อัสนีเลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมนาซีซัสจอดตรงหน้าล๊อบบี้หน้าโรงแรม
“ คุณครับจอดตรงนี้นานไม่ได้นะครับ เฉพาะรถที่จอดเช็คอินหรือ วีไอพีเท่านั้น”
รปภ.เดินเข้ามาเห็นรถเก่าๆของเขามาจอดทำท่าจะจอดนาน ก็ให้ไปจอดที่ชั้นใต้ดินของโรงแรม
อัสนีไม่สนใจนำเงินออกมาหมื่นบาทโยนให้รปภ. คนนั้นไป
“ นี่กุญแจไปหาที่จอดให้ผมด้วย”
รปภ.รับเงินกับกุญแจไปอย่างงง แต่พอเห็นเงิน ก็รีบโค้งคำนับแล้วผายมือให้เขาเข้าไปในทันที แล้วรปภ. ก็รีบขับรถของอัสนี จอดเอาไว้ที่จอดรถวีไอพี ข้างๆ รถสปอร์ตหรูหรานับสิบคัน
“ รถธรรมดาๆยังให้ทิปมากกว่า คนขับรถหรูเหล่านี้เสียอีก”
อัสนีใช้สายตามัจจุราชสแกนไปรอบโรงแรมแค่รอบเดียว ก็พบว่า น้ำชู อยู่ในห้องจัดเลี้ยงแห่งหนึ่ง
ภายในงานเลี้ยงเป็งานเลี้ยงของ ตระกูลน่านวารี และตระกูลสมุทรทักษิน ทั้งสองตระกูลกำลังร่วมกันจัดเลี้ยงต้อนรับ นายพลอั่งเปาเสนาธิการทหารของเ้าแสนคำฟ้า พวกเขาร่วมมือกันทำธุรกิจการค้ากับ พระอนุชาเ้าแสนคำฟ้าเพราะคิดว่า จะสามารถโค่นล้ม เ้าแสนสินชัยได้จะทำให้ธุรกิจของสองตระกูลนั้นเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นในอนาคตโดยที่งานเลี้ยงในวันนี้
ได้จัดของขวัญคือลูกสาวของน้าชู ที่เกิดในราศีั อายุครบ 15 ปีเต็ม
น้าชูและเมียที่ตายไปแล้วก็เกิดปีัทำให้ลูกสาวน้าชูที่มืชื่อว่า
อาหลินมีสายเืัคู่ คนเผ่าเชียงฟ้า ถือว่าเด็กหญิงที่เกิดมาเช่นนี้จะมีชะตา นารีั หากได้ดื่มโลหิตแรกเริ่ม จะทำให้โชคชะตาพลิกผันก้าวเดียวเหยียบฟ้าในทันที
ภายในงานเลี้ยงคนสองตระกูลต่างมอง อาหลินบนรถสี่ล้อเลื่อน ที่ถูกมัดมือมัดเท้า บนไม้กางเขนในท่ายืนร่างที่สวมแต่ชุดสีขาวที่บางเบา เผยให้เห็นร่างกายของเด็กสาวที่บริสุทธิ์ เดียงสาเืระดูค่อยๆ ไหลเปื้อนหว่างขาของเธอ น้ำตาของอาหลินหลั่งไหลออกมาไม่หยุดแม้นจะพยายามร้องขอชีวิต ขณะที่ถูกรัดปากด้วยเชือก แต่สายตาของเธอยังคงอ้อนวอนขอความเมตตาต่อคนเหล่านี้แต่พวกมันกลับหาได้สนใจไม่
