ผ่านไปเจ็ดวันจินหยางก็ปรากฏตัวที่ตึกกระบี่เพื่อมาขอรับคัมภีร์กระบี่เก้าวังจากอู่หยง ศิษย์มากมายต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาดูถูก เพราะหลายคนเชื่อว่าเขาเอาชนะหยางเฟยเทียนด้วยพิษที่เฮ้งฟูทาเอาไว้ที่กระบี่ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายเขาเช่นกัน หลังจากจินหยางได้รับคัมภีร์เขาก็เดินไปที่ตึกภารกิจ
“จินหยาง”
เมื่อจินหยางหันไปมองตามเสียงก็พบกับชุนฟงและเล่อคังยืนอยู่
“หรือจะให้พวกข้าทั้งสองเรียกเ้าศิษย์อันดับสิบ”
“ไม่ต้อง พวกเ้าเรียกข้าเช่นเดิมเถอะ แล้วอีกเจ็ดคนไม่ได้มาพร้อมเ้ารึชุนฟง?”
“พวกนั้นแบ่งกลุ่มกันออกไปทำภารกิจเหลือเพียงพวกข้าทั้งสอง เ้าสนใจไปกับพวกข้าหรือไม่? พวกข้ายังขาดอีกคนถึงจะรับภารกิจได้”
จินหยางขมวดคิ้ว
“ภารกิจใด?”
“เป็ภารกิจของท่านเ้าเมืองไปที่เมืองเทียนเซียนใกล้เขตเหอหนานสืบข่าวเกี่ยวกับกลุ่มโจรแมงมุมแดง”
“ออกเดินทางเมื่อไหร่?”
“พรุ่งนี้เช้ายามเฉิน ว่าแต่เ้าขี่ม้าเป็หรือไม่?”
“ข้ายังไม่เคยขี่”
ชุนฟงพยักหน้า
“เช่นนั้นเ้าไปกับข้าก็แล้วกัน”
หลังจากนั้นจินหยางก็กลับไปยังห้องพัก
“เทียนคง เริ่มสแกนคัมภีร์กระบี่เก้าวัง”
“ขอรับคุณชาย”
หลังจากนั้นจินหยางก็ถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงตัวเดียว หลังจากนั้นเขาใช้เสื้อที่ถอดม้วนแล้วกัดเอาไว้นั่งโคจรลมปราณอยู่ตรงกลาง
“สแกนเสร็จสิ้น ทำการแก้ไขบางส่วน”
“เทียนคง เริ่มโอนถ่ายข้อมูลได้”
วูป ข้อมูลทักษะกระบี่เก้าวังปรากฏขึ้นมาในสมอง กล้ามเนื้อทั่วร่างกระตุกจากการโอนถ่ายไปยังกล้ามเนื้อ จินหยางนั่งตัวสั่นสะท้านเขากัดเสื้อเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิมเกือบชั่วยามจินหยางก็ล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยความเหนื่อยหอบ
“ให้ตายเถอะเทียนคง อย่างไรข้าก็ไม่ชินกับการทำแบบนี้ เอาละฟื้นฟูร่างกายของข้าได้แล้ว”
“ขอรับคุณชาย”
หลังจากนั้นจินหยางก็ลุกขึ้นมานั่งโคจรลมปราณจนถึงเช้า ย่างเข้ายามเฉินก็พบชุนฟงยืนอยู่ด้านหน้าเรือนนอน
“เ้ามาแล้ว”
จินหยางพยักหน้าตอบรับ
“เราไปรอเล่อคังที่หน้าสำนักเถอะ เขากำลังไปเอาม้า”
ชั่วน้ำเดือดทันทีที่ทั้งสองเดินไปยังด้านหน้าสำนักเล่อคังก็จูงม้ามาสองตัว จินหยางนำกระบี่มาเสียบเอาไว้ที่ผ้ามัดเอวด้านหลังพร้อมกับะโขึ้นไปนั่งบนหลังม้าหลังชุนฟง ไม่ถึงสิบลมหายใจพวกเขาก็สามก็ควบม้าออกไปจากสำนัก เมื่อมาถึงด้านหน้าประตูเมืองเล่อคังก็แสดงป้ายภารกิจจากเ้าเมืองส่านซี ทหารที่ประจำอยู่ก็หลีกทางให้ทั้งสองออกจากเมือง ไม่ถึงสิบลมหายใจก็มีทหารผู้หนึ่งแอบออกมาข้างป้อมนำบางอย่างในอกเสื้อสอดเอาไปกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กที่ติดอยู่กับขานกพิราบที่ขังเอาไว้ในกรง หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยนกพิราบตัวนั้นออกจากกรง การเดินทางเป็ไปอย่างราบรื่นตลอดระยะเวลาห้าวันพวกเขาหยุดพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งก่อนเข้าเขตเมืองเทียนเซียน ผู้คนมากมายจะหยุดพักที่นี่ก่อนเดินทางข้ามเขตที่นี่จึงเป็เหมือนที่พักกลางทาง ชุนฟงสั่งอาหารสี่ห้าอย่างพร้อมกับเนื้อแห้งและหมั่นโถวสำหรับกินกลางทาง ในระหว่างนั้นเองจินหยางรู้สึกเหมือนมีสายตาของใครบางคนแอบจ้องมองดูเขาตลอดเวลาที่อยู่โรงเตี๊ยม เกือบชั่วยามหลังจากทานอาหารจนอิ่มทั้งสามก็เดินทางต่อ
