาชนะใจมหาบัณฑิตอย่างโจวจื่อหยวนได้
เพราะเป็ที่รู้กันว่ามหาบัณฑิตผู้นี้ไม่แม้แต่จะปรายตามองสตรีคนไหนแต่กับแม่นางน้อยผู้นี้เขายืนคุยอยู่นานและสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นคือรอยยิ้มนั้น
เล่นเอาเหล่าคุณหนูที่นั่งรถม้ามารับบิดาต่างพากันเพ้อฝันว่ารอยยิ้มนั้นหากเขายิ้มให้นางคงจะดีไม่น้อย
จากที่คนเคยคิดว่าท่านมหาบัณฑิตอาจเป็พวกตัดแขนเสื้อเพราะจนป่านนี้แล้วยังไม่แต่งงานและไม่เข้าใกล้ผู้หญิง
แต่วันนี้เห็นได้ชัดว่าเขาช่างเลือกนี่เองเพราะสตรีที่เขาคุยด้วยนั้นงดงามหาที่เปรียบไม่ได้เลยทีเดียว
หยวนเข่อชิงที่ขึ้นรถม้าก็รีบเข้ามิติไปกินผลไม้เอาใจอาไคว่ที่ปลอมเป็นางและตากแดดเข้าพิธีทั้ง่เช้า
“นายท่านขอรับ” อาไคว่
“ว่า” หยวนเข่อชิง
“วันนี้ข้าน้อยทำได้ดีหรือไม่” อาไคว่
“ดีมากเลยหากไม่ได้เ้าข้าคงหลับคาพิธีไปแล้ว” หยวนเข่อชิง
เพราะมีอาไคว่นางจึงเข้าไปนอนพักในมิติได้พักใหญ่ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่มีแรงทำงาน
ฮ่องเต้นั้นบารมีสูงมากการที่ต้องสนทนากับเขาต้องใช้พลังงานเยอะจริงๆ ทั้งยังต้องต่อรองเื่หนังสือหย่าที่รู้ว่าเป็ไปไม่ได้
“แต่ก็ดีนะได้ที่มาตั้งพันหมู่ขยายงานได้ต่อไปก็คงจะต้องทำระบบตัวต่อแล้ว” หยวนเข่อชิง
“ทำไมล่ะขอรับ” อาไคว่
“หมดหน้าหนาวเข้าหน้าร้อนเดี๋ยวก็มรสุมแล้วที่ตามมาคือน้ำท่วมแม่น้ำเหลืองนั้นน่ากลัวมากนะไม่ใช่ท่วมเล็กน้อยคนตายเป็พันๆ คน” หยวนเข่อชิง
“แล้วท่านมีวิธีช่วยหรือไม่ขอรับ” อาไคว่
“ไม่แน่ใจข้าไม่รู้ภูมิประเทศของที่นี่มันแตกต่างจากในยุคของเรามากแถมภาษาก็แตกต่างกับที่ใช้ในยุคปัจจุบันที่เราใช้กัน” หยวนเข่อชิง
แม่น้ำเหลืองใหญ่โตขนาดนั้นในสมัยโบราณใช้วิธีแก้น้ำท่วมตั้งสิบสามปีแต่ที่นี่เธอต้องใช้โดรนสำรวจแต่ต้องใช้เวลาเหมือนกัน
“คุณหนูท่านกลับมาแล้วเหนื่อยมั้ยเ้าคะ” ลู่จื่อ
“นิดหน่อย” หยวนเข่อชิง
“ลู่จื่อเ้าพอรู้เื่น้ำท่วมบ้างมั้ย” หยวนเข่อชิง
“ที่รู้คือทุกปีเ้าค่ะแล้วก็มีคนตายมากมายหลังจากนั้นก็มักจะมีโรคระบาดเ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“อ้อ” หยวนเข่อชิง
คงต้องค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ สินะ ตอนนี้ต้องสำรวจพื้นที่ก่อนว่าหากต้องย้ายออกไปแล้วนางจะสามารถไปอยู่ที่ไหนได้โดยสามารถเลี่ยงภัยพิบัติต่างๆ