น้าชูตอนนี้ถูกซ้อมจนเืโทรมกายถูกมัดมือมัดเท้าเช่นกัน แม้นจะใช้ความพยายามอย่างสุดชีวิตเืในตาไหลออกมาด้วยความโกรธแค้น แต่ก็ไม่อาจต้านทานนักรบทมิฬของอาณาจักรเชียงฟ้าได้ ได้แต่สาปแช่งในใจ เท่านั้น
“ บัดนี้ตระกูลน่านวารีบูรพา และ ตระกูลสมุทรทักษิน ขอมอบ นารีั เป็ของขวัญแรกพบให้กับท่านนายพลอั่งเปา ขอให้ท่านมีอายุยืนยาวนับพันๆ ปี”
นายซาร์ดีนหัวหน้าตระกูลสมุทรทักษิน กล่าวเปิดนำ มีนางฟารีอาห์ หัวหน้าตระกูลน่านวารีบูรพาเป็ผู้นำ คุกเข่าต่อหน้า นายพลอั่งเปา ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่เหมือนบัลลังก์ราชัน อยู่บนกลางเวทีสูงสุด
“ ขอบใจทั้งสองตระกูลมาก เราให้สัญญา อีกไม่เกินสามวัน ประเทศเชียงฟ้าจะต้องมีการผลัดแผ่นดิน สัมปทานทรัพยากรทั้งหมดของประเทศเชียงฟ้า จะมอบให้กับตระกูลน่านวารีบูรพา กับ ตระกูลสมุทรทักษินเท่านั้น”
“ขอขอบคุณท่านนายพลอั่งเปา” คนสองตระกูลประมาณหกสิบคน ต่างคุกเข่าขอบคุณนายพลอั่งเปา ที่ยกมือให้ชายชุดขาวแต่งกายคล้ายกับพราหมณ์เดินลงไปที่เตียงน้ำแข็ง พร้อมกับลูกศิษย์คนหนึ่งที่ถือพานสีทองมีมีดหมอสีขาวแวววับ
วางไว้้า
พอไปถึงพราหมณ์ก็จับมีดหมอที่ลงอักขระยันต์ขอมมากมายออกมา บริกรรมคาถา แล้วก็กำลังจะเสียบมีดหมอลงใต้สะดือของอาหลิน แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงสีขาววาบหนึ่ง พุ่งออกมาเจาะเข้ามือที่จับมีดหมอจนลอยกระเด็นไปปักเข้าที่กลางหน้าผากของลูกศิษย์ชายของมัน ล้มลงไปนอนตายคาที่
ชายหน้าบากค่อยๆปรากฏกายขึ้นอย่างช้าๆ เขายืนอยู่หน้าประตูทางเข้าด้วยชุดสีดำ มีผ้าคลุมดำสวมไหล่อยู่ใบหน้าของเขานั้นเรียบเฉย ทุกคนหันไปมองหน้าเขาครั้งแรก ก็รีบหลบสายตาเพราะแววตาของเขาช่างมีพลังประหลาด หากขืนจ้องตาของเขาิญญาแทบจะถูกดูดออกจากร่างไป
“ แก... เป็ใครเข้ามาในงานเลี้ยงของพวกเราสองตระกูลใหญ่ได้อย่างไร”
นายซาดีนหัวหน้าตระกูลสมุทรทักษินตวาดออกไปเสียงดังลั่น
“ ข้าคือมัจจุราชที่จะมาเอาชีวิตพวกแกยังไงเล่า”
อัสนีที่แปลงกายเป็ชายหน้าบากก็วาร์ปด้วยเสื้อมัจจุราช หายวับไปยืนอยู่ด้านข้างของนายซาดีนหัวหน้าตระกูลสมุทรทักษิน
ฉัวะ !!
