โรงเตี๊ยมจันทรา
"คาราวะองค์รัชทายาท" เถ้าแก่เนี๊ยฮงทำความเคารพองค์รัชทายาทอย่างน้อมนอบ
"วันนี้พระองค์มีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้เพค่ะ ถึงได้อุตส่าเสด็จมายังโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งนี้" เถ้าแก่เนี๊ยฮงเอ่ยถาม
"ไม่มีสิ่งใดหรอก ข้าเพียงแค่อยากมาลิ้มลองรสชาติขนมของที่นี่ ได้ยินมาว่ารสชาติดียิ่งนัก" องค์รัชทายาทตอบ
แต่เหตุผลแท้จริงที่องค์รัชทายาทเสด็จเยือนเมืองชิลลานั้นก็เพื่อมาเจรจาการค้า และอีกเหตุผลหนึ่งคือเขาหวังจะได้มาเจอสตรีที่ชนะการแข่งยอดบุปผางามผู้นั้นนั่นเอง
"ถ้าอย่างนั้นเรียนเชิญองค์รัชทายาท ที่ห้องรับรองดีหรือไม่เพค่ะ"
องค์รัชทายาทพยักหน้า และเดินตามเถ้าแก่เนี๊ยฮงไปยังห้องรับรอง
---
ตลอดเวลานับปีฮายอนมุ่งมั่นกับการฝึกต่อสู้ในจวนแม่ทัพอย่างหนัก นางไม่เคยย่างกายออกมาจากจวนเลยก็ว่าได้ มาวันนี้นางจึงได้เลือกออกมาเที่ยวเล่นในตลาดและแวะหาท่านยายด้วยความคิดถึง
วันนี้ฮายอนและสาวใช้แฮซูเลือกปลอมตัวเป็บัณฑิตหนุ่ม ออกมาเดินเที่ยวเล่นในตลาด เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเถ้าแก่เนี๊ยฮงกับนางนั้นเป็ความลับที่มิอาจเปิดเผยได้ มีเพียงแค่คนในตระกูลเท่านั้นที่รู้เื่นี้ ทำให้บ่อยครั้งที่นาง้าออกมาพบท่านยายนางจึงต้องปลอมตัวหรือไม่ก็แสร้งทำเป็ลูกค้าคนหนึ่งของโรงเตี๊ยมจันทราเท่านั้น และอีกประการหนึ่งที่นางต้องปลอมตัว เพราะว่าครั้งนางได้ตำแหน่งยอดบุปผางาม ชื่อเสียงของนางก็โด่งดังไปทั่ว ทำให้หลายๆคนรู้จักนาง นางรู้สึกเบื่อเหล่าบุรุษที่เข้ามารุมเอาอกเอาใจนางยิ่งนัก จึงต้องใช้วิธีปลอมตัวในการหลบเลี่ยงบุรุษเ่าั้เวลาออกมานอกจวน
"คุณชาย จองไว้หรือไม่ ขอรับ" คนงานในโรงเตี๊ยมเอ่ยถามฮายอน ขณะเดินเข้ามาในร้าน
"ไม่ได้จอง ข้ามาหาเถ้าแก่เนี๊ย นางอยู่หรือไม่"
"ตอนนี้เถ้าแก่เนี๊ย กำลังรับรององค์รัชทายาท คงไม่สะดวกให้พบขอรับ"
"อย่างนั้นก็ไม่เป็ไร งั้นข้าสั่งอาหารรอแล้วกัน"
ระหว่างที่ฮายอนนั่งรับประทานอาหารรอเถ้าแก่เนี๊ยฮงอยู่นั้น นางก็เห็นองค์รัชทายาทกำลังออกจากโรงเตี๊ยมไปพร้อมกับองค์รักษ์ นางบังเอิญเห็นป้ายหยกที่แขวนตรงเอวขององค์รักษ์นั้นมีรูปร่างคล้ายกับที่นางพบในบ้านของจองอิม แต่นางก็ไม่มั่นใจนัก นางจึงตัดสินใจตามพวกเขาไปเพื่อดูให้แน่ชัด
นางติดตามองค์รัชทายาทมาห่างๆ เพราะเกรงว่าจะถูกสงสัย จนมาหยุดที่หอนางโลมแห่งหนึ่ง นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี
