บทที่ 7 ผ้าขี้ริ้วห่อทอง
หลังจากทุกคนอิ่มท้องผู้เฒ่ากู้จึงเอ่ยปากบอกชักชวนให้ทุกคนเดินดูร้านค้าในเมืองเพื่อหาซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน
เสียงฝีเท้าของผู้เฒ่ากู้และลูกหลานดังแว่วไปตามถนนสายหลักของเมืองแสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องลงบนใบหน้าเหี่ยวย่น แต่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของผู้เฒ่า ด้านข้างของเขามีแม่เฒ่ากู้จับมือเล็ก ๆของหลานสาวไว้แน่น โดยมีลูกสาวเดินตามหลัง ในขณะที่หลานชายคนโตแบกตะกร้าหวายสานใบใหญ่ไว้บนบ่าเดินตามหลัง
พวกเขาเดินผ่านร้านค้าต่างๆมากมาย ร้านขายผ้าทอสีสันสดใส ร้านขายเครื่องปั้นดินเผาที่มีลวดลายประณีตร้านขายเครื่องเทศหอมกรุ่น กลิ่นหอมหวานของขนมหวานลอยมาแตะจมูก
ผู้เฒ่ากู้ชี้ชวนลูกหลานให้ดูโน่นดูนี่เล่าเื่ราวของสินค้าต่าง ๆ ให้ฟังอย่างสนุกสนานบางครั้งก็หยุดพักเพื่อซื้อขนมหวานหรือผลไม้สด ๆ ให้ลูกหลานได้ลิ้มลอง
กู้หลินซึ่งมาจากอนาคตรู้สึกสนุกสนานกับร้านค้าและสินค้าที่หลากหลายในเมืองโบราณหญิงสาวรู้สึก ชื่นชอบกับบรรยากาศที่คึกคักของผู้คนและอากาศบริสุทธิ์ไร้มลพิษ
“ชีวิตแบบนี้ก็น่าอยู่และมีความสุขไม่น้อยเลยนะ”
พวกเขาเดินมาจนถึงร้านค้าขนาดใหญ่ร้านนี้มีสินค้ามากมายวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ั้แ่ข้าวสารอาหารแห้ง ผักสด เนื้อสัตว์ ไปจนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน
กู้หลินมองดูสินค้ามากมายที่ไม่เคยเห็นด้วยตาเป็ประกายผู้เฒ่ากู้ยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางของหลานสาว
“พวกเราช่วยกันเลือกข้าวของที่อยากได้ไปก่อนนะเดี๋ยวตากับพี่ชายของเ้าจะแยกออกไปหาซื้อรถม้าไว้ใช้สักคัน”
ทุกคนหันมามองประมุขของบ้าน ภายในใจลิงโลดที่จากนี้ไปพวกเขาไม่ต้องลำบากเดินทางด้วยเท้าเข้าเมืองอีกต่อไป
“ได้ๆ เ้ากับเฉินเอ๋อร์ไปช่วยกันเลือกรถม้าเถิดข้าจะพาลูกหลานเลือกซื้ออาหารและของใช้ในบ้านรอที่นี่”
แม่เฒ่ากู้พยักหน้าให้สามีก่อนจะหันไปบอกกู้เยี่ยและกู้หลินเดินเข้าไปในร้านด้วยกัน
กู้เฉินตาเป็ประกายเมื่อได้ยินผู้เฒ่าพูดถึงรถม้า เขาฝันที่อยากมีม้ามานานเขาเคยเห็นบ้านของหลี่เหว่ย มีม้าแต่ไม่กล้าลองขี่ ทั้ง ๆ ที่เพื่อนบอกให้หัด บัดนี้ความฝันมาอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มรีบพยักหน้าแล้วเดินตามท่านตาด้วยหัวใจพองโต
แม่เฒ่ากู้ช่วยลูกหลานเลือกซื้อของอย่างพิถีพิถัน ทั้งข้าวขาวเมล็ดสวยที่ไม่ได้ตกถึงท้องมาหลายปีเนื้อหมูหลายจิน และผักสดที่หายาก ส่วนกู้หลินเลือกซื้อเมล็ดผักต่าง ๆเพื่อนำไปปลูกที่แปลงดินเล็ก ๆ ข้างบ้าน โดยหวังว่าจะได้เก็บเกี่ยวผักสด ๆมาปรุงอาหารให้ทุกคนได้กินตามหลักโภชนาการ
