บทที่ 16 โชคดีของเราจริง ๆ
หลังจากที่อวิ้นหลี่ว์กลับไปมารดาของจิ้นหยางรีบเข้ามาพูดคุยกับเขาด้วยความดีใจ
"ท่านเ้าเมืองผู้นี้ช่างเป็คนดีนัก ช่วยเหลือเราสองแม่ลูกจากใต้เท้าหน้าเื จิ้นหยางต่อจากนี้เ้าจงตอบแทนผู้มีพระคุณเป็อย่างดีนะ ไม่รู้อีกกี่ชาติถึงจะพบคนเช่นท่านเ้าเมืองหลี่ว์ นับว่าเป็ความโชคดีของเราแท้ ๆ " จิ้นหยางได้ยินคำพูดของมารดาถึงกับแค้นหัวเราะออกมาในลำคอ
ฮึ ฮึ 'โชคดีของท่านแต่ข้านี่สิต้องคนที่ถูกกระทำ แต่เอาเถอะอย่างไรก็ดีกว่าเป็หนี้ใต้เท้ามู่ก็แล้วกัน '
"ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ ข้าจะสำนึกบุญคุณตอบแทนท่านเ้าเมืองเป็อย่างดี โชคดีที่ข้าต่อรองได้และท่านเ้าเมืองเห็นใจให้ข้าอยู่ดูแลท่านกับแตงกวาในยามเช้า ต่อจากนี้ยามกลางคืนท่านต้องอยู่เพียงลำพังต้องดูแลตนเองให้ดีนะขอรับ "
"เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก เพียงเท่านี้ข้าก็ตายตาหลับแล้ว " สิ้นคำพูดของเหนียงฟางก็เดินเข้าไปในเรือนปล่อยให้จิ้นหยางนั่งอยู่เพียงลำพัง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปรดน้ำแตงกวาที่ตอนนี้กำลังโผล่พ้นดินมาแล้ว ทำให้เขาเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างและครุ่นคิดค่าตัวเท่าไหร่ในแต่ละคืนถึงจะคุ่มค่าที่ยอมเสียตัว
'ค่าแรงสมัยนี้เท่าไหร่กันนะ ฉันเองก็ไม่รู้ด้วยสิ! หากคิดเองก็กลัวจะน้อยไปหรือมากไปแต่มากไปคงไม่เป็ไรแต่ถ้าน้อยไปฉันเองจะเสียเปรียบ เฮ้อ! ค่อยคิดแล้วกันรีบรดน้ำแตงกวารีบไปกินอาหารเช้าก่อนสมองจะได้ปลอดโปร่ง ' จิ้นหยางคิดในใจตักน้ำในคลองมารดแตงกวา จู่ ๆ เสียงของเจียวซิ่งได้ดังขึ้นมาแถมยังมาแย่งถังน้ำไปจากมือเขาอีกด้วย
"ท่านพี่ผู้ใดให้ท่านมาทำงาน ยามนี้ท่านต้องนอนรักษาตัวให้หายก่อนสิขอรับ มานี่มานี่มานั่งรอข้าตรงนี้ข้าจะรดน้ำผักให้ท่านเองหายดีเมื่อไหร่ค่อยทำเถิด " เจียวซิ่งจับกายของจิ้นหยางให้มานั่งคอยตนอยู่ข้างแปลงผักก่อนจะไปตักน้ำมารดต่อ จิ้นหยางยิ้มกว้างแม้จะเจอเื่ที่เลวร้ายแต่ยังดีที่มีน้องชายที่ดีอย่างเจียวซิ่งคอยอยู่เคียงข้าง
"เจียวซิ่งเ้าช่างดีกับข้าเสียจริง หากไม่มีเ้าข้าเองก็คงแย่เช่นกัน"
