บทที่12 อ่อนโยนคืออะไรหนิงเทียนไม่รู้จัก?
เดินทางมาถึงเมืองหนานจิ้งและก็พักกันที่โรงเตี๊ยมของสำนักไป๋เฮ่อพอมาถึงทุกคนก็ยุ่งตามหมอมารักษาหญิงสาวที่พบกลางทางเสวี่ยเฟิงเองก็ช่วยเคอดูอาการนางรอหมอของเมืองหนานจิ้งมารักษาสตรีนางนี้คุณชายรองเหอไม่ได้เข้าไปวุ่นวายและก็ไม่มีผู้ใดสนใจเขา
หนิงเทียนเดินนั่งจิบชาอยู่ด้านล่างที่เขาไม่ได้บอกเสวี่ยเฟิงว่าเขาเห็นสิ่งใดเพราะอยากรอดูละครงิ้วฉากใหญ่หญิงสาวที่พวกเขาเก็บมารักษาหากให้เดาคงเป็มือสังหารที่ถูกใครสักคนจ้างมาเพื่อสังหารเสวี่ยเฟิง
“คุณชายรองเหอ...”เสียงหัวหน้ามือปราบเอ่ยเรียกเขา
“หือ...”หนิงเทียนครางตอบในลำคอ
“ขอนั่งด้วยได้หรือไม่ขอรับ”เหวินเต๋อกล่าวยิ้มๆ
“อืม”หนิงเทียนยกชาขึ้นจิบปรายตามองเหวินเต๋อมานั่งกับเขาแบบนี้ต้องมีเื่จะถามแน่นอน
“คุณชายรองเหอจะให้คนของข้าออกตามหาแม่นางฉิงเหม่ยนำตัวนางมาสอบสวนดีหรือไม่”หนิงเทียนส่ายหน้า
“เรายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดท่านจะไปจับนางมาสอบสวนเื่ใดข้อสงสัยของข้าเป็เพียงข้อสงสัยเท่านั้นอาจจะใช่และไม่ใช่ท่านอย่าพึ่งใจร้อน”เหวินเต๋อพยักหน้า
“เช่นนั้นเราควรทำเช่นไรต่อไปดีขอรับ”
“ส่งคนของท่านไปดูที่จวนตระกูลกงซุนหากเป็จริงดังที่ข้าสงสัยประมุขตระกูลกงซุนเป็เป้าหมายคนต่อไป...”
คุณชายรองกล่าวจบก็ยกชาขึ้นจิบเหลือบมองหน้าเหวินเต๋อว่ามีปฎิกริยาเช่นใด
“คุณชายรองเหอหลักแหลมยิ่งนักไม่เสียแรงที่เข้ามาปรึกษาท่าน”จะว่าไปทำไมเื่แค่นี้ไยเขาคิดไม่ได้กันนะ!
“คืนนี้เลย”เหวินเต๋อพยักหน้าก่อนจะยืนขึ้นโค้งประสานมือ
“เช่นนั้นข้าจะรีบไปจัดการขอบคุณคุณชายรองเหอ”
หนิงเทียนพยักหน้านิ่งๆหลุบตาเงยหน้าขึ้นไป้าเสวี่ยเฟิงเปิดประตูออกมาจากห้องพร้อมกับเคอและหมอ
“ขอบคุณท่านหมอผูรบกวนท่านเสียนาน”เสวี่ยเฟิงกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพอ่อนน้อม
“ท่านเ้าสำนักไป๋เฮ่อเกรงใจข้าเกินไปแล้วมันเป็หน้าที่ข้าว่างๆก็ไปดื่มชาที่จวนข้าบ้างนะบุตรีข้าอยากพบท่านยิ่งนัก”
เสวี่ยเฟิงยิ้มจางพยักหน้าหมอชราขอตัวกลับในทันทีเสวี่ยเฟิงเลยให้คุนไปส่งท่านหมอให้ถึงจวน
หนิงเทียนลุกขึ้นเพราะชาในกาเย็นชืดหมดแล้วและคิดว่าควรกลับขึ้นห้องไปพักผ่อนเดินทางเหนื่อยมาทั้งวันเขาควรนอนเอาแรงรอดูละครงิ้วฉากใหญ่หากเกิดเื่ไม่คาดคิดเขาจะชิ่งหนีไปข้างนอกคนแรกเลย...เสวี่ยเฟิงถูกลอบฆ่าแล้วอย่างไรเกี่ยวอันใดกับเขาจะตายหรือไม่ตายก็ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องสนใจเสียหน่อย
“อาเทียนขออภัยทั้งๆที่ข้านัดกับเ้าว่าจะกินข้าวกับเ้า”คุณชายรองเหอโคลงศีรษะอย่างไม่ใส่ใจเขาลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
“สตรีผู้นั้น...”เสวี่ยเฟิงพยักหน้ายิ้มๆ
“ปลอดภัยแล้ว าเ็ภายในแต่ไม่หนักมาก”
หนิงเทียนพยักหน้าก็แน่ละสิเจ็บมากก็ใช้เวลาพักฟื้นนานมันเสียเวลาสังหารเ้าอย่างไรเล่าหากทุกคนสังเกตสักนิดก็จะรู้ว่าในทางที่นางเดินออกมามีคนแอบซุ่มดูอยู่และโคตรจะไม่เนียนเลยก็ถึงบอกไงว่าละครงิ้วกากๆคุณชายรองเหอเห็นว่าไม่มีอะไรต้องสนทนาแล้วก็จะเดินกลับห้อง
“จะกลับห้องแล้วหรืออาเทียน”
“อืมมีอะไรอีก”
“ไม่มีวันนี้ข้าไม่กวนเ้าหรอกเดินทางมาเหนื่อยๆเ้าคงอยากพักแล้วฝันดีนะอาเทียน”
หนิงเทียนมองหน้าเสวี่ยเฟิงนิ่งๆแล้วพยักหน้าผู้ชายด้วยกันบอกฝันดีมันจั๊กจี้ในใจแปลกๆนะครับว่าไหมหรือเป็เพราะว่าผมไม่เคยมีใครเคยบอกฝันดี?