หัวของนายซาดีนค่อยๆไหลลงสู่พื้น คอขาดตายไป โดยที่ดวงตาของมันยังคงหวาดกลัวสุดขีด ทุกๆ คนต่างหวีดร้องออกมาไม่เป็ภาษามนุษย์
นักรบทั้งสิบของอาณาจักรเชียงฟ้าเคลื่อนตัวเรียงหน้าประจัญหน้ากับ อัสนีโดยชักอาวุธปืนสั้นออกมาจ่อที่อัสนีเพียงจุดเดียว รอคำสั่งยิงจาก ท่านนายพลอั่งเปาเท่านั้น
“ คุกเข่าไปกับพื้นไม่อย่างนั้นตาย” หัวหน้านักรบคนหนึ่งประกาศออกมาเสียงดังฟังชัด
“พวกแกคงมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มานานเกินไปแล้ว” อัสนีกล่าวเพียงเท่านี้ พวกมันทั้งสิบก็สาดะุปืนสั้นเข้าใส่อัสนีนับสิบนัด แต่อัสนีทดลองนำผ้าคลุมมัจจุราชออกมาปกป้องเอาไว้ะุทั้งหมด ต่างร่วงลงสู่พื้น ไม่อาจผ่านผ้าคลุมได้แม้แต่เม็ดเดียวพอพวกมันยิงจนะุหมด อัสนี ก็หมุนตัว เหวี่ยงผ้าคลุมหมุนไปสามสี่รอบชายผ้าคลุมก็ปาดเข้าลำคอของพวกมันจนคอขาดกระเด็นตายไปทั้งหมดในคราเดียว
ณ บัดนี้ห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมหกดาว มีกลิ่นคาวเืโชยฟุ้งไปทั่วห้อง
บางคนทนไม่ไหวอาเจียนออกมา อัสนีเดินเข้ามาปลดเชือกที่รัดน้าชูออกจนหมด
“ ขอบคุณนายท่านที่ช่วยผมเอาไว้”
“ไปช่วยลูกสาวก่อนเถอะ” อัสนีเอ่ยออกไปน้าชูก็รีบเข้าไปแก้เชือกที่รัดลูกสาวออก แล้วถอดเสื้อคลุมให้อาหลินใส่ทั้งสองกอดกันร้องไห้ออกมา
“ คนพวกนี้น้าชูจะให้จัดการกับพวกมันอย่างไร”
“นายท่าน..จะให้ผมตัดสินใจ?”
“ ใช่แล้ว น้าชูจะให้ฆ่าพวกมันให้หมดเลยไหม”
อัสนีเอ่ยย้ำแต่ทันใดนั้นเอง นางฟารีอาห์ ก็รีบเข้ามาคุกเข่าเอ่ยขอร้องว่า
“ น้าชูพวกเราก็รู้จักกันมานาน ฉันก็ช่วยอุปถัมภ์เลี้ยงดูครอบครัวของน้าชูมาตลอด
ได้โปรด อย่าทำอะไรฉันกับตระกูลน่านวารีเลยนะ”
“ คุณนาย ผมยอมติดคุกยอมรับผิดแทน ลูกของคุณนาย ที่ขับรถชนคนตาย เพื่อแลกให้คุณนายดูแลลูกสาวของผม และจะให้อาหลินเรียนในโรงเรียนชั้นนำของจังหวัดแต่คุณนายกลับปล่อยให้คุณชายซีเจย์ ทำการทรมาน ย่ำยีลูกสาวของผมมาตลอดสามปีที่ผมติดคุกสุดท้ายยังนำลูกสาวของผมมาเซ่นสังเวยคนชั่วเหล่านี้อีก คุณนายคิดว่า ผมยังจะให้อภัยครอบครัวของคุณนายอีกเร๊อะ”
“ ฉันฉัน...ผิดไปแล้ว แต่ลูกชายของฉันเขายังเด็ก ไม่รู้เื่ได้โปรดอย่าทำอะไรเขาเลยนะ”
“ คนไหนเป็คนที่รังแกอาหลิน” อัสนีไม่สนใจแต่กลับถามอาหลินที่น้ำตาคลอเบ้า เบนสายตาไปที่ชายหนุ่มชุดสูทสีขาว ชื่อว่าซีเจย์ ยืนอยู่ด้านหลังผู้คนอัสนีวาร์ปเข้าไปหามันแล้วจับโยนมากองกับพื้นคุกเข่าต่อหน้าอาหลิน
“ ขอโทษอาหลินซะ”
“ แกคิดว่าแกเป็ใครลุงของฉันคือ นายพลพร้อมพงศ์ ตระกูลหาญเทวัณ หากแกกล้าทำอะไรฉัน รับรองฉันจะไปฟ้องคุณลุงให้จัดการฆ่าล้างตระกูลของแกจนหมดสิ้น”คุณชายซีเจย์ ชายหนุ่มวัยเพียง 16 ปี ยืนขึ้นมองหน้าอัสนี แสร้งทำใจกล้าออกมาแต่ร่างกายกลับหวาดกลัวจนตัวสั่นราวกับนกแต่แววตาของมันทีแสดงออกถึงความชั่วร้าย โเี้ผิดมนุษย์ หากเติบโตขึ้นมาด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้คนบริสุทธิ์อีกเท่าไร จะต้องตายเพราะคนอย่างมัน
เพี๊ยะ !