"ท่านเอ่ยอันใดอย่างนั้นขอรับแต่ก่อนครอบครัวของท่านมีพระคุณต่อครอบครัวของข้า ท่านแม่ปลูกฝังข้ามาแต่น้อยว่าให้ข้ารักและช่วยเหลือท่านเสมือนพี่ชายแท้ ๆ ั้แ่นั้นมาข้าก็นับว่าท่านคือพี่ของข้ามาโดยตลอด ท่านไม่ต้องคิดมากขอรับ "
"จริงสิเจียวซิ่งข้ามีอะไรจะถามเ้าหน่อย พวกนางคริกาในห้องนางโลม หาก้านางคณิกาหนึ่งคนต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่หรือ?" จิ้นหยางคิดอะไรบางอย่างออก ในยุคโบราณมีทั้งหอคณิกากับหอนายโลมหากจะให้เขาปรนนิบัติท่านเ้าเมืองเพียงแค่เื่บนเตียงเขาเองก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้นเช่นนั้นจึงคิดจะใช้ราคาค่าตัวของคนเ่าั้มาเป็ค่าตัวของตนในทุกค่ำคืนั้แ่วันนี้เป็ต้นไป แต่ทว่าคำถามของจิ้นหยางทำให้เจียวซิ่งทำถังหล่นลงพื้นด้วยความใ เบิกตาโพลงโตรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความอยากรู้
"อะไรนะท่านจะไปเที่ยวหอคณิกาหรือ? หรือว่าท่าน้าเมีย ท่านอยากออกเรือนแล้วหรือ? เื่นี้เป็เื่ใหญ่ในชีวิตเลยนะขอรับ พี่จิ้นหยางมีหนี้ที่ติดตัวไหนจะต้องดูแลท่านป้า จะมีสตรีใดที่อยากมาร่วมใช้ชีวิตด้วย ท่านคงคิดเช่นนี้เลยจะไปเที่ยวหอคณิกาหรือขอรับ ข้าคิดว่ามันสิ้นเปลืองนะขอรับ" จิ้นหยางส่ายหน้าไปมาก่อนจะใช้มือเขกที่หัวของเจียวซิ่งไปหนึ่งครั้ง
โป๊ก!!
"โอ๊ย! ข้าเจ็บนะขอรับ "
"แล้วใครให้เ้าคิดเช่นนั้นกัน! ที่ข้าถามเพราะอยากรู้มิใช่อยากได้เมียเสียหน่อย เฮ้อ! "
"ฮ่า ฮ่า ข้าก็แค่ใคิดว่าพี่จิ้นหยางอยากไปเที่ยวหอคณิกาเสียอีก เื่นี้ข้าเองก็ไม่รู้เดี๋ยวข้าจะไปสอบถามคนในหมู่บ้านที่เคยไปเที่ยวมาบอกท่านนะขอรับ "
"อืม เ้าไปรดน้ำผักต่อเถอะ จะได้ไปกินข้าวเช้าด้วยกัน "
"ขอรับ " เจียวซิ่งเมื่อรู้คำตอบก็รีบไปรดน้ำผักต่อจนเสร็จและทั้งสองได้พากันไปที่เรือน เหนียงฟางได้จัดเตรียมอาหารไว้รอเสร็จสิ้นแล้ว อาหารที่หลวนเหยานำมาให้เมื่อคืนนี้มีมากมายนักจนกินไม่หมดนางจึงเก็บเอามาอุ่นยามเช้าอีกครั้ง
"ว๊าว ^^ท่านป้านี่มันวันอะไรเนี้ยะทำไมอาหารของท่านถึงได้มีมากขนาดนี้ "
"อาหารพวกนี้ข้าไม่ได้ทำเองหรอก เพราะความเมตตาของท่านเ้าเมืองนำมาให้จิ้นหยางนะ ต่อจากนี้จิ้นหยางต้องเข้าไปทำงานที่เรือนของท่านเ้าเมืองหลี่ว์แล้ว เ้าคงจะเหงาไม่น้อย" เจียวซิ่งมองหน้าท่านป้ากับจิ้นหยางสลับกันไปมา คิ้วขมวดชนกันด้วยความสงสัย
