เสียงฟู่จากกระทะดังขึ้น ดารินตัดสินใจทำผัดกะเผาทะเล เป็เมนูง่ายๆ ที่มารดามักจะทำให้ทานเสมอ และก็เป็เมนูที่เธอชอบมากที่สุด หญิงสาวสามารถจดจำสูตรได้อย่างแม่นยำ ไม่นานนักเสียงกระทะก็สงบลง ควันโพยพุ่งจากจานอาหารของทั้งสองทำให้ทั่วห้องครัวโชยกลิ่นไปทั่ว
“นั่นอะไร ไข่เจียวเหรอ” หญิงชราถามวีรดา ก่อนที่สีหน้าของเธอจะเปลี่ยน ฝืนพยักหน้ายิ้ม
“แล้วนั่นกะเพราหรือ”
“ใช่ค่ะ แต่กะเพราทะเลจานนี้ไม่เผ็ดมากค่ะ รินทำให้รสชาติออกมาพอดี คุณรัตนาลองชิมดูนะคะ” แม่บ้านเดินมาหยิบจานอาหารของทั้งสองไปตั้งที่โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ ก่อนที่ดารินและวีรดาจะเดินไปสมทบและยืนลุ้นอยู่ด้านข้าง มือเหี่ยวย่นจับที่ช้อน พลางมองดูหน้าตาอาหารอย่างชื่นชม ก่อนจะจิ้มไปชิมกะเพราทะเลจากจานของดาริน แล้วตักเข้าปาก ต่างฝ่ายต่างลุ้นตามๆ กัน ก่อนที่หญิงชราจะพยักหน้าปล่อยยิ้มออกมากับรสชาติอย่างพอใจ
“ฝีมือเยี่ยม ฉันชอบ” ดารินยกมือไหว้ พลางมองมือเหี่ยวย่นที่เปลี่ยนทิศมาตักไข่เจียวของวีรดาบ้าง หากแต่รอยไหม้ดำๆ ทำให้หญิงชราพลิกกลับ พบว่าด้านหลังไหม้เกรียมทั้งหมด
“ฉันขอโทษนะนังหนู ฉันทานแบบนี้ไม่ได้” ดารินยิ้มย่องพลางปรายตามองหน้าคู่แข่งอย่างเหนือชั้นกว่า ก่อนที่วีรดาจะหน้าถอดสี แล้วเข้ามายกมือไหว้
“หนูขอโทษนะคะ ฝีมือทำอาหารของหนูไม่ได้เื่” หญิงชรายิ้มพลางยกมือขึ้นแล้วเอ่ยเสียงแหบ
“ไม่เป็ไร วันนี้ฉันกินกะเพราจานนี้ก็มีความสุขแล้ว และตอนนี้ก็เหนื่อยมาก อยากพักผ่อน”
“เอ่อ...คุณท่านคะ แล้วเื่ที่ที่เราคุยค้างไว้ล่ะคะ” วีรดาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบทวงถาม
“ก็วันนี้ฉันเหนื่อย ไว้พวกเธอค่อยมาวันหลังแล้วกัน กลับไปได้แล้วล่ะ” หญิงชราโบกมือไล่ พลางให้แม่บ้านเข็นรถหนีหายไปอีกห้อง ดารินยกมือขึ้นกอดอก กิริยาของคุณรัตนาดูเหมือนไม่ใช่ปกติ ก่อนจะถอนหายใจแล้วหันกลับมาประจันหน้ากับคนของอีกบริษัท
“ยังไงซะ บริษัทของคุณปฐวีก็ต้องได้ที่ผืนนั้น ถ้าเธอไม่อยากเหนื่อยฟรีก็ถอนตัวไปเถอะ” วีรดาเชิดหน้าขึ้น พลางพูดให้ดารินได้ยิน ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มย่องออกมา
“ก่อนที่จะบอกให้ดิฉันถอนตัว กรุณาไปทอดไข่ให้ไม่ไหม้จะดีกว่านะคะ” ดารินยกมือบาย แล้วหันไปคว้ากระเป๋าก่อนจะเดินออกมารอเขมกรอยู่หน้าบ้าน ไม่ทันที่เธอจะยกมือถือโทรหาเขา รถคันหรูก็แล่นเข้ามาเทียบ พลางบีบแตรเรียก วีรดาเดินตามหลังมาถึงกลับต้องชะเง้อคอดู ทำลับๆ ล่อๆ เพราะไม่อยากให้ทั้งสองรู้ตัวว่าหล่อนแอบดูอยู่ห่างๆ
“โห ยัยดารินทำบุญด้วยอะไร ถึงขนาดเ้าของบริษัทขับรถมารับด้วยตัวเอง” วีรดาบ่นพึมพำ ในใจนึกอิจฉาอยู่มาก ก่อนที่รถหรูจะแล่นออกไป วีรดาจึงเดินออกมาชะเง้อคอมองรถที่แล่นอยู่ลิบๆ
“หึ ดูฉันสิ มาเองก็กลับเอง ใครแคร์” วีรดาเชิดหน้าขึ้นพลางเอ่ยประชดเล็กน้อย พร้อมกับสองเท้าก้าวเดินไปยังปากซอย
“เ้านายรู้ได้อย่างไรคะ ว่าฉันจะออกมาเวลานี้” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“ผมไม่รู้หรอก แค่วันนี้ว่าง ก็เลยออกมา กลัวว่าคุณรัตนาจะทำอะไรแย่ๆ แบบเมื่อวานอีก” ดารินหน้าชาขึ้นมา ไม่รู้เพราะคำพูดแสนอบอุ่นนั่น หรือเพราะเื่จูบเมื่อคืนของเธอกันแน่
“ต่อไปนี้ จำเป็ต้องเป็เ้านายอย่างเดียวหรือคะ ที่มารับฉัน” หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เขมกรมีคำสั่งและกำชับว่าทุกวันเขาจะเป็คนมารับเธอเองไม่ใช่พชรนัยเหมือนที่ผ่านมา
“นายนัยเลิกงานแล้วก็ไปทัวร์สาว ผมไม่อยากรบกวนเวลาเขา อีกอย่างผมเป็คนใช้คุณมาทำหน้าที่นี้ ผมก็ต้องรับผิดชอบ”
“ที่จริงฉันกลับเองได้นะคะ”
“กลับเองได้ แบบเมื่อคืนน่ะหรือ” ดารินรู้สึกวูบขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดเขาทำให้หญิงสาวไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้อีก ได้แต่นิ่งเงียบพร้อมกับภาพน่าอับอายบางฉากจากเมื่อคืนแล่นเข้ามาย้ำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า