ย่างเข้ายามอิ่ว แสงอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าทั้งสามได้ยินเสียงปะทะกันดังลั่นมาจากในแนวป่าขวามือ ไม่ถึงสามลมหายใจได้มีชายหนุ่มผู้หนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากป่าร่างกายมีแต่รอยแผลเสื้อผ้าที่สวมใส่ชุ่มไปด้วยเื ชายหนุ่มรีบกางมือทั้งสองขวางม้าของชุนฟง
“ช่วยข้าด้วย”
เล่อคังรีบะโลงจากม้าเขาล้วงไปที่อกเสื้อนำเม็ดยายื่นให้แก่ชายหนุ่ม ทันใดนั้นเองได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนพุ่งติดตามชายหนุ่มออกมาจากป่า ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งชี้ดาบในมือมาทางพวกเขาทั้งสาม
“พวกเ้าทั้งสามอย่าคิดเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ ไม่เช่นนั้นพวกเ้าจะกลายเป็ศพอยู่ที่นี่”
ทั้งสามยังไม่ทันได้กล่าวตอบสิ่งใดชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบวิ่งมาหลบที่หลังเล่อคังพร้อมกับล้วงไปที่อกเสื้อนำป้ายหยกสลักอักษรหยวนออกมา
“ข้ามีนามว่าหยวนจางเป็หลานชายของเ้าเมืองเทียนเซียน คนพวกนั้นเป็คนจากกลุ่มโจรแมงมุมแดงคิดจับตัวข้าเพื่อกดดันให้ท่านลุงปล่อยตัวคนของพวกมันที่ถูกจับกุมเมื่อสามวันก่อน”
ชุนฟง จินหยางรีบลงจากหลังม้า เล่อคังรีบแสดงป้ายของสำนักกระบี่หลงอู่
“พวกข้าทั้งสามเป็ศิษย์สำนักกระบี่หลงอู่ มาที่นี่เพื่อสืบข่าวกลุ่มโจรแมงมุมแดงตามคำสั่งท่านเ้าเมือง คุณชายหยวนจางไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ”
ชายฉกรรจ์ทั้งสี่ตื่นใไม่น้อยที่พบคนจากสำนักกระบี่หลงอู่ แต่พวกเขาก็หาได้หวาดกลัวเพราะมีพวกพุ่งทะยานติดตามมาอีกสามคน ทั้งเจ็ดคนยืนแสยะยิ้มจ้องมองพวกเขาทั้งสี่อย่างไม่วางตา จินหยาง ชุนฟง เล่อคังรีบดึงกระบี่ออกจากฝักเตรียมพร้อม ไม่ถึงครึ่งลมหายใจชายฉกรรจ์ทั้งเจ็ดก็พุ่งทะยานเข้ามา จินหยางะโเสียงดังลั่น
“ชุนฟงเ้าจัดการทางซ้าย เล่อคังคุ้มกันคุณชายหยวนจาง ส่วนข้าจะจัดการทางขวา”
จินหยางถีบพุ่งทะยานเข้าหาชายฉกรรจ์สี่คนพร้อมกับร่ายรำกระบี่เจ็ดดาวเสียงกระบี่ปะทะดาบดังลั่น เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ชายฉกรรจ์สี่คนต้านรับกระบี่ของจินหยางถอยร่นไปด้านหลัง มีชายผู้หนึ่งถีบเท้าะโข้ามศีรษะจินหยางพุ่งเข้าหาเล่อคัง จินหยางรีบดึงฝักกระบี่ซัดออกไปด้วยทักษะหมื่นลักษณ์ติดตาม ฝักกระบี่พุ่งแทงด้านหลังของชายฉกรรจ์ เล่อคังรีบใช้โอกาสแทงกระบี่สังหารชายฉกรรจ์ด้านหน้า จินหยางรีบหันกลับตวัดกระบี่ต้านรับคมดาบที่ฟันเข้ามา เคร้ง!เขายกเท้าขวาถีบไปที่ชายฉกรรจ์ด้านหน้าพร้อมกับหมุนตัวติดตามฟันกระบี่ คมกระบี่วาดผ่านหน้าอกเืสีแดงพุ่งกระฉูด เสียงสบถดังลั่นมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์
“บัดซบ! พวกเรารีบสังหารเด็กน้อยพวกนี้ซะ”
จินหยางะเิพลังปราณใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งเข้าหาอีกครั้งพร้อมแทงกระบี่ไปด้านหน้า ปราณกระบี่นับสิบเล่มพุ่งผ่านร่างชายฉกรรจ์สองคนด้านหน้าอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาหมุนตัวพุ่งเข้าหาชุนฟงที่รับมือชายฉกรรจ์อีกสามคน ไม่ถึงยี่สิบลมหายใจชายฉกรรจ์ที่เหลือก็ถูกสังหารจนหมด
“ข้าหยวนจางขอบคุณพวกเ้าทั้งสามคน”
ชุนฟงพยักหน้าตอบรับ
“ไม่เป็ไรคุณชายหยวนจาง ว่าแต่เหตุใดคุณชายถึงถูกตามล่าเช่นนี้?”
