ทิงเสวี่ยไม่ชอบกินหัวไชเท้า แต่หากนำมาทำเป็ลูกชิ้นหัวไชเท้า เธอก็พอจะฝืนใจกินได้บ้าง
นอกจากหัวไชเท้าแล้ว ในบ้านก็ยังมีผักกาดขาว เธอชอบกินผักกาดขาว โดยเฉพาะเมนูผักกาดขาวตุ๋นวุ้นเส้น หรือไม่ก็ผักกาดขาวตุ๋นเต้าหู้ ทว่าน่าเสียดายที่ในบ้านตอนนี้ไม่มีทั้งวุ้นเส้นและเต้าหู้... อืม ถ้าเป็ผักกาดขาวตุ๋นเนื้อก็พอไหว ติดตรงที่เนื้อสัตว์ในบ้านเหลืออยู่น้อยนิด ทิงเสวี่ยเสียดายไม่อยากกินคนเดียว เธออยากเก็บไว้กินพร้อมกับพ่อและอาสามมากกว่า
โชคดีที่ในบ้านยังมีหมั่นโถวแป้งสาลีเหลืออยู่ แถมวันนี้แม่ไก่ที่เลี้ยงไว้ก็เพิ่งออกไข่มาสองฟอง
ยามฤดูหนาวอากาศเย็นจัด พวกไก่เองก็พลอยี้เีไปด้วย ไม่ค่อยยอมออกไข่เท่าไหร่ แน่นอนว่าถ้าเลี้ยงดีหน่อย เช่น ให้กินข้าวโพดอย่างเพียงพอ แล้วเสริมด้วยกากถั่วเหลือง ไก่อาจจะขยันออกไข่ขึ้นมาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเทียบกับตอนอากาศอบอุ่นไม่ได้อยู่ดี
ทิงเสวี่ยตัดสินใจว่าจะทำหมั่นโถวชุบไข่ทอด เธอตั้งใจจะใช้ไข่ทั้งสองฟองนั้นเลย ถึงแม้การทอดหมั่นโถวจะเปลืองน้ำมันมาก แต่ในบ้านก็ยังมีน้ำมันเหลือเฟือพอสมควร
ทิงเสวี่ยวางหมั่นโถวลงบนเขียง หยิบมีดทำครัวขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือหั่น
ในชาติที่แล้ว ทิงเสวี่ยเคยฝึกฝนการใช้มีดอยู่นานพอสมควร เธอสามารถหั่นมันฝรั่งได้บางเฉียบราวกระดาษ หั่นมันฝรั่งฝอยได้เส้นเล็กละเอียดดุจเส้นไหม และที่เหนือชั้นที่สุดคือ เธอสามารถหั่นผักบนหลังคนได้! ด้วยฝีมือนี้ เธอจึงเคยเข้าร่วมการแข่งขันประลองฝีมือแม่ครัวที่จัดโดยสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น และกลายเป็ดาวเด่นด้วยทักษะการใช้มีดอันยอดเยี่ยม ตอนนั้นเธอปูแผ่นกระดาษบนหลังของผู้ชม แล้วหั่นมันฝรั่งฝอยบนกระดาษแผ่นนั้น เมื่อหั่นเสร็จ นอกจากหลังของคนคนนั้นจะไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย แม้กระทั่งกระดาษที่รองอยู่ก็ยังไม่มีรอยขาดเลยสักนิด
ทิงเสวี่ยไม่รู้ว่าหลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่ ทักษะที่เรียนรู้มาในชาติก่อนจะยังใช้ได้ดีอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะทักษะการใช้มีดที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก ตอนนี้เธอเป็เพียงเด็กแปดขวบ มือไม้ยังเล็กนิดเดียว แค่ถือมีดทำครัวก็ยังรู้สึกหนัก ดูท่าคงยากที่จะสำแดงฝีมือมีดเทพเ้าเหมือนชาติที่แล้วได้ แต่เธอก็ไม่รีบร้อน ตอนนี้เพิ่งแปดขวบ ยังมีเวลาฝึกอีกถมไป
ถึงแม้มือของทิงเสวี่ยจะเล็ก แรงจะน้อย แต่เทคนิคและเคล็ดลับที่เธอเชี่ยวชาญยังคงฝังอยู่ในความทรงจำ ดังนั้นหมั่นโถวตรงหน้าจึงถูกหั่นออกมาได้บางเฉียบราวกระดาษ หมั่นโถวแผ่นบางแบบนี้แหละที่ทอดออกมาแล้วจะอร่อยที่สุด
หลังจากหั่นหมั่นโถวเสร็จ ทิงเสวี่ยก็นำไข่สองฟองมาตอกใส่ชาม ตีให้เข้ากันแล้วเหยาะเกลือลงไปเล็กน้อย เธอจัดการล้างกระทะจนสะอาดแล้วยกขึ้นตั้งเตา รอจนกระทะร้อนได้ที่ก็ตักน้ำมันถั่วลิสงใส่ลงไปสองช้อน เทไข่ที่ตีไว้ลงไป จากนั้นรีบนำแผ่นหมั่นโถวลงไปคลุกให้ไข่เคลือบจนทั่ว ใช้ตะหลิวพลิกกลับไปมา เพียงไม่นานหมั่นโถวแผ่นก็เหลืองกรอบน่ารับประทาน ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายฟุ้งไปทั่ว
เมื่อทอดเสร็จ ทิงเสวี่ยก็ตักใส่จาน หมั่นโถวทุกชิ้นเหลืองอร่าม มันวาว ส่งกลิ่นหอมฉุยของน้ำมันและไข่เจียว หมั่นโถวทอดทำเองแบบนี้ กรอบอร่อยยิ่งกว่าขนมปังอบกรอบที่วางขายตามร้านค้าขนาดใหญ่ในยุคหลัง เสียอีก
ขณะที่ทิงเสวี่ยกำลังจะนั่งลงกิน พลันได้ยินเสียงคนะโเรียกมาจากด้านนอก “เสียวเสวี่ย ทำอะไรอยู่น่ะ หอมเชียว?”
