“ถ้าเธอยังไม่อยากไปพบพวกเขา เรายกเลิกนัดกันก่อนดีไหม?” เย่ชิงเฉินเสนอ
“ฉันตั้งใจทำอาหารมาตั้งเยอะแยะ จะให้ยกเลิกนัดครั้งนี้ไปง่ายๆ ได้ยังไง หรือว่านายไม่อยากพาฉันไปแนะนำให้ครอบครัวนายรู้จัก” ซูเจินถามอย่างเอาเื่
“ใครบอกว่าฉันไม่อยาก แต่ฉันเห็นเธอเอาแต่ขมวดคิ้วไม่หยุดอยู่นี่ยังไงล่ะ” เย่ชิงเฉินชี้ไปที่หน้าผากตัวเองประกอบท่าทาง
“ชิงเฉิน...นายว่าพ่อกับพี่ชายของนายจะชอบฉันไหม”
“ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะไม่ชอบเธอ ฉันขอบอกให้เธอรู้เอาไว้เลยนะว่าเธอเป็ผู้หญิงคนแรกที่ฉันพาเข้าบ้าน”
“ฉันต้องภูมิใจใช่ไหม” ซูเจินยิ้มปลื้ม
“แน่นอนสิ ป่ะ...เข้าบ้านกันเถอะ”
เย่ชิงเฉินพาซูเจินเดินเข้าไปในบ้านก็พบพ่อเย่กับเย่เซี่ยเฉิงพี่ชายคนโตรออยู่ในห้องรับแขกก่อนแล้ว
“พ่อ พี่ใหญ่ นี่ซูเจิน แฟนของผมเองครับ” เย่ชิงเฉินแนะนำซูเจินทันที
“สวัสดีค่ะคุณลุง สวัสดีค่ะ เอ่อ...” ซูเจินไม่รู้ว่าจะเรียกเย่เซี่ยเฉิงว่าอะไรดี จึงหันไปมองหน้าเย่ชิงเฉิน
“เรียกพี่ใหญ่เหมือนฉันก็ได้ พี่ใหญ่ใจดี เขาไม่ว่าอะไรเธอหรอก” เย่ชิงเฉินตอบ
“สวัสดีค่ะพี่ใหญ่”
“นานแล้วนะที่ลูกไม่ได้กลับบ้าน” พ่อเย่พูดอย่างดีใจ เพราะไม่บ่อยนักที่ลูกชายคนเล็กของเขาจะกลับมาบ้าน แถมกลับมาคราวนี้เขายังพาว่าที่ลูกสะใภ้กลับมาด้วย
“พ่อสบายดีนะครับ” เย่ชิงเฉินทักพ่อของตัวเอง แต่ไม่ได้มองหน้าท่านนานนัก
“ชื่อเจินเจินใช่ไหม ต่อไปไม่ต้องเรียกคุณลุงแล้วนะ เรียกฉันว่าพ่อเหมือนเ้ารองนั่นล่ะ แล้วนี่กินข้าวกันมาหรือยัง”
“พ่อครับ ผมให้คนไปตั้งโต๊ะแล้วล่ะครับ มื้อนี้แฟนเ้ารองเป็คนทำอาหารมาเองทั้งหมด” เย่เซี่ยเฉิงบอก
“เธอทำอาหารมาเองอย่างนั้นเหรอ ดีจริงๆ พ่อก็เริ่มเบื่อฝีมือแม่ครัวของบ้านเราจะแย่แล้ว” พ่อเย่อารมณ์ดีขึ้นอีกหลายเท่า
เย่เซี่ยเฉิงเดินมาเข็นรถพ่อเย่ไปที่ห้องอาหาร โดยมีสองหนุ่มสาวเดินตาม เมื่อเห็นอาหารและขนมที่วางอยู่ตรงหน้า พ่อเย่ก็ยิ้มอย่างพอใจ ทุกคนเริ่มกินอาหารกันอย่างอร่อย แต่ซูเจินกลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เธอสังเกตว่าเย่ชิงเฉินไม่ค่อยพูดหรือมองหน้าพ่อของตัวเองสักเท่าไหร่ จะมีเพียงเย่เซี่ยเฉิงเท่านั้นที่เป็ตัวกลางที่คอยช่วยพวกเขาให้ได้พูดคุยกัน