กู้เยี่ยเลือกซื้อผ้าแพรพรรณเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่มห่มสำหรับทุกคนแม่ของกู้หลินถึงไม่ได้ร่ำรวยมาก่อนแต่เพราะเป็ลูกสาวคนเดียวและครอบครัวก็ไม่ได้ขัดสนเสื้อผ้าของใช้ของนางที่เคยมีจึงล้วนเป็ผ้าเนื้อดีดังนั้นเมื่อมีเงินจับจ่ายใช้สอยสะดวก แม่ของกู้หลินจึงไม่ลังเลที่จะเลือกซื้อผ้าเนื้อดีราคาไม่แพงจนเกินไปเพื่อนำไปตัดเย็บให้ทุกคนในบ้าน
หลงจู๊ที่ดูแลร้านเมื่อเห็นครอบครัวของกู้หลินเลือกของในร้านหลายอย่างก็เข้าไปช่วยแนะนำจนทุกคนได้ของครบตามที่้าหลงจู๊ยังได้แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องครัวและเครื่องเรือนที่เป็แบบใหม่ซึ่งกู้หลินมองดูแล้วก็รู้สึกสนใจ จึงเลือกอย่างละชิ้น ทำให้หลงจู๊ยิ้มกว้างในใบหน้า
หลังจากเลือกซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลงจู๊ก็ให้คนงานจัดของมาวางหน้าร้าน
“พวกท่านมีรถม้ามาหรือไม่หรือจะให้ร้านไปส่งให้ที่บ้าน”
เพราะบ้านกู้ซื้อของหลายอย่างหลงจู๊จึงอยากผูกไมตรีเผื่อวันหน้าหากพวกเขาสั่งของจำนวนมากเช่นนี้อีกจะนำส่งให้ถูกบ้านโดยไม่เสียเวลา
“เดี๋ยวท่านพ่อจะมารับถึงตอนนั้นขอให้คนงานช่วยยกขึ้นรถม้าก็พอ”
กู้เยี่ยกล่าวตอบหลงจู๊จึงพยักหน้ารับ
“ได้ๆ พวกท่านจะฝากของไว้ก่อน แล้วไปเดินชมของที่ร้านใกล้เคียงก็ได้ถึงเวลาก็ค่อยมารับ”
กู้หลินรู้สึกชื่นชมกับความซื่อสัตย์ของร้านค้าในยุคโบราณพลางคิดเปรียบเทียบกับร้านค้าในยุคปัจจุบันที่หาได้ยากเต็มที
ทางด้านผู้เฒ่ากู้กับหลานชายคนโตก็มุ่งหน้าไปยังร้านค้าขายรถม้าที่อยู่ท้ายเมืองบรรยากาศในร้านค้าคึกคัก รถม้าหลากหลายแบบตั้งเรียงรายอยู่ มีทั้งแบบเล็ก แบบใหญ่ แบบหรูหราและแบบเรียบง่าย ผู้เฒ่ากู้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน เขา้ารถม้าที่แข็งแรงทนทาน และเหมาะสมกับการเดินทางไปกลับระหว่างเมืองกับหมู่บ้าน และคิดเผื่อในวันข้างหน้าที่จะส่งหลานชายคนโตเข้าเรียนในสำนักศึกษาในเมือง
หลังจากพิจารณาอยู่นานผู้เฒ่ากู้ก็ตัดสินใจเลือกซื้อรถม้าคันหนึ่ง เป็รถม้าไม้เนื้อแข็ง ล้อเหล็กดูแข็งแรงทนทาน และมีที่นั่งกว้างขวางพอสำหรับครอบครัว ราคาอาจจะสูงกว่าที่คิดไว้ แต่ผู้เฒ่ากู้มองว่ามันคุ้มค่ากับความปลอดภัยและความสะดวกสบายสำหรับครอบครัวไม่ว่าจะเป็การทำการค้าขายหรือการเดินทางไปเรียนของหลานชาย
พ่อค้าเห็นตาหลานเดินเข้ามาเลือกรถม้าั้แ่ต้นตอนแรกเขาไม่ได้คาดหวังว่าชายชราและหลานชายจะมีเงินซื้อรถม้า ถึงแม้หน้าตาจะดูสดใสแต่เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูเก่าแต่เมื่ออีกฝ่ายเดินมาถามราคารถม้าเขาก็คิดราคาต่ำสุดให้โดยไม่คิดว่าชายชราจะไม่ต่อสักคำ
“ท่านผู้เฒ่ามีม้าสำหรับเทียมหรือยังถ้าไม่มีข้าน้อยจะขอแนะนำให้ เรามีคอกม้าพันธ์ดีหลายราคาหากท่านสนใจข้าน้อยจะพาไปเดินดู”