นั่นเป็เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง... เสียงดังแหลมก้องไปไกล พอได้ยินเสียงนี้ ทิงเสวี่ยก็รีบคว้าจานหมั่นโถวทอดบนโต๊ะ วิ่งเอาเข้าไปซ่อนในห้องนอนด้านในทันที
เธอจำได้แม่น คนข้างนอกคือป้าสะใภ้ใหญ่ จางเสี่ยวเสีย ภรรยาของลุงใหญ่ ตามภาษาถิ่นจะเรียกป้าสะใภ้ใหญ่ว่า “ต้าเหนียง” สำหรับคุณป้าคนนี้ ทิงเสวี่ยไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้เลยแม้แต่น้อย ขืนป้าสะใภ้ใหญ่มาเห็นหมั่นโถวทอดจานนี้เข้า เธอคงหมดสิทธิ์ได้กินแน่ๆ เพราะคุณป้าคนนี้ขึ้นชื่อเื่ความตะกละและไม่รู้จักเกรงใจใครที่สุด
ทิงเสวี่ยซ่อนของกินเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้อง จังหวะเดียวกับที่จางเสี่ยวเสียเดินเข้ามาพอดี “อ้าว เสียวเสวี่ย เมื่อกี้ฉันเรียก ทำไมไม่ตอบล่ะ? เธอกำลังทอดหมั่นโถวแผ่นอยู่ใช่ไหม กลิ่นหอมเชียว”
“คุณป้า... เมื่อกี้หนูกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่ได้ยินที่คุณป้าเรียกค่ะ” ทิงเสวี่ยตอบเลี่ยงๆ
ดวงตาเล็กหยีของจางเสี่ยวเสียกวาดมองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว จมูกฟุดฟิดตามกลิ่นหอมของหมั่นโถวทอด พยายามมองหาว่าของอร่อยนั้นอยู่ที่ไหน
“คุณป้ามาบ้านหนูมีธุระอะไรหรือคะ?” ทิงเสวี่ยถามขัดขึ้น
จางเสี่ยวเสียยักไหล่พลางพูดอย่างไม่พอใจ “นังเด็กคนนี้นี่ ไม่มีธุระก็มาไม่ได้รึไง? ดูสิ ในกระทะของเธอยังมีน้ำมันเหลือตั้งเยอะแยะ ใช้เปลืองแบบนี้ เดี๋ยวพ่อแกกลับมาเถอะ คอยดูว่าจะโดนตีรึเปล่า”
ปากก็พูดไป ขาก็เดินปรี่ไปที่โต๊ะวางอาหาร แล้วเปิดผ้าคลุมออก เมื่อเห็นหมั่นโถวแป้งข้าวโพดวางอยู่หลายลูก เธอก็ไม่รอช้า หยิบลูกหนึ่งเดินไปที่เตา โยนหมั่นโถวแป้งข้าวโพดลงในกระทะที่ยังมีน้ำมันเหลืออยู่ จัดการทอดกินเองดื้อๆ แบบนั้น
จางเสี่ยวเสียเป็คนโลภและทำอะไรตามใจชอบแบบนี้เสมอ ทิงเสวี่ยได้แต่นึกดีใจที่ซ่อนหมั่นโถวแป้งสาลีทัน ขืนนางเห็นเข้า คงหยิบหมั่นโถวแป้งสาลีไปกินแทนแป้งข้าวโพดแน่ๆ
ยุคนี้หมั่นโถวแป้งสาลียังเป็ของหายาก ปกติแล้วหมั่นโถวแป้งสาลีที่บ้านจะมีไว้สำหรับทิงเสวี่ย ส่วนหลินกั๋วผิง ผู้เป็พ่อจะกินหมั่นโถวแป้งข้าวโพด สมัยที่คุณย่ายังอยู่ ท่านมักจะทำแป้งทอดให้กิน แต่พอคุณย่าจากไป หลินกั๋วผิงชายหนุ่มตัวคนเดียวทำแป้งทอดไม่เป็ ก็เลยต้องทนกินหมั่นโถวแป้งข้าวโพดที่แข็งกว่า
หลังจากจัดการหมั่นโถวแป้งข้าวโพดจนหมด จางเสี่ยวเสียก็ใช้แขนเสื้อเช็ดปากมันแผล็บ แล้วจึงเอ่ยปากบอกว่ามาขอยืมสบู่
ทิงเสวี่ยรีบตีหน้าเศร้าพูดอย่างขอโทษทันที “คุณป้าคะ ป้ามาไม่ถูกเวลาเลยค่ะ ป้าก็เห็นว่าหนูซักผ้าตากเต็มลานบ้าน สบู่ที่บ้านหมดไปนานแล้วค่ะ... หรือว่าจะให้หนูวิ่งไปซื้อที่ร้านขายของชำมาให้ดีไหมคะ?”