“อืม”
ครางตอบในลำคอแล้วเดินกลับห้องตนเองทันทีเหลือบมองประตูห้องข้างๆเล็กน้อยเพราะเขานอนห้องติดกับหญิงสาวชุดแดง
หนิงเทียนนอนลืมตากอดอกเขาไม่ได้หลับยามนี้ยามจื่อ (23.00 น.- 24.59 น.) ได้ยินเสียงฝีเท้าข้างห้องคนาเ็ไม่น่าจะเดินได้ใช่ไหม...คนที่เดินอยู่ห้องข้างๆไม่ใช่คนเจ็บหรอกหึ...หนิงเทียนลุกจากเตียงฝีเท้าแ่เบาเดินมาหยุดตรงกำแพงหันหลังกอดอกพิงกำแพงฟังเสียงข้างห้องไม่ดังมากแต่ก็ยังพอได้ยินถ้าฟังดีๆ
“ควรใช้โอกาสนี้เร่งลงมือการคุ้มกันไม่รัดกุมเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง”น้ำเสียงทุ้มต่ำแ่เบาเริ่มเปิดบทสนทนา
“เ้าค่ะ”เสียงหญิงสาวเอ่ยตอบ
“ดี...นี่ยารักษาอาการภายในเ้ามันจะไม่หายเร็วจนผิดปกติเกินไปหากเป็ไปได้พรุ่งนี้ก็ลงมือเสีย”
จบประโยคนั้นบทสนทนาก็เงียบไปหนิงเทียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมดวงตาเรียวหงส์ว่างเปล่ามองออกไปที่หน้าต่างอย่างเหม่อลอยเป็อย่างที่เขาคิดนักฆ่ามาลอบสังหารเสวี่ยเฟิงจริงๆ
ชายชุดดำที่เขาเห็นตอนอยู่ในป่าก็คงเป็คนที่เข้ามาคุยกับสตรีเมื่อครู่ที่บอกการคุ้มกันไม่รัดกุมคงลอบสังหารมาไม่รู้กี่ครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จอาจเป็เพราะเสวี่ย
เฟิงอยู่แต่ในสำนักกระมังออกมาข้างนอกใช้ผู้ติดตามแค่สองคนก็เหมือนเปิดช่องลอบเข้ามาสังหารโดยง่าย
แต่...เสวี่ยเฟิงจะอ่อนด้อยเพียงนั้นเลยหรือถ้าไม่พลาดท่าหลงกลสตรีเสวี่ยเฟิงก็เป็บุคคลที่ไม่สามารถดูเบาได้เลยนั่นเ้าสำนักเลยนะ
เช้าวันต่อมาคุณชายรองเหอออกไปข้างนอกแต่เช้าและไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดเขาอยากเดินสำรวจและอยากไปดูที่จวนตระกูลกงซุนเขาเองก็อยากจะเห็นแม่นางฉิงเหม่ยว่าจะงดงามเพียงใดจึงทำให้ประมุขตระกูลดังในเมืองหนานจิ้งไถ่ตัวมาได้แต่...เขาไปไม่ถูกจึงตัดสินใจถามคนที่เดินผ่านไปมาว่าจวนตระกูลกงซุนไปทางไหนก็ได้รู้ว่าอยู่ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมสำนักไป๋เฮ่อมากนัก
เดินลัดเลาะตรอกทรุดโทรมคับแคบเพราะคนบอกทางบอกว่ามันใกล้กว่าทางหลักไอ้เราก็เชื่อคนง่ายไง?