ท่าทางของพ่อค้าเปลี่ยนไปในทันที เมื่อผู้เฒ่ากู้ควักตั๋วเงินออกมา
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ดีข้าไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเื่ม้ามากนัก รบกวนท่านด้วย”
ผู้เฒ่ากู้ตอบด้วยท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนจนเ้าของคอกรู้สึกละอายใจที่มองพลาดั้แ่ทีแรก จึงค้อมหัวลงแล้วเดินนำอีกฝ่ายไปด้วยความรู้สึกผิด
เขาพาผู้เฒ่ากู้และหลานชายเดินชมม้าในคอกม้าแต่ละตัวมีลักษณะแตกต่างกันไป บางตัวรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงเหมาะสำหรับการบรรทุกของหนักบางตัวรูปร่างปานกลางดูคล่องแคล่ว เหมาะสำหรับการเดินทางไกล
ผู้เฒ่ากู้พิจารณาอย่างละเอียดเขาสังเกตท่าทาง ความแข็งแรงและสุขภาพของม้าแต่ละตัว แล้วลองลูบคลำขนม้า ดูความนุ่มนวลและความเงางามจากนั้นก็สอบถามพ่อค้าม้าเกี่ยวกับนิสัยและประวัติของม้าแต่ละตัว อย่างละเอียดถี่ถ้วน
พ่อค้าม้าสังเกตวิธีการเลือกของชายชราแล้ว ก็บอกได้ทันทีว่าชายผู้นี้เชี่ยวชาญเื่ม้าเป็อย่างมากถ้าหากไม่ใช่เพราะเคยใช้อย่างช่ำชอง ก็ต้องเป็หมอที่เคยรักษาม้ามาก่อน
หลังจากพิจารณาอยู่นานผู้เฒ่ากู้ก็ตัดสินใจเลือกม้าสีน้ำตาลอ่อน รูปร่างสูงใหญ่ แต่ดูคล่องแคล่ว แข็งแรง และมีนิสัยอ่อนโยน ราคาอาจจะสูงกว่าที่คาดไว้มาก แต่เขามองว่ามันคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความแข็งแรงและลักษณะที่ดีของมัน
ผู้เฒ่ากู้จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วเ้าของคอกก็นำม้าตัวใหม่เทียมรถม้าให้ด้วยรอยยิ้มที่กระจายเต็มใบหน้าวันนี้เขาช่างโชคดีได้พบลูกค้าเงินหนาที่ซ่อนตัวตนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเก่า
พ่อค้าม้าค้อมตัวลงต่ำเมื่อส่งลูกค้าขึ้นรถม้าจากนั้นก็มองดูชายชราและหลานขับรถม้าออกไปอย่างเชี่ยวชาญ
พ่อเฒ่ากู้พารถม้าคันใหม่ไปรับแม่เฒ่าและลูกหลานที่รออยู่ร้านค้าเมื่อมาถึงกู้หลินที่มองเห็นม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่มาแต่ไกลก็เผยรอยยิ้มกว้างภายในใจคิดถึงตอนที่ตัวเองหัดขี่ม้าในสนามฝึก
“ท่านยายท่านตามาพร้อมกับรถม้าแล้ว”
แม่เฒ่ากู้เพ่งสายตามองตามมือของหลานสาวเมื่อเห็นรถม้าคันใหญ่ที่สามีขับกลับมาั์ตาของนางก็พร่างพรายไปด้วยละอองน้ำตา
“ในที่สุดก็มีวันนี้”
นางพึมพำในลำคอก่อนจะหันไปบอกให้ลูกสาวเรียกหลงจู๊บอกคนงานมาช่วยขนของขึ้นรถม้า
หลงจู๊เห็นรถม้าขนาดใหญ่ที่จอดรอก็มั่นใจว่าครอบครัวนี้ต้องมีฐานะ เห็นควรผูกไมตรีไว้ จึงเอ่ยถามชื่อแซ่และหมู่บ้าน
“ขออภัยหากข้าจะถามชื่อเสียงเรียงนามและหมู่บ้านเผื่อวันข้างหน้าอาจได้มีโอกาสนำของไปส่งบ้านท่านอีกครั้ง”
ความนอบน้อมของหลงจู๊ทำให้แม่เฒ่าเอ่ยบอกชื่อหมู่บ้านและชื่อแซ่ของสามี โดยไม่รู้ว่ามีเงาของใครบางคนมองมาจากชั้นสองของร้าน