เมื่อทิงเสวี่ยพูดดักคอขนาดนี้ จางเสี่ยวเสียก็ได้แต่จำใจล้มเลิกความคิด
ยืมสบู่อะไรกัน... จริงๆ แล้วก็แค่จะมาขอไถสบู่ฟรีต่างหาก บ้านของเธอถูกคุณป้าคนนี้ ‘ยืม’ ของไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ั้แ่ของเล็กๆ น้อยๆ อย่างหมอน ไปจนถึงของใหญ่อย่างข้าวสาร แป้ง น้ำมัน ยืมไปแล้วไม่เคยมีคำว่าคืน
แค่นี้ยังไม่พอ... ตอนเด็กๆ ทิงเสวี่ยเคยเห็นกับตาว่าป้าสะใภ้แอบขโมยกำไลของคุณย่าตอนที่ท่านไม่อยู่ นางคิดว่าทิงเสวี่ยหลับไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วเธอรู้เห็นทุกอย่าง พอกลับมาเธอก็ฟ้องคุณย่า แต่คุณย่าทำเพียงแค่พูดว่า “ย่ารู้แล้ว” แล้วก็ปล่อยผ่านไป ไม่มีการเอาความ
ขณะที่จางเสี่ยวเสียเดินกลับออกไปถึงลานบ้าน ทิงเสวี่ยก็ะโเรียกไล่หลัง “คุณป้าคะ ป้าทำของตกค่ะ!”
“ที่ไหน!?” จางเสี่ยวเสียรีบหันขวับ ก้มลงมองหาของทันที “คุณป้า นี่ไงคะ”
“ที่ไหนกัน? ฉันหาไม่เจอเลย เสียวเสวี่ย รีบมาช่วยฉันหาหน่อยสิ” เมื่อเห็นจางเสี่ยวเสียร้อนรนจนทนไม่ไหว ก้มหน้าก้มตามองหาของไปทั่วพื้นอย่างกระวนกระวาย ทิงเสวี่ยก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “อ้าว คุณป้าคะ หนูบอกแล้วไงคะว่า ‘นี่ไงคะ’ (1) ทำไมคุณป้าไม่เข้าใจล่ะคะ?”
จางเสี่ยวเสีย “...”
ทันใดนั้นนางก็รู้ตัวว่าถูกเด็กเมื่อวานซืนหลอกเข้าให้แล้ว “แกนี่นับวันยิ่งกำเริบนะ กล้ามาล้อเล่นกับฉันแล้วเหรอ! รอให้พ่อแกกลับมาก่อนเถอะ ฉันจะฟ้องให้พ่อแกจัดการแกให้หนักเลยคอยดู”
ทิงเสวี่ยแลบลิ้นใส่จางเสี่ยวเสียที่กำลังเต้นเร่าด้วยความโมโห “พ่อหนูไม่กล้าจัดการหนูหรอกค่ะ... คุณป้าคะ ต่อไปก็อย่าตีพี่หงเหมยกับน้องหงจวินบ่อยๆ นะคะ ระวังพวกเขาจะโดนตีจนโง่ไปซะก่อน”
จางเสี่ยวเสีย “...”
หลังจากถมึงทาจ้องมองทิงเสวี่ยอย่างกินเืกินเนื้อ จางเสี่ยวเสียก็สะบัดตูดเดินจากไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ทิงเสวี่ยยืนยิ้มกริ่มด้วยความสะใจอยู่เื้ั
________________________________________
เชิงอรรถ
[1] นี่ไงคะ: ในภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ‘ไม่ใช่’ หรือเป็การเล่นคำว่า 'ไม่มี'