"แฮซู เราตามเข้าไปดีหรือไม่"
"คุณหนู บ่าวว่าไม่ดีนะเ้าค่ะ"
ระหว่างที่นางกำลังตัดสินใจอยู่นั้น อยู่ๆนางก็เหลือบไปเห็นบุรุษหนุ่มที่นางเจอที่อุทยานหลวงในวันงานเลี้ยง กำลังเดินมาทางหอนางโลม พร้อมกับมีสาวงามโอบประคองทั้งสองข้าง เพื่อช่วยพยุงไม่ให้เขาล้มลงไปนอนที่พื้น
"เหอะ ทำไมข้าต้องเจอกับบุรุษผู้นี้ตลอดสิน่า ไม่ว่าเจอกี่ครั้งก็มีสตรีข้างกายไม่ซ้ำหน้าทุกครั้งเชียว"
ขณะที่องค์ชายรองกำลงจะเดินเข้าไปยังหอนางโลม เขาก็บังเอิญหันไปเห็นฮายอนที่แต่งตัวเป็บุรุษเข้า ซึ่งเขาจำนางได้ทันที เขาสงสัยว่านางมาทำอันใดในที่ที่สตรียศสูงเช่นนางไม่สมควรจะมา ในตอนนั้นเองเขาก็นึกสนุกอยากแกล้งนางขึ้นมา เขาจึงเดินตรงเข้าไปหานาง
"นี่เ้า นี่เอง" องค์ชายรองเอ่ยทักฮายอนที่ยืนหลบอยู่
ฮายอนสะดุ้งใเป็อย่างมาก ด้วยคิดว่า เขาจำได้ว่านางคือฮายอน สตรีที่ได้ตำแหน่งยอดบุปผางามในคืนนั้น
"ที่เราเจอกันในป่า เมื่อนานมาแล้วยังไงเล่า นี่เ้าจำผู้มีพระคุณอย่างข้าไม่ได้หรือนี่ ฮ่าๆๆๆ" องค์ชายรองพูดด้วยเสียงอ้อแอ้
"เป็ท่านนี่เอง ข้าต้องขออภัยคุณชายเป็อย่างมาก ที่ความจำข้านั้นเลอะเลือน"
"ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร ไหนๆก็บังเอิญเจอกันแล้ว เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า"
"เอ่อออ.... คือ.... ว่า.... ข้า....." ฮายอนอึกอักไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี
"เข้าไปสนุกเป็เพื่อนข้าหน่อยเถอะน่า ถือซะว่าตอบแทนที่ข้าเคยช่วยเ้าแล้วกัน ข้า้าเพื่อนอยู่พอดี ยังไงวันนี้ข้าเลี้ยงเอง ไม่ต้องห่วง ป่ะๆ" องค์ชายรองรวบรัดไม่ให้โอกาสนางได้ปฏิเสธได้ เขารีบดึงแขนร่างบางตรงหน้าเข้าไปในหอนางโลมทันที
ตอนนี้ทั้งสามกำลังนั่งดูการแสดงอยู่ในหอนางโลม เหล่าสาวงามตรงหน้าล้วนแต่งชุดโชว์สัดส่วน จนแทบเหมือนไม่ได้ใส่สิ่งใด กำลังร่ายรำอย่างงดงาม คนหนึ่งนั่งดูการแสดงอย่างสบายใจ แต่ผิดกับอีกสองคนที่เอาแต่นั่งเหงื่อตกอยู่ข้างๆ
"จะมากี่ครั้ง ที่นี่ก็ยังน่าสนใจไม่เปลี่ยน" องค์ชายรองเอ่ยขึ้น ขณะมองหญิงสาวที่กำลังร่ายรำอย่างหลงใหล
"บ้ากามยิ่งนัก" ฮายอนแอบรำพึงเบาๆ เพื่อไม่ให้บุรุษที่นั่งข้างๆ ได้ยิน
"เมื่อกี้ เ้าว่าอันใด" องค์ชายรองเอ่ยถาม ขณะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆแก้มนวลของฮายอน
ฮายอนใอย่างมาก นางไม่คิดว่าบุรุษผู้นั้นจะเข้ามาใกล้ นางจึงพยายามใช้มือดันอกองค์ชายรองไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้นาง