“ยะ...อย่า!!”
เสียงแหบทุ้มต่ำสั่นเครือกำลังกลัวบางสิ่งหนิงเทียนหยุดเดินภาพตรงหน้าคือคนชุดดำแต่งกายรัดกุมปิดหน้าปิดตามิดชิดกำลังเงื้อมีดขึ้นแทงคนด้านล่างที่เขาคร่อมอยู่
“โอ้วววว...”หนิงเทียนร้องอุทานริมฝีปากคลี่ยิ้มเย็น
“....”
คนชุดดำที่คร่อมอยู่บนร่างชายรูปงามผู้หนึ่งหันมามองหนิงเทียนอย่างรวด
เร็วแววตาอาฆาตเยือกเย็นมองหนิงเทียนเขม็ง แววตาแบบนี้ เหมือนเคยเห็นที่ไหนกันนะ?คุณชายรองกอดอกเอียงคอมองไม่รู้สึกอะไรกับสายตาคนผู้นั้น
“ชะ...ช่วยข้าด้วย!”ชายหนุ่มรูปงามร้องขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา
“อย่าเสือก!!!”
น้ำเสียงหวานของสตรีตะคอกเขาหือ...ผู้หญิง? เอ๊ะ!ชายที่นางคร่อมอยู่ก็หล่อเหลารูปงามไม่น้อยหรือว่า...แต่เมื่อกี้ว่าอะไรนะอย่าเสือก? คนยุคโบราณเขาใช้คำนี้กันไหม?
“เธอ...”หนิงเทียนเรียกเสียงเบาหญิงสาวชุดดำชะงัก
“หึ...ไม่คิดว่าจะมีคนหลงยุคมาเหมือนกัน”
หนิงเทียนกะพริบตาปริบๆยัยฆาตกรนี่ก็หลุดมายุคนี้เหมือนกัน?เดี๋ยวนะ...แววตาแบบนี้ท่าทางโคตรจะโรคจิตแบบนี้นี่มัน...บ้าน่ามันจะบังเอิญเกินไปแล้ว
“ใครอยู่ตรงนั้นเกิดอันใดขึ้น!!”เสียงของใครบางคนะโถาม
“ช่วยข้าด้วย!!มีคนจะฆ่าข้า!!”
ชายหนุ่มที่ยังถูกคร่อมอยู่ะโเสียงดังลั่นหญิงสาวชุดดำปริศนาลุกขึ้นแตะปลายเท้าใช้วิชาตัวเบาหายไปหนิงเทียนมองร่างนั้นหายไปด้วยแววตาเรียบเฉย
กลุ่มคนสามสี่คนวิ่งเข้ามาและปรี่เข้าไปดูชายหนุ่มที่น่าจะาเ็อยู่แล้วตอนที่หนิงเทียนยังไม่เดินเข้ามาเจอ
“เป็เขาหรือทำร้ายท่าน!”ชายคนนึงชี้มาที่หนิงเทียน
“ไม่คุณชายผู้นี้เดินเข้ามาพบข้าพอดีข้าเลยรอดจากคมมีดคนร้ายมาได้”
คุณชายรองเหอปรายตามองพวกเขาเพียงเท่านั้นแล้วหันหลังเดินกลับโรงเตี๊ยมสำนักไป๋เฮ่อไม่ต้องไปแล้วจวนตระกูลกงซุนคนร้ายเป็ฉิงเหม่ยแน่นอนแต่ไม่ใช่ฉิงเหม่ยที่เป็เ้าของร่างเป็ฆาตกรที่มาจากยุคเดียวกันกับเขาและเป็คนเดียวกับที่ฆ่าเขาอีกต่างหาก...บังเอิญ?บนโลกนี้มันมีความบังเอิญบ่อยไปไหมวะ!
หนิงเทียนเดินกลับมายังโรงเตี๊ยมด้วยสภาพจิตใจเหม่อลอยที่แน่ๆยัยฆาตกรโรคจิตนั่นต้องตามหาเขาและฆ่าเขาแน่โดนหมายหัวเข้าซะแล้วซวยไปไหน...
“คุณชายรองเหอ...คุณชายรองเหอขอรับ!”หนิงเทียนสะดุ้งเล็กน้อย
“ห่ะ...ว่าอย่างไร”เหวินเต๋อขมวดคิ้วเขาเรียกตั้งหลายครั้งไยเหม่อลอยกลับมาเช่นนี้เล่า
“เป็อันใดหรือขอรับข้าเรียกท่านตั้งหลายครั้ง”หนิงเทียนจ้องหน้าเหวิน
เต๋อนิ่งๆก่อนจะถาม
“คนของท่านจับตาดูแม่นางฉิงเหม่ยตลอดเวลาหรือไม่”
เหวินเต๋อพยักหน้าแต่เช้านี้คนของเขาต้องเข้ามารายงานเขาแล้วไม่ใช่หรือสายป่านนี้แล้วยังไม่เห็นแม้เงา...
