เสียงกลองดัง เสียงผู้คนที่ขับร้องเพลิดเพลินไปกับค่ำคืนที่ผาสุขดื่มด่ำสุรานารีทั้งขุนนางยศใหญ่ไปจนถึงชั้นผู้น้อยต่างมัวเมากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเสกสรรค์จนเป็วิสัย
บรรยากาศในท้องพระโรงมีเพียงสองบุคคลที่ไม่ได้สนใจเสียงดนตรีหรืออาหารเลิศรสที่วางตระหง่านตระการตาความอึดอัดที่มีต่อกันไม่แม้แต่จะคิดที่จะเป็มิตรไมตรี
" ทูลฝ่าาเพคะนอกจากจะบรรดาเครื่องห่มเครื่องทรงอาหารและเหล้าชั้นดีที่นำมาจากไป๋เฟ่ยถวายในแก่ฝ่าาแล้วหม่อมฉันยังมีพลุดอกไม้ไฟทำจากดินปืนขนมาตั้งเพื่อจุดเฉลิมฉลองในวันนี้ด้วยเพคะ " ลี่จางิ่กล่าว
" เช่นนั้น ยังรออะไรอยู่เล่าเชิญท่านหญิงจุดให้ฝ่าาและชาวถังซงได้เชยชมความงดงามนั้นเถิดขอรับ " เสนาบดีจินกล่าว
" ขออนุญาติเพคะ "
ลี่จางหมินหันไปหาเฟยจินฟู่ที่ยืนอยู่ข้างกายเป็การสั่งให้ไปทำตามแผนที่วางกันไว้
" ไปได้ "
" รับทราบขอรับองค์หญิง " เฟยจินฟูเดินออกจากท้องพระโรงไป ทิ้งไว้แต่ลี่จางิ่
"ไม่คิดว่าเมืองไป๋เฟ่ยจะมีฝีมือทางด้านการทำพลุข้านึกว่าจะเก่งเื่ทำาเสียอีก"
เย่อเล่อไป่กล่าว
" ลูกข้าเ้าจะพูดกะไร "
ฮ่องเต้เริ่มที่จะจับสังเกตุว่าทั้งสองนั้นไม่ถูกคอกันั้แ่ก้าวขาเข้ามา
" ทำพลุก็เหมือนกับเป็การจุดชนวนาได้เช่นกันเพคะเมื่อมีเชื้อเพลิงมากพอก็ยิ่งจะะเิออกมาได้กว้างและทรงพลังมากขึ้น "
" เ้าคงจะชอบอะไรที่บ่อนทำลายล้างมากกว่าจะเก็บรักษามัน "
" มิใช่เลยเพคะ หม่อมฉันชอบแย่งชิงมามากกว่าหากแต่มันไม่ง่ายถึงจะต้องพังทิ้งทั้งหมด มันก็คุ้มค่าที่จะทำเพคะ หากหม่อมฉันไม่ได้ผู้อื่นก็หาได้มีเช่นกัน "
นั้นเป็คำพูดที่เผยให้เห็นถึงธาตุแท้ของลี่จางิ่ทำให้เย่อเล่อไป่สุดจะทนจนไม่สนแม้แต่คำที่เคยสัญญาไว้กับป๋อหวัง
" เป็แบบที่ข้าคิดจริงๆ เ้ามันปีศาจในร่างหญิงงาม ที่มาที่นี่เ้า้าอะไรกันแน่!!"