ทานอาหารเสร็จพ่อเย่ก็นั่งคุยกับลูกชายทั้งสองคนและว่าที่ลูกสะใภ้อยู่ไม่นาน จากนั้นก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน เพราะได้เวลานวดขาและกินยาก่อนเข้านอนแล้ว
“พวกเธอกลับบ้านมาบ่อยๆ ก็ดีนะ วันนี้คุณพ่ออารมณ์ดีมาก แถมยังกินข้าวได้มากกว่าทุกวัน” เย่เซี่ยเฉิงบอกน้องชาย
เย่ชิงเฉินไม่ตอบ ซูเจินจึงพูดขึ้นแทน “ถ้ามีเวลาว่างฉันจะให้ชิงเฉินพาฉันมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ นะคะพี่ใหญ่”
เย่เซี่ยเฉิงยิ้มให้หญิงสาวและคิดในใจว่า น้องชายของเขาเลือกคบแฟนได้ไม่เลวเลย ผู้หญิงคนนี้ดูร่าเริงและจริงใจ อีกอย่างเธอยังมองสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเก่งมากด้วย เพิ่งมาบ้านเย่ครั้งแรกก็รู้ถึงความผิดปกติระหว่างพ่อและน้องชายของเขาแล้ว
“ถ้าเ้ารองไม่พาเธอมา เธอก็โทรหาพี่ใหญ่ได้ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะไปรับเธอมาเยี่ยมคุณพ่อเอง” เย่เซี่ยเฉิงบอก
“ได้สิคะพี่ใหญ่ วันหลังฉันจะทำอาหารมาให้คุณพ่อกับพี่ใหญ่ทานอีก หรือถ้าคุณพ่อกับพี่ใหญ่อยากทานอะไรเป็พิเศษ พี่ใหญ่ก็โทรบอกฉันได้เลยนะคะ”
“มีน้องสะใภ้น่ารักอย่างนี้พี่ใหญ่ก็เบาใจ ยังไงพี่ใหญ่ก็ฝากเธอดูแลเ้ารองด้วยนะ เ้าเด็กคนนี้เวลาจะดื้อขึ้นมา เขาจะไม่ยอมฟังใครเลย เอาล่ะ...วันนี้ดึกมากแล้ว พวกเธอรีบกลับบ้านกันได้แล้วนะ เ้ารองขับรถไปส่งน้องสะใภ้ฉันดีๆ ล่ะ” เย่เซี่ยเฉิงกำชับน้องชาย
เย่ชิงเฉินทำหน้ายุ่ง มาเรียกเขาเด็กต่อหน้าแฟนได้ยังไง ทั้งๆ ที่พี่ใหญ่เองก็เกิดก่อนเขาแค่ 3 ปีเท่านั้น เขาไม่ตอบพี่ชายแต่กลับรีบเดินจูงมือซูเจินไปขึ้นรถอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
“นี่นายไม่พอใจอะไรเหรอ ฉันเห็นนายหน้าบึ้งั้แ่อยู่ที่โต๊ะกินข้าวแล้ว” ซูเจินถามเมื่อนั่งอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว
“วันนี้เธอไม่ตักอาหารให้ฉัน” เย่ชิงเฉินตอบ
“ทำตัวเป็เด็กๆ ไปได้ ชิงเฉิน...วันนี้ฉันจะไม่กลับบ้าน เราไปที่คอนโดนายกัน” ซูเจินเปลี่ยนท่าทางเป็จริงจัง
เย่ชิงเฉินเสียการควบคุมรถเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าเธอจะไปที่คอนโดของเขา “เธอจะไปที่คอนโดฉันทำไม”