"เอ่อ...ข้าแค่บอกว่างดงามยิ่งนัก"
"คุณชาย ข้ากับเพื่อนขอไปเข้าห้องน้ำสักประเดี๋ยว นะขอรับ" เมื่อนางเอ่ยจบ ก็รีบลุกขึ้นยืน นางคิดว่าจะอาศัยจังหวะนี่หลบออกไปตามหาองค์รัชทายาทเสียหน่อย ไหนๆก็เข้ามาที่นี้แล้ว
แต่มือหนาของบุรุษที่ยืนอยู่ข้างนางกลับดึงแขนของนาง แล้วกระตุกเบาๆ จนนางเซล้มเข้าสู่อ้อมกอดของเขา อีกมือนึงเขาก็ตวัดรอบเอวบางพรางดึงกระชับเข้าหาตัวเขาอย่างแแ่
"ว้าย!" นางใจนกรีดร้องออกมา ด้วยความใทำให้นางลืมใช้วรยุทธที่มีอยู่เสียสิ้น
"ฮ่าๆๆๆ ข้าเห็นเ้าดื่มสุราเข้าไป กลัวเ้าจะเมาจนเดินไม่ไหว เลยจะช่วยพยุง"
'มารดามันเถอะ บุรุษผู้นี้ ช่างน่าไม่อายยิ่งนัก' นางด่าองค์ชายรองในใจ ด้วยความโมโห
"คุณชาย ปล่อยข้าเถอะขอรับ ข้าดื่มไปเพียงน้อยนิดเท่านั้น ไม่เป็อันใดหรอก"
"ย่อมได้" เขาแกล้งคลายมือออกเล็กน้อย โดยที่ฮายอนยังไม่ทันได้ยืนให้มั่นคงดี นางใคิดว่าจะหงายหลังลงไปกองที่พื้นจริงๆ จึงรีบยกมือขึ้นเกี่ยวคอองค์ชายรองไว้แน่น ด้วยกลัวจะหล่นลงไปจนเจ็บตัว
"ไหนเ้าบอกให้ข้าปล่อยอย่างไรเล่า" องค์ชายรองเอ่ยเย้า พรางโน้มหน้าลงมาใกล้ฮายอน จนเกือบชิดริมฝีปากบาง
แก้มขาวนวลของนาง เปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ปนกรุ่นโกรธที่ถูกบุรุษผู้นี้กลั่นแกล้ง นางรีบดึงสติกลับมา จากนั้นนางก็ยกเข่าขึ้นตีเข้าที่กลางหว่างขาขององค์ชายรองเต็มแรง โชคดีที่องค์ชายรองไหวตัวทันะโหลบออกไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อย จนต้องลงไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น
'เห็นร่างเล็กบอบบางเช่นนั้น แต่เล่นแรงจริงเชียว โชคดีที่ไหวตัวทัน ไม่งั้นคงสูญพันธุ์เป็แน่ เกือบไปแล้วลูกพ่อ' องค์ชายรองเอ่ยรำพึงในใจ
นางยืนดูองค์ชายรองขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยท่าทางน่าขบขัน พร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นด้วยความเย้ยหยัน
"ข้าคิดว่า ท่านคงจะเมาจนไม่ไหวเสียแล้วกระมัง เช่นนั้นข้าขอตัวกลับเลยดีกว่า ท่านจะได้พักผ่อน ข้าขอลาขอรับ" ฮายอนเอ่ยลาเสร็จ ก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ด้วยกลัวว่าบุรุษผู้นั้นจะเกิดบ้ามาหาเื่อะไรนางอีก
ระหว่างทางที่นางกำลังเดินตามหาองค์รัชทายาทอยู่นั้น นางก็ชนเข้ากับบุรุษร่างสูงผู้หนึ่งเข้า นางไม่ทันระวังจึงหงายหลัง แต่โชคดีว่าบุรุษผู้นั้นรับนางไว้ทันนางจึงไม่ต้องลงไปนอนกองที่พื้น แต่ไม่รู้ว่าเป็ความตั้งใจหรือความบังเอิญที่บุรุษผู้นั้นจับเข้าที่ก้นของนางเข้าพอดี นางใอย่างมาก จึงใช้มือตบเข้าที่หน้าของบุรุษผู้นั้นอย่างแรง