"เ้าจ้องข้าทำไม รีบกินเถิดแล้วข้าจะเล่าให้เ้าฟังหลังจากกินเสร็จ หากชักช้าข้ากินหมดก่อนจะโอดครวญแล้วกันเพราะอาหารที่พวกเขานำมาให้อร่อยจริง ๆ " จิ้นหยางไม่อยากเอ่ยความจริงต่อหน้ามารดาจึงรีบชักชวนให้เจียวซิ่งกินอาหารก่อน แม้อยากรู้เพียงใดแต่เมื่อได้ยินว่าอาหารอร่อย เจียงซิ่งรีบคว้าตะเกียบคีบอาหารเข้าปากเพราะกลัวกินไม่ทันจิ้นหยางและเมื่ออาหารเข้าปากความอร่อยได้แตะลงที่ลิ้นกลืนลงคอดวงตาของเจียงซิ่งเผยออกมาอย่างมีความสุขดวงตาเป็ประกาย
"ว๊าว อร่อยจริง ๆ ด้วย ท่านพี่มีอาหารอร่อย ๆ อย่างนี้เรียกข้าด้วยนะ"
"ข้าจะนึกถึงเ้าทุกครั้งเลย รีบกินเข้าเถอะท่านแม่เองก็เช่นกันรีบกินเถิดขอรับ " ทั้งสามคนนั่งกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย แสงแดดส่องเข้ามากระทบผิวกายเพิ่มความอบอุ่นให้ทั้งสามมากกว่าเดิม
หลังจากที่กินเสร็จจิ้นหยางจึงได้อยู่กับเจียวซิ่งเพียงลำพังจึงได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟังแต่เขาไม่ได้เล่าทั้งหมดว่าท่านเ้าเมือง้าให้เขาไปทำงานอะไร โชคดีที่เจียวซิ่งไม่ได้ซักไซ้ต่อจากนั้นเจียวซิ่งจึงขอแยกย้ายกลับเรือนเพื่อไปสอบถามกับชายในหมู่บ้านเื่ค่าตัวของคณิกาหนึ่งนาง หาก้าให้ปรนนิบัติจะมีค่าเท่าไหร่ เมื่อได้คำตอบจึงรีบกลับมาบอกกับจิ้นหยางที่เรือนทันที
“พี่จิ้นหยางข้ารู้แล้วขอรับ ข้ารู้แล้ว” จิ้นหยางกำลังนอนพักอยู่ที่แคร่ใต้ต้นไม้ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงของของเจียวซิ่งที่ดังอยู่ใกล้ ๆ
“เ้านี่นะไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังนอนหลับอยู่ เสียงดังโวยวายทำไมกัน!”
“ก็เพราะข้ารู้แล้วอย่างไรขอรับเื่ที่ท่านถามข้า หรือว่าท่านไม่อยากรู้แล้ว”
“อยากรู้สิ”
“ห้าสิบอีแปะขอรับ”
“อื้ม …ห้าอีแปะหรือ? ข้าขอบใจเ้ามากหากมีของอร่อยข้าจะไม่ลืมเ้าเลยแต่ว่าข้าจะฝากเ้ามาคอยดูแลท่านแม่ยามค่ำคืนได้หรือไม่? เพียงมาเป็ครั้งคราวก็ได้ ข้าเป็ห่วงกลัวเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับท่านแม่ของข้าในยามที่ข้าไม่อยู่”
“ได้สิขอรับ แม้ท่านไม่บอกข้าก็มาอยู่แล้วขอรับ” จิ้นหยางยิ้มกว้างให้แก่เจียวซิ่งหลายเื่หลายราวก็มีเพียงเด็กคนนี้ที่อยู่เคียงข้างพลอยทำให้อุ่นใจ