“เย่ชิงเฉิน นายมีอะไรปิดบังฉันอยู่กันแน่ ไหนนายตกลงกันฉันแล้วว่าเราจะค่อยๆ เรียนรู้กันไป เท่าที่ฉันเห็นนายกับพ่อนายวันนี้ ฉันก็มั่นใจเลยว่านายยังไม่ได้เล่าเื่ของนายทั้งหมดให้ฉันฟัง คุยกันในรถไม่สะดวกหรอก ไปคุยกันที่คอนโดนายดีกว่า” ซูเจินเห็นเย่ชิงเฉินยังขับรถต่อและไม่ได้ตอบคำถามเธอ เธอจึงแกล้งพูดด้วยความไม่พอใจ “ถ้าอย่างนั้นนายก็จอดรถให้ฉันลงตรงนี้เถอะ ฉันจะนั่งแท็กซี่กลับหอพักเอง เอาไว้นายพร้อมจะพูดกับฉันเมื่อไหร่เราค่อยมาเจอกันก็แล้วกัน อ้อ...แล้วตอนนี้ฉันก็รู้แล้วล่ะว่านายยังไม่เชื่อใจฉันมากพอ”
เย่ชิงเฉินเม้มปากแน่น เขาขับรถไปเงียบๆ ในที่สุดเขาก็เปลี่ยนเส้นทาง ขับรถตรงไปที่คอนโดของเขาแทน
“เธออยากฟังเื่ทั้งหมดของฉันจริงๆ เหรอ” เย่ชิงเฉินถามย้ำเมื่อทั้งคู่มาถึงคอนโดแล้ว
“ชิงเฉิน...ฉันไม่ได้คิดจะคบกับนายเล่นๆ นะ อย่างวันนี้ที่ฉันอยากให้นายเปิดใจกับฉัน เพราะฉันถือว่ามันเป็บททดสอบแรกของเรา ในอนาคตยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอให้เราแก้ไขมันไปด้วยกัน แต่ถ้าวันนี้นายกับฉันยังผ่านบททดสอบแรกนี้ไปไม่ได้ แล้วในอนาคตเรายังจะคาดหวังอะไรได้อีก” ซูเจินผ่านการมีชีวิตมาแล้วสองครั้ง อีกทั้งในชีวิตที่แล้วเธอก็มีอายุมากกว่าเขาตอนนี้อยู่หลายปี ชีวิตคู่ของคนรอบตัวเธอส่วนใหญ่ที่มีปัญหากันก็เพราะพวกเขามักจะคิดไปเองว่า การที่แต่ละคนยอมแบกรับกับปัญหาและความเ็ปไว้คนเดียว จะทำให้อีกฝ่ายไม่ต้องทุกข์ใจ แต่ซูเจินไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้เลย เธอคิดว่าเมื่อคนสองคนตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข พวกเขาจะต้องแบ่งปันหรือร่วมกันรับรู้กับความรู้สึกเหล่านี้ของกันและกันได้
ชีวิตที่แล้วเธอก็ทำแบบนั้น เพราะเธอเป็เด็กกำพร้าต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว เวลามีปัญหาเธอก็มักจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองคนเดียว การใช้ชีวิตแบบนั้นมันช่างเหนื่อยและโดดเดี่ยวมากจริงๆ
ที่เย่ชิงเฉินเก็บเื่ราวทั้งหมดไว้อาจจะเป็เพราะเขาหวังดีกับเธอ แต่เธอไม่้า เธออยากแบ่งปันความทุกข์และความสุขกับเขาในทุกเื่ เธอไม่อยากเป็คนที่ได้รับการปกป้องเพียงฝ่ายเดียว ในอนาคตเธอก็อยากปกป้องเขาด้วย