“เช้านี้ต้องมารายงานข้าน้อยแล้วนะขอรับ”
หนิงเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่ว่าฉิงเหม่ยฆ่าคนของเหวินเต๋อแล้วก็ฆ่ายกตระกูลไปแล้วนะ?หนิงเทียนชะงักหรือว่าใช่เพราะฉิงเหม่ยออกมาฆ่าคนกลางวันแสกๆแบบนี้! และคนของเหวินเต๋อแทนที่จะต้องกลับมารายงานในยามเช้าแต่ก็ไม่มา...
“ท่านนำคนไปตระกูลกงซุนตอนนี้เลยไปเดี๋ยวนี้หัวหน้ามือปราบ!!”
เหวินเต๋อใจู่ๆก็ะโสั่งเขาเสียงดังสุดท้ายเลยต้องรีบวิ่งออกไปเรียกคนของตนวิ่งไปยังตระกูลกงซุน ฝีมือร้ายกาจขนาดไหนกันนะฉิงเหม่ย!!
หนิงเทียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมจะบอกเสวี่ยเฟิงหน้าประตูห้องของสตรีมีเคอคุนนอนอยู่ที่พื้นหนิงเทียนรีบเข้าไปจับชีพจรอย่างรวดเร็วยังเต้นอยู่ยังไม่ตายแค่สลบไปเหมือนโดนยาสลบ...ปรายตามองที่ต้นคอมีเข็มเล่มเล็กปักอยู่
เช่นนั้นด้านใน...อะไรนักหนาวะเื่ฉิงเหม่ยตระกูลกงซุนยังไม่เคลียเ้าสำนักไป๋เฮ่อก็โดนลอบฆ่าอีก?ปล่อยตายแม่งแล้วหนีกลับดีไหมวุ่นวายชิบ!! แล้วรีบลงมือไปไหมนี่มันยังสว่างอยู่เลยนะเห้ย!!
ตุ้บ!!
เสียงคล้ายบางอย่างร่วงสู่พื้นเสียงดังมาจากในห้องเสวี่ยเฟิงหนิงเทียนดึงมีดสั้นออกมาจากอกเสื้อรีบวิ่งไปที่ห้องเสวี่ยเฟิงเปิดประตูเข้าไปในจังหวะที่หญิงสาวที่เืชุ่มโชกอยู่ไม่น้อยที่หน้าท้องกำลังยกกระบี่หมายจะตัดคอเสวี่ยเฟิงที่นั่งคุกเข่าใบหน้าซีดขาวริมฝีปากม่วงคล้ำ
“อึก...แค่ก!อาเทียน...”
เสวี่ยเฟิงเรียกคุณชายรองเหอน้ำเสียงแหบแห้งคุณชายรองเหอไม่รอช้าพุ่งเข้าไปะโถีบสตรีผู้นั้นกระเด็นไปกระแทกข้างฝากำแพงเสวี่ยเฟิงนิ่งค้างกะพริบตาที่อิดโรยปริบๆเมื่อครู่อาเทียนะโถีบรึ?
(‐△‐)
ข้าเข้าใจแล้วว่าอาเทียนก็ไม่เคยอ่อนโยนกับผู้ใดทั้งนั้นแม้แต่สตรีเขายังะโถีบเสียกระเด็นไปเลย...
ชายชุดดำอีกคนที่ซ่อนตัวออกมาจากที่ซ่อนทันทีมันยืนบังร่างสตรีผู้นั้นไว้และหันกระบี่มาทางเขาคุณชายรองเหอแสยะยิ้มหมุนควงมีดในมือเล่นอย่างสบายๆ
“คิดดีแล้วที่หันกระบี่มาทางนี้?”น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยถาม
“เ้าเป็ใครกัน!!”
“เป็ใครไม่สำคัญขอข้าเล่นสนุกกับร่างกายเ้าด้วยมีดเล่มนี้หน่อยสิ”
กล่าวจบก็แสยะยิ้มที่ใครมองก็ต้องพากันขนหัวลุกแววตาที่เยือกเย็นราวกับยมทูตที่แค่มองก็เหมือนกระชากิญญาออกไปจากร่าง
“ย๊ากกกกกกกก!!”
“หึ”
“อะ...อาเทียน....”
ตุ้บ!!เสวี่ยเฟิงล้มลงไปนอนที่พื้นในที่สุดภาพสุดท้ายที่เขายังพอมีสติคือเห็นหนิงเทียนต่อสู้กับชายชุดดำและหลังจากนั้นสติก็พร่ามัวและดับไป...