" ท่านพี่ใจเย็นสิ นางอาจไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ "
" จิตใจไร้เมตตาดวงตาน่ารังเกียจ เ้ายังจะคิดว่านางเป็เทพธิดาอยู่อีกงั้นรึ"
" เย่อเล่อไป่ใยเ้าถึงเสียมารยาทเช่นนี้ หยุดเสียที " ฮ่องเต้ตระหวาดใส่ลูกชายเสียงดังลั่น
" ขออภัยท่านพ่อที่ลูกทำเสียบรรยากาศอันรื่นเริงแต่นางคงไม่เหมาะที่จะมาเป็ชายาของป๋อหวังขอรับ"
ทุกคนในท้องพระโรงต่างพากันนิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากเย่อเล่อไป่พร้อมๆกับเสียงจุดพลุที่ดังสนั่นด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่ ผู้คนในวังพากันแหงนหน้ามองดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ ผิดกับสถานะการด้านในท้องพระโรง
" ท่านพี่ช้าก่อนท่านรับปากต่อข้าแล้วมิใช่รึ ใยท่านถึงผิดสัญญา " ป๋อหวังมองพี่ชายด้วยสายตาที่ผิดหวัง
" พี่ขอโทษที่ทำผิดต่อเ้าแต่มันเป็สิ่งที่ดีสำหรับเ้านะป๋อหวัง "
" เย่อเล่อไป่เ้าบอกข้ามาว่า เหตุใดกันเ้าถึงคิดเช่นนั้น หากสิ่งที่เ้าจะพูดมันไม่เพียงพอต่อสิ่งที่เ้ากระทำลงไปข้าคงต้องลงโทษเ้าที่หยาบคาบต่อแขกต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้ "
ฮ่องเต้ลุกขึ้นจากบัลลังก์อันทรงเกียรติ แต่แล้วสายตากับพร่ามัว หัวเริ่มหน่วงหนักอึ้งขึ้นทันใดแขนขาไร้เรี่ยวแรงจนทรุดตัวลงไปที่นั่งเดิมฮองเฮาที่เห็นเช่นนั้นจึงพยายามลุกขึ้นเพื่อไปประคอง แต่กลับมีอาการเช่นเดียวกันจนลุกขึ้นไม่ไหว
ทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรง ต่างทรุดลงพร้อมๆกันโดยหาสาเหตุไม่ได้ป๋อหวังดึงแขนเสื้อของพี่ชายด้วยแรงแขนอันน้อยนิด
" ท่านพี่ข้า..ร่างกายมัน... "
" ป๋อหวัง เ้าเป็อะไร อึก...ท่านพ่อท่านแม่
นี่มันเกิดอะไรขึ้น "
" องค์ชายเป็อะไรรึขอรับ องค์ชาย "
หยางกงรีบเรียกป๋อหวังที่กำลังหอบรวยริน
" ทหารๆไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า หายใจเข้าไว้เ้าต้องไม่เป็อะไรหยางกงฝากป๋อหวังด้วยข้าจะไปดูเสด็จท่านกับเสด็จแม่ "
" ขอรับองค์ชาย "
ขณะที่เย่อเล่อไป่กำลังจะวิ่งขึ้นไปบนบัลลังก์ ก็มีดาบยาวยื่นมาจ่อที่ตรงหน้าแล้ว ทำให้เขาต้องหยุดชะงักทั้งที
" เ้า..เ้าจะทำอะไรลี่จางิ่ "
" หึ...คนฉลาดอย่างเ้ายังต้องถามอีกรึเย่อเล่อไป่ เ้าไม่ใว้วางใจข้าั้แ่มาเหยียบที่เมืองนี้และยังจับผิดเฝ้าดูข้าทุกฝีก้าวอย่างกะข้าเป็นักโทษ "