อัสนีตบฝ่ามือใส่ใบหน้าคุณชายซีเจย์จนลูกตาขวาหลุดกระเด็น กรามหัก ฟันร่วงหมดปากใบหน้ายุบไปครึ่งซีกร่างของมันยังคงโงนเงนไปมา จะล้มก็ไม่ล้ม ยืนตรงก็ไม่ได้
“ ลูกแม่ ลูกซีเจย์ของแม่”
“ ลุงชูออกไปจากที่นี่ซะคนเหล่านี้ผมจะจัดการเอง”
“ เอ่อ.. คุณคือ..”
“ ชาติก่อนลุงเคยช่วยชีวิตผมเอาไว้ ดังนั้นผมจึงได้มาตอบแทนลุงในวันนี้”
อัสนีเอ่ยจบก็สะบัดมือออกไป ลุงชูกับลูกสาวก็ลอยล่องออกนอกประตูจัดเลี้ยงแล้วประตูก็ถูกปิดสนิท
นายพลอั่งเป่าที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็หวาดกลัวยิ่งนัก ให้พราหมณ์ และ ทหารองครักษ์ปกป้องเขา เอาไว้
อัสนีไม่สนใจคนอื่นอีกได้แต่เดินเข้าไปหา นายพลอั่งเปา ที่ถือปืนสั้นเล็งมาที่เขา
“ แกยังไม่รู้จักข้า พ่อมดต๋าซุนแห่งอาณาจักรเชียงฟ้า ตายไปซะ ควายธนูสังหารฆ่ามันซะ” พราหมณ์ที่มือขวาถูกแทงไป 1เข็มใช้มือซ้ายนำรูปปั้นความเหล็กสีเงินออกมา พร้อมท่องคาถาปลุกิญญา ควายธนูโลหะสีเงินตัวใหญ่ปรากฏขึ้นมากระโจนทะยาน เข้าใส่ร่างของอัสนีทันที
โครม !!
ร่างของอัสนีถึงกับปลิวไปตามแรงกระแทกโชคดีที่เขามีผ้าคลุมมัจจุราช พร้อมกับเสื้อเกราะระฆังทอง มิเช่นนั้นคงได้กลับเมืองยมโลกไปแล้ว
เ้าควายธนูโลหะยังคงพุ่งเข้าใส่ร่างของอัสนีต่อโดยไม่รอให้เขาตั้งหลัก แต่อัสนีก็ไม่ได้ถอยคราวนี้เขาเรียกเข็มมัจจุราชออกมาทั้งเก้าเล่ม แล้วทำการปล่อยพวกมันออกไป พร้อมๆ กัน มันพุ่งเข้าปะทะใส่ร่างควายธนูโลหะทันที
ตูม !!!
ควายธนูโลหะถึงกับแตกหักเป็เศษเหล็กพ่อมดต๋าซุนถึงกับกระอักเื
“ ตายไปซะให้หมด”
อัสนีสะบัดเข็มทั้งเก้าเล่มพุ่งกระจายออกไปทั่วทิศทางพุ่งเข้าสังหารคนชั่วเกือบร้อยคนในห้องจัดเลี้ยงตายจนหมดสิ้น พ่อมดต๋าซุน กับนายพลอั่งเปา ก็ตายไปด้วยสายตาเบิกโพลง
ภารกิจปกป้องน้าชูและลูกสาวสำเร็จ ได้รับการอัพเกรด เข็มมัจจุราชเป็ระดับ 2 เข็มมัจจุราชเพิ่มเป็100 เล่ม
“ แค่เข็มมัจจุราชเก้าเล่มยังร้ายกาจขนาดนี้ หากมี 100เล่มจะน่ากลัวขนาดไหนกันนะ” อัสนีมองเข็มที่เพิ่มขึ้นมา ด้วยความคิดสงสัยตกลงเขาเป็หมอ หรือ มัจจุราชกันแน่ ทำไมฆ่าคนขนาดนี้ กลับไม่รู้สึกบาปแม้แต่น้อย?......