“พูดแล้วก็น่าอาย ข้าและคนของข้ากำลังจะไปส่งจดหมายที่เมืองส่านซีเพื่อขอกำลังทหารบุกทลายค่ายโจรแมงมุมแดงแต่ทว่ากลับถูกคนพวกนี้ดักซุ่มโจมตีเสียก่อน คนของข้าสี่คนถูกสังหารจนหมดเหลือเพียงข้าเพียงผู้เดียว”
“ตอนนี้ท่านรีบรักษาอาการาเ็เสียก่อนเถอะ”
เล่อคังรีบพยุงหยวนจางไปนั่งพักใต้ต้นไม้ ชุนฟงยืนคุ้มกันอยู่ด้านข้าง ส่วนจินหยางเดินไปตรวจสอบศพที่เหลือ เขาพบเจอถุงเงินสี่ถุง เกือบชั่วยามหยวนจางก็อาการดีขึ้น แต่ทว่าตอนนี้ท้องฟ้าได้เริ่มมืดแล้ว
“ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว เราจะพักที่นี่หรือเดินทางต่อชุนฟง?”
เล่อคังเอ่ยถามด้วยความสงสัย หยวนจางได้ยินเช่นนั้นจึงรีบกล่าวตอบ
“พักที่นี่ไม่ได้แน่ กลิ่นจากศพจะเรียกพวกสัตว์ป่าให้มาที่นี่ ตอนนี้ร่างกายข้าเริ่มดีขึ้นแล้วเห็นทีเราต้องรีบเดินทางต่อ ไม่ถึงสิบลี้ด้านหน้ามีหมู่บ้านอยู่เราไปพักที่นั่นได้”
“ดี เช่นนั้นเล่อคังพาคุณชายหยวนจางขึ้นม้า”
เป็ไปตามที่หยวนจางกล่าวทั้งสี่ก็พบหมู่บ้านขนาดเล็กด้านหน้า มีชายฉกรรจ์สี่คนยืนถือดาบเฝ้าอยู่ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้าน
“หยุด! พวกเ้าเป็ผู้ใดกัน?”
หยวนจางรีบล้วงไปที่อกเสื้อนำป้ายหยกออกมา
“ข้าหยวนจาง พี่ชายหลัวเกาจำข้าได้หรือไม่?”
หลัวเกาหันไปมองหยวนจางถึงกับตื่นใ
“คุณชาย! เหตุใดท่านถึงาเ็เช่นนี้?”
“ข้าถูกโจรแมงมุมแดงซุ่มโจมตี แต่โชคยังดีได้น้องชายทั้งสามจากสำนักกระบี่หลงอู่ช่วยเหลือ”
“เช่นนั้นรีบเข้าไปในหมู่บ้านเถอะ ข้าจะไปรายงานท่านหัวหน้าก่อนแล้วจะรีบให้ท่านผู้เฒ่ามารักษาท่าน”
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสี่ก็ถูกพาไปพักที่บ้านพักหลังหนึ่งบริเวณกลางหมู่บ้าน หลัวเกาให้หมอชราผู้หนึ่งมารักษาแผลให้แก่หยวนจาง ในระหว่างนั้นเองได้มีหญิงสาวสามคนยกสำรับอาหารมาให้พวกของชุนฟง จินหยางที่ยืนให้หญ้าม้าอยู่ข้างบ้านพักสังเกตเห็นชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งรีบควบม้าออกไปจากหมู่บ้าน ไม่นานชุนฟงก็มาตามจินหยางไปทานอาหารในบ้านพัก