แค่สองวันที่ข้าอยู่ที่นี้เ้าก็ทำเอาข้าแทบกระอักกระอ่วน อวดดีว่าเก่งและฉลาดถือตัวอยู่สูงเกินผู้ใดแม้แต่น้องเ้าก็ยังคิดเช่นเดียวกันกับข้า เ้าคงโกรธที่ข้าทำให้น้องสุดที่รักของเ้าคิดกับเ้าเช่นนั้นโทษข้าโดยที่จริงแล้วมันเป็ตัวเ้าเองต่างหากที่ชอบทำตัวอยู่เหนือคนอื่น
" ตอนแรกข้าอยากที่จะแก้แค้นท่านพ่อที่ใช้ข้าอย่างหมาแล้วถีบหัวส่งแต่ตอนนี้ข้าอยากบดขยี้ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งของเ้าแทน "
" เ้าจะไม่มีวันรอดออกไปจากเมืองนี้ "
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายก้าวกำลังมุ่งมายังท้องพระโรงทำให้เย่อเล่อไป่มั่นใจว่านั่นคือเหล่าทหารของตน
" หากเ้ายอมก้มกราบอ้อนวอนข้าจะส่งเ้ากลับไปเมืองไป๋เฟ่ยอย่างมีลมหายใจแต่หากเ้ายังคิดคดทรยศอยู่อีก ข้าจะสั่งปะาเ้า "
" เ้าจะสั่งปะาใครงั้นรึ "
เสียงเข้มแหบดังขึ้นร่างที่ไม่คุ้นเคยสีเสื้อและลายชุดเกาะไม่ใช่ของถังซง ดาบยาวที่เปื้อนเืกลิ่นคาวฟุ่งกระจายเข้ามายังจมูกทหารที่เข้ามากลับไม่ใช่ทหารของตน ทำให้เย่อเล่อไป่ใถึงขั้นสุดดาบนับสิบเล่มได้มาจ่อที่ทั้งสามคนโดยไร้ซึ้งทางหนี
" นี่เ้า ั้แ่เมื่อไรกัน "
" เมื่อครู่เ้าว่าไงนะองค์ชาย "
" อึก...อ้ะ!! "
ลี่จางิ่ใช้สันดาบทุบเข้าไปที่ท้องเย่อเล่อไป่อย่างแรง
" ท่านพี่..อึก อย่านะองค์หญิง หยางกงทำอะไรสักอย่างเร็ว "
" ขอรับองค์ชาย "
" อย่าแม้แต่จะชักดาบออกมาเด็ดขาดเพราะหากทำเช่นนั้นข้าจะบั่นหัวของไท่จื่อพวกเ้าทิ้งซะ "
" ลี่จางิ่..ข้าจะต้องฆ่าเ้าให้ตายคามือ "
" ทำให้ได้ละเพคะ เพราะตอนนี้คนที่จะตายคือท่านพ่อกับท่านแม่ของท่าน "
" อืกก อย่าเชียวนะเ้าเกลียดข้าเ้าก็มาลงที่ข้าอย่าได้แตะต้องพวกเขาทั้งสอง ไม่งั้นเ้าได้ตายแน่"
" ท่านอาข้าไม่นิยมชมชอบจับเชลยศึกไปเท่าไรท่านจัดการให้ข้าได้รึไม่"
" ยาที่ข้าให้เ้าไปทำให้คนที่ดื่มไม่สามารถขยับตัวเองได้ร่างกายจะไม่ตอบสนองใดๆและกว่าจะแสดงผลก็ผ่านการตรวจไปแล้ว ถึงจะช้าแต่มันได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อ
นำผู้คนและข้าวของที่จะขนกลับเมืองออกมาแล้วจุดไฟเผาซะ "
" รอก่อนท่านอา ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องกำจัดทิ้งให้หมด "
" ข้าว่านี้มันก็เป็ไปตามแผนที่วางเอาไว้แล้ว
เ้ายัง้าอะไรอีก "
ลี่จางิ่เดินไปยังบัลลังก์ที่พ่อและแม่ของเย่อเล่อไป่นั่งหอบหายใจอยู่พร้อมกับดาบเล่มยาวประจำกายที่เสียบซ่อนไว้ในหลังเสื้อมาโดยตลอด
" หากตีงูต้องตีให้ตายเพคะ "
" ช้าก่อนหลานข้า!! "
เย่อเล่อไป่ที่เห็นอย่างนั้นจึงลุกขึ้นชักดาบของใต้เท้าเฉินอวี้เหลียนขณะเขาไม่ทันตั้งตัวออกมาวิ่งเข้าใส่ไปยังลี่จางิ่อย่างรวดเร็ว