ก็นิสัยไม่ชอบเข้าสังคมนางกะว่าจะใช้คนอื่นทำงานหน้าบ้านส่วนนางก็ทำหน้าที่ผลิตคิดค้นไปเงียบๆ น่าจะสบายใจกว่า
ส่วนด้านคนที่ไม่ชอบเข้าสังคมอีกคนนั้นก็ได้รับข่าวที่ส่งไปให้สืบ
“ท่านอ๋อง” เสิ่นเยี่ย
“ว่ามา” ฉินมู่หยาง
เสิ่นเยี่ยที่อยู่โยงสืบเื่ก็เล่าถึงวีรกรรมของคุณหนูหยวนเป็ฉากๆ
“แล้วเื่งูนั่นสรุปว่าใครส่งไปให้นาง” ฉินมู่หยาง
“ไทเฮาขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“ศัตรูของศัตรูทำไมไม่กลายเป็มิตรล่ะ” ฉินมู่หยางขำในโชคชะตา
ดวงเื่ผู้หญิงของเขานี่แย่ั้แ่แม่ลงมาเลยแม่เกลียดเขาว่าที่ภรรยาก็เกลียดเขาดูท่าว่าจะไม่น้อยไปกว่าไทเฮาเลย
“เอ่อมีอีกเื่หนึ่งขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“อะไร” ฉินมู่หยาง
“ฮ่องเต้ทรงรับปากว่าจะมอบสิ่งที่นาง้า” เสิ่นเยี่ย
“แล้วนาง้าสิ่งใด” ฉินมู่หยาง
เสิ่นเยี่ยจึงเล่าเื่ที่นาง้าหนังสือหย่าแต่พระองค์ปฏิเสธแล้วโยนมาให้เป็หน้าที่ของเขาแล้วเื่ที่อนุญาตให้ใช้จวนของเขาในการดำเนินการค้า
“การค้าอะไร” ฉินมู่หยาง
“สินค้าของเข่อเหนิงขอรับ” เสิ่นเยี่ย
“พวกนั้นคือสินค้าของนางหรือ” ฉินมู่หยาง
“ขอรับทุกอย่างที่ส่งมาเป็ของเข่อเหนิงทั้งหมด” เสิ่นเยี่ย
ชายหนุ่มรูปงามที่ไม่แสดงสีหน้าอะไรบัดนี้มีรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งสุขแต่เป็รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
นางฉลาดและแกมโกงเหมือนบิดาเ้าเล่ห์ของนางอยากรู้นักว่านางจะทำยังไงถ้าข้ากลับไป
การศึกหลังจากที่ได้หน้าไม้และอาวุธใหม่มาแม้มีแค่เขาที่ใช้แต่มันสามารถสั่นประสาทข้าศึกได้อย่างดีที่คะเนเอาไว้ว่าจะยืดยาวถึงสามปีแต่ศึกครั้งนี้สามารถจบได้ภายในหนึ่งปีครึ่งเท่านั้นและระหว่างนั้น
“อาเข่อ” โจวจื่อหยวน
“ท่านมหาบัณฑิต” อาเข่อ
“ทำไมยังแต่งตัวเป็ชายอยู่อีก” โจวจื่อหยวน
“ก็มันสะดวกกว่าแล้วที่สำคัญคนก็ไม่แตกตื่นท่านก็เห็นอยู่ตอนข้าสวมชุดผู้หญิงข้างามจะตาย” อาเข่อพูดหน้าตาเฉย
“ใช่เ้างามมาก” โจวจื่อหยวน
“ใช่มั้ยล่ะแทนที่จะเอาสติมาทำงานก็เสียสมาธิชื่นชมความงามน่าเบื่อจะตายแถมตอนเป็ผู้หญิงก็ต้องระวังตัวกระมิดกระเมี้ยนจะทำอะไรแต่ละทีโอ๊ยไม่ไหว” หยวนเข่อชิง
“ว่าแต่ว่าท่านว่างวันไหนข้าอยากปรึกษาเื่ที่คุยกันไว้” หยวนเข่อชิง
“ปรึกษาว่าจะจัดการอย่างไรน่ะหรือ” โจวจื่อหยวน
“ที่จริงอยากจะปรึกษาว่าควรทำดีหรือไม่น่ะ” หยวนเข่อชิง