"นี่เ้า! เ้าตบข้าด้วยเหตุใดกัน" บุรุษผู้นั้นเอ่ย ด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
"เอ่อ...ข้าขอโทษขอรับ ข้าแค่ใ" นางพยายามหาเหตุผล
"ขอโทษ ขอโทษ แล้วข้าหายเจ็บหรือไม่ เ้าต้องถูกลงโทษ" บุรุษผู้นั้นเอ่ย พรางขยับเข้าไปใกล้ฮายอนเพื่อจับตัวไปลงโทษ
"หยุด! เดี๋ยวก่อน คุณชาย" นางเอ่ย พรางยกมือขึ้นห้าม
"ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด" นางเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ
"ข้าจะไปรู้ได้เช่นไรว่าเ้าคือผู้ใด ในเมื่อเราเพิ่งเคยพบกัน" บุรุษผู้นั้นตอบอย่างมึนงง
"งั้น ก็ดียิ่ง" พอนางเอ่ยจบประโยค นางก็รีบวิ่งหนีออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันหลังกลับมามองผู้ใดอีก
บุรุษผู้นั้นยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ด้วยความรู้สึกมึนงงเป็อย่างมาก ไม่รู้ว่าเขาควรต้องทำยังไงต่อ ใจหนึ่งก็โมโหที่โดนตบหน้า แต่อีกใจก็มึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า จึงได้แต่เดินกลับห้องรับรองของตนไปอย่างงงวย
"เกือบไปแล้ว" ฮายอนเอ่ยกับแฮซู ขณะหนีออกมาจากหอนางโลมได้แล้ว
"กลับจวนกันเถอะแฮซู ข้าไม่มีอารมณ์ไปไหนแล้ว วันนี้มันวันซวยอะไรของข้าเนี้ย ทำไมเจอแต่ผู้ชายบ้ากาม เหอะ" ฮายอนเอ่ยกับแฮซู พรางเดินกลับจวนแม่ทัพทันที
---
อีกด้านหนึ่ง ในห้องรับรองขององค์รัชทายาทในหอนางโลม
"หน้าเ้าไปโดนอันใดมา ทำไมเป็รอยแดงเช่นนั้น" องค์รัชทายาทเอ่ยถามอีวอนโด อย่างสงสัย
"ก็ไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหนนะสิ อยู่ๆก็มาตบข้า แล้วก็หนีไป ทั้งๆที่ข้าเข้าไปช่วยแท้ๆ" อีวอนโดเอ่ยตอบ ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"ฮ่าๆๆๆๆๆ"
"พระองค์ขำสิ่งใด นี่กระหม่อมถูกตบนะพะยะค่ะ เจ็บใจยิ่งนัก"
"เอาเถอะๆ เรามาคุยธุระกันต่อดีกว่า"
แท้จริงแล้วผู้ที่นัดพบกับองค์รัชทายาทก็คือ อีวอนโด นั่นเอง นอกจากเขาจะทำการค้ากับองค์ชายสามแล้ว เขาก็ยังทำการค้ากับองค์รัชทายาทด้วยเช่นกัน เขาไม่สนอยู่แล้วว่าผู้ใดจะบาดหมางกับผู้ใด นั้นไม่ใช่เื่ของเขา สิ่งที่เขาสนคือการค้าและเงินเท่านั้น
และที่ด้านนอกไม่ไกลจากห้องรับรองมากนัก ก็มีบุรุษผู้หนึ่ง ซ่อนกายอยู่ในเงามืดแอบฟังสิ่งที่พวกเขากำลังสนทนาอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้